หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 16

    “เจ้าคือ เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ อย่างนั้นหรือ” พระราชาตรัสถามกับหลงเฟย“พะยะค่ะ ฝ่าบาท” หลงเฟยที่กำลังทั้งตื่นเต้น และตกใจ พยายามนึกถึงคำราชาศัพท์ตามที่เคยได้มาในละคร ก่อนจะนำมาใช้ตอบองค์ราชาอย่างเกร็งๆ เมื่อตอบคำถามองค์ราชาไปแล้ว ในสมองหลงเฟยก็รีบประมวลผลอย่างรวดเร็วว่า เหตุใดอยู่ๆ องค์ราชาถึงกับต้องเสด็จมาที่ร้านของเขา ยิ่งคิด หลงเฟยก็ยิ่งเสียวสันหลัง คำพูดของรีเอลที่เคยบอกว่า ตายแล้วตายเลยนั้น ทำให้เขาเริ่มรู้สึกกระวนกระวาย เขาคงไม่ได้ทำอะไรผิดไปจนต้องถูกตัดคอหรอกใช่ไหม? “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้น นำอาหารมาให้เราสักสามชุดก็แล้วกัน เราเพียงแค่เห็นว่าลูกสาวของเราแอบมาทานที่ร้านของเจ้าเมื่อวาน เราจึงสนใจอยากจะมาดูเองสักครั้ง” เมื่อเห็นว่าหลงเฟยดูกระวนกระวายองค์ราชากล่าวอธิบายถึงการมาของพระองค์ เพื่อให้หลงเฟยสบายใจขึ้นได้ แต่ด้วยความสนใจในกรรมวิธีการทำอาหาร องค์ราชาจึงอาแต่ยื่นดูอยู่ไม่ยอมเข้าไปนั่งในร้าน และเมื่อผู้นำเช่นองค์ราชายังไม่ไปนั่ง องค์ราชินี กับองค์หญิงน้อยจึงต้องหยุดยืนดูด้วย หลงเฟยที่คุกเข่าอยู่จึงไม่กล้าที่จะลุกขึ้นยื่นเพื่อทำอะไรต่อ “ฮ่าๆ พวกเจ้าไม่เกร็งขนาดนั้นก็ได้ ใครมีหน้าที่อันใดก็กระทำต่อไป เราเพียงแค่สนใจวิธีการทำอาหารของเจ้าเท่านั้น เราดูมันไม่นานหรอก” องค์ราชาที่ยืนอยู่สักพัก ไม่เห็นใครลุกขึ้นทำหน้าที่ของตนสักที เอาแต่นั่งเกร็ง ก็ทรงพระสรวลออกมา ก่อนจะตรัสเป็นเชิงอนุญาตให้หลงเฟยและพวกลีมูนลุกขึ้นมาทำอาหารต่อได้ องค์ราชาที่ยืนดูวิธีการทำอาหาร รู้สึกว่ายิ่งดูก็ยิ่งน่าสนใจ แต่จะให้พระองค์อยู่นานกว่านี้ก็คงจะไม่ดีนัก เพราะนอกจากจะทำให้คนทำอาหารไม่สะดวกแล้ว ยังทำให้ประชาชนที่จะเข้ามาซื้ออาหารเดือดร้อนไปด้วย           “เราไม่รบกวนเจ้าแล้ว นำอาหารมาให้เราสักสามชุดด้วยก็แล้วกัน เพียงแต่เราอยากได้คำอธิบายของอาหารที่เจ้าทำ ในระหว่างที่เรารับประทาน เชิญเจ้ามาด้วยก็แล้วกัน พ่อครัว”“พะยะค่ะ ฝ่าบาท” หลงเฟยตอบรับออกไปจากนั้นองค์ราชาก็ทรงเดินออกไปที่ป้อมสังเกตการณ์ใกล้ๆ ที่ตอนนี้มันถูกเนรมิตให้เป็นห้องรับประทานอาหารของพระองค์เรียบร้อยแล้ว หลงเฟยและพวกลีมูนมองหน้ากันสักพัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกัน พวกเขาต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ และวันนี้ต้องทำออกมาให้ดีที่สุด เพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นเกียรติ์อย่างมากที่ได้ทำอาหารให้องค์ราชาทาน ไม่นาน อาหารสามสำรับใหญ่ก็ถูกนำมาเสิร์ฟโดยหลงเฟย เขาเดินมาวางสำรับอาหารให้กับทั้งสามพระองค์ โดยสำรับอาหารขององค์ราชา และองค์ราชินีจะพิเศษกว่าเล็กน้อย ตรงที่มีกาแฟร้อนด้วย 1 แก้ว ทำให้องค์หญิงน้อยที่เห็นว่าตนไม่มีแก้วที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ นั้นเหมือนพระบิดา พระมารดาเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “นี่พ่อครัว ทำไมของเราไม่มีน้ำแก้วนั้นเหมือนพระบิดา และพระมารดาล่ะ เราก็อยากลองทานดูเหมือนกันนะ” เจ้าหญิงน้อยโวยวายออกมาใหญ่“น้ำที่ท่านเห็นนั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องทำงานยาวนาน มันจะทำให้ทั้งวันไม่รู้สึกง่วงนอน และมันไม่เหมาะสำหรับท่านที่อายุยังน้อย พะยะค่ะ” หลงเฟยพยายามอธิบาย“เราไม่สน เราอยากดื่ม ไปเอามา” นานแล้วที่องค์หญิงน้อยไม่ได้มีความรู้สึกอยากอาหารเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าร้านนี้อาหารอร่อย เธอจึงอยากจะลองทานมันไปซะทุกอย่าง หลงเฟยที่ได้ยินดังนั้นก็หันไปสบตากับองค์ราชาในทันที เพราะกาแฟมันจะทำให้ร่างกายขององค์หญิงน้อยเป็นอันตรายได้หากดื่มเข้าไป เพราะหน้าซองมันก็ระบุเรื่องอายุไว้อย่างชัดเจน “นำมาให้นาง ในจำนวนที่นางสามารถดื่มมันได้ก็แล้วกัน” องค์ราชากล่าว“เครื่องดื่มนี้ไม่เหมาะกับร่างกายขององค์หญิงจริงๆ พะยะค่ะ หากนำมาให้ดื่ม ข้าพระองค์คงรับผิดชอบผลที่ตามมาไม่ไหว” หลงเฟยกล่าวออกมาด้วยความสัตย์จริง“ข้าพระองค์ขอเสนอว่า ในวันพรุ่งนี้เช้า องค์หญิงจะได้ทานเครื่องดื่มชนิดอื่นทีเหมาะสมกับวัยของพระองค์แทนดีหรือไม่พะยะค่ะ มีเครื่องดื่มที่องค์หญิงสามารถดื่มมันได้ แต่เครื่องนั้นนั้นจะมาถึงในวันพรุ่งนี้เช้า” เมื่อเห็นว่าองค์หญิงยังทำหน้าไม่พอใจหลงเฟยจึงยื่นข้อเสนออื่น“ก็ได้ เราจะรอ” องค์หญิงน้อยยังทำหน้าไม่พอใจอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยอมรับปาก องค์ราชาที่เห็นดังนั้นก็เริ่มสบายใจขึ้นมาบ้าง ที่ลูกสาวของพระองค์ยอมเข้าใจ พระองค์จึงหันกลับไปให้ความสนใจกับอาหารในสำรับตรงหน้าอีกครั้ง “พ่อครัว อธิบายอาหารของเจ้าหน่อย” องค์ราชาเอ่ยถาม“พะยะค่ะ ส่วนแรกที่เป็นเม็ดสีขาวๆ นั้นเรียกว่า ข้าวเหนียว เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ปลูกได้ในทวีปที่อากาศอบอุ่น ส่วนที่สองคือ เนื้อสโพกและน่องของมอนสเตอร์ที่ข้าพระองค์เรียกมันว่า ไก่ ส่วนวิธีการทำนั้นแสนจะวุ่นวายสับสน ซึ่งพระองค์ทรงทอดพระเนตรมาแล้ว……” จากนั้นหลงเฟยก็อธิบายหมูปิ้ง และน้ำจิ้ม ต่อด้วยกาแฟอีกนิดหน่อย“เป็นมอนสเตอรัวใดกัน เราไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อ เจ้าคงสั่งมันมาจากต่างเมืองสินะ แล้วนี่เจ้าจะมีกำไรมากหรือ” องค์ราชินี ได้ฟังแล้วเกิดความสงสัย จึงเอ่ยถาม“ผลของการค้าของข้าพระองค์ไม่ได้มากมายอะไร เพียงพอแค่ให้ตัวเองมีกินมีใช้ไปวันๆ พะยะค่ะ” เขาตอบออกมาอย่างจริงจังอีกครั้ง ใช่มันก็ไม่ได้มากมายอะไรเลย แค่กำไรวันละ 4,000 บาทเอง ชิวๆ“เชิญพระองค์รับประทานอาหารในขณะที่ยังร้อนๆ อยู่เถิดพะยะค่ะ มันจะเป็นช่วงที่อาหารรสชาติดีที่สุดพะยะค่ะ” หลงเฟยกล่าวแนะนำทั้งสามพระองค์ เมื่อคนที่ได้ชื่อว่าพ่อครัวแนะนำดังนั้ง ทั้งสามพระองค์ก็เริ่มลงมือทานอาหารกันอย่างมีความสุข พร้อมกับเอ่ยชมเล็กน้อย “เราได้ยินว่า เจ้าจะเลี้ยงอาหารกลางวันประชาชนของเราในเวลาเที่ยงตรงอย่างนั้นหรือ” เมื่อทานอาหารเรียบร้อยอล้ว องค์ราชาก็เอ่ยถามขึ้นสิ่งที่ได้ยินมา“ใช่พะยะค่ะ” หลงเฟยกตอบไปตามตรง จากนั้นองค์ราชาก็หยิบถุงเงินออกมา ปรากฏเป็นเหรียญทองหลายร้อยเหรียญทอง ก่อนจะยื่นให้กับหลงเฟยเป็นจำนวน 100 เหรียญทอง “เงินเหล่านี้สำหรับเราแล้วไม่ได้มากมายอะไรนัก เราเพียงแค่ต้องการที่จะเป็นเจ้าภาพในเรื่องการเลี้ยงอาหารแก่ประชาชนของเราที่เจ้าจัดขึ้น และในส่วนที่เหลือให้นับว่าเป็นค่าอาหารของเราสามคนตลอดทั้งเดือน เจ้าจะยินดีหรือไม่” องค์ราชาอธิบายสิ่งที่พระองค์ต้องการจากเงิน 100 เหรียญที่พระองค์มอบให้หลงเฟย หลงเฟยที่ได้เห็นเหรียญทองก็มือไม้สั่นในทันที ด้วยเหรียญทองจำนวนนี้ สามารถเปรียบเทียบได้เท่ากับเงินจำนวน 1,000,000 บาทไทยเลยทีเดียว