โจวซิงเฉิงมองดูผู้ชายอื่น หรือจะพูดตรงๆก็คือสามีของอดีตคู่หมั้นของเขาสีหน้าของชายหนุ่มยังคงราบเรียบไม่ได้คิดจะสนทนากับอีกฝ่ายทว่าดูเหมือนความมั่นใจของอีกฝ่ายจะมากเกินจึงได้เดินมาขวางทางเดินของเขาเอาไว้ทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดฝีเท้า
“สหายโจว ผมร้อยตรีหวังเหล่ยครับ”แม้ไม่ได้อยู่ในชุดทหารแต่เขาก็้าจะข่มอีกฝ่ายให้สำเหนียกในสถานะตอนนี้ของตัวเองให้มากๆจะได้ไม่คิดคาดหวังลมๆแล้งๆว่าภรรยาของเขายังมีเยื่อใยให้คนพิการเช่นเขาอยู่
คิดจะข่มด้วยยศทางทหารอย่างนั้นเหรอเหอะๆรอให้เขาหายดีก่อนเถอะ เขาที่เข้าร่วมกับกองทัพั้แ่อายุสิบห้าปีไม่มีความดีก็ยังมีความชอบมากมาย
“ผมจำเป็ต้องรู้ด้วยเหรอครับช่วยหลีกทางด้วยผมมีธุระต้องไปทำ” ชายหนุ่มยามนี้ไม่เหมือนคนรีบไปจัดการธุระอีกแล้วสายตาที่เขามองหวังเหล่ยคล้ายไม่ยี่หระต่อยศหรือตำแหน่งอะไรของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว
หน้าตาหรือก็ธรรมดาค่อนไปทางขี้เหร่ความสูงหรือก็ไม่เท่าเขา ทั้งยังสายตากลิ้งกลอกเหมือนคนเ้าเล่ห์นี่อีกยังเรียกว่าคนดีได้หรือเปล่าไม่รู้ว่าได้ออกรบในแนวหน้าหรือเปล่าท่าทางอ่อนแอปวกเปียกอย่างกับอะไรดี
หวังเหล่ยเป็ผู้ชายมองสายตาผู้ชายด้วยกันออกสายตาของโจวซิงเฉิงคนนี้ที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง กำลังมองประเมินเขาราวกับเป็สินค้าราคาถูกชิ้นหนึ่งชายหนุ่มถึงกับกำมือแน่นพร้อมกับบดกรามกรอด
“ผมหวังว่าคุณจะไม่คิดเกินเลยกับภรรยาของผมถ้าไม่อย่างนั้นผมนี่แหละจะเป็คนจัดการกับคุณเอง”ว่าพลางเขาก็ย่างสามขุมเข้าหาโจวซิงเฉิงอย่างคุกคาม
โจวซิงเฉิงฟังคำพูดแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยท่าทีเย้ยหยันก่อนจะมองไปทางจางจิ้งที่ถือดีคิดว่าตัวเองงดงามเป็อันดับหนึ่งของหมู่บ้านหนิงสุ่ยนี่เรียกว่างดงามได้แล้วหรือ
“หึหึ น่าแปลกนะครับกับการกระทำของคนตระกูลจาง”ชายหนุ่มพูดเอาไว้เพียงเท่านี้ก็หยุดพูดกลางคัน
หวังเหล่ยขมวดคิ้วอย่างขัดใจ“ชายชาติทหารไม่ควรพูดให้ร้ายกับผู้อื่น ถึงคุณจะเคยเป็ทหารร่วมอาชีพเดียวกันกับผมแต่ถ้าคุณยังมีท่าทีแบบนี้ต่อไปผมจะรายงานเื่นี้ให้ผู้ใหญ่ได้ทราบทันที”
โจวซิงเฉิงยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายแล้วเอ่ยเสียงแ่เบา“ในจดหมายจางจิ้งมักจะเขียนบอกรักคุณมากมายแล้วก็ลงท้ายด้วยการบอกว่ามีความจำเป็ต้องใช้เงินมากกว่าปกติหรือเปล่าครับ”เห็นหวังเหล่ยใภายในเสี้ยววินาทีชายหนุ่มก็ยิ้มออกมา ก่อนจะพูดต่อ“เมื่อก่อนผมก็เคยตามืดบอดเหมือนคุณในตอนนี้แหละครับผู้หมวดหวังและก็ส่งเงินให้เธอแทบทุกเดือนเลยถ้าคุณออกรบผมก็ขอให้คุณโชคดีไม่กลายเป็คนพิการเหมือนผมนะครับ นี่คือความหวังดีจากใจผม”ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินผ่านหน้าของหวังเหล่ยไป โดยที่อีกฝ่ายไม่คิดจะขัดขวางเพราะมัวแต่ครุ่นคิดอยู่นั่นเอง
จางจิ้งเห็นท่าทางของสามีก็รีบเดินเข้ามาหาเขา“อาเหล่ยกลับบ้านเรากันดีกว่านะคะ”
หวังเหล่ยได้สติคืนกลับมาก่อนจะรีบปรับสีหน้ายิ้มให้ภรรยา“อืม กลับบ้านของพวกเรากันอาจิ้ง”คิดว่าจะใส่ร้ายภรรยาของเขาอย่างนั้นเหรอไม่มีทางหรอกเธอจะบอกรักเขาแล้วมันอย่างไรภรรยาบอกรักสามีมีตรงไหนผิดกันเื่เงินก็เช่นกันเธอเป็ภรรยาของเขามีตรงไหนอีกที่ผิดถ้าหากว่าเขาจะแบ่งเงินให้ภรรยามากกว่าพ่อแม่ของตัวเองเพราะพวกเขาต่างก็แยกบ้านออกมาแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วหวังเหล่ยก็สบายใจขึ้นมากชายหนุ่มประคองภรรยาขึ้นนั่งบนเกวียนเทียมวัวอย่างสบายใจ
โจวซิงเฉิงเมื่อไปลงทะเบียนเก็บผักแลกแต้มแล้วชายหนุ่มก็เดินกลับบ้านของตัวเองที่ท้ายหมู่บ้านแต่เขาไม่ได้เดินกลับทางเดิมเพราะไม่อยากจะเห็นคนพวกนั้นที่เป็ต้นตอให้โจวซิงเฉิงคนเก่าคิดมากจนกลายเป็ตรอมใจและก็ตายไปในที่สุด
เขาเลือกเส้นทางที่ต้องผ่านหน้าบ้านตระกูลโจวนอกจากเื่ของจางจิ้งและสามีของเธอแล้ว เขาค่อนข้างโชคดีที่คนตระกูลโจวปิดประตูบ้านหรือไม่พวกเขาก็ไม่อยู่บ้านแต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง ไม่เจอหน้ากันนับเป็เื่ดีที่สุด
ใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่าจึงเดินไปถึงหน้าประตูบ้านของตัวเองยังดีที่ตัวเขานั้นได้ออกกำลังอยู่ตลอดเวลาการเดินแค่นี้จึงไม่ถือว่าเหนื่อยอะไรมาก
เมื่อลั่นดาลประตูหน้าบ้านได้แล้วชายหนุ่มก็เดินเข้าบ้านดินของตัวเองการเดินเหินโดยมีไม้ค้ำยันแบบนี้แม้ไม่ถนัดเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกแต่ต่อจากนี้เขาจะต้องทำความคุ้นชินกับมันเพราะต้องรอเวลาอีกสักระยะหนึ่งอาการถึงจะดีขึ้น
เห็นว่ายังพอมีเวลาเขาจึงได้นำเอาจอบออกมาจากพื้นที่ลึกลับจากนั้นก็เริ่มเคลียร์พื้นที่รอบๆบ้านดินหลังนี้เพื่อจะทำแปลงปลูกผักทั้งหมด
ใช้เวลาอยู่ชั่วโมงกว่าชายหนุ่มจึงได้หยุดพักเพราะมันเหลืออีกไม่มากแล้ว
“รั้วไม้นี่ผุพังเกือบหมดแล้วคงต้องทำใหม่ทั้งหมดสินะ” พูดกับตัวเองพลางก็มองไปยังรั้วไม้ที่ล้อมรอบบ้านเอาไว้มันเป็บ้านเก่าหลายสิบปีที่ไม่มีคนอยู่นานแล้ว ไม่แปลกที่จะทรุดโทรมขนาดนี้
แต่ตอนนี้เขาคงต้องทำให้ตัวเองอิ่มท้องเสียก่อนเพราะมันเที่ยงแล้วคิดได้ดังนี้ก็เข้าไปในพื้นลึกลับของตัวเอง โจวซิงเฉิงถอนหายใจออกมาทันที
ชายหนุ่มเดินไปที่บ่อปลาและก็จับปลาตัวใหญ่ที่มีน้ำหนักเกือบสิบชั่งมาหนึ่งตัวแล้วก็เดินเข้าห้องครัวเพื่อทำอาหารทันทีและก็ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาหลังจากที่ได้รับการฝังเข็มจากลุงเฉิงหมอเท้าเปล่ามาแล้วมันจะหายเป็ปกติแล้วเมื่อเขาเข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ลึกลับแห่งนี้
จัดการฆ่าปลาขอดเกล็ดควักไส้แล้วเขาก็ตัดส่วนหัวของปลาแยกออกต่างหากส่วนตัวปลาก็แล่ออกเป็ชิ้นหมักด้วยเครื่องปรุงเอาไว้
ต่อมาก็หุงข้าวด้วยกระทะใบบัวเหล็กหล่อเอาไว้แล้วเขาก็ยกกระทะใบบัวอีกหนึ่งใบมาวางที่เตาอีกหัวเติมน้ำลงไปพอสมควรและก็ใส่เกลือลงไปด้วยเล็กน้อยเขาจะทำซุปหัวปลาผักกาดขาว
ชายหนุ่มนำเกลือมาเคล้ากับหัวปลาพักเอาไว้จากนั้นก็เริ่มล้างผักกาดขาวเด็ดเป็ใบออกมาและหั่นขวางเป็สองท่อนถ้ามีเห็ดหอมก็คงจะดีแต่ไม่มีก็ไม่เป็ไร วันหลังเขาคงต้องคิดหาวิธีปลูกพวกมัน
จากนั้นก็หันไปล้างหัวปลาจนสะอาดรอจนน้ำในกระทะเดือดชายหนุ่มจึงได้นำหัวปลาลงในกระทะที่น้ำเดือดระหว่างนี้ก็ช้อนฟองออกจนหมด จนหัวปลาสุกจึงได้ตักขึ้นพักเอาไว้
จากนั้นก็นำเอาผักกาดขาวที่หั่นเอาไว้แล้วใส่ลงไปในกระทะที่นำไปล้างและเติมน้ำกดให้จมน้ำรอจนเดือดก็ช้อนฟองออกจนผักกาดขาวเริ่มอ่อนนุ่มก็เคี่ยวไฟอ่อนเติมซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย น้ำตาลเล็กน้อยเนื่องจากไม่มีผงปรุงรสก็เลยไม่ใส่แต่เขาคิดว่าด้วยความพิเศษของน้ำจากบ่อซุปหัวปลาผักกาดขาวจะต้องอร่อยแน่นอน
ไม่นานกลิ่นหอมก็โชยออกมาพร้อมกับที่เขาเปิดฝากระทะใบบัวดูข้าวสวยที่หุงสุกแล้ว
ตักข้าวออกใส่โถข้าวใบเล็กแล้วก็นำกระทะไปล้างวางคว่ำเอาไว้ก่อน
โจวซิงเฉิงเดินไปที่แปลงผักจากนั้นก็ได้ผักกวางตุ้งฮ่องเต้มาสองสามต้นเพื่อทำผัดผักอีกหนึ่งจาน
ล้างผักและหั่นเป็ท่อนเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเครื่องปรุงพอตั้งกระทะและเทน้ำมันลงไปแล้วก็เริ่มผัดและปรุงอย่างรวดเร็วเพราะเขาใช้ไฟแรง
ไม่นานผัดผักกวางตุ้งฮ่องเต้ก็ถูกตักใส่จานพร้อมกันนั้นซุปหัวปลาผักกาดขาวก็สุกได้ที่พอดีชายหนุ่มตักหัวปลาขึ้นมาใส่ชามก้นลึกแล้วก็ตักน้ำซุปและผักกาดขาวตามลำดับ
ต่อไปก็เป็การทอดปลาชายหนุ่มตั้งกระทะและเทน้ำมันลงไปอีกครั้ง เห็นว่าน้ำมันเหลือไม่เยอะก็ได้แต่จนใจเนื้อปลาที่แล่เป็ชิ้นหมักเอาไว้ก็นำไปคลุกกับแป้งข้าวโพดพอน้ำมันเริ่มร้อนก็คีบชิ้นปลาที่คลุกแป้งลงทอดในกระทะ
ไม่นานก็ได้ปลาทอดสีเหลืองกรอบหนึ่งจานใหญ่และก็ยังคงเหลือเนื้อปลาที่แล่แล้วอยู่อีกมากเขาคิดว่าจะร้อยพวกมันเข้ากับต้นหญ้าที่มีความเหนียวเป็พิเศษแล้วนำไปตากที่ลานดินหน้ากระท่อม
ชายหนุ่มเริ่มหิวแล้วจึงตักข้าวใส่ชามของตัวเองไปวางเอาไว้ที่โต๊ะกินข้าวในห้องโถงของกระท่อมดินแล้วก็ตามด้วยยกชามซุปหัวปลาผักกาดขาว จานปลาทอดกรอบและจานผัดผักกวางตุ้งฮ่องเต้ไปวางที่โต๊ะกินข้าว
จัดการลวกตะเกียบเรียบร้อยแล้วก็เริ่มกินข้าวคนเดียวเงียบๆแต่ก็เต็มไปด้วยความเอร็ดอร่อย
ไม่นานอาหารทุกอย่างก็หมดเกลี้ยงโดยที่เขาต้องเติมข้าวอีกถึงสองครั้ง
เมื่ออิ่มท้องแล้วก็มีแรงทำงานต่อกิ่งไม้ที่ได้จากการตัดต้นไม้จากป่าเขาตากเอาไว้ที่ลานหน้ากระท่อมดินซึ่งเป็จุดที่มีพลังงานความร้อนสูงกว่าจุดอื่นของพื้นที่ลึกลับแห่งนี้
ชายหนุ่มเก็บพวกมันมาวางเรียงกันที่ข้างกระท่อมทั้งสองฝั่งเอาไว้อย่างเป็ระเบียบแต่ก็ยังเหลือกองอยู่ที่ลานดินหน้ากระท่อมอีกมากทีเดียวเขาจึงคิดได้ว่าก่อนจะสร้างเรือนสี่ประสานให้เสร็จได้คงต้องสร้างโกดังเก็บของเสียก่อนเพราะไม่อย่างนั้นลานดินเล็กๆก็คงไม่สามารถตากของทุกอย่างตามที่เขา้าได้
และก็ไวเท่าความคิดโจวซิงเฉิงก็เริ่มทำโกดังเก็บของจากไม้ที่เขาแปรรูปเอาไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งมีเป็จำนวนมากดีที่ขาของเขาหายเป็ปกติดีแล้วเมื่ออยู่ภายในพื้นที่ลึกลับแห่งนี้ จึงปีนขึ้นปีนลงบันไดไม้ที่ทำขึ้นมาเองได้อย่างสบาย
การทำโกดังใช้เสามากเกือบสามสิบต้นเขาใช้รถเครนยกเสาลงหลุมได้อย่างสบายเพราะการขุดหลุมตอนนี้มีรถขุดหลุมให้เขาเพิ่มมาอีกหนึ่งคันแล้ว
ชายหนุ่มขึ้นโครงหลังคาเอาไว้ก่อนเพราะกะเวลาเอาไว้สำหรับโลกภายนอก ตอนนี้มันน่าจะเป็เวลาสายของอีกวันแล้ว
กินข้าวเช้าง่ายๆอย่างโจ๊กเสร็จแล้วก็ออกไปด้านนอกชายหนุ่มนำยาสมุนไพรที่ลุงเฉินจ่ายยามาให้ต้มกินตอนเช้าหนึ่งถ้วยตามสัดส่วนที่ลุงเฉินกำชับมาเรียบร้อยแล้วก็รู้สึกว่าขาข้างที่พิการจะเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาจริงๆทั้งยังสามารถทิ้งน้ำหนักลงที่ข้างนี้ได้นานขึ้นอีกด้วย
เมื่อวานระหว่างที่เดินผ่านบ้านชาวบ้านหลายคนโจวซิงเฉินได้ยินพวกเขาพูดคุยกันเื่ไปเก็บผักป่าบนเขาแต่จนป่านนี้แล้วคาดว่าผักป่าคงจะไม่เหลือให้เก็บแล้วเพราะูเาของหมู่บ้านหนิงสุ่ยมีเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้นคนทั้งหมู่บ้านแทบจะสำรวจจนพรุนหมดแล้ว
แต่ถ้าเป็ูเาเขตรอยต่อของอีกหมู่บ้านที่ห่างออกไปไกลอีกฟากของูเาก็ไม่แน่แต่ต้องเดินไกลอีกหน่อย
สำหรับเขานั้นคิดว่าจะทำทีเป็ว่าขึ้นไปตัดต้นไผ่เพื่อนำมาทำตะกร้าสานและลอบดักปลาเสียหน่อยเื่นี้คงไม่เป็ที่ผิดสังเกตของชาวบ้านแน่นอน
แต่ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะได้ยินข่าวร้ายเ้าหน้าที่ของฝ่ายผลิตมาหาเขาถึงที่บ้านและยกเลิกเื่ที่จะให้เขาไปเก็บผักแลกแต้ม
“ทำไมล่ะครับลุงซวีเมื่อวานนี้ก็ไม่มีปัญหานี่ครับ” ชายหนุ่มนั่งลงไปบนเก้าอี้ในห้องโถงต่อหน้าหัวหน้าฝ่ายผลิตอย่างลุงซวีนั้นเขาทำได้เพียงแค่ทำให้อีกฝ่ายสงสารตนเองเท่านั้น
ซวีเหวินมองโจวซิงเฉิงอย่างสมเพชเวทนา“ก็เพราะนายยังไม่หายดียังไงล่ะซิงเฉิงกินยาของหมอเท้าเปล่าให้หายดีก่อนเถอะนะค่อยไปลงทะเบียนทำงานแลกแต้ม”
คำพูดของลุงซวีที่แตกต่างจากเมื่อวานอย่างชัดเจนทำให้ชายหนุ่มคิดไปถึงหวังเหล่ยสามีของจางจิ้งแต่ก็ไม่ได้ยกเื่นี้ขึ้นมาพูด แต่เลือกที่จะยอมรับคำสั่ง “ได้ครับลุงซวี”
ลุงซวีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นเมื่อชายหนุ่มไม่มีข้อโต้แย้งในเื่นี้เขาเองก็ไม่ได้อยากจะกลั่นแกล้งคนพิการไร้ทางไปอย่างโจวซิงเฉิงหรอกแต่เขาก็ต้องเอาตัวรอดเช่นกันเพราะไม่อย่างนั้นตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาก็อาจจะหลุดลอยไปในเร็วๆนี้
ลุงซวีจากไปนานแล้วพร้อมกับประตูหน้าลานบ้านที่ถูกเปิดเอาไว้ชายหนุ่มนั่งนิ่งๆอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมในห้องโถงเล็กที่ทรุดโทรมมือทั้งสองข้างกำหัวเข่าแน่น
จะต้องมีสักวันที่เขาเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสมใจคอยดูเถอะบัญชีนี้เขาจดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว