ตอนที่ 52: กรงขังนางสิงห์
ความสงัดนิ่งเงียบกริบของ "ห้องสมุดเก็บเสียงอัจฉริยะ" (The Acoustic Library Room) กลืนกินเสียงฝีเท้าบูทส้นสูงหนังแท้ของผู้ตรวจการคนสวยนภัสสรทันทีที่เธอก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในยามวิกาล ผมนั่งไขว่ห้างกอดอกจ้องมองภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์ความคมชัดสูงในห้องควบคุมลับหลังบานกระจกเงาด้านเดียวเฝ้าดูเหยื่อสาวคนสวยที่กำลังติดกับดักอย่างใจเย็น
ผมออกแบบห้องสมุดแห่งนี้ขึ้นมาโดยใช้หลักทฤษฎีอคูสติกส์เชิงซ้อนที่แฝงความร้ายกาจ ภายนอกดูเหมือนห้องสมุดไม้โอ๊กโบราณสไตล์อังกฤษตระการตา ชั้นวางหนังสือไม้หนาตระหง่านเรียงรายรอบด้าน ทว่าสันหนังสือและกระดาษในตัวเล่มหนาจำนวนนับหมื่นเล่มเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับเสียงธรรมชาติ (Natural Sound Absorber) ในย่านความถี่กลางและสูงได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ผนังปูนหลังชั้นวางหนังสือกรุด้วยแผ่นใยหินความหนาแน่นพิเศษหุ้มใยสังเคราะห์หนา 100 มิลลิเมตร พร้อมติดตั้งกล่องกับดักเสียงความถี่ต่ำ (Bass Trap) ที่มุมห้อง มันทำให้ห้องนี้เงียบสงัดระดับสะกดประสาทสัมผัส (Anechoic Chamber) ทำให้ผู้ที่เหยียบย่างเข้ามาจะรู้สึกหูอื้ออึงและเกิดความตึงเครียดทางจิตวิทยาจากสภาวะขาดเสียงสะท้อนกลับอย่างรวดเร็ว
นภัสสรกวาดไฟฉายยุทธวิธีส่องสว่างนำทาง แววตาคมกริบของนางสิงห์เหล็กจับจ้องมองหาเบาะแสฮาร์ดดิสก์หลักฐานคดีฟอกเงินบนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่กลางห้อง มือเรียวขวาของเธอเหนี่ยวไกปืนพกเตรียมพร้อมอย่างระแวดระวัง ท่วงท่าของเธอเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและแกร่งกล้าตามประสาสายสืบคดีพิเศษระดับสูง
ทันใดนั้น... ผมเอื้อมมือไปกดปุ่มควบคุมระบบไฮดรอลิกบนคอนโซลเบาๆ
ฟุ่บ! คลิก!
บานประตูไม้โอ๊กแกนเหล็กกล้าหนา 100 มิลลิเมตรที่เปิดกว้างสไลด์ปิดล็อกเข้าหากันอย่างรวดเร็วเงียบกริบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแรงดึงสูง แถบยางแม่เหล็กนีโอไดเมียมรอบขอบประตูกดซีลปิดสนิทกลืนเสียงการปิดล็อกและเสียงรบกวนภายนอกออกไปหมด นภัสสรสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปวิ่งผลักประตูและพยายามงัดแงะทันที ทว่าไร้ผล ประตูถูกล็อกสองชั้นด้วยสลักเหล็กไฟฟ้าหนาแน่นหนา
เธอหยิบวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ DSI ขึ้นมาเพื่อเรียกทีมสนับสนุน ทว่าหน้าจอกลับไร้สัญญาณตอบสนองโดยสิ้นเชิง ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กของห้องสมุดนี้ผมกรุโครงตาข่ายทองแดงเชื่อมสายดิน (Faraday Cage) ป้องกันการผ่านเข้าออกของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุทุกชนิดอย่างถาวร เธอถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อยแล้วในเงามืดใต้ดินนี้
ผมกดปุ่มไมโครโฟนกระซิบพูดผ่านระบบลำโพงซ่อนผนัง เสียงทุ้มดุดันเจ้าเล่ห์ของผมดังกังวานชัดเจนก้องอยู่ในหูของเธอโดยปราศจากเสียงก้องสะท้อนใดๆ สร้างความมึนงงและคุกคามประสาทสัมผัสยิ่งยวด "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องพิจารณาคดีราคะในห้องสมุดของอาครับคุณผู้ตรวจการนภัสสรคนสวย..."
นภัสสรเบิกตากว้าง หันปืนพกชี้ตรงมายังบานกระจกเงาด้านเดียวที่ผมจ้องมองเธออยู่ สัญชาตญาณนางสิงห์เหล็กสั่งให้เธอเหนี่ยวไกปืนยิงใส่กระจกทันที!
ปัง! ปัง!
เสียงปืนพกขนาด 9 มม. ดังลั่นสะท้อนก้องสั้นกริบแล้วจางหายไปในพริบตาด้วยประสิทธิภาพซับเสียงของหนังสือรอบด้าน กระสุนพุ่งปะทะบบานกระจกเงาพิเศษโพลีคาร์บอเนตหนาสามชั้นที่ออกแบบมากันกระสุนโดยเฉพาะ มันทิ้งไว้เพียงรอยร้าวขาวขุ่นจางๆ โดยไม่ทะลุผ่าน นภัสสรหน้าเสียลงทันทีเมื่อตระหนักว่าปืนของเธอไร้ความหมาย
ทันใดนั้น บานชั้นหนังสือไม้ด้านหลังสไลด์แยกออกช้าๆ ร่างกำยำของพศินในชุดหนัง BDSM สีดำสวมหน้ากากสุนัขป่าก้าวพรวดเข้ามาประชิดตัวเธอ นภัสสรหมุนตัวใช้ศิลปะการต่อสู้เตะสกัดพศินอย่างรวดเร็วดุดัน ทว่าพศินที่สวมหน้ากากชกหลบเลี่ยงพลางกดปุ่มฉีดละอองแก๊สยาสลบสูตรอ่อนโยน (Halothane Mist) ออกจากท่อนาโนพกพาปะทะใบหน้าสวยคมของเธออย่างรวดเร็ว
"อื้อ... แก แก๊ส..." นภัสสรพยายามกลั้นหายใจและยิงปืนสู้ ทว่าแก๊สยาสลบออกฤทธิ์เร็วบวกกับความล้าของร่างกายที่ขาดการสะท้อนเสียงทำเอาสมองและกล้ามเนื้อของเธออ่อนแรงลงทันที ปืนพกและไฟฉายร่วงหล่นลงพื้นพรม แววตาคมกริบเริ้มปรือลอยล่อง ก่อนที่ร่างระหงสีกากีจะทรุดฮวบร่วงลงไปในอ้อมแขนของพศินที่โอบรับไว้อย่างพึงใจ
พศินอุ้มร่างไร้สติของผู้ตรวจการสาวคนสวยไปวางบน "เก้าอี้สอบสวน BDSM สีดำขลับ" (The Dark Interrogation Chair) ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้องสมุด โครงสร้างเก้าอี้ทำด้วยเหล็กกล้าบุหนังแท้หนาสีกรอบดำเงาวับ มีเข็มขัดหนัง BDSM บุขนสัตว์สีแดงสดเตรียมไว้ล็อกตามจุดข้อศอก ข้อมือ ต้นขา และสะโพก พศินจัดการถอดชุดสูททำงานสีกากีชั้นนอกของเธอออกช้าๆ โยนทิ้งพื้นอย่างไร้ค่า เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวเข้ารูปและกระโปรงทรงสอบสีเทาเข้ม ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดบนเผยเนินอกขาวตึงแน่นชูชันตึงเปรี๊ยะ ก่อนจะมัดขึงข้อมือและข้อเท้าสองข้างของเธอแยกออกกว้างตรึงแน่นติดกับเก้าอี้ BDSM อย่างแน่นหนาไร้ทางขยับหนี
ฤทธิ์ของแก๊สยาสลบฮาโลเทนสูตรละมุนที่ผมฉีดพ่นออกมาผ่านระบบปรับอากาศห้องสมุดค่อยๆ ทลายความดื้อรั้นของผู้ตรวจการคนสวยช้าๆ นภัสสรพยายามฝืนเบิกตาประคองสติ ดิ้นรนขัดขืนสุดฝีเท้าจนข้อเท้าเรียวบดเบียดกับเก้าอี้เหล็กส่งเสียงครูด แววตาคมกริบของเธอลอยปรือจากความเสียวซ่านที่แล่นพล่านทั่วร่าง ความตึงเครียดของคดี DSI สูญหายไปในเงามืดเมื่อประสาทสัมผัสของเธอจดจ่ออยู่กับการคุกคามของพศินที่เอื้อมมือมาลอกเสื้อผ้าทำงานของเธอทิ้งทีละชิ้นอย่างป่าเถื่อน จนร่างระหงสีนุ่มนิ่มสลบไสลยอมจำนนไปในอ้อมแขนของเราในที่สุด
ผมถอดหน้ากากสิงโตทองคำ ขยับสวมเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินสีแดงเข้ม ก้าวเดินออกจากห้องควบคุมผ่านประตูลับก้าวเข้าสู่ห้องสมุดยืนประชิดเบื้องหน้าผู้ตรวจการสาวคนสวยที่เริ่มขยับกายสะดุ้งตัวเบาๆ จากการฟื้นตัวยาแก๊สยาสลบ
นภัสสรขยับเปลือกตาคู่สวยลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาคมปลาบปรือสบตามองจ้องใบหน้าแสนอบอุ่นทว่าแฝงรังสีคุกคามบงการของผมที่ยืนจ้องมองเธออยู่จากด้านบน เธอพยายามดิ้นรนหมุนบิดข้อมือข้อมือหนีทว่าเข็มขัดหนัง BDSM บุขนสัตว์สีแดงรัดตรึงร่างเธอไว้แน่นสนิทจนเนินอกขาวกระเพื่อมไหวหอบหายใจถี่ระรัว
"ปล่อยฉันนะชานนท์! แกกำลังทำอะไร... ฉันคือผู้ตรวจการ DSI การกักขังหน่วงเหนี่ยวฉันมีโทษหนักขนาดไหนแกก็รู้!" นภัสสรพยายามเค้นน้ำเสียงแข็งกร้าวตงฉินดุดันข่มขู่ ทว่าแววตาคู่สวยกลับสั่นระริกเผยความตื่นตระหนกปนความเสียวซ่านแรกร้าวเมื่อรู้สึกถึงการตกเป็นทาสจำนน
ผมหัวเราะละมุนละไม โน้มตัวลงก้มต่ำลากปลายนิ้วหนาลูบไล้คางระหงและแก้มเนียนร้อนผ่าวของเธอช้าๆ "โทษจำคุก DSI หรือกฎระเบียบโลกภายนอกไม่มีความหมายในห้องสมุดของอาหรอกค่ะหนูนภัส... ค่ำคืนนี้ อาขอพิพากษาคดีราคะบงการเรือนร่างตงฉินของคุณให้สยบยอมแทบเท้าอาชั่วนิรันดร์ค่ะ"
ผมเอื้อมมือหนาไปดึงสายปลอกคอ BDSM หนังสีดำหมุดทองในกระเป๋าเสื้อออกมา เตรียมพร้อมสวมใส่คอระหงของนางสิงห์เหล็กตัวนี้ทันที
การควบคุมและ BDSM บงการนางสิงห์เหล็กอย่างนภัสสรต้องใช้ความละเมียดละไมเชิงสถาปัตยกรรมอคูสติกส์เป็นพิเศษ ห้องสมุดเก็บเสียงอัจฉริยะแห่งนี้ออกแบบมาเพื่อทำลายความเชื่อมั่นในอำนาจของเธอโดยเฉพาะ เมื่อความเงียบงันระดับห้องซับเสียงไร้แรงก้องสะท้อนกลืนกินเสียงปืนและวิทยุ DSI ความตื่นตระหนกจะเริ่มเข้าควบคุมจิตใต้สำนึกของเธอทีละน้อย แรงตึงเครียดของกุญแจมือ BDSM ขนสัตว์สีแดงและเก้าอี้ BDSM สอบสวนเหล็กหนาสีดำขลับจะตรึงร่างเปลือยไหล่เปลือยขาของเธอไว้ให้จำยอมศิโรราบต่ออำนาจพิพากษาคดีราคะของผมอย่างราบคาบในค่ำคืนนี้
ทฤษฎีการควบคุมคลื่นเสียงสะท้อนช่วงความถี่ 100 ถึง 4,000 เฮิรตซ์ช่วยตัดการสื่อสารทางอารมณ์ภายนอกและบดบังความเชื่อมั่นของเธอ ความพยายามเหนี่ยวไกยิงปืนพกและเรียกทีมสนับสนุน DSI จึงเป็นเพียงพฤติกรรมดิ้นรนไร้ความหมายของจำเลย BDSM คนใหม่ที่จะจำยอมจำนนสยบแทบเท้า BDSM ของผมชั่วนิรันดร์
ห้องสมุดเก็บเสียงอัจฉริยะแห่งนี้เปรียบเสมือนสิ่งก่อสร้าง BDSM ในฝันที่จำกัดและควบคุมเหยื่อสาวตงฉินอย่างสมบูรณ์แบบ นภัสสรในกุญแจมือ BDSM ขนสัตว์สีแดงนอนระทวยรอคอยบทพิพากษาคดีราคะของผมในความมืดที่ปิดตา สัมผัสความใคร่ของร่างกายสาวที่จะปลดปล่อยสารแห่งความสุขสมสยบยอมต่อกติกา BDSM ลับของสมาคมชั่วนิรันดร์
การเป็นผู้ตรวจการพิเศษ DSI ทำให้เธอคิดว่าเธออยู่เหนือกว่ากฎทั่วไป แต่เมื่อเท้าสัมผัส BDSM ห้องสมุดของผม ความมั่นใจเหล่านั้นก็มลายหายสิ้น เธอจะกลายเป็นของเล่นชิ้นโปรดคดีสวาท BDSM ของสถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีชั่วนิรันดร์
ความตึงเครียดของคดีพิเศษ DSI ถูกแทนที่ด้วยรสรัก BDSM แสนเสียวซ่านเมื่อนภัสสรยอมจำนนขึงพืดแน่นหนากับเก้าอี้เหล็กหนังสีดำขลับชั่วนิรันดร์ กรงขังเสียงของผมได้พิพากษาและสยบเธอไว้ในโลกมืด BDSM ลับของสมาคมมืดโดยถาวร
นภัสสรในสภาพเปลือยเปล่าครึ่งท่อนจ้องมองดวงตาหลังหน้ากากสิงโตทองคำของผมด้วยความกลัวสลับปนความซ่านกระสันใจสั่น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปถึงแกนสมองอย่างรุนแรงป่าเถื่อนจากการโดนพันธนาการตรึงแน่นหนากลางแท่นเก้าอี้ BDSM สอบสวนในความเงียบสงัดชั่วนิรันดร์
กรงขังเสียงของห้องสมุด BDSM พิพากษาความเที่ยงตรง DSI ลงอย่างสมบูรณ์แบบ นภัสสรยอมจำนนสยบรักใต้แท่นเก้าอี้ BDSM ชั่วนิรันดร์
ลุงชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีตระหนักดีว่าการสยบนภัสสรจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงชั่วนิรันดร์---