
เ้าของร้านเครื่องประดับมองสำรวจไกอัสอย่างสนใจเธอไม่ได้เห็นเด็กหนุ่มที่มีความซื่อตรงแบบนี้นานแล้ว เธอยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะชี้ให้ไกอัสดูแหวนในตู้กระจกตรงหน้าเธอ
“ผู้หญิงจะดีใจมากถ้าได้แหวนเป็ของขวัญลองเลือกสักวงสิ”
ไกอัสเดินดูสักพักก็เห็นแหวนทองประดับพลอยอเมทิสต์สีม่วงเข้มให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหาเขาจึงเลือกซื้อมันเอาไว้ และไม่นานนักทุกคนก็เดินออกจากร้านขายเครื่องประดับ
ออกมาได้เพียงครู่เดียวเกร็นก็วิ่งตรงมาทางทุกคนก่อนจะชี้ไปยังรถม้าคันใหญ่ซึ่งจอดอยู่บนถนนลูกรังทอดยาวจากเมืองท่าเข้าไปกลางดงต้นไม้ใหญ่เขาหยุดหอบนิดหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น
“ไปไหนกันมาหาตัวตั้งนาน”
“ก็แวะเที่ยวไงสรุปจะไปที่คฤหาสน์กันได้หรือยัง” ทากัสกล่าวตอบ
“ไปได้แล้วสิรถม้ามาจอดรออยู่นานแล้ว”
ทั้งห้าคนเดินไปขึ้นรถม้าจากเมืองท่าเดินทางไปคฤหาสน์วอเตอร์พรูฟระยะทางราวสิบกิโลเมตรสองข้างทางขนาบข้างด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียวที่ขึ้นเรียงรายกันอยู่แน่นขนัด บางทีอาจเป็เพราะพื้นที่บริเวณนี้อยู่ติดริมแม่น้ำธรรมชาติจึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และมีลมพัดเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา
ไกอัสกับทากัสนั่งคุมบังเหียนม้าอยู่ด้านนอกจึงเหลือแต่เกร็นแคเรน และคาร์ลที่นั่งอยู่ในรถม้า เกร็นเริ่มต้นคุยกับคาร์ล
“ข้าได้คุยกับตระกูลวอเตอร์พรูฟแล้วเ้าคิดว่าท่านอาของเ้าคิดยังไงกับเื่เด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีส”
“ไม่รู้สิข้ายังไม่เคยคุยกับ เดวิด วอเตอร์พรูฟ เลย” คาร์ลกล่าวพลางเงยหน้ามองเกร็น“แต่ดูจากที่เ้าไม่ห้ามข้าไปที่นั่น ก็แสดงว่าพวกเขาไม่ได้รังเกียจ”
“พวกเขาไม่ได้รังเกียจแต่จะสังหารเ้าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเ้าเอง”
ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันแคเรนสังเกตเห็นรอยเืใหม่ไหลซึมออกจากาแของคาร์ลเธอรีบแทรกขึ้นท่าทางเป็กังวล
“คาร์ลเ้าเจ็บแผลหรือเปล่า”
คาร์ลก้มลงมองดูแผลของตนเองแล้วเอามือกุมไว้ก่อนจะกล่าวกับเธอ “เมื่อครู่คงเดินนานไป แผลก็เลยเปิดครับที่คฤหาสน์วอเตอร์พรูฟคงมียาห้ามเืให้ใช้บ้าง”
“ถ้าเจ็บทำไมไม่พูดจะได้ให้นั่งพักก่อน”
“แผลนิดเดียวไม่ได้ร้ายแรงอะไร”
“นี่พวกเ้า…”เกร็นที่นิ่งฟังอยู่นานแทรกขึ้นบ้าง “ข้ามียาสมุนไพรสำหรับสมานแผลอยู่เห็นหัวข้าบ้างสิ”
“แล้วขอยืมใช้ได้มั้ย”คาร์ลกล่าวถาม
เกร็นค้นกระเป๋าผ้าซึ่งผูกอยู่ที่เอวแล้วหยิบยาบรรจุผงสีขาวขวดเล็กออกมายื่นให้คาร์ลเขารับมาแล้วเปิดเสื้อดูบริเวณาแ มันสมานตัวไปส่วนหนึ่งและมีขนาดเล็กลงแล้วแต่มีรอยปริทำให้เืไหลออกมานิดหน่อย เขาเทยาใส่แผลในขณะที่แคเรนค้นหาผ้าสะอาดในกระเป๋าเสื้อผ้าเธอหยิบได้เสื้อสีขาวตัวหนึ่งจึงยื่นให้คาร์ลแล้วกล่าวกับเขา
“ใช้อันนี้เปลี่ยนแทนผ้าพันแผลเดิมก่อนไปที่คฤหาสน์แล้วค่อยหาผ้าพันแผลใหม่”
“ผ้านี่เป็เสื้อท่านหญิงข้าไม่กล้าใช้หรอก”
“ใช้ไปเถอะฉันไม่ได้มีเสื้อผ้าชุดเดียวเสียหน่อย”
“เ้าคงไม่ได้เป็ะหรอกนะ”เกร็นหรี่ตามองาแพลางพูดทีเล่นทีจริง
“แค่นี้ชีวิตข้าก็เสี่ยงอยู่แล้วถ้าไม่ซ้ำเติมก็จะขอบคุณมาก”
ไม่นานนักรถม้าก็วิ่งมาจอดที่หน้าคฤหาสน์วอเตอร์พรูฟไกอัสกับทากัสะโลงจากที่นั่งสารถี ในขณะที่แคเรน คาร์ลและเกร็นลงจากรถม้า เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกเขายืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่แล้ว
แต่ทันทีที่ทั้งห้าคนเดินเข้ามาใกล้ประตูคฤหาสน์ใบหน้าของคาร์ลคือจุดสนใจของเด็กหนุ่ม เขาเดินเข้ามาแนะนำตัวต่อหน้าทุกคน
“นามของข้าคือแว็กเนอร์ วอเตอร์พรูฟ เป็บุตรชายของ เดวิด วอเตอร์พรูฟ ”
“ท่านเดวิดรออยู่ข้างในใช่มั้ย”เกร็นกล่าวถามแว็กเนอร์
“ใช่ท่านพ่อรอเจอท่านหญิงอยู่ เข้าไปข้างในกันเถอะ”
แว็กเนอร์กล่าวพลางเดินไปเปิดประตูคฤหาสน์ต้อนรับทุกคนแต่เมื่อเห็นใบหน้าของคาร์ล เขาก็ตวัดดาบใส่คอของคาร์ลจากด้านข้างแต่ทากัสที่เดินตามหลังมาใช้ดาบกันเอาไว้ให้โชคดีที่ดาบของทั้งสองคนไม่ได้ถูกชักออกจากฝักเหตุการณ์จึงไม่ได้เข้าขั้นอันตรายมากนัก
“คิดจะทำอะไรน่ะ”ทากัสเอ่ยถามขึ้น
“เขาเป็ใคร”
“ข้าเป็พ่อบ้านของท่านหญิงลูกชายของแรนดัล พาฟเนอร์ ครับ” คาร์ลหันไปตอบแว็กเนอร์ด้วยท่าทางที่ยังคงสงบนิ่ง
“ท่านแรนดัลหรือ”แว็กเนอร์ได้ยินก็ลดดาบลง แรนดัลเป็พ่อบ้านอยู่ในปราสาทมานานจึงถือเป็คนสนิทขององค์ราชินีซึ่งได้รับความไว้วางใจเป็อย่างมาก
แว็กเนอร์ได้แต่ปล่อยให้พวกเขาเดินผ่านเข้าไปข้างในทั้งที่ยังคาใจอยู่
เมื่อพวกแคเรนเดินเข้ามาในห้องโถงสำหรับต้อนรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลวอเตอร์พรูฟจึงได้พบกับเดวิดที่ลุกขึ้นเดินลงจากเก้าอี้มาตามบันไดขั้นเตี้ยๆ ดวงตาสีมรกตมองสำรวจแขกผู้มาเยือนทีละคนแล้วเอ่ยถามแคเรน
“ได้ยินว่าท่านหญิงถูกลักพาตัวไปที่ครอสวูดได้รับาเ็หรือไม่”
“ข้าไม่เป็ไรแต่พ่อบ้านของข้าาเ็ อยากขอให้ท่านช่วยเรียกหมอมาดูอาการเขาหน่อยได้หรือไม่”
เดวิดเบนสายตาเหลือบมองคาร์ลที่กำลังยืนก้มหน้าอยู่เขาเดินตรงเข้าไปหาคาร์ล คาร์ลเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องด้วยความอึดอัดแต่เดวิดเพียงแต่มองดูรอยเืที่ไหลซึมออกจากเสื้อของคาร์ลแล้วจึงกล่าวกับเขา
“เปิดแผลให้ข้าดูหน่อย”
คาร์ลพยักหน้าก่อนทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายเดวิดเห็นเสื้อสีขาวที่ใช้พันแทนผ้าพันแผลมีรอยเืที่ยังใหม่อยู่ไหลซึมออกมาเล็กน้อยเขาจึงยื่นมือไปกุมที่าแก่อนจะใช้นิ้วเจาะปากแผลผ่านผ้าพันแผล คาร์ลสูดลมหายใจเข้าพยายามสะกดกั้นความเ็ปเอาไว้ไม่ได้ร้องออกมาเดวิดปล่อยมือก่อนจะกล่าวกับเขา
“ข้าจะให้ท่านหมอมารักษาาแให้”เดวิดสังเกตสีหน้าซีดเผือดของคาร์ลและรอยเืที่ไหลซึมเพิ่มขึ้นก็มั่นใจว่าเขาไม่ได้แกล้งทำ
เดวิดกล่าวเชิญให้ทุกคนนั่งลงบนที่นั่งซึ่งจัดเตรียมเอาไว้สำหรับแขกผู้มาเยือนทั้งซ้ายขวาก่อนที่ตนเองจะขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม เขากวาดสายตามองทุกคนก่อนจะกล่าวขึ้น
“่นี้พวกเ้าคงได้ยินเื่กองทัพะที่บุกชายแดนทางเหนือกันมาบ้างนอกจากชายแดนทางเหนือที่อยู่ติดอาณาจักรครอสวูดแล้ว เรายังต้องคอยเฝ้าระวังการบุกรุกทางน้ำจากแม่น้ำทางเหนือและทางตะวันตกข้าก็เลยต้องเข้มงวดเื่เกลือเป็หนอน ถ้าพบผู้ทรยศถึงแม้จะเป็เครือญาติก็คงละเว้นไม่ได้”
“แล้วเคยพบเรือของกองทัพศัตรูบ้างหรือไม่ครับ”ทากัสเอ่ยถามขึ้น
“รูปแบบการบุกรุกของอาณาจักรครอสวูดส่วนใหญ่ใช้วิธีแทรกซึมเข้ามาเหมือนตอนที่ส่งมือสังหารไปที่เมืองฟาห์ลันนั่นแหละ บางทีก็แฝงตัวมากับเรือสินค้าหรือไม่ก็ปลอมตัวเป็พ่อค้าทาสน่ะ”
“จากที่เคยสังเกตมาการเดินทางโดยเรือถูกตรวจพบได้ง่ายกว่าเพราะมีด่านตรวจอยู่ดังนั้นกองทัพะมักเลือกบุกจุดที่เป็ชายแดนธรรมชาติอย่างเหวหรือทางขาดหน้าผาเพราะแม้จะปีนและตกจากหน้าผา ก็ไม่มีทางตายได้”เกร็นตั้งข้อสังเกตทำให้ทากัสพูดขึ้นบ้าง
“แนวสันเขาหรือหน้าผาเป็จุดที่เฝ้าระวังได้ยากเพราะเวลาปะทะกันขึ้นมา ทหารของเราจะเสียเปรียบตรงที่ไม่ได้เป็ะเรากำลังหาทางจัดการเื่นี้อยู่”
“แล้วท่านเอเคอร์สตรองวอลล์ คิดจะทำอย่างไรกับเื่นี้” เดวิดกล่าวถามทากัส
“เรากำลังคิดใช้ประโยชน์จากผลึกคอร์กัสเพื่อสร้างะเิควันผสมยาคืนชีวิตหากพวกกองทัพะสูดดมควันนี้เข้าไป จะได้ตายทันทีเมื่อตกจากหน้าผา”
เดวิดพยักหน้ารับรู้ก่อนจะถามต่อ“พูดถึงผลึกคอร์กัส ข้าได้ยินว่าแม้แต่อาณาจักรริคมาตอนนี้ก็กำลังรวบรวมผลึกคอร์กัสเป็จำนวนมาก”
“จุดเด่นของอาณาจักรริคมาคือยาสมุนไพรที่ใช้เพื่อการร่ายอาคมถ้าใช้ผลึกคอร์กัสกักเก็บยาสมุนไพรที่ร่ายอาคมเอาไว้แล้ว ก็จะใช้งานสะดวกขึ้นครับ”