ถึงแม้ว่าเลือดจะแก้ปัญหาเรื่องปากท้องไปได้เปราะหนึ่งแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารเองก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ฟอลคอนตรวจสอบจากที่สูง เพื่อสร้างจุดที่คาดว่าจะมีอาหารหลงเหลือ
เนื่องจากมู่เฉินไม่อยากดื่มแค่เลือดเพียงอย่างเดียว เขาไม่อยากเป็นเหมือนแวมไพร์เหล่านั้นที่ไม่รู้จักความอร่อยอย่างอื่น
“มาสเตอร์ตรวจพบค่ายกักกันอีก 2 แห่งในเมืองซวนซวน อันหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก อีกอันอยู่ที่ทิศตะวันตก” ฟอลคอนรายงานสถานการณ์
“ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” มู่เฉินถาม
“ค่อนข้างแย่ แต่ดูเหมือนว่าจะดีกว่าที่แรกที่มาสเตอร์ไปช่วยฟลอเรนซ์และคนอื่นๆ ครับ”
“ช่างเรื่องค่ายกักกันก่อน ธนาคารและอาหารว่ายังไง”
“ธนาคารยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ นอกจากนั้นหมู่บ้านระดับไฮเอนด์ก็ขาดไม่ได้เช่นกัน คนรวยมักจะทำห้องเก็บทองคำและเงินสดครับ ไม่ก็อาวุธปืน ผมเลยคิดว่าเข้าไปสำรวจหมู่บ้านก็ดีเหมือนกัน”
ฟอลคอลแสดงแผนที่โฮโลแกรม ก่อนจะเสริมว่า
“นอกจากนั้นแหล่งอาหาร พบว่าเขตโรงงานอุตสาหกรรมที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรจากหลุมหลบภัยมีโรงงานแปรรูปอาหารอยู่ด้วย”
“โรงงานแปรรูปอาหารเหรอ งั้นน่าจะมีเบคอนนะ ฉันอยากกินเบคอนจัง” โซฟี เรนเนอร์น้ำลายไหล หลายคนเห็นด้วย
“มันเป็นโรงงานเนื้อไก่ และโรงงานผลิตปลากระป๋องครับ และดูเหมือนจะมีโรงงานผลิตลูกชิ้นเล็กๆ อยู่เยื้องกันออกไปหนึ่งช่วงถนน นอกจากนั้นจะเป็นโรงงานอิเล็กทรอนิกส์และพวกทำตุ๊กตา” ฟอลคอนแสดงข้อมูลของโรงงานผ่านกล้องมุมสูง
“เราควรจะแบ่งงานกัน” สกาเล็ต คอนเนลลี่เสนอ “ธนาคาร โรงงานผลิตอาหารแปรรูป หมู่บ้านระดับไฮเอนด์ นอกจากนั้นยังต้องสำรวจสวนสัตว์อิงจิ่ว”
“ทำไมเราต้องสำรวจสวนสัตว์” ฟลอเรนซ์ นิวถาม
สกาเล็ต คอนเนลลี่ไม่รังเกียจที่จะอธิบาย “เพราะสมองของสัตว์มีแหล่งพลังงานอยู่ เราสามารถกินและเพิ่มพละกำลังให้กับร่างกายได้ ถึงแม้ตอนนี้ทุกคนจะถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์แต่เชื่อเถอะว่าเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้ายยังมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนา”
“ถูกของสกาเล็ต” มู่เฉินเห็นด้วยกับเธอ “เพียงแต่เราต้องมียานพาหนะ เรดซิ่ง ฟอลคอน บับเบิ้ลกัมจะแยกออกไปกับพวกคุณ ส่วนคนที่เดินทางไปยังโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์เนื่องจากระยะทางใกล้ๆ แค่เดินไปก็พอ อีกอย่างเรื่องสวนสัตว์เดี๋ยวผมจะจัดการเอง ตอนนี้เราแค่มุ่งเน้นไปที่อาหารและเงินก็พอ”
ในช่วงแรกของวันโลกาวินาศไม่มีใครคาดคิดว่าสัตว์กลายพันธุ์จะมีเมล็ดพันธุ์อยู่ในสมองซึ่งมีส่วนช่วยให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น ยกเว้นพวกที่บังเอิญฆ่าสัตว์แล้วกินเนื้อของมันเท่านั้นเอง กล่าวโดยสรุปช่วงนี้ยังไม่เกิดการล่าสัตว์ ยกเว้นช่วงหลังที่หลายคนเริ่มปรับตัวเข้ากับโลกใหม่
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยและรอให้มู่เฉินแบ่งกำลังคน
จริงอยู่ที่เขาอายุเพียง 19 ปีซึ่งถือว่าน้อยมากแต่นั่นมันไม่สำคัญเลย เพราะความสามารถที่เขาได้แสดงนั้นโดดเด่น พวกเธอจึงให้เขาเป็นผู้นำ เลือกที่จะเชื่อใจโดยไม่มีข้อกังขา
“สกาเล็ต ฟลอเรนซ์ อายากะไปกับบับเบิ้ลกัมเพื่อปล้นธนาคาร ส่วนโซฟี บาฮามุท อีฮยอน เฮลีย์และเรดซิ่งไปหมู่บ้านระดับไฮเอนด์ เรื่องรถไม่ต้องกังวลเพราะผมยังมีแลมโบอยู่ในพื้นที่เก็บของคันหนึ่ง” มู่เฉินเริ่มแบ่งหน้าที่ให้สาวๆ ก่อนจะหันไปมองคนสุดท้าย “ส่วนแคทรินไปกับผมและฟอลอคอน สถานที่แห่งอื่นไม่อันตรายเท่าโรงงานแปรรูปอาหาร ไม่มีใครรู้ว่าด้านในมีคนติดอยู่เท่าไหร่ซึ่งกลายเป็นซอมบี้ นอกจากนั้นพลังของคุณยังสามารถหลบหนีได้หรือแอบเข้าไปสำรวจได้โดยที่พวกมันไม่รู้ตัว”
“ฉันตั้งตารอไม่ไหวสำหรับภารกิจแรก” แคทริน วิสตันยิ้มบอก
หลังจากนั้นมู่เฉินเริ่มแจกจ่ายอาวุธปืนที่ได้รับมาจากค่ายกักกัน
จริงอยู่ที่ทุกคนไม่ใช่มนุษย์แล้วและมีพลังวิเศษ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาวุธความร้อนยังมีความสำคัญอยู่
มู่เฉินและสาวๆ ออกมาจากหลุมหลบภัย เขานำรถแลมโบร์กีนีจากพื้นที่ระบบวางไว้บนพื้นให้สาวๆ ขึ้นไปขับ วันโลกาวินาศนอกจากน้ำดื่มจะหาได้ยากแล้วน้ำมันเองก็มีส่วนสำคัญ แต่เพราะพลังของอีฮยอนทุกอย่างจึงเป็นเรื่องง่ายๆ
เมื่อทุกคนแยกย้ายมู่เฉินจึงเดินทางไปกับแคทริน วิสตันและฟอลคอน แสงแดดเวลานี้ค่อนข้างแรงต่อผิวแต่เพราะทั้งสองไม่ถือว่าเป็นมนุษย์แล้ว การป้องกันรังสียูวีจึงมากกว่าคนปกติ
“ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า แต่ฉันรู้สึกว่าวันนี้ค่อนข้างร้อน” แคทริน วิสตันที่อยู่ในชุดสีดำรัดรูปกระซิบบอก มันคือชุดคอสเพลย์ที่เขาได้จากการตกปลา ถูกห้อยไว้บนตู้เสื้อผ้าพอดีเธอไปเจอเข้า ถูกใจจึงขอใส่
ตัวชุดไม่ได้โป๊หรืออวดผิวขาวๆ เพียงแค่โชว์ร่องอกและมีซิปตรงเป้าเท่านั้นเอง แต่แค่นี้ก็ดูยั่วยวนจนต้องเหลียวมองเพียงเดินผ่าน
“ฟอลคอนอุณหภูมิวันนี้เท่าไหร่แล้ว” มู่เฉินคาดเดาถึงทิศทางต่อไปของวันโลกาวินาศที่กำลังจะพบภัยพิบัติแรกหลังไวรัสระบาด
ฟอลคอนตอบแทบจะทันที “ตอนนี้อุณหภูมิ 35 องศาครับ จากการคาดการณ์พรุ่งนี้อาจพุ่งทะลุถึง 40 องฮา”
ประเทศจีนไม่ใช่เขตร้อนถึงขั้นนี้ ไม่งั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่หิมะจะตก ดังนั้นอุณหภูมิดังกล่าวจึงถือว่าสูงมาก
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่” แคทริน วิสตันเห็นว่าเขาเงียบๆ จึงได้ถาม
“เปล่า” มู่เฉินส่ายหน้า “แค่คิดว่าหลังจากนี้คงมีหลายคนเสียชีวิต”
“มันน่าเศร้า ร่างกายของมนุษย์อ่อนแอเมื่อเผชิญหน้ากับซอมบี้ และนอกจากนั้นเวลานี้หากไม่สบายก็ไม่ต่างจากความตาย ยาหายากมากและแพทย์ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน อัตราการรอดชีวิตเท่ากับศูนย์โดยเฉพาะคนต่างชาติ”
“แต่ตอนนี้คุณแข็งแกร่งแล้ว”
“นั่นเพราะคุณ” แคทริน วิสตันดึงเขาเข้ามาใกล้ ทั้งสองสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกันอย่างช้าๆ
มู่เฉินกอดเอวเล็กๆ ของเธอ ผู้หญิงต่างชาติคนนี้นับว่าร้อนแรงมาก เขาหลงรักเธอตั้งแต่อยู่บนหน้าจอแล้ว ถึงแม้กระแสภาพยนตร์จะไม่ดังเปรี้ยงปร้างหรือโดนด่าก็ตาม
“ยังก่อน...ฉันรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ใกล้เข้ามา” แคทริน วิสตันหันหน้าไปมองถนนที่รถถูกทิ้งร้าง มู่เฉินยังคงกอดเอวเธอไว้แต่ก็สัมผัสได้เช่นกัน
นี่คือสัญชาตญาณของแวมไพร์ มีการรับรู้เหนือมนุษย์ มองเห็นกลุ่มซอมบี้ 10 ตัวเดินเตร่บนถนน มันสวมเสื้อของพนักงานโรงงานสักแห่ง
“การใช้ปืนอาจจะดึงดูดซอมบี้ตัวอื่น แนะนำให้ใส่ที่เก็บเสียงก่อนลงมือ” มู่เฉินแนะนำ
“ไม่...ฉันอยากจะลองพลังใหม่ของฉัน ตอนนั้นแค่จัดการทหารยังไม่เชี่ยวชาญเท่าไหร่นัก”
“นี่..!”
“ไม่เป็นไรคุณไม่ต้องห่วง เห็นแบบนี้ฉันเคยฝึกฝนร่างกายกับครูฝึกเทควันโดมาก่อนรับบทนักแสดงในภาพยนตร์มดนะ”
แคทริน วิสตันยิ้มให้เขาแล้ววิ่งเข้าไปหากลุ่มซอมบี้ตรงๆ
มู่เฉินส่ายหัวเล็กน้อยแต่ไม่ได้ห้าม ทุกคนต้องเติบโตขึ้น เขาไม่สามารถแก้ไขทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นปล่อยให้เธอเรียนรู้ไปแล้วกัน
แคทริน วิสตันย่อส่วนร่างกายเล็กจิ๋ว ซอมบี้เหล่านั้นติดตามด้วยเสียงและกลิ่น ดังนั้นเมื่อตัวของเธอเล็กลงพวกมันจึงขาดเป้าหมาย มองเห็นซอมบี้ถูกโยนออกไปทีละตัว สมองของมันถูกต่อยจนแหลกละเอียด
นี่คือพลังของแวมไพร์ ถึงแม้ว่าเธอจะตัวเล็กลงเท่ามดแต่พลังยังเท่าเดิม ไม่น้อยเหมือนกับขนาดร่างกายที่เล็กลง
ใช้เวลาไม่นานซอมบี้ 10 ตัวก็เละเป็นโจ๊ก
แคทริน วิสตันกลับมาอยู่ในร่างเดิม หันไปมองเขาแล้วกระโดดกอดพร้อมกับจูบ มู่เฉินจับเอวของเธอไว้ สองขาเรียวสวยกระชับแนบแน่น
“คุณเก่งมาก แต่ทำไมถึงได้ร้อนแรงแบบนี้ พวกเราเพิ่งเจอกันไม่ใช่เหรอ” มู่เฉินถาม ถึงจะรู้ว่าผู้หญิงอเมริกันไม่เรื่องมากเกี่ยวกับเซ็กส์แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะง่าย ดังนั้นเขาจึงอยากรู้คำตอบ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นวันโลกาวินาศก็ตาม
“ฉันรู้สึกดีตั้งแต่คุณกัด ราวกับว่าร่างกายของเราสองคนเชื่อมถึงกัน นอกจากนั้นหลังจากดื่มเลือดของคุณร่างกายนี้ก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้ว่าคุณทำอะไรกับโซฟีและอีฮยอนข้างล่างเมื่อวานนี้ บอกตามตรงว่าอิจฉา และเมื่อเราอยู่กันสองคนฉันคิดว่าคงห้ามใจได้แต่ความจริงน่ะเปล่าเลย ยิ่งใกล้คุณก็ยิ่งทนไม่ไหว โอ้พระเจ้าฉันอยากดื่มเลือดแล้วอึ๊บคุณไปด้วยจัง” แคทริน วิสตันแสดงเขี้ยวที่ปากแล้วไซ้ซอกคอขาวๆ ตรงหน้า
มู่เฉินรู้ว่าเธอมีอารมณ์แล้ว ทว่าในตอนนั้นเองเสียงสั่นสะเทือนได้ดังขึ้น แคทริน วิสตันลงมาจากตัวเขาแล้วหันไปมองต้นเสียง
“นั่นมันตัวบ้าอะไร!”
สิ่งที่เธอเห็นมีร่างกายสูง 3 เมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ รูปร่างกำยำเหมือนยักษ์ในหนังแฟนตาซี นอกจากนั้นใบหน้าของมันยังเน่าเฟะ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือกรงเล็บขนาดใหญ่ที่มือด้านขวา
“ซอมบี้ระดับ 4” มู่เฉินตอบแล้วเดินไปข้างหน้า “ซอมบี้ประเภทนี้มีผิวแข็งเหมือนเหล็ก อาวุธธรรมดาไม่สามารถฆ่ามันได้อยู่แล้ว นอกจากนั้นกรงเล็บของมันยังคมมาก สามารถผ่ารถคันหนึ่งได้อย่างสบาย”
“งั้นถ้าฉันย่อส่วนแล้วเข้าไปในปากมัน จากนั้นขยายร่างจากภายในล่ะ”
“ผมไม่อยากเห็นคุณเปื้อนด้วยน้ำสกปรก” ดีนะเธอไม่บอกว่าจะเข้าไปทางรูก้น ไม่งั้นเขาก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน
“คิคิ ล้อเล่นน่ะ” แคทริน วิสตันหัวเราะ
“มาสเตอร์ ตรวจพบกลุ่มความร้อนที่กำลังเข้ามาทางนี้อีก 3 จุด ดูเหมือนว่าจะเป็นซอมบี้ระดับ 4 ครับ” ฟอลคอนที่ลอยอยู่บนฟ้ารายงานผ่านช่องทางการสื่อสาร