ผ่านไปหกเดือน
จากหญิงสาวที่แบกความทุกข์เพื่อมาผจญภัยชีวิตในต่างถิ่นที่ไม่รู้จักใครสักคนตอนนี้พีระดาเป็ที่รู้จักของคนงานในฟาร์มธนาเพราะหญิงสาวมักจะทักทายทุกคนและพูดคุยอย่างเป็กันเองแม้แต่สถาปัตย์เองยังแอบทึ่งที่พีระดาสามารถปรับตัวและเป็กันเองได้ขนาดนี้
“ป้าอุ่นคะดาขอช่วยทำอาหารเช้านะคะอยากหัดทำบ้างค่ะ” พีระดาพูดพร้อมกับเดินไปยืนข้างๆ ป้าอุ่น
“งั้นหั่นผักชีต้นหอมไว้โรยข้าวต้มนะคะหนูดา”
“ค่ะป้าอุ่น ว่าแต่คนที่บ้านลอฟท์นี่ทานข้ามต้มทุกเช้าเลยนะคะ”
“ แต่บางทีก็แล้วแต่คุณธนาจะสั่งค่ะแต่หลักๆ เป็ข้าวต้มเพราะตอนเช้าคุณธนาและคุณปัตย์ทานไม่เยอะเน้นกาแฟมากกว่าค่ะ”ป้าอุ่นพูดจบก็หันไปคนข้าวต้มในหม้อที่กำลังเดือด
“เพิ่งจะหกโมงเช้าน้องธัญคงนอนหลับสบายเลยอากาศดีแบบนี้”พีระดาหันมามองหญิงสูงวัยพร้อมกับยิ้ม
“ค่ะ คุณธัญตื่นก่อนเจ็ดโมงเช้า”ป้าอุ่นตอบพร้อมกับยกหม้อข้าวต้มลงจากเตาอย่างใจเย็น
“ผักเสร็จแล้วค่ะ งั้นดาช่วยยกชามพวกนี้ไปตั้งที่โต๊ะนะคะ”หญิงสาวรีบอาสาอย่างเต็มใจ
“ไม่ต้องค่ะหนูดาป้าว่าหนูไปดูคุณธัญดีกว่า ว่าตื่นหรือยังฝากเคาะเรียกคุณธนาด้วยนะคะว่าอาหารพร้อมแล้วค่ะ”
“ค่ะป้า”
หญิงสาวเดินผ่านห้องนอนธนาก่อนจะเคาะเรียกเบาๆ
“คุณธนาอาหารพร้อมแล้วนะคะ” เ้าของห้องไม่ตอบรับใดๆ หญิงสาวเลยเดินถัดไปอีกห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไปและเดินตรงไปยังเตียงนอนของสาวน้อยที่ยังหลับสนิท
“หลับสนิทเลยคนเก่ง” หญิงสาวพึมพำเบาๆก่อนเสียงดุๆ จะดังมาจากด้านหน้าประตู
“จะปลุกหรือจะเฝ้าล่ะคุณพีระดานี่ได้เวลาอาหารเช้าแล้วนะ” ธนาพูดพร้อมกับเดินมาที่เตียงของลูกสาวตัวน้อย
“คิดว่าสักพักคงตื่นค่ะ” พีระดากระเถิบตัวออกมาจากเตียงนอนทันที
“เหรอคุณพีระดาปกติลูกผมตื่นเร็วนะเมื่อคืนคุณทำอะไรให้นอนดึกหรือเปล่า” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับนั่งลงที่เตียงนอนของลูกสาวคนโปรด
“เปล่าค่ะแค่เล่านิทานจบก็นอนเลยค่ะ”พีระดาทำท่าจะเดินออกไปข้างนอกแต่คนบนเตียงออกคำสั่งจนหญิงสาวต้องหยุดยืนที่เดิม
“ห้ามไป!! รอน้องธัญตื่นช่วยแต่งตัวลงไปพร้อมกันผมสั่ง!”
“ค่ะ คำสั่งฉันคงไม่กล้าขัด”หญิงสาวพูดจบก็ยืนรอข้างเตียงนอน
“มานั่งข้างผมนี่ ยืนทำไม มาสิ”คนสั่งยังคงทำสีหน้าเฉยชา
“ยืนก็ได้ค่ะ ไม่อยากนั่ง” หญิงสาวยังคงยืนต่อปากต่อปากกับเขาจนอีกคนหมั่นไส้ต้องพูดเหน็บแนมใส่ทันที
“อยากนอนคุยเหรอคุณพีระดางั้นไปห้องผมสินอนคุยทั้งวันยังได้”
“คุณธนา!” คิ้วโก่งเริ่มขมวดพร้อมกับทำหน้าบึ้งทันที
“แม่คุณความจำสั้น สมองปลาทองเหรอเรียกชื่ออีกแล้วกลัวจำไม่ได้เหรอแม่คุณ”
“คุณธนา!” พีระดาทำสีหน้าบ่งบอกว่าเริ่มหงุดหงิดกับคนตรงหน้า
“อยู่มาหกเดือนยังจำชื่อนายจ้างตัวเองไม่ได้ต้องเรียกตลอดเวลา” ธนาลุกยืนพร้อมเดินตรงมาหาหญิงสาวที่ยืนทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่ข้างเตียง
“อ้าวว…หน้าบึ้งแบบนี้จะหาแฟนได้ไหมตีนกามาเต็มอีก เวรกรรมจริงๆ”
“คุณธนา!”
“ครับ คุณพีระดา เจอกันที่โต๊ะอาหารนะปลุกน้องธัญได้แล้ว” ธนาพูดจบก็เดินออกไปจากห้องหน้าตาเฉย
‘คนบ้า กวนประสาทอยู่ได้ทุกวัน’
“น้าธนาครับ วันนี้ผมกับคุณอิงออกไปทำธุระข้างนอกอาจจะกลับมาเกือบเย็น”สถาปัตย์หันหน้าไปบอกผู้เป็น้าก่อนจะหันมามองพีระดาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้ม
“คุณดาอยูกับน้องธัญทั้งวันนะครับเหนื่อยมาหลายเดือนทำสองหน้าที่” สถาปัตย์พูดพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาว
“ค่ะคุณปัตย์” พีระดาเงยหน้ามามองคนถามเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าทานข้าวต้มต่อ
“เหนื่อยอะไรกัน ก็ได้ค่าแรงเพิ่มนะปัตย์พีระดาเขาทำงานแลกเงิน” ธนาพูดพร้อมกับหันไปมองคนที่ตัวเองพูดถึงที่กำลังเงยหน้ามามองเขาในตอนนี้
“ค่ะ ฉันทราบดีค่ะทำงานแลกเงินทุกวัน ใครบ้างทำงานฟรีคะ คุณธนา นิติรัตน์ภาสกุลพงศ์”
“อือหือ มาครบเลยแสดงว่าสมองปกติ ที่จำได้”ธนายังคงพูดล้อเล่นแกมหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจตัวเองยิ่งนัก
“ค่ะ เวลาไม่พอใจมากๆฉันมักจะเรียกเต็มๆ ทั้งชื่อนามสกุลแบบนี้ค่ะ”
“ผมจ่ายเงินเดือนให้คุณนะ มีสิทธิไม่พอใจนายจ้างด้วยหรือ?” ธนาพูดเสียงค่อนข้างดังจนคนรอบข้างหันหน้ามามองกัน
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันลืมตัวค่ะ”หญิงสาวก้มหน้าตอบราวกับสำนึกผิดทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนเริ่มต้นหาเื่คือธนา
“น้าธนาพูดเล่นนะครับคุณดาน้าธนาไม่คิดอะไรหรอกครับ” สถาปัตย์รีบตัดบทก่อนบรรยากาศจะดูอึมครึมมากกว่านี้
“ค่ะคุณปัตย์ต่อไปดาจะเจียมตัวให้มากค่ะ”
“ทำตัวเหมือนเดิมครับคุณดาแบบที่ผ่านมา พวกเราชอบแบบที่คุณเป็ครับ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรอีก” สถาปัตย์พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้หญิงสาว
“คนเราต้องเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นโดยเฉพาะเวลาคุยกับเ้านายคนจ่ายเงินเดือนให้ควรสำรวมด้วยครับ” ธนายังคงพูดจาทิ่มแทงจิตใจหญิงสาวต่อ