บทที่ 77 จบเรื่อง
“แก...แก เป็นไปได้ยังไงกัน! แกสามารถทำลายโกเลมนํ้าแข็งระดับสองได้ยังไง?!” วันถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ โกเลมนํ้าแข็งคือระดับสอง ความต่างชั้นของระดับหนึ่งและระดับสองนั้นกว้างใหญ่มาก ขนาดตัวมันยังไม่สามารถสู้โกเลมนํ้าแข็งได้เลย อีกฝ่ายไม่ใช่จุดสูงสุดระดับหนึ่งด้วยซํ้าจะทำลายโกเลมได้อย่างไร?
กับคำถามวัน สายฝนยิ้มขึ้นก่อนเปิดปากตอบว่า “โกเลมนํ้าแข็งของแกมันก็เป็นแค่เศษขยะเมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน ก็บอกไปแล้วไงว่าต่อให้ไอ้อาร์ครีเวอร์จะมาอยู่ต่อหน้าฉันมันก็ยังไม่สามารถสังหารฉันได้ กะอีแค่เศษขยะโกเลมนํ้าแข็งมันจะทำอะไรฉันได้?”
แน่นอนสายฝนไม่โง่ไปบอกอีกฝ่ายหรอกว่าสาเหตุที่เขาทำลายโกเลมนํ้าแข็งได้เพราะใช้ไอเทมโกง ตามความเป็นจริงแล้วต่อให้สายฝนใช้อาวุธคุณภาพดีเขาก็ยังไม่สามารถสังหารโกเลมนํ้าแข็งซึ่งเป็นระดับสองได้ แต่ครั้งนี้เขาโชคดี โกเลมนํ้าแข็งน่ะแพ้ทางดาบเพลิงโลกันต์เต็มๆ
โกเลมนํ้าแข็งเป็นธาตุหยิน ดาบเพลิงโลกันต์มีความสามารถกลืนกินหยิน เมื่อสายฝนใช้มันธาตุหยินรอบข้างพลันถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว บังเอิญ ในตอนนั้นหลังดูดซับธาตุหยินได้นิดเดียว ดาบเพลิงโลกันต์ก็ได้พัฒนาขึ้นกลายเป็นคุณภาพดีซึ่งนั่นทำให้มันกลืนกินธาตุหยินได้เร็วยิ่งขึ้น
ธาตุหยินถูกกลืนกินด้วยความรวดเร็ว ดาบเพลิงโลกันต์เหมือนคนที่อดอยากมานานแล้วได้ทานอาหารระดับห้าดาว เพียงไม่ถึงสามวินาทีธาตุหยินในอากาศก็หมด ถึงธาตุหยินในอากาศจะหมดแต่ดูเหมือนดาบเพลิงโลกันต์จะยังคงไม่อิ่ม มันกลืนกินธาตุหยินของโกเลมนํ้าแข็งทุกครั้งที่อีกฝ่ายโจมตีมา
ภายในครึ่งนาทีธาตุหยินของโกเลมก็ถูกกลืนกินจนเหลือน้อยมากๆ เป็นเพราะแบบนั้นความแข็งแกร่งโกเลมจึงลดลงมาอยู่กึ่งกลางระหว่างระดับหนึ่งกับระดับสอง การโดนโกเลมนํ้าแข็งอัดเกือบหนึ่งนาทีถือว่าไม่สูญเปล่า
เมื่อความแข็งแกร่งอีกฝ่ายลดลงสายฝนก็ไม่รอช้า ใช้ความสามารถของอักษรลี้ลับ“สับสน” อักษรลี้ลับสุดโกง หมัดที่โจมตีสายฝนตอนนั้นพลันหยุดชะงัก เขาใช้เวลานั้นโจมตีสวนกลับด้วยดาบเพลิงโลกันต์และทำลายจุดศูนย์กลางของมันได้สำเร็จเป็นผลให้ร่างโกเลมระเบิด
ท้ายที่สุดสายฝนก็ต้องใช้อักษรลี้ลับ สายฝนคิดว่าวันนี้ตัวเองน่ะช่างโง่เง่าจริงๆ ทำหลายสิ่งหลายอย่างผิดพลาดอย่างที่ไม่น่าให้อภัย ถ้าสายฝนใช้อักษรลี้ลับตอนที่วันยืนนิ่งและสังหารมันทิ้งซะ เรื่องคงไม่มาถึงขนาดนี้หรอก
‘อย่างน้อยฉันใช้ตอนนี้ก็ไม่มีใครเห็น หากฉันใช้ตอนที่วันยืนนิ่งคนที่เห็นความสามารถของฉันก็จะมีมากมาย’ สายฝนปลอบใจตนเองก่อนคิดด้วยความหัวเสียว่า ‘ทำไมมันเป็นแบบนี้ตลอดเลยวะ? พระเจ้าเล่นตลกกับฉันรึไง? ทำไมไม่มีอะไรเป็นไปตามที่ฉันคิดเลยซักอย่าง’ เขาไม่คิดว่าการต่อสู้กับวันมันจะมาได้ถึงขนาดนี้
“แก! ไอ้คิงแกจะดูถูกฉันเกินไปแล้ว!” โดยไม่สนใจพวกโจรที่เหลืออยู่ วันพุ่งเข้าโจมตีสายฝนด้วยความเร็วสูง ดาบนํ้าแข็งยักษ์ถูกเหวี่ยงออกมา ต้องการบดขยี้ร่างเขา
“เฮอะ! ประเมินตัวเองสูงเกินไป กระทั่งโกเลมนํ้าแข็งโง่ๆของแกยังไม่สามารถฆ่าฉันได้เลย แล้วแกที่กระจอกกว่าจะสังหารฉันสำเร็จเหรอ?” สายฝนกล่าวเยาะเย้ย เขาสามารถหลบการโจมตีของวันได้อย่างง่ายดายและโจมตีสวนกลับด้วยดาบเพลิงโลกันต์
เวลานี้สัญชาตญาณความกลัวตายของเขายังคงทำงานอยู่ สติสายฝนจึงแจ่มชัด และความสามารถในหลายๆด้านทรงพลังมากกว่าเดิม หนึ่งในด้านทั้งหมดที่ทรงพลังกว่าก่อนคือความสามารถการสังเกต ตอนสายฝนตู้สู้กับวันก่อนหน้านี่เขาแทบมองไม่เห็นช่องว่างของอีกฝ่าย ทว่าตอนนี้เขาเห็นช่องว่างตอนวันโจมตีได้ชัดเจนมาก
ฉึก!
ใบดาบเพลิงโลกันต์ปะทะเข้ากับเกราะนํ้าแข็ง หากตอนนี้อาวุธเป็นมีดหั่นผลไม้ของราชันย์วันคงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร น่าเสียดาย อาวุธสายฝนตอนนี้ไม่ใช่มีดหั่นผลไม้ของราชันย์แต่เป็นดาบเพลิงโลกันต์ มันคืออาวุธคุณภาพดี! แถมยังเป็นตัวกลืนกินธาตุหยินอีก
เมื่อใบดาบฟันโดนเกราะนํ้าแข็ง มันพลันกลืนกินธาตุหยินของเกราะนํ้าแข็ง ความทนทานของเกราะตกลงฮวบฮาบ เป็นเวลาเดียวกันใบดาบก็ฟันทะลุเกราะสำเร็จเป็นผลให้แขนซ้ายวันขาด แขนซ้ายลอยกระเด็นไปตกใกล้ที่ที่พวกโจรอยู่
“อ๊ากกกกกกกกกกก!!!” วันกรีดร้องด้วยนํ้าเสียงเจ็บปวดทรมาน เลือดสีแดงสดไหลออกจากบริเวณที่แขนถูกฟันขาดก่อนตกลงสู่พื้น วันเดินถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวเข้ากัดกินหัวใจ มองเห็นรอยยิ้มปีศาจบนใบหน้าสายฝนแล้วอดตัวสั่นสะท้านไม่ได้ นี่มันไม่ใช่คนแล้ว มันปีศาจชัดๆ!
“ยังไม่จบหรอก เมื่อกี้โกเลมนํ้าแข็งของนายทำให้ฉันบาดเจ็บพอสมควร ตอนนี้ถึงเวลาที่นายต้องชดใช้สิ่งที่โกเลมโง่ๆทำกับฉันแล้ว” สายฝนจับจ้องมายังวันอย่างสงบ เห็นดวงตาสายฝนวันกลัวจนแทบบ้า ดวงตาสีทองที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดนั้นเหมือนกับดวงตาของสัตว์ร้ายซึ่งกำลังมองเหยื่อของมัน
“อย่า…อย่า อย่าเข้ามานะ ฉันขอร้องล่ะ ให้ฉันทำอะไรก็ยอมแต่ได้โปรดหยุดก้าวมาหาฉันที” เมื่อสายฝนเดินเข้าใกล้วันช้าๆ มันก็รีบเดินถอยหลังพร้อมความรู้สึกบีบคั้น มันรู้สึกกดดันจนเผลอกระทำสิ่งที่โง่ที่สุดซึ่งไม่สมควรเกิดขึ้นกับระดับหนึ่งลงไป
วันเดินสะดุดขาตนเองล้มลงกับพื้น เห็นวันล้มลงสายฝนไม่ได้หยุดเดินแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าหาร่างอีกฝ่ายแบบไม่เร่งรีบและก็ไม่ชักช้าจนเกินไป ยิ่งสายฝนใกล้เข้ามาวันยิ่งรู้สึกบีบคั้นขึ้น เวลานี้มันได้ลืมไปเลยว่าตนเองก็เป็นระดับหนึ่งเหมือนกับฝ่ายตรงข้าม
“แขนข้างซ้ายไปแล้ว งั้นต่อไปก็ต้องเป็นข้างขวาสินะ” สายฝนชี้ดาบเพลิงโลกันต์ไปที่บริเวณซึ่งเคยมีแขนซ้ายอยู่จากนั้นก็ค่อยๆขยับมาบริเวณที่แขนขวา ใบดาบเจาะทะลุเกราะนํ้าแข็งไปโดนเนื้อที่อยู่ข้างใน เกิดบาดแผลทำให้เลือดไหลออกมา ความเจ็บผสมกับความกลัววันเลยรู้สึกเจ็บมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ลาก่อนแขนขวา” กล่าวยิ้มๆ ดาบถูกตวัดออกไป เสียงดัง ฉึก! แขนขวาลอยไปตกที่ใกล้ๆพวกโจรตามแขนซ้าย โจรทั้งสิบหกหน้าซีด ชายผมฟ้าคนนี้แม่งน่ากลัวกว่าไอ้วันเสียอีก! ต่อจากเสียงดาบฟันแขนก็เสียงกรีดร้องของวัน อ๊ากกกกกกกกก!!!
“สำหรับศัตรูฉันจะไม่มีวันปรานีไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” มองร่างวันซึ่งตอนนี้แขนหายไปสองข้างแล้วพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงไร้อารมณ์ ใครมันกล้าเป็นศัตรูของเขามันจำเป็นต้องเตรียมใจใว้ก่อน ถ้ามันไม่เตรียมใจมันก็จะเป็นแบบวันนี่แหละ เสียดายที่ทรีตายง่ายไปหน่อย สายฝนยังไม่ได้ทำให้มันรู้สึกสิ้นหวังเลย
“ได้โปรด….ได้โปรดเถอะ หยุดแค่นี้ฉันขอร้องล่ะ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ” วันกล่าวขอโทษทั้งนํ้าตา มันถึงกลับปัดสวะราดกางเกงเลยทีเดียว
“ฉันไม่รับคำขอโทษ! จำใส่กะลาหัวนายเอาใว้ เกิดชาติหน้าอย่าได้โง่เง่ามาเป็นศัตรูกับฉันคนนี้” สายฝนไม่ฟังคำวันเขาเตรียมตัดขาทั้งสองข้างของวันทว่าวินาทีถัดมาเขาก็ต้องผิดหวัง วันได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว วันเสียชีวิต! พลังธาตุเหมันต์แม้จะแข็งแกร่งทว่ามันก็ทำร้ายตัวผู้ใช้ด้วย
หลังจากวันตายไปได้ไม่นานความแข็งแกร่งทั้งหมดที่สายฝนมีก่อนหน้านี้พลันหายไป ความแข็งแกร่งของเขาเวลานี้ไม่ต่างไปจากคนธรรมดา ไม่สิ คนธรรมดายังแข็งแกร่งกว่าอีก เป็นเรื่องที่แปลกอย่างมากที่ก่อนหน้านี้จู่ๆสายฝนก็มีพลังมหาศาลอย่างไร้เหตุผล หากเขาไม่ได้พลังมหาศาลมาไม่ต้องพูดถึงการฆ่าวันแบบง่ายๆเลย ขนาดจะยืนให้ตรงสายฝนยังไม่สามารถทำได้ ถ้าต้องการสังหารวันเกรงว่าจะต้องใช้หลักประกันชีวิตหลายอย่าง
“นายโชคดีไปที่เสียชีวิตซะก่อน” สายฝนละความสนใจจากร่างวัน มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด เหนือท้องฟ้าขึ้นไปเป็นมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ สายฝนสูดหายใจ หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาตัวเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมาก
เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยชอบเลือดสักเท่าไหร่ ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกเฉยๆกับมัน ไม่สิ อาจจะรู้สึกดีด้วยซํ้าที่ได้เห็นมัน เลือดมันไปกระตุ้นบางอย่างในตัวสายฝน
“ท่านเทพปีศาจได้โปรดรับพวกเราเป็นลูกน้องด้วยเถอะครับ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นดึงดูดความสนใจสายฝน เขาหันไปตามเสียงนั้น เห็นโจรทั้งสิบหกคนคุกเข่าก้มหัวให้เขาพร้อมเอ่ยขอร้อง
สายฝนรู้สึกประหลาดใจ หรือว่าคนพวกนี้จะรู้ว่าเขามีสายเลือดเทพปีศาจกัน? “ทำไมพวกนายถึงอยากเป็นลูกน้องฉันล่ะ? และทำไมพวกนายถึงเรียกฉันว่าเทพปีศาจ?”
“พวกเรารู้สึกเคารพเลื่อมใสท่าน หากไม่มีท่านพวกเราทั้งหมดสิบหกคนคงตายไปแล้ว พวกเรานับถือ ความแข็งแกร่งของท่าน ความสงบนิ่งของท่าน ความเย็นชาของท่าน ความโหดเหี้ยมของท่าน กลิ่นอายของท่าน พวกเราเชื่อว่าด้วยทั้งหมดนี้ท่านจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้แน่ หากพวกเราติดตามท่าน พวกเราก็จะมีอนาคตที่ดียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้...” โจรคนหนึ่งกล่าวสิ่งที่ทุกคนคิดออกมา
“ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมพวกเราถึงเรียกท่านว่าเทพปีศาจ นั่นเพราะท่านเหมือนเทพปีศาจในตำนาน เมื่อพวกเราได้รับรู้ถึงกลิ่นอายที่ท่านปล่อยออกมาพวกเรายิ่งคิดว่าท่านเหมือนเทพปีศาจยิ่งกว่าเดิม ด้วยทุกสิ่งที่พวกเรากล่าวไปก่อนหน้านี้แม้จะมีบางอย่างที่ไม่ตรงกับตำนานอยู่บ้างแต่ว่าในอนาคตท่านจะต้องเป็นดั่งเทพปีศาจในตำนานได้แน่นอน พวกเรารู้สึกและเชื่อเช่นนั้น”
“อืม“ สายฝนพยักหน้ารับ คำกล่าวของโจรคนนั้นเขาหน้าไม่แดงสักนิด หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกอายไปแล้ว ทว่าสายฝนน่ะไม่ เขาคือชายที่สามารถภูมิใจในเรื่องที่ตนเองแต่งขึ้นได้ คำพูดของพวกโจรจะทำให้เขารู้สึกอายได้อย่างไร?
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าพวกนายจะไม่ทรยศฉัน?” สายฝนถาม พวกโจรเงียบ ไม่มีใครตอบรับ พวกมันไม่มีอะไรมายืนยัน
“เฮ้ออ~ เอาล่ะ ฉันจะรับพวกนายทั้งสิบหกคนเป็นลูกน้องก่อนแล้วกัน แต่ถ้าพวกนายคิดหักหลังฉันแม้แต่นิดเดียวฉันจะทำให้พวกนายทรมานยิ่งกว่าตาย” สายฝนถอนหายใจ ไม่ใช่ว่าเขาเชื่อใจพวกมันแต่เป็นเพราะเขามีแผนการบางอย่างอยู่ในใจดังนั้นสายฝนเลยรับโจรพวกนี้มาเป็นลูกน้อง
ครึ่งชั่วโมงถัดมา ผู้คนมากมายเริ่มเดินเข้ามาดูร้านค้าซึ่งตอนนี้ถูกลบออกไปจากดาวดวงนี้แล้วเพราะการต่อสู้ของสายฝนกับวันและทรี
ผู้คนที่เข้ามาไม่เห็นสายฝนกับลูกน้องเนื่องจากพวกเขาได้ไปจากที่นี่นานแล้ว สายฝนรู้ว่าการต่อสู้ของเขากับวันน่ะจะทำให้ผู้คนมากมายมาดูที่นี่ เพราะแบบนั้นสายฝนกับลูกน้องเลยรีบหนีไปตอนที่คนมาดูยังน้อย ก่อนจากไปเขาก็ได้สังหารล็อตและทำลายร่างวันกับทรีทิ้งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
หลังจากเหตุการณ์นั้นมันก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว เหตุการณ์ร้านอาหารพังยังคงเป็นปริศนาไม่สามารถหาได้ว่าใครเป็นคนทำ ผู้คนในร้านอาหารกลายเป็นศพด้วยความหนาวเย็นกันหมด พวกระดับสูงในกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ให้ความสนใจเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นส่งคนที่มีความสามารถด้านการสืบสวนมาหาความจริงเลยทีเดียว เหตุการณ์ร้านอาหารพังไม่ใช่เรื่องเล็ก มีใครบางคนไม่สนใจกฏ สำหรับเรื่องนี้พวกระดับสูงจะไม่อยู่เฉย
แต่ก็นั่นแหละ ผ่านมาแล้วเจ็ดวันพวกระดับสูงก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ส่วนสายฝนก็นอนอยู่ที่พัก พยายามทำความเข้าใจอักษรลี้ลับ เขาไม่ได้ออกไปไหนเลยในช่วงเจ็ดวันเพราะอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการต่อสู้ยังไม่หายดี
---
จบบทที่ 77 จบเรื่อง