หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จไป ทุกคนก็ไปเข้านอน เพียงแต่ภายใต้แสงไฟสลัวที่มองเห็นเพียงรางๆ จากตะเกียงน้ำมันที่กำลังจะมอดดับลงนั้น
เป่ยซานหลงหรือท่านพ่อของจินเออร์ก็ยังไม่ได้เข้าไปด้านในของห้องนอน ยังคงนั่งอยู่เพียงผู้เดียวภายในห้องโถงของบ้านที่ทำหน้าที่ทุกอย่างทั้งแต่ทานข้าวไปจนถึงการนั่งทำงานต่างๆ มิใช่กำลังเสียใจ หากแต่กำลังนั่งคิดทบทวนเื่ราวต่างๆ
ที่ผ่านเข้ามาและสิ่งที่ลูกและเมียต้องเผชิญกับความกตัญญูจนไร้ขอบเขตของเขา บัดนี้เขาตระหนักได้แล้ว ถึงแม้จะช้าไปสักหน่อยสำหรับลูกและเมียก็ตาม
เขากำลังสังเกตไปรอบๆ ตัวบ้านของท่านพ่อตาและท่านแม่ยาย แต่ละห้องมีเพียงเตียงไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง โต๊ะเอนหลังในห้องนี้อีกหนึ่งตัว ที่เขากำลังนั่งอยู่ ยังดีหน่อยที่ท่านพ่อตาของเขาสามารถทำงานไม้ได้บ้างเล็กน้อย จึงได้สร้างโต๊ะและเก้าอี้เล็กๆ ขึ้นมาเพื่อการกินข้าวได้
โดยเตียงหลังเก่าๆ นั้น ทั้งเก่าและขาด เนื่องจากผ่านเวลามานานหลายปีแล้ว ใยจากผ้าฝ้ายในผ้าห่มก็โดนซักจนเปื่อยและจับตัวรวมกันเป็ก้อน ไม่สามารถให้ความอบอุ่นได้เท่าที่ควรจะเป็ในฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้
นอกจากนี้ บ้านที่สร้างจากไม้ซึ่งเก่ามากที่มีทั้งรอยที่โดนหนูและแมลงต่างๆ รวมไปถึงปลวกช่วยกันแทะ และขนเอาเศษใบไม้มาทับถมกัน้าหลังคาเรื่อยๆ หลังคาที่มุงก็ทำมาจากหญ้าแห้งนำมาทำเป็แพต่อๆ กัน เพื่อป้องกันหน้าหนาว กันแดดและกันฝนต่างๆ
โดยอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว หากพวกเข้าไม่ย้ายครอบครัวมา ณ ที่แห่งนี้ ก็ไม่แน่ใจเลย ว่าท่านพ่อตาท่านแม่ยายรวมถึงบ้านหลังนี้จะมีสภาพเช่นไร หลังจากพายุหิมะผ่านไป
เป่ยซานหลงนั่งคิดทบทวนความผิดของตนเองไปเรื่อยๆ เมื่อคิดได้จึงอยากเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ให้ครอบครัวของตนเองบ้าง หลังจากที่ลูกของเขาได้พูดมาหลายครั้งหลายครา เกี่ยวกับความ้า ทั้งในด้านของอาหารการกิน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รวมไปถึงที่อยู่อาศัย
หากตอนนี้คำนวณจากเงินเก็บที่เหลืออยู่ เกือบเก้าสิบเก้าตำลึงทอง เนื่องจากหลายๆ ครั้ง นำเงินที่มีไปใช้จ่ายเล็กน้อย รวมถึงรายรับที่จะได้จากการขายสมุนไพรในวันพรุ่งนี้แล้ว เงินหลายตำลึงทอง จึงเพียงพอที่จะสร้างบ้านใหม่ให้กับทุกคน และสามารถเก็บไว้เป็สินเดิมของจินเออร์รวมไปถึงการเผชิญชะตากรรมในฤดูหนาวนี้ได้อย่างเพียงพอ
“ห๊าวววว ท่านพ่อเ้าขายังไม่นอนหรือเ้าคะ” ข้าอยากนอนกอดท่านพ่อกับท่านแม่พร้อมๆ กันเลยเ้าค่ะ
เป่ยจินที่ตื่นขึ้นมากลางดึก เมื่อไม่เห็นบิดาของตนจึงเดินออกมาดู พบว่าสีหน้าบิดาในตอนนี้มีแต่ความเครียด จึงชวนบิดาเข้านอน
ณ ตอนนี้ข้าคิดว่ายังไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเื่ปากท้องสักเท่าไหร่ เพราะพรุ่งนี้เราจะเข้าไปขายสมุนไพร ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อนอนดึกจะเสียสุขภาพเสียเปล่าๆ
“ได้ๆ พ่อกำลังจะไปแล้ว ไปๆ จินเออร์พ่ออุ้มเ้ากลับไปนอน”
“เ้าค่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อฟ้าเริ่มสว่างครอบครัวตระกูลเป่ยต่างค่อยๆ ทยอยกันออกมาทำหน้าที่ของตนเอง โดยท่านยายและท่านแม่ ตื่นล้างหน้าและลุกขึ้นมาทำอาหารให้ท่านพ่อกับท่านตาที่ออกไปดูกับดักที่ดักไว้เมื่อวาน เผื่อได้อะไรมาจะได้นำไปขายในตัวอำเภอพร้อมกับสมุนไพร
โดยเป่ยฮูหยินและหลินฮวา ได้ลงมือจุดไฟ นวดแป้ง เพื่อทำแป้งย่างร้อนๆ โดยมีน้ำซุปซี่โครงหมูใส่ไข่ อร่อยๆ เพื่อให้ซดโล่งคอในตอนเช้าไว้คู่กัน
เมื่อท่านตาและท่านพ่อกลับมาจากดูกับดักสัตว์แล้วพบว่า ได้เพียงไก่ป่ามาเพิ่มอีกสามตัวเพียงเท่านั้น จึงตกลงกันว่า ให้เลี้ยงไว้กินไข่มันเสียดีกว่า เพราะมีตัวเมียถึงสองตัวและตัวผู้ตัวเดียว เอาเป็ว่ารายการเข้าเมืองวันนี้มีเพียงขายสมุนไพรเท่านั้น
“เ้าไหวหรือไม่จินเออร์ ไม่จำเป็ต้องเข้าเมืองกับพ่อและท่านตาก็ได้”
“ไหวเ้าค่าาา ข้าเพียงลืมตาไม่ขึ้นนี่เ้าคะ มันเช้าไป” เป่ยจินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยานคางเพราะตื่นเช้าเกินไป
“งั้นเ้าก็ช่วยลืมตา มาทานอะไรซักหน่อยเถิด รองท้องก่อนออกเดินทาง” หลินเหมยฮูหยินเอ่ยออกมา เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาว
“เ้าค่ะท่านแม่”
หลังจากรอเป่ยจินทานข้าวเสร็จแล้ว ท่านตาท่านพ่อจึงเตรียมตัวเดินทาง โดย สะพายตะกร้าสมุนไพร และอุ้มข้าให้ขี่หลังท่านตา เพื่อเดินเข้าไปยังตัวอำเภอ การเดินเท้าจะใช้เวลาเดินเท้าถึง หนึ่ง ชั่วยาม จึงทำให้ข้าสามารถหลับต่อบนหลังของท่านตาได้
“จินเออร์ ตื่นได้แล้วลูก ถึงตัวอำเภอแล้วลงมาเถิด” ซานหลงเอ่ยเรียกบุตรสาวตัวน้อยเบาๆ เพื่อให้ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเข้าเมือง
“เ้าค่ะ ห๊าวววว ข้าตื่นแล้วเ้าค่ะ”
“มาๆ ตาเตรียมน้ำมาด้วย ไหนล้างหน้าล้างตาเ้าสิ”
“เ้าค่ะ บลื้ออออ หนาววเ้าค่ะ หนาวมาก ตื่นเลยเ้าค่ะ” ข้าสะบัดหน้าไปมาทันทีหลังจากเจออุณหภูมิของน้ำในกระบอกไม่ไผ่ตอนเช้า หนาวมากๆ
“ฮ่าๆ ดูเ้าสิ มอมแมมไปหมดแล้วมาๆ ตาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ก่อน”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านตา ว่าแต่ท่านพ่อเ้าคะ เราจะขายร้านไหนหรือเ้าคะ”
“อืม ตามีร้านแนะนำ ร้านนี้เดินตรงไปอีกหน่อยซ้ายมือ จะมีร้านขายสมุนไพรและหอประมูลสมุนไพรอยู่ ให้ราคาเป็ธรรมมากๆ เลยล่ะ”
“เย้ๆ ไปกันเลยเ้าค่ะ ข้าอยากไปแล้ว”
“ได้ๆ ไปกัน”
ปรากฏว่า…ร้านที่ท่านตาแนะนำคือร้านเซียงจ้าวจู ซึ่งเป็สาขาย่อยของสาขาหลักที่เมืองหลวง ข้าเพิ่งรู้ว่าร้านแห่งนี้มีความยิ่งใหญ่มาก นอกจากจะมีหลายสาขาแล้ว ในแต่ละเมืองก็จะมีหอประมูลอีก
“ท่านพ่อเ้าขา นั้นมันร้านของท่านปู่หรือเปล่าเ้าค่ะ”
“มิใช่ เพียงแต่มิผิดลูก เพียงแต่ที่นี้ คืออีกหนึ่งสาขาเพียงเท่านั้น”
“เ้าค่ะ แล้วเราจะยังไปขายร้านนี้หรือไม่เ้าคะ”
“ขายสิลูก ถึงแม้จะมีหลายสาขา แต่ราคาที่ได้ถือว่ายึดตามราคาเมืองหลวงเชียวล่ะ เพราะเช่นนั้น เ้ามิต้องกังวลว่าจะโดนกดราคาเหมือนเช่นร้านอื่นๆ แน่นอน”
“ยินดีต้อนรับขอรับ จะมาซื้อยาเชิญร้านฝั่งซ้ายมือได้เลย” พนักงานดูแลร้านของที่นี้่ ยังคงมีความสุภาพและให้เกียรติกับชาวบ้านเสมอ
“ไม่ๆ ขอรับ ข้ามาขายสมุนไพร” ทันพ่อรีบตอบกลับออกไปทันที
“ได้ขอรับ งั้นเชิญท่านนั่งรอที่ห้องก่อน เดี๋ยวข้าจะไปเชิญผู้ประเมินราคามาก่อนขอรับ รอสักครู่”
“ได้ขอรับ” หลังจากหลงจู๊เดินออกไปแล้ว สักพักเถ้าแก่หลิงก็เดินเข้ามา
ปรากฏว่าบุคคลที่เดินออกมาจากหลังร้านนั้นคือ…
“สวัสดี อาซาน หลานของปู่ และเอ่อ บิดาเ้าใช่หรือไม่อาซาน”
“ขอรับเถ้าแก่หลิง ท่านพ่อของข้าเองขอรับ” ท่านพ่อมิได้ตอบกลับเถ้าแก่หลิงออกไป หรืออธิบายใดๆ เพิ่มเติม
“ท่านปู่เ้าขาาาาา” ข้าหันไปเจอกับเถ้าแก่หลิง ถือว่าว่าเป็โชคดีมากๆ
“ฮ่าๆ จินเออร์ มาๆ มานั่งกับปู่”
“เ้าค่ะ” เื่อ้อดอ้อนข้าไม่แพ้ใครแน่ โอกาสดีๆ มาถึง ข้าต้องคว้าไว้ อิอิ
“ว่าแต่พวกเ้าเหตุใดถึงมาร้านแห่งนี้ได้เล่า” เถ้าแก่ถามออกไปในขณะที่อุ้มข้าไปนั่งข้างๆ พลางป้อนของกินเล่นข้าไปพลางๆ
“พวกข้ามาขายสมุนไพรขอรับ”
“ดีๆ ของดีแน่ๆ”
“ขอรับ อีกเื่นึง พวกข้าย้ายมาที่หมู่บ้านแห่งนี้แล้วขอรับ เอ่อ ส่วนเื่ทำไมถึงย้ายบ้านนั้น ข้าไม่อยากพูดถึงอีกขอรับ”
“อืมๆ ไม่เป็ไรๆ ข้าเข้าใจ ชีวิตคนเรามันต้องดำเนินต่อไปนั้นแหละอาซาน” เถ้าแก่ตอบกลับท่านพ่อข้าด้วยความเป็เป็ผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตมานานจึงพอจะเข้าใจว่าทำไม
“ขอรับเถ้าแก่”
“อ่ะๆ ว่าแต่วันนี้มีอะไรมาขายปู่หรอยัยหนู” ท่านไม่ถามท่านพ่อข้าเล่าท่านปู่
“อิอิ ท่านปู่ต้องใแน่ๆ เ้าค่ะ ท่านพ่อเปิดให้ท่านปู่ดูเลยเ้าค่ะ”
“ได้ๆ เ้านี่นะ เอาใจท่านปู่เ้าดีจริงเชียว นี่ขอรับเถ้าแก่” ท่านพ่อหันมายิ้มให้ข้าและรีบเอาสมุนไพรออกมาให้ท่านปู่ดู
“อั้ยหยาาาา เ้าจะให้ข้าใอีกกี่รอบกัน ฮ่าๆ” หลังจากที่ท่านปูได้มอง จึงอุทานออกมาเสยงดังมาก มากเสียจนข้าใเกือบขนมติดคอ หึยยย
“ขายได้หรือไม่ขอรับ” ท่านพ่อถามมอกไปด้วยความไม่แน่ใจ เนื่องจากปกติเป็พรานป่าล่าสัตว์ขายเนื้อเท่านั้น เื่สมุนไพรหายาก ยังไม่เคยพบเจอ จึงไม่เคยได้ลองขายหรือสอบถามราคา
“ยิ่งกว่าที่เ้าคิดเสียอีกอาซาน เห็ดหลินจือแดง ใช่ว่าจะเป็สิ่งที่คนทั่วไปหาได้ง่ายๆ เ้ารู้หรือไม่ แม้เห็ดหลินจือดำจะมีค่ามากกว่าและหายากกว่า แต่ในด้านราคา ความหายาก และสรรพคุณของมัน ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนที่อยู่เกิดอันตรายได้” เถ้าแก่หลิงตอบกลับท่านพ่ออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งครึม
“แต่มันมีค่ามากเชียวล่ะ เช่นนั้นข้ามีสองทางเลือกให้เ้าคือขายให้ข้ากับทางที่สอง ข้าจะนำไปประมูลที่โรงประมูล เซียงจ้าวหลงให้พวกเ้า”
“ต้องประมูลเลยหรอขอรับเถ้าแก่ ข้ากลัวจะมีปัญหาตามมา”
“ไม่ต้องกังวลหากเ้า้าข้าสามารถปิดบังรายชื่อผู้ค้าได้”
“งั้นสักครู่นะขอรับ ข้าขอคุยกับท่านพ่อและจินเออร์ก่อน”
“ได้ๆ ข้ารอได้”
“เราจะเอายังไงกันดีขอรับท่านพ่อ ข้าไม่เคย”
“พ่อก็ไม่เคยเหมือนกัน”
“เอาแบบนี้มั้ยเ้าคะ เราก็ขายเพียงดอกเดียว เพื่อนำเงินมาสร้างบ้านและใช้จ่ายกันก่อน ส่วนที่เหลือก็ให้ท่านปู่นำเข้าประมูล แล้วเราค่อยกลับมาเอาเงินเ้าค่ะ ท่านพ่อว่าอย่างไรเ้าคะ ท่านตาก็ด้วย”
“ตาว่าดีนะ จินเออร์”
“พ่อก็ว่าดี”
“งั้นข้าเอาแบบนี้ขอรับเถ้าแก่ ตามที่จินเออร์พูดเลย”
“ดีๆ ข้าว่าวิธีนี้ดี เอาอย่างที่ยัยหนูบอกนั้นแหละ ว่าแต่เ้ามีทั้งหมดกี่ดอก”
“อืมสี่ดอกขอรับ”
“ห๊าาาาา เ้าๆ ๆ ๆ”
“เถ้าแก่ ชาขอรับ เดี๋ยวจะเสียงแหบไปซะก่อน” ท่านพ่อรีบรินช้าแล้วส่งให้เถ้าแก่ทันที กลัวว่าเสียงของเถ้าแก่จะแหบไปมากกว่านี้
“เื่ใหญ่มากๆ สรุปเ้าจะขายให้ข้ากี่ดอกกันแน่ แล้วจะนำเข้าประมูลกี่ดอก”
เสียงแหบพร่าของชายชราตรงหน้าเมื่อได้ฟังจำนวนดอกที่ขายและนำเข้าประมูลดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครานี้น้ำเสียงปนไปด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ ปะปนกันไปหมด จนคนฟังไม่สามารถแยกแยะได้ออกว่าเขามีความรู้สึกในด้านใดมากไปกว่ากัน แต่เพียงแค่นั้นก็พอจะทำให้เป่ยจินรู้แล้วว่าการค้าในครั้งนี้จะต้องได้กำไรมหาศาลดังที่หวังไว้แน่นอน
“หนึ่งดอกสำหรับขายให้ท่าน และสามดอกสำหรับนำเข้าประมูลขอรับเถ้าแก่”
ตึ่งง// เสียงเถ้าแก่ล้มลงไปนอนบนพื้นทันทีที่ท่านพ่อเอ่ยออกไป หลังจากนั้นไม่นานหลงจู้ก็เดินเข้ามาและปลุกเถ้าแก่ให้ตื่นขึ้นมาคุยเื่ค้าขายต่อ
“พวกเ้าทำตาแก่อย่างข้าตายตาไม่หลับอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ”
“ท่านไหวนะขอรับเถ้าแก่”
“ไหวๆ ข้าไหว ข้าจะต้องรอดูรายได้ที่จะเข้ามาเสียก่อน ฮ่าๆ ว่าแต่ราคาของมันจะอยู่ที่อายุขัยและความสมบูรณ์ของตัวสมุนไพร เ้ารู้ใช่หรือไม่”
“ขอรับเถ้าแก่ เช่นนั้นท่านพอจะประเมินราคาให้ข้าก่อนสักหนึ่งดอกได้หรือไม่ ข้าจำเป็ต้องใช้เงินขอรับ”
“แปดร้อยตำลึงทอง สำหรับเห็ดหลินจือแดงเพียงดอกเดียวเท่านั้น”
สิ้นคำกล่าวของเถ้าแก่หลิง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับหยุดชะงักลงอย่างทันที โดยเฉพาะท่านตาของข้า ที่แทบจะเป็ลมลงไป ส่วนท่านพ่อของข้านั้นเนื่องจาก มีบทเรียจากการขายสมุนไพรรอบที่แล้ว แม้จะไม่มากเท่า รอบนี้แต่ก็พอให้ตั้งสติได้เร็วกว่าท่านตา
ส่วนข้านะหรอ ฮิๆ ความฝันของข้าคือความร่ำรวยจนนอนกระดิิกนิ้วเรียกหาเงิน ฉะนั้น ข้าไม่สะทกสะท้านใดๆ เพียงแต่ก็ยังมีความดีใจในจำรวนเงินส่วนนี้ เนื่องจากมันคือทุนที่ใช้ในการดำเนินชีวติที่ดีขึ้นของครอบครัวข้าในอนาคต
“เช่นนั้นดอกอื่นๆ เล่าเ้าคะท่านปู่” ข้าสอบถามออกไปแทนบุคคลด้านหน้าทั้งสอง ที่ยังไม่มีสติเต็มที่
“หืมมม อีกสามดอกต้องรอนำเข้าประมูลก่อนจินเออร์ ปู่ถึงจะตอบเ้าได้”
“หว๋าาา แย่จังเลยเ้าค่ะ ข้าอยากรู้”
“อืม แต่ถ้าจะเอาคร่าวๆ ละก็ ปู่ว่าน่าจะประมาณ ห้าพันตำลึงทองขั้นต่ำนะ”
“ห๊าาาาาา” คราวนี้กว่าท่านพ่อและท่านตาจะฟื้นก็ทำให้ข้ามีเวลาในการกินขนมจนอิ่มแปล้ไปเลยทีเดียว
ระหว่างนั้น ท่านปู่ก็ได้จัดการคุยกับข้าเื่การรับเงินและ การวางขายสินค้า รอจนท่านพ่อและท่านตาฟื้นขึ้นมา
“อ้าว จินเออร์ สมุนไพรละลูกหายไปไหนแล้ว”
“นั้นสิหลานตา”
“แอร่ๆ ข้าทำสัญญาซื้อขายกับท่านปู่เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ รอท่านพ่อกับท่านตาตื่นขึ้นมาลงชื่อรับรองเพียงเท่านั้น”
“อืม พ่อกับท่านตาต้องขอโทษเ้าด้วยที่ทำให้เ้าเป็ห่วง”
“ข้าก็ต้องขอโทษเ้าด้วยนะเถ้าแก่ ขายหน้าเ้าแล้ว”
“ฮ่าๆ ไม่เป็ไรๆ นายท่านเป่ย ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว หลานเ้าก็เหมือนหลานข้า เ้าเรียกข้าพี่หลิงเถอะ สนิทกันเข้าไว้”
“อย่างนั้นเลยรึ ข้าไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่”
“ได้สิ หรือจะให้ข้าเป็น้องเ้าละ”
“ล่วงเกินแล้ว พี่หลิง”
“ดีๆ น้องเป่ย ฮ่าๆ”
***ฝากติดตามด้วยนะงับ จบแล้ว อัพเรื่อยๆ อัพจบแล้วในเว็บหลักติดตามได้ที่ เพจ Lolishyislazy ( https://web.facebook.com/ )