หลังจากที่อิง "เงาเมฆา" ได้จากไปแล้ว ห้องพักในโรงเตี๊ยมก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบแห่งความกังวล แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความหนักอึ้งของภารกิจที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการ
หลินเฟิงเป็นคนแรกที่เริ่มเคลื่อนไหว เขาทลายความเงียบด้วยการหยิบม้วนหนังและหน้ากากที่อิงทิ้งไว้ขึ้นมา
"ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือการละทิ้งตัวตนเก่าของเราไปเสียก่อน"
เขาคลี่ม้วนหนังออก มันคือเอกสารประจำตัวปลอมที่ถูกทำขึ้นอย่างแนบเนียน พร้อมกับประวัติที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างละเอียด...พวกเขาคือสามพี่น้องผู้ฝึกยุทธ์พเนจรจากแคว้นทางใต้ที่ห่างไกล ออกเดินทางเพื่อแสวงหาโอกาสในยุทธภพ
จากนั้น เขาก็หยิบ "หน้ากากหนังมนุษย์" ขึ้นมา มันเป็นแผ่นหนังที่บางเฉียบและอ่อนนุ่มอย่างน่าประหลาด เมื่อสัมผัสดูแล้วให้ความรู้สึกคล้ายกับผิวหนังของคนจริงๆ
หลินเฟิงเริ่มลงมือก่อนเป็นคนแรก เขาค่อยๆ วางหน้ากากทาบลงบนใบหน้าของตนเอง ทันทีที่สัมผัสกับผิวหนัง มันก็พลันยึดติดและหลอมรวมเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างน่าอัศจรรย์! เขารู้สึกเพียงแค่เย็นวาบไปชั่วครู่...จากนั้นเมื่อเขามองไปในกระจกทองเหลือง...คนที่อยู่ในนั้นก็ไม่ใช่ "หลินเฟิง" อีกต่อไป!
ใบหน้าของเขาดูธรรมดามากขึ้น ดวงตาดูเรียวลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งน้อยลง...มันเปลี่ยนจากเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่น่าจดจำ กลายเป็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป...สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการแฝงตัว!
จางเลี่ยงและสือจินมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง ก่อนจะลงมือสวมหน้ากากของตนเองบ้าง ในเวลาไม่นาน "ศิษย์สำนักเมฆาอรุณ" ทั้งสามคนก็ได้หายไป...ถูกแทนที่ด้วยสามพี่น้องจอมยุทธ์พเนจร...
"เย่เฟิง" พี่ชายคนรองผู้ดูสุขุมและมีความรู้ (หลินเฟิง) "จางหู่" พี่ชายคนโตผู้เงียบขรึมและแข็งแกร่ง (จางเลี่ยง) และ "สือเหล่ย" น้องชายคนสุดท้องที่ดูใจร้อนและหุนหันพลันแล่น (สือจิน)
การสวมหน้ากากและรับชื่อใหม่ เป็นดั่งสัญลักษณ์ว่าพวกเขาได้ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่งแล้ว...โลกที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงและอันตราย ที่ซึ่งตัวตนเก่าของพวกเขาไม่สามารถปกป้องอะไรได้อีกต่อไป
หลังจากเตรียมตัวจนพร้อมสรรพแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางในคืนนั้นทันที เป้าหมายคือ "เมืองหมอกพิษ" เมืองที่ไร้กฎหมายซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศใต้หลายร้อยลี้
การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง ยิ่งพวกเขาเดินทางลึกลงไปทางใต้ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงไป ป่าไม้ที่เคยเขียวชอุ่มเริ่มกลายเป็นป่าพรุที่เฉอะแฉะ ต้นไม้มีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ และที่สำคัญ...อากาศเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นไอพิษจางๆ ที่ทำให้หายใจได้ไม่เต็มปอด
วันที่สามของการเดินทาง...ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านช่องเขาที่เปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง...
"หยุด!" หลินเฟิง หรือ "เย่เฟิง" ในตอนนี้ ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดนิ่ง
"มีอะไรอย่างนั้นรึ พี่รอง?" สือเหล่ยกระซิบถาม
เย่เฟิงไม่ได้ตอบ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังโขดหินขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างทาง...
"ออกมาได้แล้ว" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ซุ่มอยู่ตรงนั้นต่อไปก็ไร้ประโยชน์"
สิ้นเสียงของเขา ร่างของชายฉกรรจ์หน้าตาโหดเหี้ยมห้าคนก็กระโดดออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับอาวุธครบมือ! พวกมันคือกลุ่มโจรป่าที่คอยดักปล้นผู้เดินทางในแถบนี้นั่นเอง!
"เหอะ! ไม่เลวนี่เจ้าหนูที่รู้ว่าพวกข้าซ่อนตัวอยู่" หัวหน้าโจรแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย "ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ส่งของมีค่าทั้งหมดของพวกเจ้ามาซะดีๆ แล้วพวกข้าอาจจะไว้ชีวิตพวกเจ้าไปก็ได้!"
สือเหล่ยเตรียมจะชักกระบี่ออกมาแล้ว แต่เย่เฟิงกลับยกมือห้ามไว้
เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วปลดปล่อยรัศมีพลังปราณระดับรวมปราณของตนเองออกมาเพียง "หนึ่งส่วน" อย่างแผ่วเบา...แต่ความบริสุทธิ์และความหนาแน่นของพลังปราณนั้น กลับทำให้เหล่าโจรร่างยักษ์ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี!
"พวกท่านแน่ใจแล้วรึว่าจะหาเรื่องพวกเรา?" เย่เฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "พวกเราสามพี่น้องเพียงแค่เดินทางผ่านไปยังเมืองหมอกพิษ เพื่อไปทำธุระให้กับ 'ผู้ใหญ่' ท่านหนึ่งเท่านั้น...ข้าไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก...และก็ไม่อยากจะทิ้ง 'ร่องรอย' ที่ไม่จำเป็นไว้ด้วย"
คำพูดที่ดูสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยคำขู่ที่ชัดเจน...โดยเฉพาะคำว่า "ผู้ใหญ่" และ "ร่องรอย"...ทำให้หัวหน้าโจรที่พอจะมีสติปัญญาอยู่บ้างถึงกับเหงื่อตก! เด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้กลับมีพลังที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง แถมยังดูเยือกเย็นและไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย...พวกเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่!
หัวหน้าโจรลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจโบกมือ "ช่างเถอะ! ไปกัน! อย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย!"
พูดจบ กลุ่มโจรป่าก็รีบวิ่งหายกลับเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว!
จางหู่และสือเหล่ยมองภาพนั้นด้วยความทึ่งอีกครั้ง...พวกเขาไม่ได้สู้เลยแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้ศัตรูถอยหนีไปได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค...นี่คือพลังของ "สมอง" ที่น่ากลัวยิ่งกว่า "กำลัง" เสียอีก
หลังจากเดินทางต่อมาอีกสองวัน...ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย
ภาพของเมืองหมอกพิษปรากฏขึ้นเบื้องหน้า...มันถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีเทาจางๆ ตลอดเวลาสมกับชื่อของมัน อาคารบ้านเรือนสร้างขึ้นอย่างไม่เป็นระเบียบ เสียงทะเลาะวิวาทและเสียงโห่ร้องดังออกมาจากโรงพนันและหอนางโลมอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ผู้คนที่เดินอยู่ตามท้องถนนล้วนมีแววตาที่ดุดันและไม่เป็นมิตร...ที่นี่คือดินแดนของผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด
พวกเขาเดินเข้าไปในเมืองอย่างระมัดระวังที่สุด เย่เฟิงพาเพื่อนทั้งสองคนเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ซับซ้อน จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ดูเก่าแก่และโทรมที่สุดในย่านที่เปลี่ยวที่สุด
"เราจะพักกันที่นี่" เขากล่าว
"ที่นี่น่ะรึ?" สือเหล่ยถามอย่างไม่เข้าใจ "มันดู...ไม่ปลอดภัยเลย"
"เพราะมันดูไม่ปลอดภัยนี่แหละ มันถึงปลอดภัยที่สุด" เย่เฟิงอธิบาย "คนของหวังเทียนต้องคิดว่าเราจะไปพักในที่ที่ดีที่สุด แต่พวกมันไม่มีทางคาดคิดว่าเราจะเลือกพักในที่แบบนี้...ที่ที่ไม่มีใครสนใจใคร"
พวกเขาได้ห้องพักที่ชั้นสองมาหนึ่งห้อง...มันทั้งเล็ก สกปรก และมีกลิ่นอับ...แต่มันก็คือฐานที่มั่นแห่งใหม่ของพวกเขาในเมืองที่เต็มไปด้วยอันตรายแห่งนี้
คืนนั้น...หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าไม่มีใครแอบฟังอยู่...พวกเขาก็เริ่มวางแผนขั้นต่อไป
"แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนดี?" จางหู่ถาม
เย่เฟิงเดินไปที่หน้าต่างที่สกปรก มองลงไปยังท้องถนนที่วุ่นวายเบื้องล่าง...แววตาของเขาฉายประกายแห่งการวิเคราะห์ออกมา
"หวังเทียนต้องการสถานที่ขนาดใหญ่และลับตาคนเพื่อสร้างห้องทดลองของมันขึ้นมาใหม่...และมันก็ต้องการ 'วัตถุดิบ' จำนวนมาก ทั้งสมุนไพรพิษสำหรับวิชามาร และอาหารสำหรับเลี้ยงดูอสูร...มันไม่มีทางที่จะจัดหาของพวกนี้มาได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้"
เขาหันกลับมามองสหายทั้งสอง "เป้าหมายแรกของเราจึงไม่ใช่การตามหาตัวมัน...แต่คือการตามหา 'ร่องรอยการจัดซื้อจัดจ้าง' ของมัน...พรุ่งนี้...เราจะไปกันที่ตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง"