[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง

    บทที่ 51 คุณนี่เอง

    บทที่ 51 คุณนี่เอง


    “พ่อ ใครเป็นคนเชิญปรมาจารย์ฮวงจุ้ยคนไหนมาอีกล่ะครับ” หลินเจี้ยนเฉิง ลูกชายคนโตของหลินหมินเฟิงเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย เขาเห็นผู้เป็นบิดามองเครื่องรางในมืออย่างงุนงง “พ่อไม่ได้พูดว่าคนพวกนั้นเป็นพวกหลอกลวงเหรอ ทำไมพ่อเชื่อซะเองแล้วละ?”


    “ทำเหมือนฉันไม่เคยพูดประโยคพวกนั้นแล้วกัน” หลินหมินเฟิงกล่าว “เจี้ยนเฉิงอา เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้านะ ในปรมาจารย์พวกนั้นก็มีบางคนที่ไม่ใช่คนหลอกลวงเหมือนกัน”


    อย่างน้อยตั้งแต่เขาซื้อยันต์จากเฝ่ยไป๋ลู่มา อาการปวดหัวที่ทรมานเขามานานกว่าสิบปีก็ดีขึ้นไม่น้อย


    พูดอีกอย่างคือ ยันต์แผ่นนี้ใช้ได้ผล


    เฝ่ยไป๋ลู่คือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยตัวจริง


    หลินเจี้ยนเฉิงพลันเงียบกริบ “...”


    “ยังไงก็คุยกับแกไม่รู้เรื่องอยู่ดี” หลินหมินเฟิงเก็บยันต์ไปอย่างระมัดระวัง “แกไปหารวบรวมสิ่งประดิษฐ์หยกล้ำค่ามานะ ฉันจะเอาไปให้เป็นของขวัญกับท่านอาจารย์ อย่าลืมว่าต้องเป็นของที่แพงที่สุดด้วย”


    “...ครับ” เขาอยากจะเห็นนักว่าอีกฝ่ายเป็นนักต้มตุ๋นแบบไหนถึงทำให้พ่อสับสนได้ขนาดนี้ หลินเจี้ยนเฉิงพลันกำหมัดแน่น


    ……


    หลังจากเฝ่ยไป๋ลู่บอกลาหลินหมินเฟิง เธอก็เดินเข้าไปในห้องพักฟื้นที่เวินหมินรักษาตัวอยู่


    นี่คือเรื่องที่เธอรับปากกับพ่อลูกตระกูลเวินไว้


    เมื่อได้เจอเวินหมินอีกครั้ง เขาดูแก่ลงกว่าคราวก่อนไม่น้อย


    เหมือนว่าเขาจะยอมรับเรื่องที่ตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงห้าปีได้แล้ว เวินหมินจึงยิ้มทักทายหญิงสาว


    “อาจารย์เฝ่ย ลำบากให้คุณต้องมาอีกรอบเสียแล้ว


    เวินโจวดวงตาแดงก่ำ เขานั่งลงด้านข้าง


    คุณพ่อเวินกับพ่อของเวินหมินดูเศร้าโศก


    เฝ่ยไป๋ลู่พูดขึ้น “ชีวิตและความตายเป็นของคู่กัน หากใช้พลังทำลายชีวิต ลูกหลานของคุณเวินหมินเองก็ต้องประสบชะตาชีวิตที่เลวร้าย จงมองโลกในแง่ดีไว้ คุณควรทำความดีสวดภาวนาให้กับเขาเพื่ออโหสิกรรม เมื่อถึงเวลาฉันจะช่วยส่งเขาไปมีชีวิตที่ดีในภพภูมิหน้า พวกคุณยังมีโอกาสสานสัมพันธ์ในครอบครัวอยู่”


    ในภพหน้าถ้าได้เป็นพ่อลูกหรือเครือญาติกันอีกก็ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย


    “ขอบคุณอาจารย์เฝ่ย พ่อ คุณลุง อาโจว ชาตินี้เป็นฉันที่ทำตัวเอง พวกคุณไม่ต้องเศร้าไป พอเห็นพวกคุณเศร้าเพราะฉัน ฉัน...” เวินหมินยิ้มเศร้า “ฉันมักจะคิดว่าตัวเองกำลังจะตายก็ช่างเถอะ แต่ก็ไม่อยากเห็นพวกคุณ...” 


    เวินหย่งทนไม่ไหว เขาพลันโอบกอดร่างอันผอมบางเวินหมินไว้ พร้อมร้องไห้อย่างเจ็บปวด


    พ่อเวินกับเวินโจวค่อย ๆ เช็ดน้ำตา เดินออกจากห้องผู้ป่วยพร้อมกับเฝ่ยไป๋ลู่ ปล่อยให้พ่อลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน


    “อาจารย์เฝ่ย คำขอบคุณพวกนั้นผมจะไม่พูดมากแล้วกัน อีกหน่อยถ้าคุณต้องการให้พวกเราช่วยอะไร คุณก็บอกมาได้เลยนะ” คุณพ่อเวินกล่าวถ้อยคำเหล่านี้จากใจจริง เห็นได้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับเฝ่ยไป๋ลู่มากขนาดไหน


    ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ช่วย เด็กสองคนที่มีความสามารถคงประสบคราวเคราะห์มากมาย จนตระกูลเวินแห่งเมืองเจียงเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เป็นแน่

     

    เฝ่ยไป๋ลู่เองก็ไม่เกรงใจ


    เธอกับตระกูลเฝ่ยก็เสมือนน้ำกับไฟ


    แม้เธอจะไม่เกรงราชาปีศาจ แต่พวกคนชั่วทั้งหลายล้วนชวนปวดหัว


    เธอต้องขยายเส้นสายและอำนาจ ไต่ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุด ถึงจะทำให้ตระกูลเฝ่ยไม่กล้าตอแยเธอ


    เฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองทั้งสองคนแล้วกล่าว “พวกคุณยังต้องการอะไรอีกไหมคะ?”


    คุณพ่อเวินกล่าว “พวกเราไม่สามารถปิดบังอาจารย์เฝ่ยได้เลยจริง ๆ”


    เวินโจวเป็นฝ่ายกล่าวต่อ “ด้วยความแข็งแกร่งและจิตเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์ของอาจารย์เฝ่ย ถือเป็นวาสนาของครอบครัวเวินเราที่ได้พบกับอาจารย์ ดังนั้นผมจึงคิดจะเชิญอาจารย์เฝ่ยไปดูผู้อาวุโสท่านหนึ่งสักหน่อย เขาป่วยมานานหลายปี ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีใครทำของใส่ท่านหรือเปล่า”


    ประโยคนี้เต็มไปด้วยคำเยินยอชวนน่าสังสัย


    เฝ่ยไปลู่มองท่าทีของสองพ่อลูก “ใครคะ?”


    “คุณชายสามเวินครับ”


    ……


    “อาจารย์เฝ่ยครับ ตอนคุณเข้าพบคุณชายสามเวิน โปรดอย่าเข้าใจเขาผิดเลยนะ สีหน้าของเขาเย็นชามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หากว่ากันตามตรงกระทั่งผมยังไม่กล้าสบตากับเขาตรง ๆ เลย” หลังขึ้นรถ เวินโจวก็กล่าวขึ้น


    เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้ว น่ากลัวขนาดนั้นเลย?


    ฟังดูเหมือนคุณชายสามเวินจะเข้าถึงยากไม่น้อย


    คุณพ่อเวินเกรงว่าลูกชายโง่ ๆ ของตนจะพูดเรื่องไร้สาระและทำให้เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกไม่ดีต่อคุณชายสามเวิน เขาจึงเสริมขึ้นว่า "เจ้าอาโจวแค่ขี้ขลาดน่ะครับ เพราะคุณชายสามเวินอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่ง บารมีของเขาน่ากลัวก็จริง แต่เขามีจิตใจดีนะ”


    “คุณชายสามได้ริเริ่มจัดงานการกุศลมากมาย เขาตอบสนองต่อเสียงเรียกร้อง สนับสนุนการพัฒนามณฑลและเมืองที่ยากจนในพื้นที่ต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายประจำปีในเรื่องนี้เทียบเท่ากับรายได้ตระกูลเวินของเราเป็นเวลาสามปีเชียวล่ะ”


    “อ้อ” เฝ่ยไป๋ลู่เคยได้ยินเรื่องการกุศลของตระกูลเวินมาบ้างเช่นกัน


    เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายใช้เงินทำความดี ไม่เช่นนั้น เธอคงไม่มาในครั้งนี้


    “ถึงแล้ว คุณชายสามเวินอาศัยอยู่ที่นี่แหละครับ” คุณพ่อเวินจอดรถลงหน้าวิลล่าหลังหนึ่ง


    เฝ่ยไป๋ลู่อ่านข้อความบนบ้านเลขที่ "วิลล่าระดับกลาง..."


    เธอเพิ่งส่งของมายังที่อยู่นี้เมื่อวานเอง


    ที่แท้พวกคนมีกะตังเขาก็อาศัยอยู่ในที่แบบนี้เหมือนกันหมดสินะ


    รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องยังไงไม่รู้สิ


    คุณพ่อเวินจัดเสื้อผ้า กระแอมไอนิด ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้ม เอื้อมมือเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป “คุณชายสาม นี่คืออาจารย์ที่ผมอยากแนะนำให้คุณรู้จัก…”


    ผู้ชายที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเงยหน้าขึ้น เผยใบหน้าหล่อเหลาสู่สายตา


    คู่ดวงตาสีเข้มสุดแสนเย็นชา จนผู้พบเห็นต่างพากันเย็นวาบ


    เฝ่ยไป๋ลู่กำหมัดแน่น ส่งเสียงประหลาดใจขัดจังหวะพ่อเวิน “คุณนี่เอง!”


    เวินสือเหนียนไม่แสดงอาการประหลาดใจใด ๆ “คุณเฝ่ย ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”


    แม้ว่าชายคนนั้นจะนั่งอยู่บนรถเข็น แต่รัศมีที่แข็งแกร่งของเขา ทำให้เขาดูไม่ได้อ่อนแอเลย


    ชายหนุ่มไม่เหมือนคนป่วยใกล้ตายสักนิด


    วินาทีนั้น เฝ่ยไป๋ลู่พลันเชื่อมโยงเบาะแสที่ตนละเลยไปได้


    เวินสือเหนียนกับพ่อลูกตระกูลเวินจงใจล่อเธอมาที่นี่หรือ?


    เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เริ่มเย็นชา ต่อให้คุณพ่อเวินจะโง่แค่ไหน ก็ยังตระหนักได้ว่าเธอเข้าใจบางอย่างผิดไป


    เขาจึงรีบอธิบาย “อาจารย์เฝ่ย ผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณกับคุณชายสามเวินรู้จักกัน! ผมไม่ได้ร่วมมือกับคุณชายสามเวินเพื่อหลอกลวงคุณนะครับ”


    เวินสือเหนียนกล่าวเสริม “คุณเฝ่ย เวินอวี้ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยจริง ๆ ครับ”


    เวินอวี้เป็นชื่อของคุณพ่อเวิน


    เวินอวี้ปาดเหงื่อจากหน้าผาก แล้วรีบพยักหน้า


    เขาไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ นะ อย่าเข้าใจเขาผิดสิ!


    เฝ่ยไป๋หลู่มองไปยังเวินสือเหนียน คุณพ่อเวินไม่รู้เรื่อง เป็นไปได้ไหมว่าเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน?


    ทั้งที่อีกฝ่ายสามารถบอกเธอไว้ก่อนก็ได้ แต่กลับเก็บงำเงียบ แบบนี้ต่างอะไรกับการหลอกลวงกัน?


    “ขอโทษด้วยคุณเฝ่ย” เวินสือเหนียนขอโทษ แต่เขาก็อธิบายไม่เก่งเช่นกัน


    ชายหนุ่มขยับรถเข็นมาหาเฝ่ยไป๋ลู่ และกล่าวเปลี่ยนเรื่องอย่างใจเย็น “เวินผู้นี้ได้รับของที่คุณส่งมาเมื่อวานแล้ว แต่พวกมันก็กลายเป็นเถ้าไปภายในวันเดียวเช่นกัน”


    เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ก็บอกไปแล้วว่าของพวกนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับคุณ คุณต้องซื้อแบบเฉพาะของคุณเอง ส่วนตอนนี้ทั้งเงินทั้งสินค้าหมดแล้ว และฉันไม่มีบริการหลังการขายสำหรับสินค้าที่ใช้แล้วทิ้ง”


    ไอชั่วร้ายยังวนเวียนอยู่รอบกายชายหนุ่ม แล้วเครื่องรางของขลังธรรมดาจะป้องกันไอชั่วร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร


    คุณพ่อเวินเหงื่อท่วมทันที


    นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนหยาบคายกับคุณชายสามเวินขนาดนี้


    กระนั้นคุณชายสามเวินกลับไม่โกรธ


    หายากมากนัก!


    เฮ่อเหลียนเจี๋ยเพิ่งกลับมาจากบริษัท เขาได้ยินสองประโยคสุดท้ายเต็มสองหู พอมองเข้าไปในบ้านก็พลันเห็นสตรีมเมอร์สาวเจ้าปัญหากำลังกล่าวอย่างหยิ่งผยองและไม่แสดงความเคารพต่อคุณชายสามเวิน


    ในฐานะแฟนตัวยงของคุณชายสามเวิน เขามีน้ำโหทันที


    “นี่มันอะไรกันเนี่ย? ยันต์ที่เธอขายไม่ดีชัด ๆ มันพังทั้งที่ใช้ไม่ถึงวัน คุณภาพยันต์ของเธอแย่มาก ทำไมเธอถึงไม่รับของคืน…”


    ใบหน้าของเวินสือเหนียนถมึงทึงทันที เขารีบตะโกนใส่เลขา “หุบปาก ถ้าพูดอีกคำ ก็กลับปักกิ่งไปเลย!”


    เฮ่อเหลียนเจี๋ยรู้สึกน้อยใจมาก


    คุณชายสาม ไม่ใช่ว่าคุณโดนเฝ่ยไป๋ลู่ล้างสมองใช่ไหมครับ!!


    ทำไมถึงได้ปกป้องเธอไปเสียทุกครั้งกัน?


    คุณคงไม่ได้รักเฝ่ยไป๋ลู่จริง ๆ หรอกนะ


    เธอมีอะไรดี เธอบังอาจขายยันต์ไร้คุณภาพให้กับคุณเชียวนะ!


    เฝ่ยไป๋ลู่มองสีหน้าโกรธ ๆ ของเฮ่อเหลียนเจี๋ย ‘เยี่ยม ไม่เคยมีคนดูถูกยันต์ที่เธอวาดแบบนี้มาก่อนเลย ให้ตายเถอะ!’


    เจ้านายเป็นยังไงลูน้องก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ


    หรือคนตระกูลเวินเองก็จะไม่ชอบยันต์คุณภาพต่ำของเธอ?


    เฝ่ยไป๋ลู่อดไม่ได้ที่จะมีโทสะ


    เธอมองเวินสือเหนียนด้วยตาวาวโรจน์ “ได้ค่ะ ฉันจะคืนเงินให้คุณไม่ขาดแม้แต่หยวนเดียว”


    เวินสือเหนียนปวดหัว “ผมไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น”


    ใครสนว่าคุณจะหมายความว่ายังไง เฝ่ยไป๋ลู่กลอกตามองเขา แล้วพูดว่า “งั้นก็ช่างเถอะ”


    “เดี๋ยวก่อน” เวินสือเหนียนยื่นมือไปรั้งข้อมือของเฝ่ยไป๋ลู่ไว้โดยไม่รู้ตัว


    เฝ่ยไป๋ลู่ที่รู้สึกกระวนกระวายใจและกำลังจะสลัดมือเวินสือเหนียนออก พลันรู้สึกว่างูตัวเล็ก ๆ บนข้อมือของเริ่มขยับ


    เปลือกตาของเธอพลันกระตุก “อย่า!”


    ทว่า…สายไปแล้ว เจ้างูน้อยแยกเขี้ยวและกัดนิ้วของเวินสือเหนียนไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง ที่คุณอ่าน