เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 32 จับกุม

     “เหอะ อยากจะให้ข้ายกโทษให้ เจ้าก็ฝันหวานกันต่อไปเถอะ! คิดว่าจะทำลายได้หมดอย่างงั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? รอจนข้าทลายสมบัติวิเศษของเจ้าได้ ก็คงต้องดูว่าเจ้ายังมีอะไรให้น่าบอกกล่าวอีกกัน!” เจวี๋ยหวู่หมิงยกมุมปากขึ้น หัวเราะอย่างเย็นชากล่าว ทั้งจะต้องเผชิญหน้าด้วยการที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขายังคงเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งเขาได้พบพานกับเบาะแสอะไรบางอย่างได้ ถึงจะบอกไปว่ากองทัพใบหน้าผีสางนี้จะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้หมดหยุด แต่ก็ยังคงแผ่กระจายอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยหมอกดำอันหนาทึบก็เริ่มที่จะเบาบางขึ้นไม่น้อย จากที่ได้เห็นเช่นนี้ การโจมตีของเขายังคงถือว่ามีผลลัพธ์อยู่ ใบหน้าผีสางพวกนี้ที่เกิดมาใหม่ที่อาศัยอยู่ภายในหมอกดำ ถ้าหากไม่มีหมอกดำ ใบหน้าผีสางพวกนี้ก็จะเหมือนกับไร้แหล่งพลังต้นกำเนิด การจะต่อกรด้วยย่อมถือเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นอีกมากแล้ว! เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ: “กลืนกินมิติช่อง!” เมื่อได้สิ้นเสียงลง หว่างคิ้วพลันเกิดเป็นประกายแสงสีม่วงระยิบระยับ ตราผนึกแต้มดอกทานตะวันได้เคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นจนคล้ายกับลูกข่าง ต่อมา แสงสีม่วงจากตราผนึกแต้มดอกทานตะวันได้พุ่งออกมาอยู่นับไม่ถ้วน ชั่วขณะนั้นก็ได้ปกคลุมไปทั่วทั้งสนามรบ จนเมื่อแสงสีม่วงได้ปกคลุมเข้าสู่ทุกพื้นที่ หมอกดำคล้ายกับนกน้อยคืนสู่รัง แยกย้ายกันถูกแสงสีม่วงลากเข้าสู่ภายในตราผนึกแต้มดอกทานตะวัน ตราผนึกแต้มดอกทานตะวันได้ดูดกลืนหมอกดำเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้งดั่งปลาวาฬกลืนน้ำ หมอกดำที่ปกคลุมอยู่ทั่วสนามนั้นกลับสามารถใช้ความเร็วในระดับที่แม้จะใช้เพียงตาเปล่าก็มองเห็นได้ สลายหายไปจนหมดสิ้น แต่ทว่าแค่เพียงชั่วพริบตาเดียว สนามศึกที่แม้จะยื่นมือออกก็ยังไม่อาจเห็นนิ้วมือทั้งห้าได้เมื่อครู่นี้ ไม่ทันไรก็เหมือนกับแยกเมฆหมอกสลาย จนกลับคืนสู่ความกระจ่างแจ้งเห็นได้อย่างชัดเจน ทันทีที่ไม่ได้มีหมอกดำให้การสนับสนุน ใบหน้าผีสางแต่ละตนก็ได้มีอาการงุ่มง่ามขึ้นในทันที แม้แต่ความเคลื่อนไหวก็ยังเชื่องช้าลง จนมีความเคลื่อนไหวแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากหุ่นไม้ที่ไร้พลัง เจวี๋ยหวู่หมิงได้หันมองดวงตาที่เป็นศูนย์กลางของเสาหิน พลันเกิดความคิดขึ้นวูบ หว่างคิ้วพลันเป็นปัญญา ดีดออกไปจนเกิดเป็นประกายแสงสายหนึ่ง เพียงพริบตาเดียวก็ได้ฟาดฟันเข้าใส่เสาหินที่อยู่ทางด้านบน อุปกรณ์ปราณชั้นเลิศ——คร่าวิญญาณ! คมกระบี่อันแหลมคม จนเพียงพอที่จะตัดทองสะบั้นหยกจนขาด! เสาหินนั้นแต่เดิมก็จะต้องเป็นสมบัติวิเศษที่คอยผนึกรวมพลังมนตรา ในส่วนที่จะต้านทานคมกระบี่นี้ที่แหลมคมยากทนทาน ไม่ทันไรก็ได้ถูกผ่าจนขาดเป็นสองเสี่ยง เสาขาดและล้มคลื่นลงกับพื้น จนเกิดเป็นฝุ่นธุลีลอยคลุ้งไปทั้งฟ้า ในระหว่างที่เสาหินกำลังถูกทำลาย เงามายาใบหน้าผีสางพวกนั้นก็ไร้สิ่งที่คอยยึดเหนี่ยว แต่ละตนแต่ละตัวแตกระเบิดดั่งฟองอากาศ สลายหายไปจากท่ามกลางอากาศ ตามความเป็นจริง เสาหินนั้นก็คือศูนย์รวมพลังค่ายกลของสมบัติวิเศษ ทันทีที่ถูกทำลาย ก็จะไม่มีอำนาจใดอีกต่อไปแล้ว จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์แสดงสีหน้าขาวซีด พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต กระดิ่งในมือถึงกับไม่อาจถือไว้ได้มั่น จนถึงกับร่วงลงกับพื้น เจวี๋ยหวู่หมิงที่ได้เห็นสภาพอาการของเขา ก็พอที่จะรู้ได้ว่าเขาพลังย้อนทวนเข้าแล้ว จิตใจพลันสว่างวาบขึ้นมา และก็เป็นเช่นนั้น——ใช้พลังตีกลับ ในการเอาชีวิตเจ้า! ภายใต้การลงมือนี้ คร่าวิญญาณถึงกับเกิดเสียงดังครืน ๆ ออกมา ภายในห้วงความนึกคิดของเจวี๋ยหวู่หมิง จนเกิดเป็นแสงสายหนึ่งสาดเข้าใส่จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่ได้พบว่าไม่อาจทนได้ไหวอีกแล้ว ประกายกระบี่ยังได้ถูกกระตุ้นอำนาจของยมทูตสังหารเข้ามา จนแตกตื่นลนลานขึ้นจับใจ! “ไป!” เสียงทุ้มต่ำเมื่อได้ดังขึ้น ฝ่าเท้าพลันขยับเคลื่อนไหว หันกายหมายมั่นกระตุ้นพลังออกจนเกิดเป็นสายลมอสูรหอบหนึ่งบินจากไป “คิดหนี? ได้ถามกระบี่บินของข้าแล้วหรือยัง?” เจวี๋ยหวู่หมิงเพียงแสยะยิ้มออกมา พลังอสูรพรั่งพรูเอ่อล้น คร่าวิญญาณทะยานเข้าใส่อย่างรุนแรง เหินบินระเบิดพลังอย่างต่อเนื่อง พริบตานั้นก็ได้ไล่ตามจิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ไป จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ได้พยายามใช้พลังทั้งหมดเพื่อวิ่งหนี แต่มีอย่างที่ไหนที่จะสามารถเร็วได้กว่ากระบี่บินได้? “อา!” เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดสุดแสนได้ดังสะท้อนออกไปจนห่างไกล จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ยังไม่ทันทะยานออกไปห่างไกลเกินสิบจั้ง ก็ต้องถูกคร่าวิญญาณของเจวี๋ยหวู่หมิงฟันดับชีพร่วงหล่นลงสู่ใจกลางผืนป่าพงไพร เจวี๋ยหวู่หมิงเดินตามเข้าไป จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่มีสีหน้าไร้เลือดล้มลงคลานอยู่กับพื้น แขนข้างหนึ่งได้ขาดจนอยู่ในจุดที่ไม่ไกลออกไปมากนัก ทำได้แต่เพียงใช้แววตาอาฆาตมองไปที่เจวี๋ยหวู่หมิง จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่คิดจะดิ้นรน แต่ถูกเจวี๋ยหวู่หมิงได้จับกุมแขนเอาไว้ พลังอสูรล้นทะลักออกมา พริบตานั้นก็ได้ผนึกจุดตันเถียนโอสถอสูรของจิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์เอาไว้ จนทำให้กลายเป็นคนพิการไปในทันที มือของเจวี๋ยหวู่หมิงคล้ายกับกรงเล็บเหล็กกำลังบีบไปที่จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ กะโหลกศีรษะเริ่มเกิดเสียงแตกร้าวดังตามออกมา ใช้แววตาเย็นเยียบเหม่อมองไปที่เขา จนเกิดเป็นจิตสังหารอย่างรุนแรง “นายท่านไว้ชีวิตด้วย!นายท่านโปรดไว้ชีวิตด้วย!” ตั้งแต่เริ่มเขาที่ยังไม่ทันได้เห็นพลังสภาวะได้อย่างชัดเจน แต่ระหว่างที่ได้มองเห็นแววตาที่เย็นเยียบไร้ไมตรีของเจวี๋ยหวู่หมิง จนไม่ต่างอะไรไปจากน้ำเย็นสาดเข้ามาที่หัว ในใจพลันเกิดเป็นความตื่นเต้นลุ้นระลึกขึ้นมา จนถึงกับรีบคุกเข่าอ้อนวอนขึ้นมา เจวี๋ยหวู่หมิงยกมุมปากขึ้นสูง จนเกิดเป็นเสียงหัวเราะอันเย็นเยียบดังออกมา: “ปล่อยเจ้าไปงั้นเรอะ? แล้วผู้ใดเคยปล่อยท่านแม่ข้าไปกัน? ผู้ที่ฆ่าคน ก็ยังเป็นคนฆ่าอยู่วันยังค่ำ! เจ้ายังคงรีบตายไปเสียเถอะ!” “ไม่!เจ้าฆ่าข้าไม่ได้เป็นอันขาด! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้านั้นเป็นผู้ใด?” จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยสีหน้าหวาดผวา ตะโกนออกมาเสียงดังด้วยสภาพภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในจิตใจขี้ขลาดตาขาว ทันทีที่ได้พบเห็นเจวี๋ยหวู่หมิงในมือเคลื่อนไหววูบ จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์พลันแสดงสีหน้ายินดีออกมา จนคิดว่าเจวี๋ยหวู่หมิงเกิดความหวาดกลัวขึ้นแล้ว พร้อมกับรีบเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ: “หึหึ ท่านย่าข้ากลับเป็นถึงผู้อาวุโสแห่งหุบเขาจิ้งจอกเหินเชียวนะ หากเจ้ากล้ามาแตะต้องข้าแม้เพียงเส้นขน ท่านย่าข้ากับหุบเขาจิ้งจอกเหินจะไม่มีทางปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน! ถ้าหากตอนนี้เจ้ายอมปล่อยข้าไปอย่างว่างนอนสอนง่าย แล้วนำสมบัติวิเศษชิ้นนั้นของเจ้าถวายออกไป ข้าอาจจะยังใคร่ครวญให้เจ้าเข้าร่วมกับหุบเขาจิ้งจอกเหินก็เป็นได้ จนได้เข้าเป็นศิษย์สายนอกของหุบเขา” จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ที่มีเบื้องหลังอย่างหุบเขาจิ้งจอกเหิน ยังคิดว่าจะสามารถจัดการกับเจวี๋ยหวู่หมิงได้อย่างแน่นอนแล้ว ในระหว่างที่กล่าวอยู่กระทั่งน้ำเสียงก็ยิ่งมีแต่จะไร้ความหวาดกลัว จนถึงกับบอกกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจองหองออกมา ถึงแม้ว่าปากของเขาจะพูดมาเช่นนี้ แต่ในใจแทบจะเรียกได้ว่าจงเกลียดจงชังเจวี๋ยหวู่หมิงเข้ากระดูกดำ จนตัดสินใจได้ว่า หากว่ากลับไปได้ จะให้ท่านย่าเคลื่อนกำลังพลมาช่วยเหลือ แล้วจัดการปิดล้อมเจวี๋ยหวู่หมิงกับเผ่าอสรพิษพวกนั้นไม่ให้เล็ดลอดออกไปได้แม้สักตัวเดียว! ในส่วนของเจวี๋ยหวู่หมิง เขาก็ยิ่งมีความต้องการอยากจะเลาะเอ็นถลกหนัง แล้วใช้มาจัดงานเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ เพื่อชะล้างความเกลียดชังที่เอ่อล้นอยู่ในใจ! ในขณะที่จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าวันข้างหน้าจะเคี่ยวกรำล้างแค้นเจวี๋ยหวู่หมิงยังไง มืออันใหญ่โตบนร่างก็ได้ฟาดเข้าใส่ตรงส่วนลำคอของเขาไปในทันที พร้อมกับกระตุ้นพลังออกมาอย่างรุนแรง! “อา!!” จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ได้แผดเสียงกรีดร้องอย่างอเนจอนาถ จนกระดูกส่วนคอไม่อาจทนรับแรงกดดันเอาไว้ได้อีก จนเกิดเป็นเสียงดังกร๊อบพร้อมกับถูกบดจนละเอียด เขาถึงกับถลึงตาทั้งคู่จนโต ไม่อาจที่จะไม่เชื่อกำลังหันไปมองเจวี๋ยหวู่หมิง คิดไม่ตกว่าเหตุใดในครั้งที่เจวี๋ยหวู่หมิงได้ยินคนที่อยู่เบื้องหลังเขา ถึงกับยังกล้าฆ่าเขาอีกงั้นเรอะ? โดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่า เจวี๋ยหวู่หมิงแทบจะไม่เคยได้ยินว่าอะไรคือหุบเขาจิ้งจอกเหินมาก่อน ยิ่งไม่อาจรู้ได้ว่าหุบเขาจิ้งจอกเหินมีความแข็งแกร่งมากขนาดไหน แต่ถึงแม้ว่าจะรู้ เขาก็ไม่เก็บมาใส่ใจอยู่ดี เขาที่มีระบบสะท้านฟ้าติดตัว หนึ่งวันเหมือนโบยบินไปกว่าพันลี้ หุบเขาจิ้งจอกเหินอะไร หรือว่าจะเป็นหุบเขาสุนัขเหินอะไรนั้น ในเวลาอีกไม่นาน ก็มีแต่จะถูกเขาเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าอย่างง่ายดาย แล้วยังจะมาใส่ใจกับอะไรพวกนี้อีกกัน? เพียงการกระอักเลือดแค่ครั้งเดียว ได้ผสมเศษเสี้ยวอวัยวะภายในเจือปนมาด้วย จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ถึงกับดวงตาแทบถลน จนกระทั่งเสียงก็ได้หยุดลงกะทันหัน จนร่างกายถูกฉีกเหมือนกับเศษผ้าก็มิปาน ถูกเจวี๋ยหวู่หมิงโยนทิ้งไว้บนพื้น จิ้งจอกเพลิงบริสุทธิ์ได้สิ้นใจไปแล้ว อีกทั้งยังสิ้นใจจนยากตายตาหลับ!...