บทที่14
การต่อสู้อันอยากลำบาก
เวลา 23.48 น.
ฉันกับยูมิตรึงสถานการณ์เอาไว้กว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ดูท่าฝั่งเราจะเสียเปรียบอย่างหนัก เดิมทีพวกเราก็เหนื่อยจากการทำนาทำไร่มาก่อนแล้ว ยิ่งตอนนี้ดึกมากๆ ความง่วงก็ทำให้พวกเราแทบหลับกลางสนามรบ
พื้นที่นอกกำแพงค่อนข้างมืด ไม่มีแสงไฟจากจุดไหนเลย แม้แต่ไฟกิ่งยังไม่มี บ่งบอกได้อย่างดีว่าด้านนอกกำแพงนี้มวลมนุษยชาติล่มสลายไปขนาดไหน
“ไมยะ อีกกี่นาทีกว่าการโจมตีระลอกต่อไปจะมา” ฉันะโถามข้ามกำแพงไปหาไมยะ
“อีกสักสิบนาทีค่ะ ทั้งสองคนดื่มกาแฟกันหน่อยไหมคะ ฟังจากเสียงคุณโนกิแล้วคงง่วงมากน่าดู”
“เธอเปิดไฟฉายตลอดเวลาไม่ได้หรือไง มืดๆ แบบนี้ฉันยิ่งง่วงไปกันใหญ่”
“ไม่ได้ค่ะ ถ้าเปิดไฟฉายทิ้งไว้เดี๋ยวอสุรกายลิงจะปาหินทำลายไฟฉายอีก”
“ให้ตายเหอะ ฉันขอกาแฟแบบขมๆ เลยนะ”
“รับทราบค่ะ”
ฉันกับยูมินั่งจมจ่อมรอการบุกโจมตีของอสุรกายลิงไปอีกสักพักใหญ่ การวิวัฒนาการของพวกมันค่อนข้างก้าวะโมาก ไม่รู้พวกมันไปได้องค์ความรู้ในการวิวัฒนาการมาจากไหน ถึงได้สามารถพัฒนาร่างกายให้เข้ากับสนามรบได้เป็อย่างดี
อย่างรอบนี้สนามรบเป็พื้นที่ราบกว้าง พวกมันจึงวิวัฒนาการให้ตัวเองเป็อสุรกายรูปร่างคล้ายลิงที่มีความเร็วในการวิ่ง ะโหลบ และสามารถปาอาวุธะุก้อนหินตอบโต้พวกเราได้ เื่การมองเห็นเองก็เป็ต่อพวกเราอย่างเห็นได้ชัด มีอสุรกายลิงกลุ่มนึงที่แอบซุ่มโจมตีพวกเราจากความมืด และคอยทำลายไฟฉายเพื่อลดการมองเห็นของพวกเราอยู่
ตอนนี้เราเสียไฟฉายไปแล้วสามสิบกว่ากระบอก อีกไม่นานต้องหมดก่อนจบการต่อสู้แน่ๆ
ฉันหันมามองกำแพงเขตอาคมที่เรืองแสงสว่างอ่อนๆ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ถ้ากำแพงนี้สว่างเป็สปอตไลต์ได้ก็คงดี
“ทางสองนาฬิกามีการเคลื่อนไหวค่าา!!”
ยูมิลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งท่าพร้อมรบ ฉันก็ยิงธนูะเิออกไปฆ่าอสุรกายลิงที่ซุ่มโจมตีพวกเราก่อนแล้ว
ตู้มมม
เสียงะเิสีฟ้าน้ำทะเลสว่างจ้าไปทั่วอาณาบริเวณ ภาพที่ฉายทำให้ฉันเห็นว่าอสุรกายลิงกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาเยอะกว่ารอบที่แล้วถึงสิบเท่า!!
“ถามจริง นี่พวกมันมีกันกี่ตัวเนี่ย ทำไมยั้วเยี้ยอย่างกับฝูงปลวกแบบนี้ล่ะ!!”
ฉันยิงห่าฝนธนูสลับกับธนูะเิออกไปรอบแล้วรอบเล่า แสงสว่างจากการะเิทำให้เห็นสนามรบเป็ภาพกะพริบราวกับแสงไฟแฟลต แม้จะยังกำจัดได้ไม่หมดในทีเดียว แต่ฉันรับรองได้เลยว่าไม่มีทางให้อสุรกายลิงหลุดรอดมาโจมตีเสาโทริอิได้อย่างแน่นอน!!
“คุณยูมิไฟฉายค่ะ!!”
ไมยะส่งไฟฉายออกมาให้ยูมิที่ยืนคุ้มกันฉัน ยูมิรับไฟฉายมาสามกระบอกทำการเปิดสาดแสงไปยังสนามรบ เธอมองสถานการณ์ ประมวลผลและคำนวณจุดซุ่มยิงต่างๆ จากนั้นก็ะโพุ่งตัวออกไปทำลายจุดซุ่มยิงที่ฉันมองไม่เห็น
“ลูกเตะผู้กล้า ย้ากกก!!”
เมื่อเธอกำจัดจุดซุ่มยิงสำเร็จก็รีบพุ่งกลับมาคุ้มกันฉันอีกครั้ง เราประสานงานกันได้อย่างลงตัว ฉันคอยยิงทำลายล้างเป็วงกว้าง ส่วนยูมิคอยเก็บจุดย่อยๆ ที่ฉันทำลายไม่หมด พวกเราใช้เวลากับการรบในระลอกนี้ไปสามสิบกว่านาที การป้องกันระลอกนี้ถือว่าสำเร็จ
“ให้ตายเหอะ มากันทีเดียวเลยไม่ได้หรือไง สู้เป็รอบๆ ยื้อเวลาแบบนี้ฝั่งเราเสียเปรียบนะ”
ฉันหอบแฮ่กๆ อย่างหมดแรง เหนื่อยก็เหนื่อย แถมยังง่วงจนถ่างตาจะไม่ขึ้นอีก ในการป้องกันระลอกหน้า ฉันว่าฉันคงพลาดไปหลายเป้าทีเดียว
“ขอโทษทั้งสองคนด้วยนะคะที่บอกคำพยากรณ์กะทันหันเกินไป”
“จะอธิบายเื่นี้ให้ฟังแล้วสินะ”
“ค่ะ ที่จริงแล้วพวกเราคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการบุกโจมตีอีกครั้งหลังการเก็บเกี่ยวข้าว แต่การวิวัฒนาการของพวกอสุรกายก้าวะโมาก ทำให้พวกมันพร้อมรบก่อนคำพยากรณ์ที่คาดการณ์ไว้ นี่คือเหตุผลที่คำพยากรณ์รอบใหม่มาอย่างปุบปับค่ะ”
“จะเป็แบบนี้ทุกรอบไม่ได้นะ ฉันสองคนลำบาก”
“ขอโทษด้วยนะคะ หลังจากนี้พวกเราจะทำงานให้ดียิ่งขึ้นค่ะ”
“นี่ๆ ทั้งสองคน ฉันว่าพวกเราเจอศึกหนักแล้วล่ะ”
จู่ๆ ยูมิก็สะกิดไหล่ฉันให้หันไปมองสนามรบ เธอเปิดไฟฉายเพื่อให้การมองเห็นดีขึ้น ภาพเบื้องหน้าคืออสุรกายเกราะตั้งขบวนเรียงเป็แถวหน้ากระดานห้าแถว มีอสุรกายลิงแซมข้างๆ อสุรกายเกราะอย่างละสองตัวซ้ายขวา
“ทำไมพวกมันถึงตั้งขบวนรบแบบนี้ได้ล่ะ!!”
“พวกมันคงเรียนรู้การโจมตีของพวกเราแล้วหาทางตอบโต้ค่ะ” ยูมิกำหมัดแน่น เธอคงััได้ถึงลางร้ายที่คืบคลานเข้ามา
เพล้ง!!
ไฟฉายของเราถูกทำลายโดยอสุรกายลิงที่ซุ่มปาะุก้อนหินอีกครั้ง ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ ฉันเริ่มแตกตื่นเพราะรู้ว่าตัวเองไม่สามารถโจมตีอสุรกายเกราะได้ พวกมันจะเคลื่อนทับอย่างช้าๆ และเข้าใกล้พวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ ความเป็ไปได้ที่พวกเราจะปกป้องเสาโทริอิต้นนี้สำเร็จแทบเป็ศูนย์
“เอายังไงดียูมิ ฉะ ฉัน...ฉัน”
ยูมิจับมือฉันแล้วให้กำลังใจ
“พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะนะคะ”
ในความมืดมิดนี้ ััแห่งความอบอุ่นจากยูมิทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมา
“นั่นสินะ มีเพียงต้องชนะเท่านั้น!!”
“คุณไมยะคะ ช่วยส่งกระบอกไฟฉายมาให้ฉันเพิ่มด้วยค่ะ”
ยูมิรับไฟฉายมาอีกสามกระบอก ในรอบนี้เธอไม่คิดจะตั้งไฟฉายให้สาดแสงอยู่กับที่อีกแล้ว เธอเลือกที่จะเก็บมันไว้กับตัวและเลือกใช้มันใน่ที่จะพุ่งเข้าโจมตีเท่านั้น
ฉันเริ่มกราดยิงลูกธนู พวกอสุรกายเกราะตั้งโล่ขึ้นมากัน เหล่าอสุรกายลิงะโไปหลบด้านหลังโล่ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกมันต้องมาไม้นี้ จึงได้เสริมพลังลูกธนูชุดใหม่ให้สามารถะเิออกเมื่อตกกระทบวัตถุ แน่นอนว่าการสะท้อนกลับของอสุรกายเกราะไร้ประโยชน์ไปทันที
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!!
แม้ความเสียหายจะไม่เท่าธนูะเิ แต่ก็สามารถสร้างจังหวะติดสถานะมึนงงให้พวกมันได้ แสงสว่างจากการะเิแวววับผลุบหายรอบแล้วรอบเล่า ยูมิใช้โอกาสดังกล่าวเข้าโจมตีอสุรกายเกราะตัวแล้วตัวเล่า การตั้งขบวนรบของพวกมันถูกทำลายไปถึงหนึ่งในสี่ส่วน
ฉันกับยูมิเริ่มโจมตีอีกครั้ง ทว่าในรอบนี้ทุกอย่างไม่เป็อย่างที่คิด อสุรกายเกราะทิ้งโล่ไว้ให้พวกอสุรกายลิง จากนั้นพวกอสุรกายเกราะก็ออกวิ่ง แรงสั่นะเืจากการวิ่งของพวกมันทำให้ฉันทรงตัวลำบาก
“โธ่เว้ย เล็งยิงไม่ได้เลย!!”
“ฉันจะออกไปจัดการพวกอสุรกายเกราะเองค่ะ ช่วยยิงสนับสนุนฉันด้วยนะคะ!!”
ยูมิพุ่งตัวออกไปแล้วเริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่ง เธอะโก้องสนามรบแล้วแผ่กระจายแสงแห่งผู้กล้าไปทั่วอาณาบริเวณ ดอกไฮบิซูกาสุบานสะพรั่ง เสียงโหยหวนของอสุรกายเกราะดังระงม ยูมิเกือบเอาชนะอสุรกายเกราะได้หมด ทว่ารูปแบบการโจมตีของเธอก็ชะงักลง แสงไฟจากไฟฉายหายไป ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความมืดกำลังทำให้ฉันร้อนรน
“ไมยะ เอาไฟฉายมาเร็ว!!”
เมื่อฉันส่องไฟฉายออกไป ฉันเห็นฝูงอสุรกายลิงะโต่อตัวกับทับร่างยูมิจนกลายเป็ูเาขนาดย่อมๆ
“บ้าเอ๊ย!!” ฉันรวบรวมพลังบริสุทธิ์แล้วสร้างลูกธนูะเิที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าขีปนาวุธขึ้นมา “ปล่อยเพื่อนของฉันนะไอ้พวกสวะเอ๊ย!!” ฉันยิงธนูขีปนาวุธออกไป ความเร็วที่แทบจะมองตามไม่ทันพุ่งแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว ขีปนาวุธพุ่งใสู่เาอสุรกายลิงแล้วะเิออกสร้างความเสียหายเป็วงกว้างจนแรงะเิผลักฉันกลับเข้ามาในกำแพงเขตอาคม
แสงสว่างอันเจิดจ้ายังคงทอแสงวิบวับอยู่ข้างนอกนั้น ฉันลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งตัวออกไปนอกกำแพง มองหายูมิแล้วก็พบว่าเธอนอนหมดสติอยู่กลางสนามรบ
“ยูมิ!!” ฉันะโเรียกอย่างใจหาย ในจุดที่ฉันยืนอยู่มองไม่ออกเลยว่าเธอยังหายใจอยู่ไหม ฉันตัดสินใจะโออกไปหายูมิ ฉันรีบช้อนตัวเธอขึ้นมา ยูมิยังหายใจ แต่รวยรินมาก
“ยูมิแข็งใจไว้นะ!”
ฉันอุ้มเธอขึ้นในท่าเ้าสาวก่อนจะะโสุดแรงเพื่อพาเธอไปหลังกำแพงให้ไวที่สุด ทว่าฉันก็ถูกสกัดด้วยการซุ่มยิงจากอสุรกายลิง แม้จะไม่ได้รับาเ็เพราะชุดผู้กล้าช่วยปกป้องเอาไว้ แต่มันก็สอยฉันร่วงจากอากาศได้อยู่ดี
ฉันตกอยู่ในวงล้อมของอสุรกายเกราะที่ยังเหลือรอด ตอนนี้พวกมันไม่มีโล่ ฉันพอสู้ได้ แต่เพราะฉันมียูมิในอ้อมแขนจึงไม่สามารถเสียเวลาได้อีก ฉันะโสุดแรงเกิดอีกครั้ง แม้จะถูกสอย ฉันก็ยังะโต่อไปเรื่อยๆ พอส่งยูมิถึงที่ปลอดภัย ชุดผู้กล้าของฉันก็เสียหายไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
“ฝากดูแลเธอด้วยนะ”
ฉันกำชับไมยะแล้วออกไปนอกกำแพง ฝูงอสุรกายเกราะมาถึงระยะอันตรายที่สามารถโจมตีเสาโทริอิได้แล้ว อสุรกายลิงเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกมันเรียนรู้การต่อสู้จากฉันแล้วเริ่มยิงห่าฝนะุก้อนหินมาใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง
การต่อสู้ครั้งนี้แม้จะรู้ว่ามีโอกาสแพ้สูง แต่ฉันก็เลือกที่จะสู้จนถึงที่สุด ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมปล่อยให้พวกมันมาทำร้ายพวกพ้องของฉันได้หรอก!!
“ขอโทษนะท่านเทพ ฉันคงต้องใช้พลังของท่านจนหมดเกลี้ยงอีกแล้ว”
ฉันรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีรวมถึงดึงพลังจากมากาทามะมาใช้ด้วย ชุดผู้กล้าของฉันสลายไป ละอองแสงสีฟ้าสดใสหลอมรวมกันแล้วเบ่งบานเป็ดอกบัวขนาดใหญ่ นี่คือการวางเดิมพันครั้งสุดท้ายของฉัน หากการโจมตีครั้งนี้ฆ่าล้างพวกมันไม่สำเร็จ ฉันก็จะตายเพราะถูกอสุรกายเกราะจับกิน แต่ถึงฉันจะตาย ฉันก็ไม่เสียใจหรอก เพราะนี่คือสิ่งที่เด็กผู้หญิงคนนึงจะทำเพื่อปกป้องเพื่อนได้แล้ว
“เอาไปกินซะ ท่าไม้ตายดอกบัวพลีชีพ!!”
รายงานการต่อสู้ครั้งที่ 2
สรุปผลการต่อสู้
คุณฮาซูโนะ โนกิสามารถฆ่าอสุรกายทั้งหมดได้สำเร็จ ทว่าการโจมตีของอสุรกายลิงที่ยิงเป็ห่าฝนะุก้อนหินมานั้นไม่ถูกชำระล้างไปพร้อมกับท่าไม้ตายของคุณโนกิ ทำให้ก้อนหินพุ่งเข้าโจมตีเสาโทริอิสร้างรอยร้าวให้กับเสา กำแพงเขตอาคมจึงเปราะบางลง
รายงานการได้รับาเ็
คุณไฮบิสุ ยูมิ ได้รับาเ็จากการถูกกดทับของอสุรกายลิง เธอขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะทำให้เธอหมดสติ
คุณฮาซูโนะ โนกิ ใช้พลังจนหมด และยืมพลังจากมากาทามะมาใช้ ทำให้เธอไม่มีการป้องกัน ห่าฝนก้อนหินที่ร่วงมาโดนตัวเธอสร้างาแเป็รอยฟกช้ำ และก้อนหินก้อนหนึ่งถูกโจมตีเข้าที่ศีรษะ ทำให้หัวแตก ขณะนี้ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว
อนึ่ง พลังเทพคุ้มครองของคุณโนกิหลงเหลือเบาบางมาก เพราะคุณโนกิรีดเค้นใช้เกือบหมด ขณะนี้ท่านเทพกำลังพักฟื้นอยู่ทีู่เาหลังศาลเ้าอิสึมิ คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองอาทิตย์ถึงจะสามารถแบ่งพลังมาสะสมในมากาทามะได้อีกครั้ง
รายงานทักษะการต่อสู้
คุณฮาซูโนะ โนกิ สร้างลูกธนูห่าฝนผสานเอาไว้ใช้ต่อกรกับอสุรกายเกราะ ทำให้พวกมันติดสถานะมึนงงหลังลูกธนูตกกระทบและะเิออกได้
คุณฮาซูโนะ โนกิ สร้างขีปนาวุธโจมตีกวาดล้างเป็วงกว้างได้
คุณฮาซูโนะ โนกิ สร้างท่าไม้ตาย ‘ดอกบัวพลีชีพ’ ทำลายล้างศัตรูทั้งสนามรบ โดยท่าไม้ตายดังกล่าวไม่ใช่การโจมตีกายภาพ แต่เป็การชำระล้างเหล่าอสุรกาย
(ข้อดีของท่าไม้ตายนี้ คือ ไม่ทำลายธรรมชาติ เน้นชำระล้างอสุรกาย)
(ข้อเสียของท่าไม้ตายนี้ คือ หลังใช้ผู้กล้าจะหมดแรง ขยับตัวไม่ได้ กลายเป็เป้านิ่ง)
รายงานการใช้ชุดผู้กล้า
มากาทามะ (รุ่นที่1) ยังทำงานได้ดี สามารถป้องกันการโจมตีได้ 100% แต่ถ้าถูกโจมตีซ้ำๆ ชุดผู้กล้าจะเริ่มเสียหาย และขาดหลุดลุ่ย
ในรุ่นที่ 1 นี้ยังไม่ได้รับการอัปเกรดให้ช่วยลดแรงกระแทก ทำให้ร่างกายผู้กล้าได้รับาเ็ช้ำในอยู่
รายงานการใช้ยาฟื้นฟู
ยารักษา (รุ่นที่1) ทำงานได้เหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
จบการรายงาน
ไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง