ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 62 ผู้คุ้มกัน

            บทที่ 62

            ผู้คุ้มกัน

            ซุนเหอมือปราบที่เพิ่งถูกไล่ออกมาจากมือปราบจางหยวนพบเจอเข้าโดยบังเอิญในขณะที่กำลังเดินทางกลับบ้าน

            มองเห็นฝีมือและความสามารถจึงชักชวนมาทำงานด้วยหลังจากที่ชักชวนคนผู้นั้นมาทำงานด้วยจางหยวนให้เขาไปทำงานที่ร้านพักก่อนเป็นอันดับแรก

            โดยหน้าที่ของซุนเหอนั่นก็คือการดูแลความปลอดภัยของผู้คนภายในร้าน 

            ร้านผักวิญญาณอาจจะพบเจอเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆอย่างเช่นพวกอันธพาลที่เคยมาอาละวาดหรือว่าอาจจะมีเหตุการณ์อื่นๆอีก

            เพราะแบบนั้นนี้ก็ถือว่าเป็นบททดสอบแรกที่จะประเมินความสามารถเช่นเดียวกัน

            จางหยวนยืนอยู่บริเวณด้านบนชั้นสามของร้านผักมองดูผู้คนมากมายที่หนาแน่นด้านล่าง

            ดวงตาของเขาในตอนนี้กำลังมองไปที่ซุนเหอชายผู้นั้นกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งกับหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมา

            จางหยวนพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจหลังจากเห็นเขาทำงานอย่างขยันขันแข็งแบบ “ แบบนี้สิดีดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่มีกำลังในการทำหลายๆอย่างมากเลยสินะ”

            หย่งคังที่นั่งอยู่บริเวณด้านหลังเอ่ยถามขึ้นมา “ เจ้าจ้างคนผู้นั้นมาทำงานที่สถานที่แห่งนี้ต้องการจะให้เขาทำอะไร”

            “ หรือว่าต้องการเพียงแค่ให้เขามายืนเฝ้าแผงผัก ”

            “ แน่นอนเราไม่ใช่อยู่แล้วขอรับนี่เป็นเพียงแค่บททดสอบและเท่านั้นที่ข้าอยากจะให้เขาทดสอบความสามารถของตัวเอง”

            “ ว่าแต่ตัวของท่านรู้จักชายผู้นั้นบ้างหรือไม่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มานานแล้วไม่ใช่หรือ?” จางหยวนหันไปถามหย่งคังที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาเป็นเวลานาน

            หย่งคังพยักหน้าตอบรับกลับไป “ อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาเป็นเวลานานแล้ว”

            “ ชายผู้นั้นเองก็อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาเป็นเวลานานแล้วเช่นเดียวกัน”

            “ มองดูจากนิสัยก็เป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละเป็นคนที่ขยันขันแข็งนิสัยดีแต่เสียอย่างนึงตรงที่เป็นคนอารมณ์ร้อน ”

            “ คนผู้นั้นเป็นคนที่อารมณ์ร้อนเป็นอย่างมากเพราะแบบนั้นก็เลยมักจะมีเรื่องอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่ตอนเป็นมือปราบแล้ว”

            “ เรียกว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยจะไหวหน้าคนอื่นสักเท่าไหร่อีกทั้งมือปราบที่เป็นสายงานเกี่ยวกับราชการจำเป็นจะต้องเข้าหาคนใหญ่คนโต”

            “ แต่ซุนเหอไม่ใช่คนประเภทนั้นเพราะแบบนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็เลยไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตนเองเลยแม้แต่น้อย”

            “ ส่วนเรื่องความแข็งแกร่งข่าวต้องบอกเลยว่าคนพวกนี้ก็แข็งแกร่งอยู่แข็งแกร่งกว่าพวกมือปราบภายในเมืองที่มีแต่ร่างกายที่อ่อนแอ”

            “ แต่ว่าการที่จะเจ้านำคนผู้นี้มาทำงานด้วยข้าเองก็เกรงว่าตัวของมันที่เป็นคนอารมณ์ร้อนจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ในสิ” หย่งคังกล่าว

            “ เกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ยากลำบากขนาดนั้นหรอกข้ามั่นใจว่าคนผู้นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ”

            “ แล้วอีกอย่างท่านก็บอกว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถด้วยไม่ใช่หรือขอรับ?”

            “ ใช่เป็นคนที่มีความสามารถ ”

            “ ถ้าพวกเรากิจการใหญ่โตมากขึ้นอย่างไรเสียพวกเราเองก็จำเป็นจะต้องมีคนคุ้มกันไม่ว่าจะเป็นคนคุ้มกันของ คนคุ้มกันเสบียงและก็ต่างๆ ”

            “ ข้าคิดว่าคนผู้นี้น่าจะใช้ได้ก็เลยรับเอามา ในตอนแรกมองเห็นว่าเขากำลังต่อยตีอยู่กับพวกมือปราบบริเวณด้านหน้าเมืองเพราะแบบนั้นก็เลยชักชวนมา” จางหยวนเอ่ยถาม

            “ นั้นสินะข้าเองก็เคยได้ยินเช่นเดียวกันเกี่ยวกับข่าวของคนผู้นี้ ”

            “ เห็นได้ยินว่าตัวของภรรยามันโดนลูกชายของหัวหน้ามือปราบภายในเมืองลวนลามมันโมโหเขาจึงทำการต่อยปากลูกชายของหัวหน้ามือปราบและก็โดนไล่ออกมา” หย่งคังได้ยินเรื่องราวพวกนี้ผ่านๆหูมาบ้าง 

            “ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ดีอย่างนั้นหรือขอรับอย่างไรเสียตัวของท่านเองก็ไม่ได้ชื่นชอบพวกมือปราบหรือพวกคนขุนนางอยู่แล้ว” 

            “ นั้นสินะ ”

            “ แต่ถ้าเรื่องทะเลาะวิวาทที่ท่านพูดออกมาเป็นความจริงถ้าเช่นนั้นตัวของพวกเราเองก็จำเป็นจะต้องเตรียมตัวเอาไว้นะขอรับ”

            “ อีกไม่นานหัวหน้ากองมือปราบคงจะเล่นงานพวกเราอย่างแน่นอน ” จางหยวนพูดออกมาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะภายในลำคอ

            ใบหน้าของเขาไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย

            หย่งคังมองเห็นใบหน้าของสหายต่างวัยผู้นี้ไร้ซึ่งความกังวลอยู่บนใบหน้าจึงกล่าวถามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ดูๆเจ้าแสดงใบหน้าเข้าสิเจ้าบอกว่าหัวหน้ากองมือปราบจะเล่นงานเจ้า ”

            “ แต่ตัวของเจ้ากลับไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าตัวของเจ้าเตรียมการเอาไว้อยู่แล้ว”

            “ อย่าบอกนะว่าการที่รับซุนเหอเข้ามาก็เป็นแผนการของเจ้าที่จะทำอะไรสักอย่างกับพวกกองมือปราบ”

            “ ฮ่าๆๆ ” จางหยวนหัวเราะออกมาก่อนที่จะพูดต่อ“ นั่นสินะขอรับตัวของข้าเองก็มีแผนการอยู่เช่นเดียวกันอยากจะรู้ว่าพวกกองมือปราบภายในเมืองแห่งนี้จะมีดีสักขนาดไหน ”

            “ หัวหน้ากองมือปราบภายในเมืองจินหยวนไม่ใช่เล่นๆนะ ”

            “ คนผู้นั้นเป็นคนทีเจ้าเล่ห์พอสมควรเลยทีเดียวมันเป็นพวกที่เรียกว่าเป็นคนพาลก็ไม่ผิดเพราะแบบนั้นข้าอยากจะเตือนเจ้าเอาไว้”

            “ ได้ยินว่ามันมีพวกเส้นสายกับพวกขุนนางภายในเมืองหลวงเพราะแบบนั้นเลยได้เป็นหัวหน้ากองมือปราบภายในเมืองจินหยวนที่เป็นเมืองใหญ่เช่นนี้”

            “ คนประเภทนี้ไม่ได้แตกต่างจากพวกขุนนางที่มีอำนาจเลยเพราะแบบนั้นเลยอยากจะเตือนให้เจ้าระวังตัวเอาไว้”

            “ เข้าใจแล้วขอรับแต่ว่านะขนาดตระกูลเสิ่นข้ายังไม่เกรงกลัวเพียงแค่หัวหน้ามือปราบเพียงคนเดียวเหตุใดตัวของข้าจำเป็นต้องเกรงกลัวพวกมันด้วย ”

            จางหยวนพูดจบเขาก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากหย่งคังได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า

            “ เข้าใจแล้ว เจ้าคงจะมีแผนการอะไรอีกแล้วสินะ ”

            “ เอาเป็นว่าตัวของข้าจะรอดูก็แล้วกันข้ากำลังค่อยชอบจะหัวหน้ามือปราบภายในเมืองแห่งนี้สักเท่าไหร่”

            “ เข้าใจแล้วขอรับ ถ้าแบบนั้นเราคงจำเป็นต้องรออีกประมาณซักสองหรือสามวันเมื่อถึงตอนนั้นพวกมันคงจะได้กลิ่นแล้วก็ตามพวกเรามาถึงสถานที่แห่งนี้ ”

            จางหยวนกล่าวออกมาราวกับว่าเขามีแผนการบางอย่างอยู่ภายในหัว  

            ….

            หลังจากนั้นผ่านไปประมาณสามวัน

            บริเวณด้านหน้าร้านผักวิญญาณที่ตั้งอยู่ทางถนนทิศใต้ของเมือง

            “ ซุนเหอ!!! เจ้าเดรัจฉานมาหลบอยู่ที่นี่เอง!!! ” เสียงของคนผู้นึงดังขึ้นมาเป็นที่แตกตื่นไปทั่วทั้งถนนเมื่อได้ยินเสียงนั้นดังขึ้น

            ดวงตาของพวกเราลูกค้าที่กำลังเข้าซื้อผักวิญญาณอยู่ต่างพากันหันไปมองสิ่งที่พวกเขาพบเห็นก็คือมือปราบชุดแดงจำนวนมากที่มารวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้าร้าน 

            ผู้ที่นำมาบริเวณด้านหน้าคือหัวหน้ากองมือปราบของเมืองจินหยวนชายร่างกายอ้วนถ้วนมันมีผิวสีขาวมีดวงตาเล็กเรียวราวกับจิ้งจอกสวมใส่ชุดมือปราบสีแดงขั้นสูง

            ร่างกายของมันยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของเหล่ามือปราบด้านหลังนับสิบคน

            ดวงตาของมันกวาดไปมองบริเวณรอบๆกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ พวกเจ้าปิดที่แห่งนี้ซะข้าจะจับตัวเจ้าเดรัจฉานนั้นมาลงโทษ!!! ”

            เมื่อมันออกคำสั่งพวกมือปราบที่อยู่ด้านหลังกระจายโอบล้อมสถานที่แห่งนี้เอาไว้มันยิ่งทำให้ผู้คนภายในเมืองต่างพากันตื่นตระหนกตกใจมากขึ้นไปอีก

            ทันใดนั้นเองเสียงของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมา “ อันใดกันผู้ใดกล้ามาปิดร้านของข้าก็ดีอย่างไรมาปิดร้านผักของข้าสงสัยอยากจะโดนตัวของข้าเฆี่ยนตีกระมัง ” 

            เสียงที่ดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลังมันคือเสียงของจางหยวนเขาเดินเข้ามากับหย่งคังทำให้เหล่ามือปราบตื่นตระหนกตกใจ 

            เพราะว่าผู้ที่พวกมันเห็นบริเวณด้านหลังในตอนนี้คือหนึ่งบุรุษหนุ่มกับอีกหนึ่งชายวัยกลางคน

            สิ่งที่ทำให้พวกมันตกใจนั่นก็คือหย่งคังที่อยู่บริเวณด้านหลังเขายังเป็นที่เกรงกลัวของพวกมือปราบเช่นเดิมแม้ว่าเวลามันจะผ่านมานานแล้วก็ตาม

            ครั้งนึงหย่งคังเคยอาละวาดภายในกองมือปราบทำให้มือปราบบาดเจ็บไปกว่าห้าสิบถึงหกสิบคนจนตอนนี้มันกลายเป็นบาดแผลฝังใจของเหล่ามือปราบพวกนั้นจนถึงตอนนี้

            ยามเจอหย่งคังพวกมันไม่แตกต่างจากหนูเจอแมวหวาดกลัวจนตัวสั่น 

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน