เอมไม่รู้ว่าเขานอนอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว มือของเขาเกาะกุมมือของอาร์ตแล้วเอาใบหน้าแนบชิดกับมือของอาร์ต อย่างทะนุถนอม จิตใจของเขาล่องลอยไป อารมณ์ และความรู้สึกมากมายพรั่งพรูในใจของเขา ความเ็ป ความรู้สึกผิด—มันอยู่ในใจของเขา แต่ตอนนี้เขา้าแค่อยู่ใกล้ ๆ อาร์ตเท่านั้น
แต่แล้วบางสิ่งบางอย่างก็เคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหวอันแ่เบา−นิ้วกระตุก
อาร์ตบีบมือของเอม เบา ๆ อาการดังกล่าวเกิดจากที่อาร์ตรู้สึกของมือใครบางคนที่คุ้นเคยกำลังเกาะกุมมือของเขา มันอุ่นอย่างอธิบายไม่ถูก
เปลือกตาของเอมเปิดขึ้น ร่างกายของเขายังคงเฉื่อยชาจากความเหนื่อยล้า เขาพริบตาเพื่อปรับให้เข้ากับแสงโรงพยาบาลที่สลัว จากนั้น—......
"เอม......คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังทำน้ำลายไหลใส่มือของ อาร์ตอยู่" อาร์ตพูด เชิงหยอกล้อ ออกมาก แต่เสียงของเขานั้นแห้งผาก
เขาไม่ได้ดื่มน้ำมาสักพักแล้วเพราะใน่นี้หมอมักให้กินยา คลายกล้ามเนื้อ และยาระงับปวด ต่าง ๆ ที่ทำให้เข้าหลับไปเป็ส่วนใหญ่
ลมหายใจของเอมสะดุดในลำคอขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นอย่างแรง เพื่อมองต้นเสียง− อาร์ตตื่นแล้ว ดวงตาที่เหนื่อยล้าแต่ขบขันของเขาสบตากับเอม และรอยยิ้มอันอ่อนล้าก็ปรากฏ ขึ้นที่มุมปากของเขา
"อาร์ต…!" เอมอ้าปากค้าง จับมือแน่นขึ้น
“คุณบีบมือของ อาร์ตแรงไปนะ เอม.....ฮ่า ๆ” อาร์ตยังกล่าวล้อเล่นต่อไป
อาร์ตหัวเราะเบาๆ อย่างอ่อนแรง "คุณดูเหมือนคนจะมาทำร้าย อาร์ตมากกว่านะ.... เอม คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าคุณคือคนที่จะดูแลอาร์ต หืมมม"
น้ำตาคลอเบ้าทำให้เอมมองอะไรไม่ชัดขณะที่เขาลุกขึ้นนั่งโดยยังคงจับมือของพี่ชายไว้ "คุณแม่ง—คุณแม่ง.....ไอ้โง่! คุณรู้มั้ย...คุณเกือบตายแล้ว!........ แล้วสิ่งแรกที่คุณทำคือการล้อเลียนเอมเหรอ อาร์ต....คุณแม่งอาร์ตจริง ๆ"
อาร์ตหายใจออกเบา ๆ ขยับตัวเล็กน้อยบนเตียง พยายามขยับตัวให้เป็ทานอนที่สามารถมองเอมได้ชัด ๆ "… ถ้าอาร์ตไม่รับแรงชนของรถบรรทุกนั้น …..แล้วผลักคุณออกไป…จะให้อาร์ตทำเพื่อใครอีกหรอ…..เอมหืมมม"
เอมจับมือเขาแน่นขึ้น "อาร์ต…. ขาของคุณ... ตาและยาย บอกฉันทุกอย่างแล้ว คุณไม่ควรทำ…..มันไม่ควรทำ….ขามันอาจไม่ได้กลับมาสมบูรณ์—" เสียงของเขาขาดห้วง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะบังคับตัวเองให้พูดต่อ
“เอ่อ….เอมขอโทษ….เอมวิตกเกินไป..” เอมเอ่ยเสียงอ่อนหลังมองหน้าอาร์ต
“เอมขอบคุณอาร์ตมากนะครับ สัญญาว่าวันหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ…..นะครับ” เอมพูดต่อ
“ตอนนี้คุณยังเดินไม่ได้ แต่หมอบอกว่ามันชั่วคราว คุณจะฟื้นตัวได้เอง คุณต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และกายภาพ” เอมพูดกับอาร์ตพลางบีบมืออาร์ต เบา ๆ
อาร์ตมองเพดานสักครู่ ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูล จากนั้นเขาก็หันกลับไปหาเอมด้วยรอยยิ้มเอียง ๆ “ถ้าฟังจากที่คุณพยายามบอก…….คุณกำลังบอกว่า… คุณจะดูแลอาร์ตสักพักใช่ไหม….ฮ่า ๆ” อาร์ตหัวเราะเล็กน้อยเป็หยอกล้อเอม
เอมจ้องมองอาร์ต และพูดเสียงจริงจัง “มันต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว….ตัดชั่วคราวออกได้เลย…แน่นอนว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ไม่ให้ใครจะทำแทนด้วย”
อาร์ตหัวเราะคิกคัก “นั่นหมายความว่าเอมจะต้องเข็นวิลแชร์ให้อาร์ตด้วยใช่มั้ยนะ…. ช่วยให้อาร์ตลุกจากเตียง บางทีอาจจะต้องป้อนอาหารอาร์ตด้วย—เยอะมากเลยน๊าาา”
เอมแค่นเสียง และกลอกตา “อย่ามาทำพูดให้ดูลำบาก…รอโดนการดูแลจากเอมได้เลยอาร์ต”
อาร์ตหัวเราะ—เสียงเบา แม้จะเป็การหัวเราะแบบกึ่งเล่น แต่ในแวตตาของเขามีความสุขใจที่เอมคอยดูแลเขา “อาร์ตพูดจริงนะ….มันน่าจะลำบากน่าดูเลยละ…. เอมคงลำบากน่าดูเลยนะที่ต้องทำทั้งหมดอ่า”
เอมมองเขาด้วยสีหน้าห่วงใย “เอมสามารถจัดการทุกอย่างเพื่ออาร์ตได้อยู่แล้ว เอมจะดูแลคุณได้แน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าจะเหนื่อยหรอก… อาร์ต ครับ… ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม….เอมสามารถดูแลคุณได้แน่นอน”
อาร์ตจ้องมองเขาสักครู่ จากนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย “โอเค…..หลังจากนี้จะเกาะเอมไม่ปล่อยเลย….เตรียมตัวโดนเกาะติดได้..” เขายิ้มอ่อน ๆ
เอมลูบมืดเบา ๆ ของอาร์ต ความรู้สึก และความอบอุ่น รวมถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาที่แข็งแกร่ง ตอนนี้เหมือนจะยิ่งลึกซึ้งกว่าเดิม
“เอมสัญญาครับ ว่าจะดูแลตลอดไปนะครับ…แล้วคอยดูว่าใครจะเกาะใคร” รอบนี้เป็เอมที่แกล้งพูดแซวอาร์ต
เวลาได้ร่วงเลยมายัง่เย็น ห้องในโรงพยาบาลเงียบสงบ ยกเว้นเสียง…บี๊บ ๆ…เป็จังหวะจากจอภาพและเสียงผ้าที่ขยับเป็ระยะ ๆ ขณะที่อาร์ตขยับตัวบนเตียง แสงสลัวของแดดยามเย็น จากทางหน้าต่างส่องแสงสว่างไปทั่วห้องค่อย ๆ อ่อนแสงลง ทำให้เกิดเงาอ่อน ๆ บนผนัง
ตากำลังเตรียมตัวกลับ เขาได้เรียกเอม และบอกลาอาร์ตเพื่อจะมาเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น แต่ในตอนนั้นเองที่เอมพูดออกมา
“ตาครับ…ยายครับ…เดี๋ยวคืนนี้ผมอยู่เฝ้าอาร์ตให้ครับ” เอมพูดออกมาอย่างมั่นใจ
ตากับยายมองหน้ากันอย่างแปลกใจ และอดห่วงไม่ได้เพราะเอมเพิ่งจะหายจากการพักฟื้น ส่วนอาร์ตกยังไม่ได้อยู่ในระยะทีมีไข้อยู่ตลอด
“มันงานหนักนะลูก….อาร์ตยังมีไข้ขึ้นเป็่ ๆ อยู่เลยนะ…เอมจะไม่ไหวเอาให้ยายอยู่ดูแลเถอะ” ยายตอบกลับอย่างหวังดี
“เอมหายดีแล้วครับ…ยายก็ดูทั้งอาร์ตและเอมมานานแล้วควรพักผ่อนถ้าล้มป่วยอีกคนจะแย่มาก ๆ เลยนะครับ…เชื่อมือเอมได้อาร์ตไม่เป็ไรแน่นอนครับ” เอมตอบอย่างมั่นใจ
คุณยายลังเลก่อนจะออกไป เหลือบมองระหว่างเอมกับอาร์ต “ถ้าเอมแน่ใจนะว่าคืนนี้จะดูแลอาร์ตได้…..ยายก็ไม่ว่าอะไร…แต่ถาอาร์ตไข้ขึ้นหรือมีอาการผิดปกติ….. เอมต้องเรียกหมอ เรียกพยาบาลทันทีเลยนะ…อย่าใ..เข้าใจมั้ยเอม” ยายสั่งเสียงจริง
เอมพยักหน้าให้ยายอย่างจริงจัง “ไม่เป็ไรครับยาย….ไม่ต้องห่วงถ้าอาร์ตผิดปกติ เอมจะเรียกหมอทันที… ยายควรกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้วครับ สีหน้ายายเหนื่อยมาหลายวันแล้ว…. อาร์ตอยู่ในมือของหมอและมีผมคอยตื่นดูบ่อย ๆ ไม่มีอันตรายอย่างไรแน่นอนครับ” เอมตอบ
ยายยิ้มให้เอมอย่างอ่อนโยน วางมือบนไหล่ของเอม “ได้ ถ้าอย่างนั้น โทรหายายด้วยถ้าเกิดอะไรขึ้น”
ทันทีที่ยายและตาออกไป เอมก็หันไปหาอาร์ตที่กำลังยิ้มเยาะเล็กน้อย แม้ว่าดวงตาจะเหนื่อยล้าก็ตาม
“เอมไม่ขอความเห็นคนที่จะได้รับการดูแลหน่อยหรอ…..หืม…..เดี๋ยวนี้เริ่มเผด็จการแล้วหรอคุณน่ะ” อาร์ตแซวออกมา
“คนป่วยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง….เตรียมรอการดูแลที่จะมาถึงได้เลยครับบบบบ” เอมตอบอย่างกวนๆ กลับไป
“ดูเอมพูดเข้าสิ….. ชายหนุ่มคนนั้นกำลังโตเป็ผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบแล้ว” อาร์ตแซว ปนหัวเราะ
เอมกลอกตา “เดี๋ยวอาร์ตก็ชินเอง….บอกแล้วเตรียมรอรับการบริการได้ครับคุณอาร์ต….. ไม่ต้องรีบหายก็ได้นะถ้าติดใจในบริการ” เอมสวนกลับมา พลางหัวเราะในลำคอ
อาร์ตหัวเราะคิกคักแต่ก็พยายามขยับร่างกายเล็กน้อย “ใช่…. ใช่ ๆ อาร์ตต้องวางแผนใช้ประโยชน์จากสภาพไร้เรี่ยวแรงของตัวเองอย่างเต็มที่แล้วหลังจากนี้…เตรียมตัวได้เลยคุณเอม”
เอมทำสีหน้าดุ ๆ มาใส่อาร์ตเล็กน้อย “ถ้าอาร์ตกล้าวางแผนก่อกวน….. ระวังเอมจะ ‘เผลอ’ ลืมปรับหมอนก่อนนอนให้นะ มีคนคอเป็ตะคิวแน่น ๆ” เอมวางมาดขู่ แบบหยอกล้อใส่อาร์ต
“ใจร้ายจังเลยยย….เอมจะใจร้ายได้ลงจริง ๆ หรอครับ” อาร์ตถอนหายใจแรง ๆ ทำหน้าตาเศร้าเป็การล้อเลียน
“โอเค ถ้าอย่างนั้น…..เอมคือคนดูแลส่วนตัวของอาร์ตแล้วห้ามกลับคำ…ตอนนี้อาร์ตอยากให้คุณควรคุยอะไรสักเื่ก่อนที่ยาจะทำให้อาร์ตหมดสติไปในอีกไม่นาน..” อาร์ตร้องขอการดูแลจากเอม
เอมดึงเก้าอี้มาวางข้างเตียง “อาร์ตอยากคุยเื่อะไรครับ” เสียงเอมอ่อนโยนลงมาอย่างเห็นได้ชัด
อาร์ตหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับกำลังนึกถึงเื่ราวใกล้ตัว และเื่ราวระหว่างเขาและเอมในวัยเด็ก
“เชียงใหม่ วัยเด็กของเรา จำได้ไหมตอนที่เราเคยแอบออกไปที่สวนตอนกลางคืนเพื่อดูหิ่งห้อย” อาร์ตพูดขึ้น เมื่อมีภาพหนึ่งลอยแว๊บเข้ามาในหัวเขา
เอมยิ้มจาง ๆ “ใช่ ๆ… เราโดนจับได้ทุกครั้งที่ออกไป พ่อเหมือนแอบรู้ตลอดเลยทั้งที่เราว่างแผนอย่างดี…. แต่มันก็คุ้มค่า แสงเขียว ๆ เล็ก ๆ ออกมาเป็กลุ่ม ๆ สวยมากเลยละ”
อาร์ตหัวเราะคิกคัก “แล้วครั้งหนึ่งที่อาร์ตท้าให้คุณปีนต้นมะม่วง แต่คุณดันติดอยู่ในนั้นครึ่งทางล่ะ”
เอมคราง “คุณสาบานว่าจะไม่พูดเื่นั้นอีก!...อาร์ตกำลังผิดสัญญาาาา…..อย่าคิดว่าป่วยจะโดนจัดการไม่ได้นะ”
“โอเค ๆ ไม่พูดแล้ว ๆ อาร์ตแค่ล้อเล่น นิดเดียววว” อาร์ตยิ้มกว้าง พลางหัวเราะเบา ๆ
เอมส่ายหัว ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านในจิตใจของเขา แต่ในไม่ช้า เปลือกตาทั้งสองข้างของอาร์ตก็เริ่มหนักขึ้น คำพูดของเขาช้าลง
“อาร์ตต้องนอนได้แล้วนะครับ….ไม่ต้องฝืนเลย” เอมพึมพำ
“ราตรีสวัสดิ์คนเก่ง” เอมพูดเบา ๆ ข้างหูอาร์ต
“อืม…” อาร์ตขานรับเบา ๆ และหลับไป
เวลาประมาณกลางดึก เอมตื่นขึ้นด้วยอาการสะดุ้ง อาร์ตขยับตัวอย่างไม่สบายตัว หายใจหอบถี่ เหงื่อออกที่หน้าผาก
หัวใจของเอมเต้นแรง “อาร์ต?” เขาเอามือแตะหน้าผากของอาร์ต และััได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“อาร์ต… ไข้ขึ้นสูงเลย” เอมพยายามรวบรวมสติเล็กน้อย
เขากดปุ่มเรียกพยาบาลโดยไม่เสียเวลา ไม่กี่นาทีต่อมาก็มีแพทย์และพยาบาลมาถึงในห้อง
“ไข้ของเขาขึ้นสูงเลยครับ” เอมอธิบายอย่างรวดเร็ว
“ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เขาสบายดี ยังคุยได้ปกติ” พยายามเพิ่มรายละเอียด
หมอพยักหน้าและตรวจดูสัญญาณชีพของอาร์ต “เป็ไข้หลังผ่าตัด ซึ่งมักเกิดเป็ปกติหลังจากได้รับาเ็สาหัส เราจะปรับยาและญาติผู้ป่วยช่วยเฝ้าสังเกตอาการเขาอย่างใกล้ชิดหน่อยนะครับ” หมออธิบาย
พยาบาลยื่นผ้าขนหนูผืนเล็ก ที่ชุบน้ำแล้วบิดออกเล็กน้อยให้เอม “ถ้าไข้ไม่ลดลงเร็ว ๆ นี้ ให้เช็ดตัวเขาต่อไปเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายของคนไข้”
เอมพยักหน้าและกำผ้าไว้แน่นในขณะที่มองดูใบหน้าซีดเผือดของอาร์ต
แม้จะได้รับการปรับยาและให้ยาลดไข้ แต่ไข้ไม่ลดลงทันที เอมอยู่ข้าง ๆ อาร์ต และคอยเช็ดผ้าเย็นเบา ๆ บนหน้าผาก คอ และลงมาถึงแขนของเขา อาร์ตจะขยับตัวเล็กน้อยเป็ระยะ ๆ และพึมพำคำพูดที่ฟังไม่รู้เื่
เอมกระซิบเบาๆ “ไม่เป็ไรนะอาร์ต เอมของอาร์ตอยู่นี่นะครับ”
เขาเช็ดหน้าของอาร์ตอย่างเบามือ และมองดูใบหน้าและผิวที่แดงจากพิษไข้ แม้ว่าอาร์ตจะพันผ้าพันแผลไว้เต็มตัว แต่ร่างกายของเขาก็ดูอ่อนแอ ซีดเซียว ผอมบาง แต่ยังคงให้รู้สึกคุ้นเคย
“อุบัติเหตุรอบนี้.....คุณน้ำหนักลงอีกเยอะเลยนะ…” เอมพึมพำ
เอมต้องคอยเช็ดตัวเป็ระยะทั้งคืนเพื่อลดไข้ เพราะไข้อาร์ตลดลงช้ามาและมันทำให้สภาพอาร์ตดูทรมานมากเมื่อตอนมีไข้ ซึ่งเป็สิ่งที่เอมไม่สามารถทนเห็นได้
เมื่อรุ่งสางมาถึง ไข้ก็เริ่มลดลงในที่สุด เอมถอนหายใจด้วยความโล่งใจและเอนหลังพิงเก้าอี้
.........................................................................
เมื่อถึงยามเช้ามาถึง หมอและพยาบาลก็กลับมาตรวจดูอาร์ตอีกครั้ง “ไข้ของผู้ป่วยลดลงแล้ว ซึ่งก็ดี อีกสักครู่ พยาบาลจะช่วยเขาเช็ดตัว....เพื่อให้คนไข้สบายตัวยิ่งขึ้น ่นี้ต้องระวังไม่ให้น้ำโดนแผลผู้ป่วยนะครับ” หมอชี้แจ้ง
อาร์ตสะดุ้งตื่นจากฤทธิ์ยาพอดี และบังเอิญได้ยินเื่การเช็ดตัว “เดี๋ยวนะ—อะไรนะ?......ต้องเช็ดตัวหรอครับ” เสียงของเขาฟังดูมึนงง และออกอาการเขิน ๆ
เอมยิ้มเยาะ “อาร์ต...คุณตื่นแล้ว....และก็ได้ยินแล้วสินะครับ.... ถึงเวลาลุกขึ้นแล้ว” เขากล่าวอย่างเ้าเล่ห์
อาร์ตครางเล็กน้อย “ทำเป็ว่าอาร์ตยังไม่ตื่นได้มั้ย......เดี๋ยวจะนอนตลอดทันที...เดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่มีทาง......อาร์ตไม่สามารถหนีไปไหนได้แล้ว.....ได้เวลาเช็ดตัว....จะได้สดชื่นนะครับ” เอม-พูดกึ่งปลอบใจอาร์ต
พยาบาลช่วยปรับท่าทางของอาร์ตในขณะที่เอมช่วยพยุงตัวเขาไว้ ขณะที่อาร์ตลุกขึ้นนั่ง เอมก็มองเห็นเขาได้ดีขึ้น ผิวของเขาเรียบเนียนและซีดเซียว ร่างกายของเขาผอมลงกว่าเดิม แม้ว่าจะยังคงมีร่องรอยของกล้ามเนื้อที่เด่นชัดอยู่ ผ้าพันแผลที่พันรอบลำตัว และขาของเขา ทำให้ภาพที่เห็นนั้นน่าเป็ห่วง และเปราะบาง เหมือนเป็สิ่งที่พร้อมแตกสลาย
ในขณะพิจารณาเรือนร่างของอาร์ต ในชั่วขณะนั้นเอมก็รู้สึกมีบางอย่างเกิดขึ้นในจิตใจของเขา
และในขณะที่เอม และอาร์ตอยู่ในห้องน้ำ เอมค่อย ๆ ถอดเสื้อของอาร์ตออก เปลือยเปล่าท่อนบน แล้วบรรจงเอาผ้าขนหนูชุ่มน้ำ เช็ดอย่างแ่เบา บนเรือนร่างนั้น โดยที่ในส่วนท่อนล่างไม่สามารถเช็ดได้ใน่นี้ เพราะแผลผ่าตัดยังไม่หายดี ในตลอดขบวนการเอมหายใจเร็วขึ้น และแรงขึ้นเล็กน้อย
อาร์ตสังเกตเห็นสีหน้าของเขา “ทำไมทำหน้าแบบนี้ละ.... สภาพอาร์ตดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ...หืม” เขาพูดแบบฉุน ๆ อย่างล้อเล่น
เอมกระแอม “เปล่า อาร์ตแค่… ดูแตกต่างไป.....เอ่อ...หมายถึงผอมลงน่ะ”
อาร์ตยิ้มอ่อน ๆ “นึกว่าคุณตกหลุมรักอาร์ตสะอีก..... เห็นหน้าแดงเชียวนะ” อาร์ตหัวเราะคิกคัก ขณะแกล้งแหย่เอม
เอมรีบบอกปัด อย่างร้อนรนเล็กน้อย “เงียบซะ.....คนป่วยยังจะซ่าอีก.....แล้วก็อยู่เฉย ๆ หยุดเก่งก่อนให้เอมเช็ดตัวดี ๆ”
อาร์ตหัวเราะเบา ๆ แต่ก็หยุดขยับตัว แล้วอยู่นิ่ง ๆ ให้เอมเช็ดตัวได้ง่าย ๆ “ก็ได้.... ก็ได้....”
เอมยิ้ม พลางจับแขนอาร์ต และเช็ดจากปลายมือไล่ขึ้นไปตลอดแขนอย่างแ่เบา “เอมสัญญาว่าจะดูแลอาร์ต ไงครับ.... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
จากนั้นเอมค่อย ๆ เช็ดตามแขนทั้งสองข้างเรียบร้อย จากนั้นเขาค่อย ๆ เช็ดหลังโดนพยายามซ้อนหน้าแดง ๆ ของเขาไว้ไม่ให้อาร์ตเห็น แต่ในที่สุดเขาต้องมาเช็ดตัวอาร์ตทางด้านหน้า มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะ เช็ดอย่างเบาๆ ไปตามหน้าอกกับท้องของอาร์ต และภายใต้การมองดูของอาร์ต ยิ่งทำให้เขาตึงเครียดเล็ก ๆ
“เอม.....มือคุณสั่นนะ..” อาร์ตกล่าวอย่างจับจ้อง
“อากาศในห้องน้ำไม่ระบาย...มันร้อนเล็กน้อย...” เอมเปลี่ยนเื่ และทำเหมือนไม่มีอะไร
หลังจากนั้น เอมก็ค่อย ๆ ช่วยพยุง กึ่งอุ้ม อาร์ต และเมื่อออกจากห้องน้ำ พยาบาลที่รออยู่ก็เข้ามาช่วยเพื่อให้อาร์ตได้นอนลงบนเตียง เอมทำการจัดหมอนกับผ้าห่มให้อาร์ต เรียบร้อย