อี้ซินที่บอกให้อี้ฟงเข้านอนก่อน ส่วนนางนั้นจะเย็บผ้าห่มอีกสักพัก ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆ ของร่างเล็กที่นอนขดกายในผ้าห่มผืนบาง แม้ยังไม่เข้าฤดูหนาวแต่อากาศตอนนี้ก็ถือว่าหนาวเย็นมากเลยทีเดียวเพราะลมหนาวเริ่มจะมาแล้ว ขนาดว่าบ้านหลังนี้กันลมได้เป็นอย่างดียังรู้สึกว่าไม่เพียงพอ สายตาพลันกวาดมองไปรอบๆ ห้องสี่เหลี่ยมที่แทบจะไม่มีเครื่องใช้อะไรเลย ส่วนที่หลับที่นอนนั้นคงไม่แปลกที่อี้ฟงจะหนาวเพราะมีแค่ผ้าบางปูรองนอนเท่านั้น ส่วนหมอนหนุนคือแขนเล็กนั่นเอง เห็นภาพตรงหน้าแล้วนางเกิดแรงฮึดสู้ วันข้างหน้านางและน้องจะต้องสบาย สองมือเล็กจึงลงมือเย็บเศษผ้าอย่างแข็งขันเมื่อได้ผ้าที่ใหญ่พอแล้วจึงพับมาทบชายผ้าเข้าด้วยกันก่อนจะเย็บปิดขอบผ้าสองด้าน แล้วนำขนเป็ดที่ได้มายัดใส่ลงไปทางด้านที่ยังไม่เย็บกระจายให้เสมอกันและหนาพอสมควรก่อนจะเย็บปิดปาก แล้วนำเข็มเล่มยาวที่ยืมพี่สาวคนสวยมาปักฝีเข็มไปบนผ้าให้เป็นตารางทั้งผืนเพื่อจะให้ขนเป็ดด้านในไม่มากองรวมอยู่ที่เดียวกัน กว่าจะเสร็จก็ล่วงเข้าสู่วันใหม่พอดี แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะผ้าห่มผืนนี้อุ่นมาก เศษผ้าที่ได้มาก็เป็นผ้าเนื้อดี ยังเหลือเศษผ้าและขนเป็ดอีกนิดหน่อยคงจะพอเย็บหมอนได้อีกสองลูกพอดี ส่วนฟูกนอนคงต้องกัดฟันซื้อเอาเพราะหากจะเย็บคงจะไม่ทันเพราะนางยังต้องเตรียมอีกหลายอย่าง เมื่อเก็บของเข้าที่เรียบร้อยก็นำผ้าห่มขนเป็ดแสนนุ่มมาห่มให้เจ้าตัวเล็กก่อนจะดับเทียนแล้วล้มตัวลงนอนด้านข้าง ในศีรษะเล็กยังคงคิดวิธีหาเงินจนผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน
หลับไปเพียงแค่สองชั่วยามก็รู้สึกตัวตื่น ก่อนจะจุดเทียนแล้วหันมองร่างเล็กด้านข้างที่กำลังหลับสบายใบหน้าเล็กนั้นเหมือนกำลังหลับฝันดี แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้วที่ยอมอดหลับอดนอน แล้วจึงพาร่างบอบบางออกไปด้านนอกเพื่อหุงหาอาหาร พอออกมาพ้นขอบประตูบ้านก็ถึงกับสั่นสะท้านเพราะอากาศตอนย่ำรุ่งหนาวมาก มือเล็กที่สั่นน้อยๆ จึงรีบก่อกองไฟ นำหม้อดินเผาที่พึ่งซื้อมาใหม่ใส่ข้าวและน้ำขึ้นตั้งไฟวันนี้นางจะต้มข้าวต้มกินกับผักดองที่ซื้อมาและปลาตากแห้งย่าง นั่งรอให้ข้าวเดือดสายตาก็หันไปเห็นบรรดาไหที่กองรวมกันไว้อย่างมากมาย ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเจ้าของที่นี่ทำอาชีพอะไรถึงได้มีไหเยอะแยะขนาดนี้ แล้วนางจะนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างล่ะทีนี้ มือบางที่หยิบผักดองมาใส่ถ้วย มองผักดองทีไหทีก็ยกยิ้มขึ้น ดอง ดอง ดอง ลอยมาในหัวเต็มไปหมด เมื่อทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ก็คว้ามีดและตะกร้าสะพายหลังเดินเข้าไปในป่าไผ่ ที่เห็นหน่อไม้ไผ่กำลังอวบๆ น่ากิน นางเห็นหน่อไม้นี้มาหลายวันแล้วแต่ยังเล็กเกินไป จนลืมไปเลยพึ่งนึกออกตอนเห็นผักดอง จึงคิดจะเอาหน่อไม้พวกนี้ที่เยอะมากนำไปดองใส่ไหที่มีจนเหลือเฟือโดยไม่ต้องซื้อ เมื่อขุดหน่อไม้เสร็จก็พาตรงไปยังลำธารเพื่อทำความสะอาดก่อนจะนำไปหั่นบางๆ แต่ก่อนกลับก็ไม่ลืมยกที่ดักปลาขึ้นดู วันนี้โชคดีจริงๆ ได้ปลาหลายตัวเลยทีเดียว จึงทำความสะอาดปลาทั้งหมด นางจะทำปลาหมักหรือชาติก่อนนั้นเรียกว่า ปลาส้ม เป็นการนำปลามาแปรรูป เป็นวิธีการถนอมอาหารอีกวิธีหนึ่ง เพื่อให้ปลาสดๆ ที่ได้มานั้นอยู่ได้นานมากขึ้น ส่วนการหมัก รสชาติของปลาที่ได้ จะมีรสเปรี้ยว สามารถใช้ปลาทั้งตัว หรือใช้เฉพาะเนื้อปลาก็ได้ เมื่อทำความสะอาดปลาเสร็จก็เดินกลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงก็เห็นอี้ฟงเดินออกมาพอดีใบหน้าเล็กนั้นยิ้มร่ามาช่วยนางถือของก่อนจะวางลงบนพื้นที่ปูด้วยใบไม้ นางคงต้องทำแคร่อีกหนึ่งตัว
"พี่ใหญ่ผ้าห่มของพี่ใหญ่อุ่นและนุ่มมากๆ เลยขอรับ ข้าชอบ"
"ชอบก็ดีแล้ว มา มาช่วยพี่หั่นหน่อไม้นี่ดีกว่า พี่จะนำมาดองเก็บไว้กิน"
"ขอรับ"
แม้อี้ฟงจะไม่เคยเห็นใครเอาหน่อไม้มาดองกันแต่ก็มิได้ถามเพราะไม่ว่าพี่ใหญ่ของตนจะทำอะไรล้วนดีเยี่ยมเสมอ ก่อนจะลงมือหั่นหน่อไม้ตามที่พี่ใหญ่สอน แล้วเว้นยอดของหน่อไม้ไว้จำนวนหนึ่งที่พี่ใหญ่บอกว่าจะต้มเอาไว้กิน
ส่วนอี้ซินที่นำไหไปทำความสะอาดตรงลำธารได้แต่คิดว่าเดินไปเดินมาแบบนี้เหนื่อยไม่ใช่เล่น หากมีน้ำใช้โดยไม่ต้องขนก็คงจะดี แต่พักเอาไว้ก่อนคงต้องทำงานในมือให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยคิดอีกที
จากนั้นมือบางจึงลงมือนำปลามาใส่ในอ่างดิน โดยมีอี้ฟงที่มองตามอย่างสนอกสนใจ
อี้ซินที่นำข้าวสุกไปล้างน้ำ ใส่หัวต้าซ่วน(กระเทียม)เกลือ คลุกเคล้ากับปลาให้เข้ากันนำปลาที่ได้ใส่ในไห กดตัวปลาให้แน่น และปิดฝา
"เสร็จแล้ว"
"พี่ใหญ่มันคืออะไรหรือขอรับ"
เห็นอี้ฟงมองอย่างสงสัยจึงเอ่ยบอก
"มันเรียกว่า ปลาส้ม เป็นการถนอมอาหารไว้กินนานๆ อีกอย่างหนึ่ง ทิ้งไว้ 1-5 วัน หรือจนกระทั่งปลามีรสเปรี้ยวจึงนำออกทอด กินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองอร่อยมากกก"
เห็นเจ้าตัวเล็กที่ฟังนางพูดแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ถึงกับหัวเราะกับความตะกละนั้น
"หั่นหน่อไม้เสร็จแล้วยังล่ะนั่น จะได้มากินข้าวกัน ถ้าปลากินได้แล้วพี่จะเอาให้เจ้ากินจนเบื่อเลยล่ะ"