ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาลของซอยลึกแสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบบนหลังคาสังกะสีบ้านของกล้าจนเห็นเป็เงาตะคุ่มแสงไฟในบ้านดับลงนานแล้ว ทว่าดวงจิตของ จะเด็ด กลับมิเคยหลับใหลโดยสมบูรณ์เขานั่งสมาธิอยู่กลางห้องโถง ลมหายใจเข้าออกแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
สัญชาตญาณจอมทัพที่ผ่านสมรภูมินับร้อยกำลังกรีดร้อง...มี 'กลิ่นอายสังหาร'กำลังคืบคลานเข้ามา
จะเด็ดไม่ได้ลืมตาแต่หูของเขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าที่เบาหวิวยิ่งกว่าเสียงใบไม้ร่วงกระทบหลังคามันไม่ใช่ฝีเท้าของนักเลงกระจอกอย่างสิงห์ แต่นี่คือ 'มือสังหาร' ของจริงที่ผ่านการฝึกฝนมาเพื่อปลิดชีวิตโดยเฉพาะ
ฟึ่บ!
ประกายเงินวูบวาบตัดผ่านความมืดมิดมีดสั้นอาบยาพิษพุ่งเข้าหาตำแหน่งที่หัวใจของกล้าตั้งอยู่ด้วยความแม่นยำ!
จะเด็ดเบี่ยงกายเพียงนิดเดียวมีดสั้นเล่มนั้นปักฉึกเข้าที่พื้นไม้กระดานห่างจากขาเขาไปเพียงไม่กี่นิ้วในพริบตาถัดมา เงาดำสองเงาก็พุ่งลอดหน้าต่างเข้ามาพร้อมกับ 'ดาบคู่' ที่กวัดแกว่งดุจพายุ
"มาช้ากว่าที่ข้าคาดไว้นิดหน่อยนะ..." จะเด็ดเอ่ยเสียงเรียบพลางลุกขึ้นยืนช้า ๆท่วงท่าของเขาดูนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์ที่ดาบกำลังจ่อคอหอย
"มึงพูดมากไปแล้วไอ้เด็ก ม.6!" หนึ่งในเงาดำคำรามเสียงของมันแหบพร่าและไร้ความปรานี
ดาบเล่มแรกฟันสะพายแล่งลงมาจะเด็ดคว้าเอา 'กระบอกไม้ไผ่' ที่เขาใช้เก็บแผนที่การฝึกขึ้นมาต้านรับเสียงไม้กระทบเหล็กดัง เคร้ง! หนักแน่นราวกับไม้ไผ่เล่มนั้นทำจากเหล็กกล้าเขาใช้พลัง 'ปราณพยัคฆ์' ถ่ายเทลงไปในอาวุธชั่วคราวพร้อมกับใช้เท้าเตะเตาถ่านเก่า ๆ ที่มุมห้องส่งเถ้าถ่านฟุ้งกระจายไปในอากาศ
วิชาอำพรางเนตร!
ท่ามกลางฝุ่นเถ้าสีเทาจะเด็ดเคลื่อนไหวรวดเร็วปานลมกรด เขาไม่ได้ใช้กำลังปะทะโดยตรง แต่ใช้ศาสตร์ 'รุกในพื้นที่อับ' เขาเข้าประชิดหลังมือสังหารคนแรกแล้วใช้สันมือฟันเข้าที่ข้อพับแขนจนดาบหลุดมือก่อนจะคว้าคอเสื้อของมันแล้วเหวี่ยงออกไปกระแทกกับฝาบ้านไม้จนสั่นะเื
มือสังหารคนที่สองเห็นท่าไม่ดีมันชักปืนเก็บเสียงออกมาหวังจะจบเื่
จะเด็ดตาไวเห็นประกายไฟจากลำกล้องเขาคว้าเอา 'กะลาตาเดียว' ของแม่ที่วางอยู่บนหิ้งขว้างออกไปในจังหวะเดียวกับที่ะุพุ่งออกมากะลาใบนั้นปะทะเข้ากับปากกระบอกปืนจนวิถีะุเบี่ยงไปปักที่คานบ้านและในเสี้ยววินาทีนั้น จะเด็ดก็พุ่งเข้าถึงตัวมัน!
เขากระชากคอเสื้อมือสังหารลงมาแล้วใช้เข่ากระแทกเข้าที่ยอดอกอย่างรุนแรงตามจังหวะกลองรบ
"อั่ก!" มันทรุดลงไปกองกับพื้น สำลักเอาเืเสียออกมา
จะเด็ดเหยียบลงบนอกของมันแววตาของเขาในความมืดดูน่าสยดสยองราวกับยมทูต "กลับไปบอกเฮียกวงของเ้า...ว่าหากยังส่งลูกสุนัขมาเช่นนี้อีก ครั้งต่อไปข้าจะไม่ส่งพวกมันกลับไปแบบมีลมหายใจข้าจะไปทวงถามความยุติธรรมถึงหน้าประตูบ้านมันเอง!"
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียวส่งร่างที่สะบักสะบอมของพวกมันพุ่งทะลุหน้าต่างออกไปกองรวมกันที่กองขยะข้างบ้านอย่างหมดสภาพ
จะเด็ดยืนนิ่งท่ามกลางความมืดเขาหันไปมองประตูกั้นห้องของแม่ เห็นเงาของแม่ที่ยืนสั่นอยู่หลังประตูเธอคงตื่นมาดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความใและหวาดกลัว
"ท่านแม่...วางใจเถิด ลูกจัดการแมลงหวี่แมลงวันเรียบร้อยแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงทันทีทว่าในใจกลับร้อนรุ่ม...าครั้งนี้ชักจะลามมาถึงคนในครอบครัวเร็วเกินไปเสียแล้ว