โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 57 เฟอร์รารี่ปะทะปอร์เช่

    “ คุณชายท่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าหุ้นของตระกูลจางเป็นยังไง แล้วก็โรงงานนั้นทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำไมให้ราคาสูงขนาดนี้ พวกเราแม่ลูกรับไม่ได้หรอกค่ะ”

    “ อย่าคิดมาก ที่ผมซื้อขึ้นมาไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์ แต่ผมเห็นถึงความกตัญญูของ อาซวงมากกว่า นี่คือสิ่งที่เขาอยากให้แม่กับพี่ๆ ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย”

    อาซวงน้ำตาไหลพราก จ๋อมทำหน้าซึ้งให้กับขจร สามคนแม่ลูกได้แต่ขอบคุณขจร

    คืนนั้นกว่าขจรจะกลับโรงแรมก็ปาเข้าไปตีห้า ก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ออกไปวิ่งจนกลับมาหกโมงเช้า แล้วนั่งท่าฤาษีดัดตน อยู่ครึ่งชั่วโมง ก็สดชื่นเป็นปกติ

    บนโต๊ะอาหารเช้า  ขจรบอกเรื่องของ อาซวงให้ท่านชายภาสกรฟัง และบอกว่าจะซื้อหุ้นและโรงงานขึ้นมา

    “ ไม่มีปัญหา ฉันจะให้เงิน 2 พันล้านกับเธอเอง”

    “ ไม่ต้องครับ ผมพอจะมีทองคำอยู่บ้าง แต่ต้องรบกวนให้ท่านชายช่วยเปลี่ยนเป็นเงินให้หน่อยครับ” ขจรนำทองคำออกมากองต่อหน้าท่านชาย ประมาณ 3 ตัน

    ท่านชายถึงกับตกใจ 

    “ นี่เธอเอามันมาจากไหนกันนี่ แล้วมันออกมาได้อย่างไรนี่”

    “ พอดีผมไปเจอขุมทรัพย์โบราณที่ เกาะคริสตัลมาน่ะครับ” ขจรบอกแค่นี้ แต่ไม่ได้บอกเรื่องแผ่นหนังมิติ

    “ เธอนี่ ช่างมีเรื่องเซอไพรส์ฉันตลอดเลยนะ นี่มันเท่าไรกันเนี่ย”

    “ ประมาณ 3 ตันครับ”

    “ อืม ฉันจะให้ร้านทองมาตีราคาให้ก็แล้วกัน แล้วก็จะให้ ผู้จัดการชินไปจัดการเรื่องโอนหุ้น และ โรงงานให้เรียบร้อย”

    “ ขอบคุณครับ”

    ขจรไม่ต้องห่วงเรื่องนี้แล้ว ก็ไปเรียนหนังสือตามปกติ ก่อนไปท่านชายกำชับว่า

    “ ตอนบ่ายนี้เธอทำตัวให้ว่าง ฉันได้สั่งให้ครูฝึกขับรถ ไปรับเธอที่มหาลัยแล้ว”

    “ ได้ครับ”

    ขจรไปถึงมหาลัย กิ๊ฟก็เข้ามาหาทันที พร้อมกับบอกว่า 

    “ พ่อบอกว่า จรส่งข่าวไปแจ้งให้ตำรวจ บุกทลายโรงงานแยกอวัยวะเด็กไปขายเหรอ?”

    “ อืม”

    “ จรรู้ได้ไงอ่ะ”

    “ วิญญาณเด็กที่ตายมาบอก ผู้กำกับไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอ?”

    “ เปล่า พ่อไม่ได้บอกรายละเอียด แต่แม่ได้ยินพ่อพูดว่า  เจ้าเด็กนี่ก็เป็นคนไม่เลวเหมือนกันนะ”

    “ แค่นี่น่ะเหรอ?”

    “ โฮ..พ่อพูดแบบนี้ก็ถือว่าดีแล้วนะ”

    ทันใดนั้นพวกกรกันต์ ซี และหัวหน้าเอกก็เข้ามา คุยเรื่องข่าวเมื่อคืน

    “ พ่อกิ๊ฟดังใหญ่แล้วนะ ดูซิ ปิดคดีใหญ่ระดับนี้ได้ อีกไม่นานก็เลื่อนตำแหน่งใหญ่แน่ๆ เลย” กรกันต์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “ แต่น่าเสียดายคนร้ายตายหมด ไม่รู้ว่าตัวบงการใหญ่นั้นเป็นใคร” หัวหน้าเอกเอ่ยอย่างมีเหตุผล

    “ นั่นซิ ตำรวจบอกแค่ว่า สายของเขารายงานมา แต่ทำไมคนร้ายถึงได้ตายจนหมด ไม่เห็นบอกเลยว่า ทำไมไม่จับเป็นเพื่อมาสอบสวนหาผู้บงการ สื่อเริ่มสงสัยว่า พวกตำรวจอาจมีส่วนรู้เห็นด้วย”  ซีเอ่ย ส่วนขจรได้ฟังก็พยักหน้าตามไป เขาก็คิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่า ใครเป็นใครที่รู้เรื่องนี้บ้าง

    แล้วซีก็พูดถึงข่าวใหญ่อีกข่าวหนึ่งขึ้นมา

    “ นี่ พวกแกเห็นข่าวนี้ไหม มีคนพบงูยักษ์โบอา ที่เทือกเขาตะนาวศรี มีคลิปด้วยเห็นไหม”

    “ ยังกับพญานาคแน่ะ แต่ว่ามันเป็นคลิปตัดต่อหรือเปล่า” หัวหน้าเอกสงสัย

    “ ไม่รู้ แต่ว่าคนที่ถ่ายคลิปตอนนี้ได้หายสาบสูญไปแล้ว มีคนอัดคลิปเอาไว้ตอนที่พวกเขาถ่ายทอดสด”

    “ ถ้าเป็นจริง ป่านนี้ คนได้แห่ขึ้นไปค้นหากันเต็มไปหมดแล้วมั๊ง”

    “ ใช่ มีพวกยูทูปเบอร์ ขึ้นไปบนเทือกเขาตะนาวศรีกันเต็มไปหมดเลย ฉันยังอยากไปด้วยเลย” ซีเอ่ยอย่างตื่นเต้น ขจรมองภาพงูยักษ์ตนนี้ ก็เอ่ยถามกับ หินเจ้าปัญญาเรื่องงูตัวนี้

    “ มันคือ ราชันอสรพิษเขี้ยวเงิน ปกติมันจะเก็บตัวจำศีลไม่ออกมาให้ใครเห็น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันถึงได้โผล่ออกมาแบบนี้”

    “ มันจะทำร้ายมนุษย์หรือเปล่า”

    “ หากมนุษย์ไม่เข้าไปในเขตหวงห้ามของมัน ก็คงไม่เป็นอะไร”

    “ เขตหวงห้าม?”

    “ ใช่ เขตหวงห้ามของมัน จะมีของอยู่สองสิ่งที่สำคัญ คือหนึ่งเป็นที่วางไข่ของมัน สอง เป็นสวนกล้วยไม้จิตวิญญาณ”

    “ กล้วยไม้จิตวิญญาณ?”

    “ ใช้ กล้วยไม้จิตวิญญาณ เป็นอาหารของมัน ทำให้มันมีอายุยืนยาว และมีพลังกล้าแกร่ง หากมนุษย์ธรรมดากินเข้าไป ก็จะทำให้อายุยืน ถึง สองร้อยปี และรักษาโรคได้ทุกโรคอีกด้วย”

    “ โอ้ แล้วนี่คนทั่วไปจะรู้เรื่องนี้หรือไม่”

    “ ข้าไม่แน่ใจนัก”

    วันนี้ขจรเรียนหนังสือเสร็จ ก็มีรถสปอร์ต เฟอร์รารี่ 488 GTB สีแดงขับเข้ามาในมหาลัย มีหญิงสาวสวยยังกับนางแบบ ใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืด สวมแว่นตาดำคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถ พอเห็นขจรก็ตะโกนเรียกชื่อทันที

    “ เรียกผมหรือครับ”

    “ ใช่คะ ฉันเอลลี่ จะมาพาคุณไปฝึกขับรถ ตามที่นัดไว้”

    “ อะไรนะ นี่เอาเฟอร์รารี่ มาให้ผมฝึกเลยหรือครับ”

    “ ใช่ค่ะ คันนี้เป็นรถของคุณอยู่แล้ว หากฝึกเป็นแล้ว ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว”

    กิ๊ฟกับเพื่อนๆ ที่ยืนดูข้าง ต่างมองด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง กิ๊ฟนั้นถึงกับนิ่งเงียบไปเลย

    “ ผมอยากฝึกขับรถบ้างจัง ต้องทำยังไงบ้างครับ” หัวหน้าเอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ ไม่ยากค่ะ เพียงแค่ซื้อรถคันนี้กับโชว์รูมของเรา ฉันจะสอนคุณขับรถจนกว่าจะขับเป็น ไม่มีจำกัดเวลา แม้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม” เอลลี่เอ่ยเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ทำให้ หัวหน้าเอกเคลิบเคลิ้มไม่น้อย

    “ ไม่ทราบว่า คันนี้ราคาเท่าไรครับ” หัวหน้าเอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานออกไป

    “ 32 ล้านเท่านั้นเอง”

    หัวหน้าเอกถึงกับอ้าปากค้าง ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก

    “ เราไปฝึกขับรถก่อนนะ” ขจรโบกมือกับเพื่อนๆ ทุกคนแล้วขึ้นรถไปกับ เอลลี่ทันที

    “ 32 ล้าน รถบ้าอะไร นี่มันทำด้วยเพชรหรือยังไงวะ” พี่เอกเริ่มบ่นออกมา

    “ นี่จรเขาไปฝึกขับรถอย่างเดียวหรือเปล่าเนี่ย” กิ๊ฟเปรยออกมาเบาๆ

    “ หึ หึ  หากเป็นฉัน งานนี้ฉันไม่ยอมเสียเงิน 32 ล้านเพื่อซื้อรถเพียงอย่างเดียวแน่ๆ”

    หัวหน้าเอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แต่เจอซีตบเปรี้ยงเข้าให้

    “ พูดอะไร กิ๊ฟมันกำลังเครียดอยู่นะ”

    เอลลี่ขับรถพาขจรมาที่สนามฝึกขับรถที่หนึ่ง แล้วลองให้ขจรลองฝึกขับ เพียงแค่บอกวิธีขับ แล้ว การวิธีใช้งานของรถคันนี้ ขจรก็สามารถขับเองได้ โดยไม่ต้องสอนอะไรอีก

    “ เยี่ยม ไม่อยากเชื่อเลย ว่าคุณเพิ่งขับรถเป็นครั้งแรก คราวนี้เราไปขึ้นถนนใหญ่กันเลยดีกว่า”

    เอลลี่ให้ขจรขับรถขึ้นทางด่วน แล้วขับไปที่จังหวัดชลบุรี โดยให้ทดลองขับด้วยความเร็วไม่เกิน 120 ตามกฏหมายก่อน ขจรก็ขับได้เหมือนกับคนทั่วไป

    “ ฉันคงไม่ต้องสอนอะไรคุณแล้ว นี่คุณเป็นคนแรกที่ฉันแทบไม่ได้สอนอะไรคุณเลย”

    ระหว่างทางที่จะไปชลบุรี ก็มีรถปอร์เช่ แปดคัน เหยียบกันด้วยความเร็วสูง ห้อตะบึงแซงรถทุกคันบนทางด่วนมอเตอร์เวย์ ไม่สนว่าจะมีกล้องจับความเร็วหรือไม่ กล้องจับความเร็วของรถทั้งแปดคันได้ว่าพวกมันวิ่งเกินสองร้อยกันทุกๆ คัน แล้วพวกมันขับมาเห็นรถเฟอร์รารี่สีแดงของขจรที่ขับความเร็วแค่ 120 พวกมันก็ชลอรถแล้วเข้าประกบ พอมันเห็นหน้าของคนขับ พวกมันก็ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเพื่อนๆทั้งหมดทันที

    “ เฮ้ยพวกเรา เจอโจทย์แล้ว มันคือไอ้ขจร มันเคยอัดพวกเราที่ลานจอดรถ กูเห็นมันมากับ เอลลี่เซลล์ขายรถด้วยเว้ย สงสัยเพิ่งฝึกขับรถว่ะ งานนี้มันต้องเอาคืนเว้ย” แก๊งไผ่หลิว นำโดย หลิวชี กับ หลิวปา พวกมันขับรถประกบ ปิดหน้าปิดหลัง และปิดข้าง ไม่ให้รถเฟอร์รารี่ขับได้สดวกนัก พวกมันบังคับรถของขจรให้ขับด้วยความเร็วตามที่พวกมันกำหนดได้ตามอำเภอใจ

    “ แย่แล้ว พวกมันคิดแกล้งพวกเราแน่ ฉันจะแจ้งตำรวจ” เอลลี่รีบแจ้งตำรวจทันที แต่พอตำรวจถามรายละเอียด พอรู้ว่เป็นแก๊งไผ่หลิวตำรวจก็บอกว่า

    “ เขายังไม่ได้ทำอะไรคุณเลย แล้วจะให้ผมไปจับพวกเขาได้อย่างไร”

    “ แล้วจะรอให้มันเกิดเรื่องก่อนหรือไง พวกคุณถึงจะมาจัดการ”

    “ ใช่ครับ”

    เอลลี่วางหูทันที

    “ ไม่ต้องกังวัล พวกมันทำอะไรเราไม่ได้หรอกครับ” ขจรพูดจบ ก็หักพวงมาลัยไปทางขวากระแทกใส่ รถปอร์เช่คันขวา จนร่วงไปที่ถนน แล้วก็เบรครถกระทันหัน ปอรเช่คันหลังก็ตกใจรีบหักหลบ แล้วลงข้างทางไปอีกคัน ขจรกระแทกคันเร่ง รถเฟอร์รารี่ มันพุ่งกระชากด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชน ปอร์เช่คันหน้า จนเสียหลักตกข้างทางไป แล้วปอร์เช่คันซ้าย ก็ถูกกระแทกลงข้างถนนไปอีกเช่นกัน ตอนนี้ รถปอร์เช่สี่คัน ร่วงถนนไปหมดแล้ว

    “ คุณ...คุณทำอะไรของคุณเนี่ย”  เอลลี่นั่งตัวเกร็งไม่คิดว่า ขจรจะใจกล้าแบบนี้

    “ ไม่ต้องห่วงยังเหลืออีก สี่คัน”

    “ ยัง..ไม่พออีกเหรอ?” เอลลี่เอ่ยอย่างตกใจรีบจับเบาะแน่น

    ขจรยิ้มให้  แล้วกดปุ่มเบรคมือทันที ทำให้รถหมุนขว้าง หันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับ รถปอรเช่อีกสี่คันที่กำลังวิ่งตามมา

    “ นี่.. คุณจะทำอะไร นี่มันย้อนศรนะ”

    ขจรไม่สนใจ เหยียบคันเร่งจนมิด ความเร็วพุ่งขึ้นไปถึง 200 ภายในไม่ถึง 10 วินาที เอลลี่ร้องกรี๊ดลั่น เพราะรถที่วิ่งสวนทางมานั้นก็มีไม่น้อย แต่ขจรก็ขับไม่มีเบาเลย

    “ ไอ้บ้านั่นมันจะทำอะไรวะ”  หลิวชี กับ หลิวปาที่ขันเรียงหน้ากระดานมาต่างตกใจ ที่เห็นรถเฟอร์รารี่ของขจรที่ขับเข้ามาด้วยความเร็วสูงขนาดนี้

    “ มันบ้าไปแล้ว” หลิวปาพูดได้เท่านี้ รถเฟอร์รารี่ ก็พุ่งเข้ามาแล้วขจรก็กดปุ่มเบรคมือ ทำให้รถเฟอร์รารี่ ปัดเป็นแนวโค้ง เข้าฟาดรถปอร์เช่ทีเดียวสองคัน กระเด็นคว่ำไป ส่วนปอร์เช่อีกสองคันนั้นก็เลี้ยวหลบกระทันหัน ร่วงหล่นข้างทางไปทั้งหมด

    ขจรจอดรถนิ่งอยู่กลางถนน  เอลลี่ค่อยๆ เอามือเปิดหน้าออกมา พบว่าไม่มีรถปอร์เช่อยู่บนถนนแล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจออกมา

    “ โชคดี ที่ไม่ได้ชนกับพวกมัน พวกเรากลับกรุงเทพกันดีกว่า”

    “ ได้เลย”

    ขจรหมุนรถ 45 องศา ล้อฟรีจนมีกลิ่นไหม้ แล้วพอรถเข้าทางตรง คราวนี้ขจรก็ลองสมรรถภาพของเจ้าเฟอร์รารี่ตัวนี้ทันที  กำลัง 670 แรงม้าที่ 800 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ 8 สูบ 3900ซีซี ขจรใช้ความเร็ว แค่ 250 กม/ชม ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงที่ตำหนักริมน้ำ โดยที่ภายนอกของรถยับเยินพอสมควร

    “ ผมซื้อคันใหม่เพิ่มอีกคัน ส่วนคันนี้คุณก็เอาไปซ่อมด้วย แล้วก็ช่วยไปจ่ายค่าปรับ ความเร็วแทนผมด้วยนะครับ”

    เอลลี่ได้ฟัง ก็ตาสว่างดีใจที่ขายได้รถได้อีกคัน  ลืมเรื่องที่ผ่านมา รีบขับรถเอาไปซ่อม และพรุ่งนี้รีบจัดเตรียมรถคันใหม่มาส่งแต่เช้าเลย

    “ เป็นไงบ้าง ฝึกขับรถวันแรก” ท่านชายเห็นสภาพรถถูกชนยับเยินก็ยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

    “ ชนรถปอร์เช่ไป 8 คัน เจอกล้องจับความเร็วไปหลายจุด ผมเลยขอซื้อเพิ่มอีกคันนะครับ” 

    “ เอาเลยตามสบาย ไม่มีปัญหา”

    แล้วผู้จัดการชินก็เอาสัญญา และบัญชีธนาคารมาให้ขจรดู

    “ นี่คือเงินที่ขายทองได้จำนวน สามตัน ได้เงินสด ห้าพันสี่ร้อยล้านหักค่าหุ้นจางกรุ๊ป ไป 1,000 ล้าน จ่ายค่าโรงงานน้ำปลา ไป 1,000 ล้าน เหลือ สามพันสี่ร้อยล้านบาทครับ”

    “ ขอบคุณมากนะครับ”

    “ ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าผมมีเรื่องสงสัย คุณชายจะซื้อโรงงานน้ำปลาที่ขาดทุนทุกปีไปทำอะไรครับ”

    “ ไม่รู้เหมือนกัน ผมแค่คิดจะช่วยพวกเขา ไม่ได้คิดหากำไรจากเรื่องนี้”

    “ แต่ว่า โรงงานน้ำปลามันแทบไม่มีกำไรเลย แล้วยังมีพนักงานอีก สามร้อยคน มันจะเป็นภาระผูกพันกับคุณชายต่อไปนะครับ”

    “ อืม แล้วผมควรทำอย่างไรดี”

    “ ควรจะปิดโรงงาน แล้วจ่ายชดเชยให้พวกเขา แล้วประกาศขายที่ดินจะดีกว่า ที่ตรงนี้อยู่ใกล้ชุมชน คุณชายจะขายก็ยังได้เงินคืนมาประมาณ 800 ล้านบาท หากจะลงทุนเปิดโรงแรมก็จะทำกำไรได้ในระยะยาวครับ”

    “ ไม่ดีกว่า ผมไม่อยากไล่คนงานออก”

    “ ถ้าเช่นนั้นผมจะเรียกผู้บริหารให้มาแจกแจงบัญชีรับจ่าย มารายงานให้กับคุณชายนะครับ”

    “ ได้ ฝากด้วยครับ”

    “ อ้อ แล้วราคาหุ้นของ จางกรุ๊ป ในตอนนี้ ก็มีมูลค่าไม่ถึง 500 ล้าน แต่พอเราซื้อขึ้นมา ทำให้หุ้นจางกรุ๊ปดีดขึ้นมา ทำให้มีมูลค่าอยู่ที่ 600 ล้านบาทแล้วครับ”

    ขจรได้แต่พยักหน้า

    “ วันนี้เจ้าสัวจางโทรมาหาฉัน เขาคิดจะซื้อหุ้นคืนในราคา 1 พันล้านเท่าที่เธอจ่ายไป เธอคิดเห็นว่าอย่างไร”  ท่านชายภาสกรเอ่ยถามเพราะเป็นห่วงกลัวว่า ขจรจะเครียดเกินไป

    “ ผมรับปากกับ คุณเหม่ยอิงเอาไว้ จะเก็บสมบัติทั้งสองชิ้นนี้เป็นเวลา 5 ปีไม่ขายให้ใคร จะรอขายให้เฉพาะทายาทของคุณจางเว่ยเท่านั้น”

    “ ก็ได้ฉันจะได้บอกเจ้าสัวจางตามนี้”

    บ้านตระกูลหลิว

    “อะไรนะ พวกแกไปมีเรื่องกับ ไอ้ขจรอีกแล้วรึ หา รถพวกแก 8 คันพังยับ แล้วรถของไอ้ขจรไม่เป็นอะไรมาก พอเลยไม่ต้องแจ้งความแล้ว ตอนนี้กำลังมีงานใหญ่ฉันไม่อยากมีปัญหาในตอนนี้ รอให้เรื่องสำคัญนี้ผ่านไปก่อนค่อยจัดการกับมัน”

    ผู้พันหลิวอี้เอ่ยออกมา

    “ หลิวชี กับหลิวปา มีปัญหาอีกแล้วรึ?”

    “ ครับ พวกมันซิ่งรถแข่งกับ ขจร นาคบดินทร์ แต่สู้ไม่ได้ ถูกเบียดตกข้างทาง”

    “ เสียชื่อคนของตระกูลหลิว จริงๆ”

    “ รอให้เราส่งมอบสินค้า ล็อตใหญ่ผ่านไปได้ก่อน ผมจะสั่งสอนมันเองครับ”

    พ่อลูกตระกูลหลิวกำลังวางแผนการใหญ่อยู่ ซึ่งตัวของขจรเองก็รู้ว่างานนี้ตระกูลหลิวต้องมาหาเรื่องเขาแน่ แต่เรื่องราวผ่านไปแล้วสองสามวัน กลับไม่มีมาหาเรื่อง นับว่าเป็นเรื่องแปลกจริงๆ

    วันนี้เป็นวันที่ขจรต้องขึ้นชกชิงแชมป์ ที่เวทีราชดำริ เพื่อนๆ ก็มาเชียร์กันเหมือนเคยแต่ไม่เห็น พวกของแอลม่อน ขจรอุตส่าห์โทรไปชวน แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับ  พี่ธงนั้นยังไม่หายดีเท่าไร แต่ก็มานั่งเชียร์ด้วย วันนี้ครูทิมนั้นตื่นเต้นมากกว่าขจรด้วยซ้ำ ถึงกับบอกว่า จะวางเงินเดิมพันข้างขจรสักสองหมื่นบาท ทั้งๆที่เงินก็ไม่ค่อยพอใช้เท่าไร

    “ ผมให้ยืมก่อนก็ได้ หากเสียก็ไม่ต้องคืน ได้ครูก็เอาไป”

    “ ไม่ดีมั๊ง เรื่องเงินๆ ทองๆ แบบนี้ไม่ดีหรอก”

    “ เอาน่า ครูก็รู้ ตอนนี้ผมเป็นใคร เงินทองไม่สำคัญกับผมหรอก”

    “ เออก็ได้ ขอบใจนะ”

    “ ตอนนี้ ราคาต่อรองฝ่ายแชมป์มันเหนือกว่า ต่อราคามา 2 ต่อ 1 เอ็งว่าไงวะ” พีธงเอ่ยถาม

    “ เอาการ์ดเงินสดนี้ไปให้ครูทิม 1 ล้าน พี่ธง 10 ล้าน แล้วแทงไป เลย 100 ล้าน”

    “ เฮ้ย นี่เอ็งมั่นใจขนาดนี้เลยหรือวะ” ครูทิมที่ยืนอยู่ตื่นเต้นที่ได้ยินขจรเอ่ยแบบนี้

    “ ครูเชื่อมันเถอะ มันไม่เคยพลาด ไปพวกเราไปกันเถอะ” พี่ธงรีบพาครูทิมไปที่โต๊ะพนันทันที วันนี้สีหน้าของครูยอดดูเศร้าๆ พิกล  จนมาดามเกรซต้องถามด้วยความแปลกใจ

    “ ไม่ ไม่มีอะไร หวังว่า ขจรจะผ่านศึกครั้งนี้ไปได้”

    “ ฉันว่า เขาต้องผ่านไปได้แน่ๆ” มาดามเกรซเอ่ยอย่างมั่นใจ แต่สีหน้าของครูยอดกลับไม่สบายใจนัก

    แล้วโฆษกสนามก็ประกาศเริ่มการชกชิงแชมเปี้ยนรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวทของเวทีราชดำริ กับ แชมเปี้ยนของเวทีเดอะแชมเปี้ยน

    “ สำหรับผู้ท้าชิงในวันนี้ ขจรเดช ศิษย์ครูยอด อายุ 19 ปี น้ำหนักตัว 113 ปอนด์สถิติชกมาแค่ 4 ครั้งไม่เคยแพ้ใคร สำหรับแชมเปี้ยนของราชดำริ ทรงเดช ลูกเจ้าแม่ตะเคียนทอง อายุ 26 ปี น้ำหนัก 115 ปอนด์ชกมาแล้ว 60 ครั้งไม่เคยแพ้ใครเช่นกัน ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่านได้พบกับการชกของพวกเขาได้ ณ บัดนี้”

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน