“ท่านอา...ท่านเนี่ยชอบลอบโจมตีจริงนะ” ดวงตาของเด็กน้อยเริ่มปรากฏร่องรอยของโทสะเว่ยเมิ่งถูมือไปมามุมปากยิ้มขึ้นนิดๆ เหมือนสนุกๆคิดอะไรออก เด็กน้อยยืนตัวตรง สองมือไพล่หลัง เชิดหน้าขึ้น หันข้างเล็กน้อย ทำหน้ตาเหยียด ใช้หางตาเหลือบมองร่างคู่ต่อสู้ จากนั้นก็ใช่มือข้างหนึ่งกวักเรียกซูอวิ้น ท่าทางน่าตายเช่นนี้หากไปใช้ไปใช้นอกความฝันคงไม่แคล้วถูกด่ายันบรรพบุรุษ โชคดีที่ซูอวิ้นจากความว่างเปล่าคนนี้ไร้จิตใจไม่เช่นนั้นก็คงมีคันๆปากกันบ้างซูอวิ้นพุ่งเข้าโจมตีเว่ยเมิ่ง ฝีมือของหัวหน้าองค์รักษ์แห่งแคว้นลู่ไม่ใช่ธรรมดา เว่ยเมิ่งรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าการจะโค่นชายคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย‘แข็งแกร่ง แข็งแกร่งมาก อาจจะมากกว่าหัวหน้ามือสังหารนั้นที่ข้าสังหารไปสองถึงสามขั้นทีเดียว’เว่ยเมิ่งใช้ เดินตามสายลม คอยหลบการโจมตีจากซูอวิ้น ในตอนแรก เด็กน้อยยังถูกคมกระบี่ฟันเข้าอยู่บ้างอย่างไรก็ตามบาดแผลก็ค่อยๆลดลงตามจำนวนกระบี่ที่เพิ่มและในที่สุดตั้งแต่กระบี่ที่สิบห้าขึ้นไป เด็กน้อยก็ไม่ได้แผลอีกเลย‘ขวา ล่าง ขึ้น ลง ซ้าย ซ้าย’ เว่ยเมิ่งพูดกับตัวเองในใจในที่สุดเมื่อเด็กน้อยมั่นใจในวิชาของตนแล้ว มันก็ได้เวลาตอบโต้ เว่ยเมิ่งเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปที่ช่องว่างของซูอวิ้น ฝ่ามือทาบชายโครงของคู่ต่อสู้ “ลาก่อน.......Trash(เจ้าขยะ)” เว่ยเมิ่งพูดหนึ่งคำศัพท์ที่พี่สาวยัดเข้ามาในหัว ฝ่ามือกระแทกภูเขาท่าไม้ตายประจำของหัวหน้าองค์รักษ์ เว่ยเมิ่งใช้มันจบชีวิตคู่ต่อสู้ คงไม่มีใครทราบได้ว่าเด็กน้อยใช้มันเพื่อให้เกียรติคู่ต่อสู้ในตอนจบหรือแค่แก้แค้นที่เคยถูกฝ่ามือนี้จนเกือบตายมาแล้ว..........เด็กน้อยน้อยยืนกอดอกพลางครุ่นคิดว่าจะทำไรต่อไปดี ทันใดนั้นทิวทัศน์รอบตัวเด็กน้อยก็เปลี่ยนไป ความมืดแห่งความว่างเปล่าค่อยๆเปลี่ยนท้องฟ้าที่ครุ่นมัว เด็กน้อยรู้สึกตัวในที่ๆคุ้นเคย“หมู่บ้านเหรอ?”ขณะเดียวกันในสถานที่อันไกลโพ้นจากหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์ เงาสี่ร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด หนึ่งในร่างนั้นสะบัดมือ ไฟสีเขียวขจีลุกโชนขึ้นตามคบเพลิง แสงสว่างสีเขียวส่องให้เห็นถึงสถานที่ที่คนทั้งสี่คงอยู่ มันคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่ทรุดโทรม เบื้องหน้าคนทั้งสี่คือหลุมลึกคล้ายก้นกระทะ ที่ก้นหลุมมีเตียงหินอ่อนที่แกะสลักลวดลายมังกรตั้งอยู่และบนนั้นก็วางไว้ด้วยศีรษะอันแห้งผาก คนทั้งสี่มีบุคลิกที่ต่างกัน หญิงชราผิวซีด ชายวัยกลางคนที่ดูคล้ายพยัคฆ์ เด็กหญิงอายุราวๆห้าหกขวบที่มีผมและดวงตาสีขาวสนิท และ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาจนดูราวกับไม่ใช่มนุษย์แต่สิ่งที่คนทั้งสี่ทำเหมือนกันคือเดินถือชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าเก่าๆ ลงไปวางยังเตียงหินอ่อน พวกเขาค่อยๆแกะผ้าออกและวางชิ้นส่วนลงต่อกับศีรษะให้เป็นร่างกายอย่างระมัดระวังหญิงชราวางแขนขวาชายวัยกลางคนวางช่วงหน้าอกที่มีแขนซ้ายเด็กหญิงวางลำตัวที่มีขาขวาชายหนุ่มวางขาซ้ายทั้งสี่ขึ้นมาจากก้นหลุม ชายวัยกลางคนหันหน้าไปข้างหลังแล้วคำรามเบาๆ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งคอยๆเดินออกมาจากเงามืด คนเหล่ามีหลายประเภท ชาย หญิง เด็ก คนชรา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือแววตาที่ดูไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต หนึ่งคนในกลุ่มเดินนำหน้าไป รับมีดคมกริบเล่มหนึ่งจากชายหน้าตาหล่อเหลา แล้วเดินลงไปที่เตียงหินอ่อนซึ่งวางไว้ด้วยชิ้นส่วนซากศพ ไร้ซึ่งความลังเลหรืออันที่จริงไร้ซึ่งความรู้สึก คนๆนั้นใช้มีกรีดลำคออย่างฉับพลัน โลหิตสีแดงสดพุ่งสาดชิ้นส่วนซากศพ ร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณล้ม จากนั้นอีกคนในกลุ่มก็เดินลงมาหยิบมีด เช่นเดียวกับร่างแรก มีดคมกริบปาดลงในตำแหน่งเดียวกัน โลหิตสาดกระเซ็นไปที่ศพอีกครั้งร่างแล้วร่างเหล่าลงไปในหลุม จนในที่สุดหลุมลึกก็เต็มไปด้วยโลหิตและซากศพ ทั่งสี่คุกเข่าลงเงียบๆ ทันใดท้นท้องฟ้าภายนอกคล้ายกับจะวิปลาส ส่งเสียงกระหึมดังไปมา เมฆดำทมิฬก่อตัวขึ้นพร้อมกับสายฟ้า เหมือนกับไม่ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น หลุมโลหิตสั่นเบาๆ พร้อมกับร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้น“ขอยินดีกับนายท่านที่กลับมา!!” ร่างทั้งเปล่งเสียงพร้อมกันร่างที่ชุ่มด้วยโลหิตค่อยๆเดินขึ้นมา เผยให้เห็นเป็นบุรุษคนหน้าตาหล่อเหล่าองอาจ ดวงตาที่แสดงให้เห็นถึงหยิ่งทะนง เรือนผมยาวสีม่วงบุรุษคนนั้นขมวดคิ้วเหมือนได้ยินเสียงกระหึมจากท้องฟ้า “เงียบ”เสียงแค่คำสั้นๆ สายฟ้าและเมฆทมิฬที่ภายนอกคล้ายถูกฉีกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็น พวกแตกสายไปเผยให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวยามค่ำคืน“เป็นผู้ใดที่ครอบครองของๆเราอยู่ในตอนนี้”“เรียนนายท่าน เป็นหลานของผู้นำหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์ใน นามตงฟางเว่ยเมิ่ง” เสียงจากหญิงชราเอ่ยตอบ“หมู่บ้านน้ำตกสวรรค์.........” บุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ทรงอำนาจที่สุดเอ่ยกับตนเอง“หมู่บ้านเหรอ?”เด็กน้อยยืนอยู่ทางเข้าหมู่บ้าน มองจากข้างเขาเห็นผู้คนเดินไปมาเหมือนอย่างทุกวัน เว่ยเมิ่งขมวดคิ้วเขารู้ว่าหมู่บ้านที่อยู่เบื้องหน้ามีความผิดปกติบางอย่าง เด็กน้อยเดินเข้าไปในหมู่บ้านทันทีเท้าเล็กๆก้าวผ่านประตูเข้ามา ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกท่วมทุกส่งก่อสร้าง ผู้คนที่เดินอยู่ต่างล้มตายกลายเป็นศพ โลหิตไหลนองตามพื้นดิน “วะ เว่ย.....เมิ่ง นะ หนีไป”เสียงดังมาจากเบื้องหลังของเด็กน้อย เว่ยเมิ่งหันไปดู เห็นบุรุษคนหนึ่งมีเรือนผมสีม่วงยาว กำลังเดินมาทางเขา ในมือของคนๆนั้นลากมาด้วยชายชราที่เลือดท่วมตัวที่เด็กน้อยคุ้นเคย“ทะ ท่านปู่” เว่ยเมิ่งเอ่ยเสียงสั้นบุรุษผมสีม่วงมองไปที่เด็กน้อยตรงหน้า ก่อนจะเลือบมองชายชราที่อยู่ในมือ บุรุษลึกลับใช้มืออีกข้างจับศีรษะของชายชรา ยกและหันมาทางเว่ยเมิ่ง “เว่ยเมิ่งปู่ขอโทษ..”“อย่า ได้โปรด..”บุรุษลึกลับมีสีหน้าที่เย็นชา มือที่จับศีรษะไว้ออกแรงบีบจนศีรษะในมือระเบิดออก“ไม่มมมมมมมมม”เว่ยเม่งสะดุงตื่นจากความฝัน เหงือไหลออกมาท่วมตัว ร่างเด็กน้อยที่อยู่ในบ่อน้ำร้อนตัวสั่นเทา เสียงสะอื่นดังขึ้นท่ามกลางแสงดาวยามราตรี...“นายหญิง สิ่งที่ท่านให้ข้าไปจัดเตรียมตอนนี้เรียบร้อยแล้วเจ้าคะ” เสียงเรียกจากหญิงรับใช้ดังขึ้นที่ข้างหูของตงฟางฮูหยินหรือมารดาของเว่ยเมิ่งและตงฟางเสวี่ยฟางตงฟางฮูหยินตอบคำเบาๆ บัดนี้สตรีผู้งดงามราวเทพเซียนกำลังนั่งมองท้องฟ้าอันเต็มไปด้วยหมู่ดาวผ่านหน้าต่างเงียบๆ อยู่ภายในห้องเรียบง่ายอันเป็นความชอบของตน“ดวงดาวกำลังกรี้ดร้อง....เว่ยหมิ่ง” นางพูดกับตัวเองเบาๆ นางหลับตาผ่อนลมหายใจเข้าออกแล้วลืมตา ดวงตาของนางเปลี่ยนไปคล้ายมีดวงดาวที่ส่องประกายอยู่ภายในนั้น ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือทิวทัศน์รอบๆตัวนางค่อยๆเปลี่ยน กลายเป็นว่าตอนนี้อยู่ทามกลางซากศพนับไม่ถ้วนตงฟางฮูหยินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้ามองภูเขาสูงที่เกิดจากซากศพกองรวมกัน บนยอดภูเขาซากศพนั้นยืนไว้ด้วยบุรุษคนหนึ่ง สีหน้าของบุรุษคนนั้นเย็นชาราวกับน้ำแข็งและสายตาที่กวาดมองซากศพนับไม่ถ้วนก็เต็มไปด้วยความอำมหิต ที่เอวของบุรุษคนนั้นมีศีรษะที่มีเรือนผมสีม่วงห้อยไว้อยู่ และดูเหมือนศีรษะที่ห้อยอยู่นั้นยังมีชีวิตอยู่อีกด้วยบุรุษที่มีสีหน้าเย็นชาหันมามองตงฟางฮูหยิน สายตาของทั้งสองสบตากัน ดวงตางามของนางค่อยๆมีหยดน้ำตาไหลลงมา ตอนต่อไปมาประมาณหนึ่งทุ่มนะครับ รอติดตามกันได้เลย(ถ้าปั่นทัน 5555)//หวังว่าฉากคืนชีพคงไม่รุนแรงเกินไป