เซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven)

    ตอนที่ 35: เสียงกระซิบแห่งเหมันต์ (รีไรท์)

    ตอนที่ 35: เสียงกระซิบแห่งเหมันต์ (รีไรท์)

    ทางเดินศิลาดำยังคงทอดยาวเข้าไปในความมืดมิด ราวกับปากอสูรบรรพกาลที่อ้าค้างรอเขมือบกลืนกินกาลเวลา แสงจากอักขระโบราณตามผนังที่เคยริบหรี่ บัดนี้ยิ่งดูอ่อนแรงลง ดุจดวงดาวใกล้ดับแสง ความเงียบที่นี่ดูดกลืนแม้กระทั่งเสียงความคิด ปล่อยให้ไอเย็นยะเยือกทำงานอย่างเต็มที่ มันมิได้เพียงกัดผิวกาย แต่แทรกผ่านกระดูก สั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณ ราวกับเสียงกระซิบเตือนใจอันเยือกเย็นว่า “ผู้ใดก็ตามที่เหยียบย่างในแดนแห่งการหลงลืมนี้... จะไม่มีวันกลับออกไปเช่นเดิม”

    เฟิงอี้เดินตามหลังหญิงน้ำแข็งอย่างเงียบงัน สองเท้าแทบไร้เสียงบนพื้นศิลาที่เย็นเฉียบ ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่มากไม่น้อย พอให้เขารู้สึกว่าตนยังคงมี “เสรีภาพเล็กน้อย... ก่อนที่พันธะหรือเงื่อนไขใหม่จะถูกยัดเยียดใส่มือ” ปราณกระบี่ ภายในร่างกำลังโคจรอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้ฤทธิ์โอสถ “หยกเย็นคืนชีพ” ที่แม้จะเย็นจนแทบบาดคอ แต่ก็นำพากระแสพลังชีวิตอันอบอุ่นจางๆ กลับคืนมา ช่วยให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้

    เขาลองโคจร ปราณกระบี่ ที่เพิ่งผ่านการควบแน่นจากเคล็ดวิชาในรอยกระบี่ซ้ำอีกครั้ง พลังนั้นคมกล้าและเยียบเย็นอย่างน่าประหลาด มันเหมือนเงากระบี่ล่องหนที่ขึงอยู่บนสายลมแห่งเจตจำนง สั่นไหวเพียงเล็กน้อยก็สามารถสะบั้นลมหายใจของศัตรูได้ หากแต่มันก็ยังไม่เชื่องมือ... ยามที่ฝืนใช้ พลังบางส่วนก็ดูคล้ายจะ “สะท้อนกลับเข้าสู่ทะเลจิต” อย่างเงียบงัน พร้อมกับไอเย็นเยียบที่คุ้นเคยจากอักษร '断命' ที่เพิ่งตื่นขึ้น ราวกับพลังทั้งสองสายกำลังลองหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน

    หญิงน้ำแข็งยังคงเดินนำด้วยจังหวะสง่างามมั่นคง ราวกับเทพธิดาเหมันต์เหยียบย่างบนธารน้ำแข็งที่ไม่เคยละลาย นางไม่พูด ไม่หันมา แต่วิถีก้าวนั้นบอกชัดถึงความมุ่งมั่นและอำนาจที่มองไม่เห็นว่า “เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธโชคชะตานี้” กระนั้นสายตาของนางที่บางครั้งเหลือบไปยังรอยแตกร้าวลึกบนผนัง หรือชำเลืองมองอักขระโบราณบางจุดด้วยแววตาล้ำลึก ก็ทำให้เฟิงอี้อดคิดไม่ได้ว่า—แม้นางจะดูสูงส่งและรู้ไปเสียทุกอย่างเพียงใด ก็ยังคงมีความลับหรือความไม่แน่นอนบางอย่างที่นางเองก็ยังต้องเผชิญ

    เขาแสร้งกระแอมเบา ๆ ไล่ความเงียบอันน่าอึดอัด แล้วเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ ที่พยายามกลบเกลื่อนความอ่อนล้าและความตึงเครียดภายใน

    “แม่นางผู้สูงส่ง ทางเดินสายนี้มันช่างมืดมิดและยาวนานเสียจริง... ไม่ทราบว่าปลายทางของมันคือคลังสมบัติล้ำค่า หรือจะเป็นบ่อน้ำพุร้อนศักดิ์สิทธิ์สำหรับให้เชลยผู้อาภัพเช่นข้าได้แช่กายาแก้หนาวกันแน่?”

    หญิงน้ำแข็งชะงักเท้าเพียงเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อแผ่นหลังเกร็งขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังข่มสัญชาตญาณบางอย่าง ก่อนจะผ่อนคลายลงและตอบเสียงเรียบไร้อารมณ์ดังเดิม

    “ปลายทางคือที่ที่เจ้าต้องไป และมันไม่ใช่สถานที่สำหรับหยอกล้อเล่นหรือกล่าววาจาเหลวไหล”

    เฟิงอี้ยักไหล่ กึ่งประชดกึ่งบ่นอย่างแนบเนียน “โอ้... ข้าก็แค่ถามไถ่ตามประสาคนเดินทาง เผื่อว่าจะมีน้ำร้อนให้แช่เท้าบรรเทาความเมื่อยล้าบ้างเท่านั้น แม่นางอย่าได้คิดว่าข้าขี้บ่นเสียจนกลัวน้ำเย็นเยือกนี่เลย... ถึงแม้มันจะแทรกซึมเข้ามาถึงไขกระดูกและทำให้ข้าอยากจะขดตัวเหมือนเสี่ยวหู่ก็ตามที”

    หญิงน้ำแข็งหันกลับมาเล็กน้อย เพียงเสี้ยวหน้า ดวงตาคู่นั้นแวววับขึ้นภายใต้แสงอักขระโบราณที่ส่องกระทบ “พลังฟื้นฟูอันแปลกประหลาดของเจ้า ควรจะทนทานได้มากกว่านี้มิใช่หรือ... หรือว่าโอสถชั้นเลิศของข้าไร้ผลต่อร่างกายที่ 'พิเศษ' ของเจ้า?” นางเน้นคำว่า 'พิเศษ' อย่างมีนัยยะสำคัญ

    เฟิงอี้แกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเหนื่อยหน่าย “โอสถทิพย์ของแม่นาง... ช่วยต่อชีวิตข้าได้อย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้น ข้าก็ยังคงเป็นมนุษย์ที่ต้องการความอบอุ่น ไม่ได้กันข้าจากความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บจนแทบจะกัดกินจิตวิญญาณเช่นนี้ได้... หากมีผ้าห่มอุ่นๆ เพิ่มสักผืน ข้าคงซาบซึ้งในน้ำใจของท่านมากกว่าโอสถเย็นๆ นี่เสียอีก”

    หญิงน้ำแข็งเม้มริมฝีปากบางสีซีดนั้นแน่น นางไม่พูดอะไรอีก ท่าทางเหมือนกำลังจะ “ระเบิดไอเย็นออกมาแช่แข็งคนปากเสียตรงหน้า” ให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็เพียงแค่หันหลังกลับและเดินต่อไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงไอเย็นที่ดูจะหนาแน่นขึ้นเล็กน้อยรอบตัวนาง

    ทางเดินนำทั้งสองมาถึงทางแยกขนาดใหญ่ เบื้องหน้าคือ ม่านพลังงานสีเงินที่เย็นชาแต่กลับดูเย้ายวน มันโปร่งแสง แต่ก็บิดเบือนภาพเบื้องหลังจนมองไม่ออก มันสั่นไหวระยิบระยับราวกับผืนน้ำในความฝันที่สะท้อนแสงดาว มันแผ่ขยาย ปิดกั้นทางเดินสองสายที่แยกออกไปซ้ายขวาจนมิดชิด ไอพลังที่เปล่งออกมานั้นเยียบเย็น... ทว่ากลับเป็นความเย็นที่ “กึกก้องสะท้อนอยู่ในจิตใจ” ราวกับเสียงเพรียกหาจากอดีตอันไกลโพ้น มากกว่าจะกัดกินเพียงร่างกายภายนอก

    หญิงน้ำแข็งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเคร่งขรึมลงเล็กน้อย “ม่านเหมันต์ลวงจิต (幻冰迷幕 - Huàn Bīng Mí Mù)... มันจะสร้างภาพมายาตามสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจเจ้า หากใจเจ้าไขว้เขว หวาดกลัวสิ่งใด หรือมีความปรารถนาที่ไม่อาจปล่อยวาง แม้แต่เศษเสี้ยวความคิดเล็กน้อย... มันจะจับสิ่งนั้นมาขยายใหญ่ สร้างเป็นโลกมายาที่จะกักขังเจ้าไว้ และไม่มีวันปล่อยออกมา”

    เฟิงอี้เพ่งมองม่านพลังนั้นพลางขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกได้ถึง สายตาที่มองไม่เห็น กำลังจ้องมองกลับมาจากภายในม่านนั้น... กำลังพยายาม窥探 (คุ้ยทั่น - ลอบมอง/สอดแนม) เข้ามาในจิตใจของเขา!

    แม้จะยังไม่ก้าวเข้าไป ทว่าจิตใจกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง! ราวกับได้ยินเสียงกระซิบอันเย็นเยียบดังขึ้นในหัวโดยตรง!

    “เจ้าคิดว่าตนหลุดพ้นจากอดีตที่ถูกลืมเลือนแล้วจริงหรือ... เฟิงอี้?”

    เขาสะบัดศีรษะแรงๆ ขับไล่เสียงกระซิบอันน่าหวาดหวั่นนั้นออกไป! ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง! มันรู้ชื่อเขาได้อย่างไร?! หญิงน้ำแข็งพูดต่อโดยไม่สนใจอาการของเขา “ข้ามีเข็มทิศผลึกน้ำแข็ง (寒晶指針 - Hán Jīng Zhǐ Zhēn) มันสามารถนำทางข้าไปยัง ‘ประตูที่แท้จริง’ ซึ่งซ่อนอยู่หลังม่านมายานี้ได้ แต่การจะเปิดมันออก ต้องอาศัยพลังจากภายนอกก่อกวนกระแสพลังภายในม่านนี้เสียก่อน... ใช้ปราณกระบี่ของเจ้า”

    เฟิงอี้ยิ้มบางอย่างฝืดเฝื่อน กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่ “แสดงว่าต่อให้สูงส่งและเย็นเยียบแค่ไหน... ท่านหญิงน้ำแข็งก็ยังต้องพึ่งพาลมหายใจอันแผ่วเบาของข้าผู้นี้อยู่ดีสินะ”

    นางไม่ตอบคำ ทว่าเพียงจ้องเขานิ่ง แววตาคล้ายจะบอกว่า "อย่ามัวแต่พล่าม"

    เฟิงอี้ถอนหายใจอีกครั้ง รวบรวมสมาธิ ส่ง ปราณกระบี่ สายเล็กๆ ที่ผ่านการควบแน่นและแฝงเจตจำนงอันคมกล้า เข้าสู่ม่านพลังงานสีเงินเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง... ทันทีที่สัมผัส! เขารู้สึกเหมือนจิตวิญญาณถูกดึงดูดเข้าไปในวังวนอันเย็นเยียบ! เงาสะท้อนของเขาในม่านพลังนั้นพลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง!—ดวงตาอีกคู่ที่ปรากฏซ้อนทับขึ้นมาในเงาสะท้อนนั้น... มันไม่ใช่แค่เต็มไปด้วยคำถาม แต่กลับแฝงไว้ด้วยแววตาที่ทั้ง 'คุ้นเคย' และ 'เศร้าสร้อย' อย่างสุดจะพรรณนา! ราวกับเป็นเงาจากอดีตชาติที่กำลังมองมายังตัวตนในปัจจุบันของเขา!

    เสียงเสี่ยวหู่ร้องเบา ๆ! ชี้ไปยังจุดหนึ่งบนม่านทางด้านซ้าย! ดึงเฟิงอี้กลับสู่ความเป็นจริง! หญิงน้ำแข็งหันไปทันที! แสงจากเข็มทิศในมือสาดส่องไปยังจุดนั้นจนจ้าเรือง!

    “เจอแล้ว!” นางเปล่งเสียง!

    ตูม!

    ลำแสงเหมันต์พุ่งออกจากปลายนิ้วนาง! ปะทะเข้ากับจุดนั้น! ม่านพลังงานเปิดออกเป็นช่องว่างรูปวงรีเพียงชั่วพริบตา!

    เฟิงอี้ไม่รอช้า! อุ้มเสี่ยวหู่พุ่งทะยานผ่านช่องว่างนั้นเข้าไปทันที! หญิงน้ำแข็งพลิ้วกายตามมาติดๆ! ก่อนที่ม่านพลังงานจะเลื่อนปิดลง! ทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง... ทั้งอันตรายที่อาจจะตามมา และเงาสะท้อนอันเป็นปริศนานั้น...

    ทว่าข้างหน้า... กลับมีเพียงความเงียบงันที่ หนักอึ้งและลึกซึ้ง ยิ่งกว่าเดิม ราวกับกำลังก้าวเข้าสู่สุสานแห่งกาลเวลาอย่างแท้จริง

    *** จบตอนที่ 35 ***


    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven) ที่คุณอ่าน