บทที่ 108
แพนดั้นมังกรน้อยสะกดรอยตามพ่อค้าร่างผอมหลังค่อมที่ชื่อเคลย์ ไปจนถึงตึกแถวแห่งหนึ่งเมื่อตอนบ่าย ก่อนที่จะตามมาถึงบ้านในตอนเย็น ตั้งแต่ร้านไวน์ของฮาคิมมาจนถึงตึกแถวหลังงามใกล้กับประตูด้านตะวันตกของเมือง พ่อค้าวัยกลางคนหน้าเจ้าเล่ห์หลังโก่งเดินหัวเราะอย่างสบายใจอยู่คนเดียว จนทำให้ชาวบ้านชาวช่องต้องหันมามองชายคนนั้นไม่รู้เลยว่าได้มีนกน้อยตัวสีเขียวติดตามเขามาตลอดทาง เมื่อเคลย์เดินเข้าไปในตึกจนถึงชั้นที่สาม และรอให้ประตูห้องบานใหญ่เปิดออก เจ้านกน้อยก็กลายร่างเป็นแมลงเต่าทองตัวจิ๋วบินมุดเข้าไปในช่องว่างของหน้าต่าง แล้วเข้าไปเกาะอยู่บนไหล่ของพ่อค้าผู้เป็นเป้าหมายติดตาม หลังจากมีหญิงสาวมาเปิดประตูออก ก็ได้พบกับชายชราหัวล้านร่างอ้วนคนหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานพอดี“ท่านฮาเซล งานที่ท่านสั่งให้ข้าทำเรียบร้อยแล้วขอรับ” เคลย์ที่เดินเข้ามาอยู่หน้าโต๊ะทำงานของชายชรากล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“อืม ดีมากเคลย์เจ้ามานั่งก่อนสิ ส่วนเจ้านำชารสเลิศที่ได้มาจากดินแดนตะวันออกมาบริการแขกหน่อยสิ” ชายชราหัวล้านยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วบอกกับหญิงสาวที่เป็นคนเปิดประตูเมื่อสักครู่“เจ้าค่ะนายท่าน” หญิงสาวตอบรับแล้วเดินจากไปตามคำสั่ง“แล้วท่านฮาเซลจะให้ดำเนินการอย่างไรต่อหรือขอรับ? ข้าน้อยจะได้ไปเตรียมตัว” หลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานนั้นแล้ว ชายร่างผอมกล่าวอย่างกระตือรือร้น“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ เพราะข้าได้เตรียมมืออาชีพเอาไว้แล้ว เดี๋ยวสักครู่พวกนั้นก็จะมารับเจ้านี่ไปจัดการต่อ” กล่าวจบชายชราก็เปิดกล่องใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะออกมา ภายในมีแผ่นโลหะวงกลมขนาดเท่าฝ่ามือที่ตรงกลางมีอัญมณีสีแดงเรืองแสงบางๆติดอยู่ และมีลูกศรที่หมุนได้ยื่นออกมา มันมีลักษณะคล้ายกับเข็มทิศ“จานรับสัญญาณเวทมนตร์! ท่านจะให้คนพวกนั้นใช้ของแพงแบบนี้หรือขอรับ?” เคลย์กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจอยู่บ้าง“ต้องติดตามเป้าหมายเข้าป่า แถมเป็นเทือกเขาแม็กซิมัสอีก แล้วข้าก็กะว่าจะจัดการมัน และยึดที่ดินนั่นไว้เลยในคราวเดียว เจ้าคิดว่าเจ้าตัวคนเดียวจะทำได้รึ?” ฮาเซลจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเคลย์เขาก็รู้ด้วยว่าพ่อค้าร่างผอมต้องการที่จะทำงานนี้เพื่อพิสูจน์ฝีมือ ชายชราจึงต้องแสดงออกว่าตัวเองตั้งใจทำอย่างที่บอกนั้นจริงๆเช่นกัน“เอ่อ...คือ...” ชายหลังโก่งถึงกับต้องหลบตาลงต่ำด้วยความเกรงกลัว“ข้าเข้าใจว่าเจ้าต้องการแสดงฝีมือให้ข้าไว้วางใจ แต่งานนี้มันหนักเกินไปสำหรับเจ้า ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า แค่ข้อมูลที่เจ้าหามากับการนำกล่องสัญญาณเวทย์ไปติดที่รถม้านั่นด้วยตัวเอง ก็ทำให้ข้าเห็นความสามารถของเจ้าแล้ว ข้าย่อมต้องสนับสนุนคนเก่งอย่างเจ้าให้ก้าวหน้าแน่นอนไม่ต้องห่วง” ฮาเซลยิ้มออกมาอย่างเชื่อมั่นในคนตรงหน้า“แหะๆ ขอบคุณมากขอรับท่านฮาเซล” เคลย์กล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน“มาๆ ทานน้ำชากันก่อน นี่ของดีเลยนะ” ชายชราร่างอ้วนชักชวนอย่างเป็นกันเอง เมื่อหญิงสาวนำชาเข้ามาเสิร์ฟพอดี พ่อค้าอ้วน และผอมสนทนาการงานกันสักพัก เคลย์ก็เป็นฝ่ายขอตัวกลับไปก่อนตามมารยาท แต่เจ้าเต่าทองน้อยก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป มันบินย้ายไปเกาะอยู่ที่ราวแขวนเสื้อโค้ทที่หน้าประตูห้อง เพื่อจับตาดูชายชราต่อสักครู่“เจ้าคิดว่าเคลย์เป็นอย่างไรบ้าง” ฮาเซลหันไปกล่าวกับหญิงสาวผมสีดำมัดไว้เป็นหางม้าผู้สวมใส่ชุดคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างตน“ตอนนี้ชายคนนั้นมีความเลื่อมใสต่อนายท่านอย่างแท้จริงเจ้าค่ะ” หญิงสาวผมดำกล่าวด้วยความนอบน้อม“อืม นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับคนที่ได้ชื่อว่าพ่อค้าจอมเจ้าเล่ห์ ที่เริ่มต้นชีวิตมาจากขอทานสินะ แล้วก็นี่จานรับสัญญาณเวทย์รับไปสิ” ชราดันกล่องบนโต๊ะเลื่อนไปทางหญิงสาวเล็กน้อย“งานครั้งนี้นายท่านมีสิ่งใดจะกำชับเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ?” หญิงสาวกล่าวถามตรงประเด็น“หืม? กำชับเป็นพิเศษงั้นเหรอ? ปกติงานแบบนี้ก็เป็นงานถนัดของพวกเจ้าอยู่แล้วนี่ ที่ผ่านมาไม่เคยทำงานพลาด ปิดข่าวเงียบสนิทไม่สามารถสืบต่อได้ แม้แต่เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของคนเก่าหายไปไหน ต้องมีเรื่องใดให้ห่วงรึ?” พ่อค้าร่างอ้วนกล่าวถามพลางชื่นชมฝีมือหญิงสาว“ก็ชาวไร่ผู้นั้นเป็นผู้ผลิตคนสำคัญของฮาคิมไม่ใช่หรือเจ้าคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นทางกลุ่มการค้าโอเมก้าอาจถูกสงสัยได้ ตระกูลวีตาเร่มีอิทธิพลไม่ธรรมดาข้าเกรงว่าอาจเกิดปัญหาในระยะยาว” สาวรับใช้บอกถึงสิ่งที่ตนกังวล“เรื่องความขัดแย้งที่มันมีอยู่แล้ว ถ้าหากมันจะเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหามากมายหรอกเรื่องนั้นข้ารับมือได้ เจ้าเพียงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีเท่านั้นก็พอ เอาล่ะไปได้แล้ว” เหมือนว่าคำเตือนของหญิงสาวจะทำให้เจ้านายของเธอหงุดหงิด เขาจึงไล่เธอออกไปห้อง การสนทนามาถึงเพียงเท่านี้ก็ทำให้เบื้องหลังกระจ่างขึ้นมากแล้ว แม้ว่าเจ้าเต่าทองน้อยควรจะตามหญิงสาวไป แต่ภามก็บอกตั้งแต่แรกว่าให้มันตามเพียงแค่ชายหลังค่อมเท่านั้น เต่าทองจึงบินออกจากห้องไปพร้อมกับหญิงสาวแล้วก็แปลงร่างกลายเป็นนกเพื่อมองหาเคลย์ที่น่าจะยังไปไม่ไกล ไม่นานเจ้ามังกรน้อยแพนดั้นในร่างของนกน้อยก็ตามชายหลังค่อมจนทัน และบินตามไปจนถึงบ้านของเขาในย่านสลัมฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮาเวสตี้นั่นเอง เคลย์เปิดประตูเข้าไปในบ้านเก่าๆหลังหนึ่งที่ยังคงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมกับที่เจ้าแพนดั้นแปลงร่างเป็นเต่าทองตัวจิ๋วเกาะบ่าพ่อค้าร่างผอมเข้าไปด้วย ภายในบ้านแม้จะเก่าแต่ก็สะอาดสะอ้านดี แต่ถึงจะสะอาดอย่างไร เมื่อเพื่อนบ้านรอบด้านยังคงสกปรกเหมือนเดิม ก็ยังคงต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ“กรี๊ด!!!” เสียงหญิงสาวดังออกมาจากในครัว ชายวัยกลางคนที่เพิ่งเข้าบ้านมาได้ยินเข้าพอดี จึงรีบวิ่งเข้าไปดู“เดซี่! เกิดอะไรขึ้น” เคลย์กล่าวถามหญิงสาวผมสีขาวที่วิ่งไปวิ่งมาอยู่ตรงหน้า“พวกมันมาอีกแล้วเจ้าค่ะ เวลาข้าทำอาหารทีไรมันต้องวิ่งพล่านเข้ามาทุกทีสิ” หญิงสาวน่ารักนามเดซี่เดินไปเดินมาในครัวไม่ใช่เพราะเธอกลัว แต่เธอกำลังไล่พวกหนูออกไปจากห้องครัวต่างหาก“ฮ่ะๆๆ ก็อาหารของเจ้ามันทั้งหอมทั้งอร่อยนี่นะ มาเดี๋ยวข้าช่วยเจ้าเอง” กล่าวจบเคลย์ก็หยิบไม้กวาดขึ้นมาเคาะไล่พวกหนูออกจากบ้านไป ไม่นานซุปที่หอมหวนน่าทานเป็นพิเศษก็เสร็จสิ้น หญิงสาวน่ารักตักซุปสีเหลืองลงในถ้วยให้กับชายหลังค่อม และถ้วยของเธอเอง ทั้งสองทานซุปร้อนๆในมื้อเย็นของฤดูใบไม้ร่วงกันอย่างมีความสุข แต่ก็คงจะมีเจ้ามังกรน้อยในร่างเต่าทองจิ๋วเท่านั้นที่ต้องทนหิวเมื่ออยู่ต่อหน้าอาหารอร่อย“เป็นอย่างไร อร่อยไหมเจ้าคะ?” เดซี่ถามชายร่างผอมด้วยท่าทางที่ลุ้นระทึก“อร่อยมากๆเลยจ้ะที่รัก ไม่ว่ามื้อไหนๆเจ้าก็ทำอร่อย ยิ่งมื้อนี้ที่ได้วัตถุดิบพิเศษนี้มายิ่งอร่อยกว่าซุปแบบเดิมหลายเท่าทีเดียว” เคลย์กล่าวชมฝีมือทำอาหารของหญิงสาว “ที่จริงท่านไม่เห็นต้องลำบากไปซื้อข้าวโพดแพงๆนี่มาเลย ถึงมันจะใหญ่ และอร่อยกว่าทั่วๆไปก็ตามเถอะ แต่กิจการของท่านก็ยังไม่เข้าที่นะเจ้าคะ เราควรจะประหยัดเอาไว้ก่อน”หญิงสาวปรามคนรักของตน“ไม่ได้หรอก ข้าต้องซื้อของดีมาบำรุงเพื่อลูกในท้องของเจ้าจะได้คลอดออกมาแข็งแรงยังไงล่ะ และอีกไม่นานหรอกเราจะได้ไปจากสลัมแห่งนี้ ลูกของเราจะได้ไปอยู่ในที่ที่มีอาหารดีๆให้ทานทุกวันเลย” ชายหลังค่อมที่ปกติมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ กลับยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นจริงใจอย่างแท้จริง