ในขณะที่เสียงดนตรีบรรเลงอย่างแผ่วเบาเสียงซุบซิบของผู้ร่วมงานเริ่มดังขึ้น เมื่อประตูห้องรับรองเปิดออกช้าๆ องค์ชายสามหลงเฉียนและองค์หญิงอิงอิง ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่างามสง่า
อิงอิงที่รูปร่างหน้าตาสวยงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์สวมชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความงดงามชุดราตรีถูกตัดเย็บอย่างประณีตด้วยผ้าเนื้อนุ่มที่ลื่นไหลลงมาตามร่างกายของเธอเหมือนสายน้ำ
แสงไฟจากโคมคริสตัลส่องลงมาโดนชุดราตรีทำให้ประกายระยิบระยับทั่วร่างกายขององค์หญิงอิงอิง
ดวงตาของนางเป็นประกายสดใสผมยาวสลวยของเธอถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อยและประดับด้วยอัญมณีที่สะท้อนแสงเป็นประกาย
เมื่อองค์ชาย3 และอิงอิง ก้าวเข้ามาในห้อง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด้วยความชื่นชมและความเคารพผู้คนต่างทำความเคารพด้วยการโค้งศีรษะและกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น องค์ชาย3ตอบรับด้วยรอยยิ้มและก้าวเดินไปยังที่นั่งรับรอง
โดยมีผู้ว่าการเดอแคลร์ยืนให้การต้อนรับรออยู่แล้ว และที่บริเวณโต๊ะรับรองพิเศษ มีกลุ่มคนประมาณ 10 คนที่สวมเครื่องแบบพิเศษลุกขึ้นยืนเพื่อให้เกียรติกับทั้งองค์ชายและองค์หญิงด้วย
นาฟที่ยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องเขาจิบเครื่องดื่มเบาๆ แอบมองอิงอิงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายความงดงามและความสง่างามของเธอทำให้เขาแอบเคลิบเคลิ้ม รอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเธอเมื่อเธอรับการต้อนรับจากผู้คนรอบข้าง สายตาของเธอเปล่งประกายด้วยความงามอย่างไม่มีที่ติ
นาฟที่เริ่มตั้งสติได้ จำต้องสลัดความคิดบางอย่างออกไปจากสมอง นาฟสังเกตไปที่กลุ่มคนทั้งสิบคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะรับรองพิเศษรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพลังที่ส่งออกมาจากกลุ่มคนเหล่านี้
คากิก้าวมายืนด้านข้าง สังเกตสายตาของชายหนุ่มที่จดจ้องไปทางนั้นจึงเอ่ยขึ้น
“คนเหล่านั้นคือ กรรมการผู้ควบคุมการแข่งขันและเป็นผู้ควบคุมความเสถียรภาพของโลกมิติน่ะ!
นาฟพยักหน้าแล้วกล่าว “ระดับพลังคงสูงน่าดูสินะ!
“ฮ่าๆ ไม่แน่วันเปิดการแข่งขันเราทั้งคู่อาจได้เห็น ผู้เป็นตำนาน ผู้สร้างโลกมิติแห่งการแข่งขันด้วยนะ!
นาฟชักสีหน้าแสดงความสนใจในสิ่งที่คากิเอ่ยออกมา
คากิยกยิ้มแล้วกล่าวต่อ
“ท่านลอร์ดสเตรชเชอร์!” มหาปราชญ์ เจ้าของโลกมิติแห่งการแข่นขันอาจต้องมาไขกุญแจเปิดโลกด้วยตนเอง และในการควบคุมโลกมิติจำต้องมีลูกศิษย์ของท่านซึ่งเป็นระดับปราชญ์ อีก 3 คนคอยควบคุมกระแสพลังจากภายในนั้นส่วนคน 10 คนเหล่านั้นซึ่งแต่ละคนล้วนแต่มีขั้นพลัง ระดับ 7คอยควบคุมอยู่ด้านนอก
นาฟพยักหน้าเสมือนรับรู้สิ่งเหล่านี้เป็นครั้งแรกแต่จริงๆ แล้วไม่มีใครที่รู้ดีเท่ากับนาฟผู้ซึ่งเป็นเจ้าของโลกมิติว่าการควบคุมนั้นมันยากเย็นและสิ้นเปลืองทรัพยากรมากแค่ไหน
ค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ยังดำเนินต่ออิงอิงที่ยังทำหน้าที่รับการต้อนรับจากแขกผู้มีเกียรติทุกคน
จู่ๆ สายตาของนางพลันสะดุดเมื่อเห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคย นางถึงกับหยุดการกระทำทุกสิ่งทันทียืนอยู่กับที่จ้องมองชายหนุ่มจากระยะไกล
ไม่นานองค์หญิงอิงอิง ก็เดินตรงไปยังบริเวณนั้นท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองตามด้วยความสงสัยและความประหลาดใจ แม้กระทั่งพี่ชายของนาง
เมื่อนางมาถึงใกล้เขา ชายหนุ่มรูปงามที่ตอนนี้ยืนอยู่คนเดียวยิ้มรับด้วยความอ่อนโยน และลดศีรษะให้ด้วยความเคารพ องค์หญิงหยุดยืนตรงหน้าเขาและเอ่ยทักทายด้วยเสียงนุ่มนวล
“เจ้าดูเหมือนจะไม่ค่อยสนุกกับงานเลี้ยงเท่าไหร่นะ!”
อิงอิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า
นาฟตอบด้วยเสียงที่อบอุ่น
“ข้าเพียงแค่ชื่นชมความงดงามของงานนี้อยู่และต้องยอมรับว่าการที่ได้เห็นท่านทำให้ข้ารู้สึกว่างานนี้พิเศษยิ่งขึ้น”
อิงอิงหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มของนางเปล่งประกาย
“แต่ข้าแปลกใจที่เห็นเจ้าที่งานนี้นะ ด้วยบุคลิกของเจ้าไม่น่าจะสนใจงานรื่นเริงเหล่านี้”
“บังเอิญคากิชวนข้ามาเป็นเพื่อนน่ะ”
“อืม! เข้าใจแล้ว”
ทั้งสองคนยืนคุยกันอย่างอบอุ่น สายตาที่ส่งให้กันน้ำเสียงที่พูดคุยให้ความเป็นกันเองอย่างมากเสียงดนตรีและเสียงพูดคุยในงานเลี้ยงดูเหมือนจะเบาลง เพราะจุดสนใจทั้งหมดเริ่มไปอยู่ที่คนทั้งคู่
“นาฟเจ้าอย่าลืมไปดูข้าแข่งขันด้วยนะ ห้ามปฏิเสธล่ะข้าถือว่าเจ้ามีเวลามางานเลี้ยง ฉะนั้นต้องมีเวลามาดูข้าแข่งด้วยล่ะ”องค์หญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ข้าสัญญาว่าข้าจะไปอย่างแน่นอน!”นาฟตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ
ทั้งสองคนยืนอยู่ที่นั่นท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความงดงาม
โดยไม่รู้ว่าขณะนี้สายตาของคนเกือบครึ่งหนึ่งของงานเลี้ยงหันมองคนทั้งสองเป็นตาเดียว
ไม่นานองค์ชาย 3 ที่มองน้องสาวตนอยู่สักพัก ก็ตัดสินใจเดิมเข้ามาหาคนทั้งสอง
นาฟทำความเคารพด้วยการโค้งศีรษะ องค์ชายหลงฉานมองนาฟในระยะใกล้พยักหน้าให้และยิ้มเล็กน้อย แอบมองไปที่ชายหนุ่มเบื้องหน้าที่ ทั้งรูปร่างหน้าตาบุคลิกภาพล้วนแล้วแต่สมบูรณ์แบบจนถึงกับแอบนึกว่าตนดูด้อยลงเมื่อยืนเคียงข้างกับชายคนนี้
“นี่คือ นาฟ ค่ะท่านพี่! อิงอิงเริ่มแนะนำทันที
องค์ชายสามถึงกับจ้องมองชายหนุ่มอีกครั้งแล้วเอ่ยทันที
“เจ้าคือคนที่ช่วยชีวิตน้องสาวข้า!”
นาฟลดศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเอ่ย “มันเป็นความบังเอิญขอรับ”
“ฮ่าๆ เยี่ยมเลยข้าต้องขอขอบใจเจ้าเป็นอย่างมากที่ช่วยเหลือน้องหญิงเอาไว้ เจ้าเป็นคนมีความสามารถ
ข้าอยากตอบแทนเจ้าจริงๆ ทำไมไม่มาอยู่ที่อาณานิคมในด้วยกันล่ะ! ข้าจะจัดแจงทุกสิ่งให้กับเจ้าหรือแม้แต่ทรัพย์สินเงินทองไม่ให้ขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว”