ยมทูตก๊องแก๊ง
ตอน เกิดใหม่ในร่างเดิม
ณ ท้องพระโรงแห่งยมโลก ควันธูปสีเทาลอยคละคลุ้ง บัลลังก์ัสีนิลตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ท่านพญายมในชุดอาภรณ์สีดำขลิบทองนั่งกุมขมับ ดวงตาที่สามบนหน้าผากของท่านกระตุกเบาๆ ขณะทอดพระเนตริญญายมทูตเ้าปัญหาทั้งสองที่ยืนสำรวมและงุนงงอยู่เบื้องล่าง
"ข้าไม่เคยพบเคยเห็นยมทูตตนใดที่ตายเพราะไปกินนมมนุษย์มาก่อน!" ท่านตวาดเสียงก้อง จนิญญาบริวารรอบๆ สะดุ้งโหยง
"พวกเ้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ยมโลกโดยแท้!"
"ขะ ขออภัยท่านพญายม" นัมจุนกล่าวเสียงอ่อย
ท่านพญายมถอนหายใจยาวเหยียด "เอาเถอะ... ในเมื่อภารกิจจัดการ 'ผู้รอด' ยังไม่สำเร็จ ข้าจะให้โอกาสพวกเ้ากลับไปเกิดใหม่ในร่างเดิมเพื่อทำหน้าที่ต่อ แต่! พวกเ้าต้องรับโทษทัณฑ์สำหรับความผิดพลาดอันน่าอับอายนี้เสียก่อน"
ท่านพญายมผายมือ "ข้าให้พวกเ้าเลือกระหว่างการชดใช้ด้วยการ 'ยอมโง่ลง' หรือยอมให้ข้า 'ลดแต้มบุญ' ของพวกเ้าลงหนึ่งแต้ม"
สิ้นคำประกาศิต จีวอนก็รีบยกมือขึ้นทันที "ข้าเลือกโง่ลงเ้าค่ะ!" เธอตอบอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
นัมจุนขมวดคิ้วมองรุ่นพี่ตัวแสบ ก่อนจะหันไปทูลท่านพญายมด้วยท่าทีสุขุม "ส่วนข้า เอ่อผมขอเลือกลดแต้มบุญครับท่าน"
เขาคิดในใจว่าการโง่ลงนั้นเสี่ยงเกินไป อาจทำให้ทำงานพลาดอีกได้ สู้ยอมเสียแต้มบุญไปแค่แต้มเดียวย่อมดีกว่า
"ดีมาก! ตามที่ขอ!" ท่านพญายมดีดนิ้วดังเป๊าะ
ปิ๊ง! ๆ
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวยมทูตทั้งสอง ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะกลายเป็ลำแสงพุ่งหายวับลงไปยังโลกมนุษย์ในพริบตา
วูบ! ๆ ร่างของทั้งสองมาปรากฏขึ้นกลางสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ทอดยาวเลียบแม่น้ำแห่งหนึ่ง แสงแดดยามเย็นของวันศุกร์สาดส่องลงมาเป็สีส้มทอง อากาศอบอวลไปด้วยความร้อนชื้นที่เริ่มคลายตัวลง
สายลมเย็นๆ พัดโชยมาจากแม่น้ำ หอบเอากลิ่นดินและกลิ่นหญ้าที่เพิ่งถูกตัดมาจางๆ ผู้คนในชุดออกกำลังกายกำลังวิ่งเหยาะๆ บ้างก็ปั่นจักรยานไปตามเลนที่จัดไว้ให้ เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นไล่จับกันดังเจื้อยแจ้วมาจากสนามเด็กเล่นใกล้ๆ เรือด่วนโดยสารแล่นผ่านไปในแม่น้ำ ทิ้งระลอกคลื่นสีขุ่นไว้เื้ั ไกลออกไปคือเงาสะท้อนของตึกสูงระฟ้าบนผิวน้ำที่กำลังระยิบระยับจับแสงสุดท้ายของวัน
นัมจุนสูดหายใจเข้าเต็มปอด รู้สึกถึงชีวิตที่กลับคืนมาอีกครั้ง เขาหันไปมองจีวอนที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ข้างๆ
"ฮ่าๆๆ! จีวอน ทำไมเธอยอมโง่ลงล่ะเนี่ย" เขาหัวเราะพลางแซว
"ไม่กลัวทำงานพลาดหรือไง" เขาสังเกตเห็นว่าดูเหมือนเธอจะตัวเตี้ยลงไปอีกนิดหน่อย ราวกับถูกลดอายุลงไปอีกเล็กน้อย
แทนที่จะโกรธ จีวอนกลับะเิเสียงหัวเราะลั่นออกมาดังกว่าเขาเสียอีก
"คิก ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ!" เธอหัวเราะจนตัวงอ ก่อนจะหงายหลังลงไปนอนแผ่หลากับพื้นหญ้านุ่มๆ หัวเราะไม่หยุดขณะนอนมองท้องฟ้ายามเย็น
"อะไร? ขำอะไรของเธอ?" นัมจุนชักงง
"หรือว่าโง่จนปัญญาอ่อนไปแล้วจริงๆ"
"เอ็งต่างหากที่โง่! ไอตี๋!" จีวอนตอบกลับมาทั้งที่ยังนอนหัวเราะอยู่
"ฉันโง่ตรงไหน?"
"ก็การโดนลดแต้มบุญน่ะสิ" จีวอนลุกขึ้นนั่งปัดเศษหญ้าออกจากกางเกง
"ยมทูตอย่างเรา ถ้าแต้มบุญเหลือ 0 เมื่อไหร่ จะต้องถูกริบอิทธิฤทธิ์ทั้งหมด แล้วถูกส่งกลับไปเกิดเป็มนุษย์ธรรมดา เริ่มต้นสะสมบุญใหม่หมดเลยยังไงล่ะ!"
นัมจุนหน้าซีดเผือด "จริงเหรอ แล้ว แล้วตอนนี้ฉันเหลือแต้มบุญเท่าไหร่"
จีวอนยิ้มเ้าเล่ห์ ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า เธอบริกรรมคาถาบางอย่าง พลันก้อนเมฆสีขาวก้อนใหญ่ก็ค่อยๆ ก่อตัวเป็รูปใบหน้าตี๋ๆ ของนัมจุน และมีตัวเลขขนาดมหึมาปรากฏขึ้นข้างๆ
'1'
"อะไรกัน! ฉันทำงานมาตั้งสองสามงานแล้วนะ! ทั้งส่งิญญาหมาน้อย ทั้งจัดการพวกแก๊งซิ่ง ทำไมเหลือแค่ 1 ล่ะ!" นัมจุนโวยวายเสียงหลง
"ก็ส่งดวงิญญาได้สำเร็จนับเป็หนึ่งแต้มไง" จีวอนอธิบายอย่างใจเย็น "ิญญาหมาน้อยหนึ่งแต้ม ิญญาแก๊งซิ่ง ก็อีกหนึ่งแต้ม รวมเป็สองแต้ม ส่วนฆ่าไอ้ปีศาจในร่างคนเราทำพลาดไง พอแกโดนท่านพญายมตัดไป 1 แต้ม ก็เหลืออีก 1 แต้มพอดีเป๊ะไงเล่า!"
"เหลือ เหลือแค่หนึ่งเองรึ!" นัมจุนทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง "ถ้าภารกิจหน้าพลาดอีก ฉันก็ต้องไปเกิดใหม่เลยน่ะสิ!"
"แล้วถ้าโดนตัดเหลือน้อยกว่า 0 ล่ะจะโดนอะไร" นัมจุนถามด้วยความอยากรู้
จีวอนยิ้มกริ่ม "ถ้าลบหนึ่ง... เกิดเป็ช้าง"
"ลบสอง... เป็ม้า"
"ลบสาม... วัว"
"ลบสี่... ควาย"
"และถ้าลบห้าเมื่อไหร่" จีวอนเว้นจังหวะ "ก็จะได้ไปเกิดเป็ลูกหมายังไงล่ะ เ้าหนู"
สิ้นคำพูดของจีวอน
ฮ่า! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!
เสียงหัวเราะอันทรงพลังของท่านพญายมก็ดังกึกก้องสะท้อนลงมาจากสรวง์และยมโลกพร้อมๆ กัน
"อ้าว! นั่นน้องจีวอนกับคุณพ่อนี่นา"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยจนน่าขนลุกดังขึ้นจากคุณหมอจีอัน! เธอกำลังวิ่งจ็อกกิ้งมาตามทางเดินในสวนสาธารณะ เรือนร่างเพรียวบางของเธออยู่ในชุดออกกำลังกายรัดรูป เสื้อสปอร์ตบราสีสดกับกางเกงเลกกิงขาสั้นเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบและเรียวขาที่เรียวยาว
ผมยาวของเธอถูกรวบเป็หางม้าแกว่งไกวไปตามจังหวะการวิ่ง ใบหน้าสวยใสปราศจากเครื่องสำอาง มีเพียงเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายอยู่ตามไรผม ยิ่งขับเน้นให้เธอดูสวยสุขภาพดีและเซ็กซี่ไปอีกแบบ
เธอวิ่งเหยาะๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้ายมทูตทั้งสองที่กำลังนั่งตะลึงอยู่
"สวัสดีจ้ะ จีวอน เอ่อ! สวัสดีค่ะคุณพ่อนัมจุน มาทำอะไรกันที่นี่เหรอคะ?"
เธอทักทายอย่างเป็กันเอง ก่อนจะย่อตัวลงมาลูบหัวจีวอนเบาๆ "หนูมารอคุณแม่เหรอจ๊ะ จีวอน?"
คำว่า "แม่" ยังไม่เท่าไหร่ แต่ััจากฝ่ามือของ "นักฆ่าเต้านมบึ้ม" ทำให้จีวอนสะดุ้งสุดตัว!
"เฮ้ยยย หนี!" จีวอนทำหน้าเหมือนเห็นผีจริงๆ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหน้าตั้งไปอีกทางอย่างไม่คิดชีวิต
อ้าว! หมอจีอันมองตามด้วยความงงงวย
นัมจุนที่แม้จะยังกลัวอยู่ลึกๆ แต่สัญชาตญาณความเป็ชายกลับทำงานขึ้นมาเมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตาของคุณหมอคนสวย เขารีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วตอบคุณหมอร่างเล็กเรียวเพรียวบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"ไม่ได้มารอแม่จีวอนครับ ผมโสด"
"อ้าว! เหรอคะ"
หมอจีอันทำตาโตนิดๆ อย่างประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็รอยยิ้มหวาน เธอยืนบิดตัวเล็กน้อยอย่างเขินอาย แล้วเงยหน้าส่งยิ้มยิงฟันขาวใส่หนุ่มหล่อกล้ามแน่นตรงหน้าอย่างจัง
แต่ก่อนที่นัมจุนจะได้สานต่อความสัมพันธ์
ตุบ! ๆ ๆ
จีวอนวิ่งหน้าตาตื่นกลับมากระชากแขนนัมจุนอย่างแรง! "จะยืนบื้อให้เขาฆ่าอีกรอบรึไง! หนีเร็ว!"
"เฮ้ย! เดี๋ยวสิ! ฉันยังคุยไม่จบเลย!"
นัมจุนพยายามยื้อ แต่ก็สู้แรงยมทูตาุโของจีวอนไม่ไหว เขาถูกเธอลากให้โกยอ้าววิ่งหนีตามเธอไปติดๆ ทิ้งให้คุณหมอคนสวยยืนงงเป็ไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
"อ้าว! จะไปกันแล้วเหรอคะ"
หมอจีอันยืนเกาหัวแกรกๆ มองตามร่างของพ่อลูกคู่ประหลาดที่วิ่งหนีเธอเหมือนกับเจอปีศาจ โดยไม่รู้เลยว่าสำหรับยมทูตทั้งสองแล้วเธอน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจจริงๆเสียอีก