CURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป

    ตอนที่ 50

    นอสเริ่มเล่าทุกอย่างที่ได้เจอมาทั้งหมดตอนที่อยู่ในห้องจำลองให้เฟิงได้ฟัง ตั้งแต่ที่นอสเริ่มสแกนคีย์การ์ดไปจนถึงก่อนที่เขาจะหมดสติไป


    “นายสู้ไปได้ยังไง…มันโผล่ออกมาเยอะแบบนั้นนอส”


    เฟิงถามขึ้นหลังจากฟัง


    “ไม่รู้สิร่างกายมันขยับไปของมันเอง”


    นอสพูดพร้อมกับยักไหล่




     


    “ถ้านายเจอเยอะแบบนั้นนายก็น่าจะหยุดการสอบแล้วเรียกคนคุมสอบมานะ”




     


    “นี่ถ้าฉันรู้ว่ามันผิดปกติฉันก็เรียกผู้คุมสอบมาตั้งนานแล้ว แต่ในตอนสอบฉันก็นึกว่าทุกคนน่ะกำลังสอบแบบที่ฉันกำลังเจออยู่เหมือนกันแล้วแถมในจังหวะเริ่มสู้ไปแล้วใครมันจะไปมีสมาธิกับการคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องคะแนนได้ล่ะจริงไหม”


    นอสพูดตอบกลับคำถามของเฟิง




     


     เฟิงที่ฟังไปก็รู้มีสีหน้าที่ดูจะไม่เชื่อกับสิ่งที่นอสเล่ามา แต่เฟิงนั้นรู้จักกับนอสมานานแล้วตั้งแต่พวกเขายังเด็กๆ ทำให้เฟิงรู้ว่านอสที่กำลังเล่าเรื่องด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังแบบนี้ไม่ได้พูดโกหกอย่างแน่นอน




     


    “อืม…ก็จริงของนาย แล้วนายได้คะแนนเท่าไหร่”


    เฟิงพูดพร้อมกับเอามือท้าวคางตัวเองแล้วถามออกไป


    “210คะแนน ได้อันดับที่102”


    นอสตอบกลับเฟิงไปพร้อมกับกำหมัดแน่นด้วยสีหน้าที่รู้สึกเสียดายแม้ตัวเองจะเริ่มทำใจกับสิ่งนี้ได้แล้วก็ตาม




     


    “เหลือจะเชื่อนายโดนพวกมอนสเตอร์ในนั้นรุมยำขนาดนั้นแต่กลับได้คะแนนไปตั้ง210เลยหรอ…นอสนายมันสัตว์ประหลาดชัดๆเลยนี่ถ้านายไปสู้แบบห้องปกติทั่วไปนะฉันว่านายจะต้องได้คะแนนเต็มแน่นอนฉันกล้านอนยันยืนยันได้เลยฮ่าๆ”


    เฟิงที่เห็นว่านอสกำลังทำหน้าเศร้าเฟิงก็พูดให้กำลังนอส




     


    เมื่อเห็นว่าเฟิงพูดให้กำลังใจตัวเองนอสก็ได้เลิกทำสีหน้าผิดหวังและกลับมามีรอยยิ้มทันที


    “ขอบใจเฟิง…เอาเข้าจริงถ้าฉันไม่ได้มีอาวุธดีๆฉันก็น่าจะตายจมกองเลือดกลางฝูงหมาป่าพวกนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ”




     


    “ไม่เอาน่าเพื่อนอาวุธมันก็เหมือนมอเตอร์ไซค์นั่นแหละถึงรถมันดีขนาดไหนแต่คนขับห่วยแตกมันก็เท่านั้นเอง เพราะงั้นนายไม่ต้องคิดมากหรอกนอสนายมันของแทร่!!!”


    เฟิงพูดพร้อมกับยกนิ้วให้นอส




     


    “อะไรของนายน่ะเฟิงนายไปหาคำแบบนี้มาจากไหนกัน ฮ่าๆ”


    “ก็คำนี้มันกำลังฮิตในโซเซียลมากเลยนะ นอสนายไม่รู้ได้ไงกัน”


    ทั้งสองคนคุยกันเล็กน้อยข้ามเวลาเพื่อรอออกจากห้องพยาบาลและกลับบ้านกัน 




     


    แต่ขณะที่นอสและเฟิงกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานนั้นประตูห้องพยาบาลก็ได้เปิดออกและชิออนก็เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องของเธอหนึ่งคน นอสจำหน้าตาลูกน้องคนนั้นได้ว่าคือคนที่นั่งรถไฟไปกับเขาเมื่อวันนั้น ทั้งสองเดินเข้ามาหานอส


    เธอมองดูสภาพของนอสที่กำลังนอสอยู่ที่เตียงพยาบาลและก็เริ่มพูดออกมาพร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย


    “หายไวดีนี่”




     


    “อะ..เอ่อ…ขอบคุณครับ มีธุระอะไรรึเปล่าครับคุณชิออน”


    นอสพูดด้วยท่าทีเกร็งๆ นอสนั้นไม่รู้ว่าชิออนมาหาเขาเพราะเรื่องอะไรเพราะจู่ๆเธอก็เดินเข้ามาทันที


    “ก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่มาแจ้งเรื่องการสอบของนายแค่นั้นเอง ตอนนี้นายคงจะรู้แล้วสินะว่าตัวเองมีวิธีการสอบไม่เหมือนกับคนอื่น”


    ชิออนเงียบเพื่อรอฟังนอส


    “ครับ”


    นอสพูดพร้อมกับพยักหน้า




     


    เมื่อนอสตอบชิออนก็เริ่มพูดต่อ


    “โดยสาเหตุหลักๆที่ทำให้การสอบของนายมันยากและแปลกกว่าของคนอื่นเขาก็เพราะว่าคีย์การ์ดที่นายได้รับไปในตอนสอบช่วงเช้านั้นมันมีหมายเลขสลักไว้ที่คีย์การ์ดเป็นเลข666ใช่ไหม…มันไม่ได้มีความหมายอะไรแฝงหรอก มันก็แค่โค้ดรหัสให้เครื่องจำลองปรับระดับความยากของการทดสอบเป็นความยากระดับหกจากปกติเป็นระดับหนึ่งแทนแค่นั้นเองและคนที่สั่งให้มอบคีย์การ์ดอันนี้ให้นายก็คือฉันเอง”




     


    เมื่อได้ยินที่ชิออนอธิบายนอสก็ทำสีหน้าสงสัยและถามชิออนขึ้นมา


    “คุณทำไปเพื่ออะไรครับ”


    ชิออนยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะตอบนอส


    “ฉันแค่อยากรู้”




     


    “ห๊ะ!?”


    นอสทำสีหน้าไม่เข้าใจ


    “ฉันก็แค่สนใจในตัวของนายและเกิดความอยากรู้อยากเห็นในพลังความแข็งแกร่งของตัวนายฉันก็เลยบอกให้ลูกน้องตัวเองมอบคีย์การ์ดใบนั้นให้นายไป”


    ชิออนอธิบายเพิ่ม


    “คุณทำเพราะความอยากรู้?”


    นอสถามชิออนเพื่อยืนยัน


    “ใช่”


    ชิออนตอบนอสด้วยท่าทีนิ่งเฉย



     


    เมื่อนอสได้ยินเหตุผลที่เขาได้รับคีย์การ์ดมาก็นอสก็พูดขึ้นมาทันที


    “นี่คุณรู้หรือเปล่า ว่่าคุณทำเด็กคนหนึ่งสอบตกและอดได้รับโควตาในการเรียนในโรงเรียนดังๆเพียงเพราะว่าตัวเองแค่สนใจเด็กคนหนึ่งและสงสัยแค่นั้นเองงั้นหรอ…คุณบ้าไปแล้วรึไง”


    นอสมองไปที่ชิออนด้วยสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับกำหมัดแน่น




     


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ”


    ชิออนเริ่มพูดยั่วโมโหนอสที่อยู่ที่เตียง แต่นอสรู้ว่าเธอกำลังปั่นประสาทตัวเองอยู่จึงรีบระงับความโกรธและไม่ได้ตอบโต้อะไรเธอต่อ


    เฟิงที่นั่งฟังอยู่เงียบๆนั้นเริ่มทนไม่ไหวและพูดแทรกออกมา


    “เห้ยถึงคุณจะดูสวยแต่นิสัยไม่ดีเอาซะเลยนะคุณผู้หญิง ผมนั่งฟังมานานจนเหลืออดแล้วนะ”




     


    “แล้วไงต่อ?”


    เธอพูดยั่วโมโหเฟิงด้วยเหมือนกัน 


    “หน็อยยัยบ้านี่!!!”


    เฟิงหมดความอดทนและลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และพุ่งเข้าใส่ชิออนหวังจะชกเข้าที่หน้าของเธอให้ได้ด้วยความโกรธ


    “เห้ยเฟิงใจเย็นก่อน!!”


    นอสรีบพูดห้ามปรามเฟิงแต่มันไม่ทันแล้ว




     


    “ท่านชิออน!!”


    ลูกน้องของเธอกำลังจะเข้ามาขวางไว้แต่ชิออนก็ห้ามเขาไว้ 


    “ไม่ต้องฉันจัดการเอง”


    ชิออนพูดและก็เริ่มปลดปล่อยออร่าพลังเวทย์ออกมาทำให้อากาศรอบๆตัวของเฟิงนั้นหนักขึ้น จนทำให้เฟิงที่กำลังวิ่งง้างหมัดวิ่งตรงมาหานั้นต้องล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆที่โดนตอนที่อยู่กลางลานกว้างเมื่อช่วงเช้านั้น 








    อั่ก!!!





     


    เฟิงเริ่มโดนอากาศกดทับแรงขึ้นจนพื้นตรงที่ตัวเองลงไปนอนเริ่มยุบลงไป ทำให้เฟิงกระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเห็นว่าเฟิงเริ่มกระอักเลือดเธอก็ปลดออร่าพลังเวทย์ออกทำให้อากาศที่กดทับเฟิงอยู่หายไป 




     


    หลังจากที่ปลดออร่าออกชิออนก็โยนจดหมายฉบับหนึ่งให้กับนอส


    “นั่นคือจดหมายรับเข้าเรียนเราจะรับนายเข้าไปเรียนที่นั่น…นายพิสูจน์แล้วว่าตัวของนายมีค่าพอที่จะได้เรียนที่นั่นรายละเอียดเขียนไว้ในนั้นหมดแล้ว อ่อแล้วก็ตอนนี้นายสามารถกลับบ้านได้แล้วพยาบาลเขาฝากมาบอกก่อนฉันเข้ามาในห้องน่ะ แล้วไว้เจอกันใหม่นอส นิวาทอส”


    หลังพูดจบเธอก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไรต่อ




     


    เมื่อชิออนเดินออกไปแล้วนอสก็เลิกสนใจและหันไปถามอาการของเฟิง


    “นายยังไหวอยู่ใช่ไหมเพื่อน”


    เฟิงที่กำลังลุกขึ้นมาก็ตอบนอส


    “ก็ไม่เท่าไหร่แค่นี้จิ๊บๆน่า~”


    นอสที่เห็นแบบนั้นก็พูดต่อ


    “ยังใจร้อนเป็นนิสัยไม่เปลี่ยนเลยนะนายเนี่ย ไม่เอะใจบ้างหรือไงว่าเธอกำลังยั่วโมโหนายอยู่”




     


    “ก็รู้อยู่แต่จะไม่ให้โมโหได้ยังไงดูเหตุผลยัยนั่นมันพูดกับนายสิไม่โกรธบ้างหรือไงกัน”


    เฟิงพูดอารมณ์โกรธเล็กน้อยหลังจากที่เช็ดเลือดที่ปากตัวเองออก


    “ทีแรกก็โกรธอยู่ แต่หลังจากที่เห็นว่าเธอกำลังพยายามยั่วโมโหฉันอยู่ ฉันก็เลยไม่ได้โกรธแล้ว….แถมฉันได้นี่มาด้วยระหว่างที่รอนายลุกขึ้นมา”


    นอสพูดพร้อมกับโชว์จดหมายที่พึ่งได้รับมาจากชิออนเมื่อกี้นี้ให้เฟิงดู




     


    “อะไรน่ะจดหมายรักจากสาวสวยมีอายุหรอ…?”


    เฟิงพูดขึ้น


    “ไม่ใช่!!!จดหมายเชิญให้เข้าโรงเรียนเฟ้ยเจ้าบ้า!!!”


    นอสรีบพูดแก้ความเข้าใจผิดของเฟิงทันที


    “อะ..เอ้าหรอ…ไหนๆฉันขอดูหน่อยสิ”




     


    เมื่อเห็นนว่าเฟิงอยากรู้อยากเห็นจดหมายนี้นอสก็ยื่นให้เฟิงทันที เมื่อได้มาเฟิงก็พลิกดูหน้าหลังซ้ายขวาอย่างละเอียดแต่ก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากลวดลายของจดหมายสีขาว เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเฟิงก็ตัดสินใจจะลองแกะซองจดหมายดูแต่มันก็เปิดไม่ออก


    “อึก!!! ทำไมมันแกะไม่ออกล่ะเนี่ย”


    เฟิงออกแรงแกะซองจดหมายด้วยแรงทั้งหมดจนหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว




     


    “จดหมายนี้น่าจะถูกบรรจุเวทย์ไว้ล่ะมั้งถ้าไม่ใช่คนที่เจ้าของจดหมายต้องการให้เปิดมันก็จะไม่มีทางเปิดมันได้”


    นอสพูดขึ้น


    “แฮ่กๆ ก็น่าจะเป็นแบบที่นายพูดจริงๆนั่นแหละ”


    เฟิงพูดด้วยเสียงเหนื่อยหอบและหยุดแกะจดหมายของนอสและยื่นคืนนอสไป



    นอสรับจดหมายคืนจากเฟิงและลองแกะจดหมายดูก็พบว่าจดหมายนั้นถูกแกะออกมาได้อย่างง่ายดายโดยที่นอสนั้นแทบจะไม่ได้ออกแรงเลย ที่ด้านในจดหมายนั้นมีเอกสารต่างๆมากมาย และที่ด้านบนของเอกสารจะมีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนสลักอยู่


    “โรงเรียนเอวาซ……โรงเรียนที่ไหนเนี่ย นายรู้จักไหมเฟิง”


    นอสถามเฟิงขึ้นมา


    “โรงเรียนเอวาซหรอชื่อนี้มันคุ้นๆหูฉันอยู่นะ…..”


    เฟิงที่ได้ยินชื่อโรงเรียนก็เริ่มพยายามนึกให้ได้


    “อ๋อ~ฉันนึกออกแล้ว!!!!พ่อฉันเคยบอกว่าอยากจะให้ฉันไปเรียนที่โรงเรียนนั้นอยู่นะ แต่ฉันปฏิเสธไปเพราะฉันมันเข้ายากมากเห็นว่าคุณพิเรียคนที่กำลังดังทั่วกาแล็คซี่อยู่ช่วงนี้จบจากโรงเรียนนี้ด้วยเหมือนกันนะ นี่นายเกิดจากอะไรเนี่ยทำไมโชคดีขนาดนี้เนี่ยฉันล่ะอิจฉานายซะจริงเลย”


    เฟิงพูดขึ้น




     


    …………….. 

    คล้ายกับเรื่องCURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป ที่คุณอ่าน