ดันเจี้ยนผีๆ ต้องเจอแม่หมอตัวร้าย

    026 ผู้รอดชีวิตออกมาแล้ว

    กำแพงรอบทางออกเริ่มสลาย

    เนื้ออิฐสีเทาแตกเป็นผงจากขอบรอยแยกปูนแต่ละชิ้นร่วงได้ไม่ถึงพื้นก็ปลิวหายเป็นเถ้าสีซีดช่องด้านนอกจึงเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนคนสองคนพาหลินเยว่ผ่านได้

    เสิ่นโม่จิ่นกลืนน้ำลาย รสคาวยังติดอยู่ในปากเมื่อเอ่ยเสียงจึงแหบกว่าปกติ

    “รีบไป”

    ไม่มีใครรอให้พูดซ้ำ

    อวี้หลานดันเสี่ยวอันผ่านช่องเป็นคนแรกเด็กชายก้าวข้ามเศษปูนโดยไม่หันกลับ อาเฉิงตามไปติด ๆแล้วหันมารับแขนหลินเยว่จากด้านนอก

    เหอเจิ้งกับป้าหรงจึงช่วยกันยกคนหมดสติผ่านรอยเปิดอย่างระวังไม่ให้ศีรษะชนขอบอิฐ

    “คุณมาก่อน!” เหอเจิ้งหันกลับมาเรียก

    “ไป”

    คำเดียวทำให้เขาลังเลเพียงครู่ก่อนก้าวออกไปช่วยรับหลินเยว่เต็มตัว

    เสิ่นโม่จิ่นรอจนเห็นคนทั้งหกผ่านพ้นแนวผนังเธอจึงย่อตัวลงโดยใช้ดิ้วพยุง มือซ้ายคว้าสายสิญจน์ซึ่งพันรอบอิฐดำครึ่งก้อนเศษชิ้นเล็กยังติดอยู่ข้างหน้ารอยตัดจึงถูกยกขึ้นมาพร้อมกัน

    เส้นแดงข้างในยังเต้นอยู่ แม้ช้ากว่าเดิมมาก

    'ของที่มันใช้สิงอยู่สินะ'

    เธอไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร เห็นเพียงว่ามันหวงจนยอมโผล่ตัวจริงออกมาและตอนอิฐหักกำแพงทั้งตรอกก็พังตาม

    'ฆ่ามึงไม่ไหว งั้นกูเอาของที่มึงหวงไปแล้วกัน'

    มือสั่นเล็กน้อยตอนเปิดปากย่ามแต่สีหน้าเสิ่นโม่จิ่นยังเรียบเหมือนกำลังเก็บของซึ่งตกอยู่ข้างทาง

    เธอหย่อนอิฐดำครึ่งก้อนพร้อมสายสิญจน์เข้าไปในมิติด้านในกดดิ้วให้หดสั้นแล้วฝืนยืนขึ้น

    เสียงผีช่างก่อกำแพงครางอยู่ไกลออกไปหลังแนวอิฐที่กำลังสลายมันไม่ตามกลับมามีเพียงผงปูนก้อนสุดท้ายร่วงผ่านรอยซึ่งเคยเป็นใบหน้าแล้วหายไปก่อนแตะพื้น

    เสิ่นโม่จิ่นก้าวผ่านทางออกเป็นคนสุดท้าย

    ความสว่างจากโลกจริงกลืนตรอกอิฐ ผนังสองฝั่งร่องน้ำดำ และประตูสีแดงเข้าไปพร้อมกัน

    หน้าต่างระบบสว่างขึ้นเต็มสายตา

    ดันเจี้ยน 1 ดาว:กุ้ยต่าเฉียง รอดตายสำเร็จ

    กำลังส่งผู้รอดชีวิตกลับสู่โลกจริง

    ข้อความสตรีมซึ่งกำลังไหลอยู่ข้างสายตาขาดหายทันทีไม่มีคอมเมนต์ใหม่ปรากฏขึ้นอีกแม้แต่บรรทัดเดียว

    พื้นอิฐเปียกใต้รองเท้าแตะเปลี่ยนกลับเป็นซีเมนต์แห้งในพริบตา

    เสียงแตรรถดังแทรกเข้ามาก่อนภาพตรงหน้าจะชัดกลิ่นน้ำมันจากถนนปะปนกับกลิ่นซุปเผ็ดของร้านอาหารใกล้ปากตรอกแดดยามสายตกลงบนไหล่เสิ่นโม่จิ่นเต็ม ๆ จนดวงตาต้องหรี่ลง

    ร่างกายของเธอรับการเปลี่ยนไม่ทัน

    หัวเข่าทรุดวูบ ปลายดิ้วเหล็กกระแทกพื้นดังแกร๊กมือขวารีบกดด้ามไว้จึงประคองตัวไม่ให้ล้มหน้าคว่ำตามแรงส่ง

    คนอีกหกคนถูกส่งกลับมาก่อนในระยะใกล้กัน

    ป้าหรงเข่าทรุดลงข้างร่องระบายน้ำพอได้กลิ่นอาหารจากร้านตรงข้ามก็หันหน้าไปอาเจียนทันทีอวี้หลานนั่งลงกับพื้นทั้งที่ยังกอดเสี่ยวอันไว้เด็กชายซุกหน้าอยู่ตรงอกเธอและร้องออกมาเต็มเสียงเป็นครั้งแรก

    เหอเจิ้งกับอาเฉิงปรากฏตรงกลางตรอกโดยมีหลินเยว่ค้างอยู่บนแขนคนหมดสติถูกแรงส่งกระตุกจนศีรษะหงาย

    เหอเจิ้งรีบทรุดเข่ารับน้ำหนักส่วนอาเฉิงอ้าปากเรียกแต่ยังไม่มีเสียงหลุดออกมาแม้แต่คำเดียว

    “ผู้รอดชีวิตออกมาแล้ว!”

    เสียงตะโกนจากปากตรอกดังขึ้นพร้อมฝีเท้าหลายคู่

    แถบกั้นสีแดงถูกยกออกชั่วคราว เจ้าหน้าที่ในชุดป้องกันวิ่งเข้ามาเป็นกลุ่มสองคนตรงไปหาหลินเยว่พร้อมเปลสนาม

    อีกคนคุกเข่าข้างป้าหรงขณะที่เจ้าหน้าที่หญิงซึ่งถือเครื่องตรวจขนาดเท่าฝ่ามือเร่งฝีเท้ามาหาเสิ่นโม่จิ่น

    “อย่าเพิ่งเดินค่ะ ขอเช็กชีพจรก่อน”

    เจ้าหน้าที่จับข้อมือซ้ายของเธอเครื่องตรวจแตะลงบนผิวแล้วส่งเสียงเตือนติดกันสามครั้ง สีหน้าของคนถือเปลี่ยนทันที“พลังวิญญาณต่ำมาก ความดันกำลังตก เรียกเปลอีกตัว!”

    เสิ่นโม่จิ่นมองคนซึ่งกำลังวิ่งไปหยิบเปลแล้วนึกถึงตอนออกจากดันเจี้ยนก่อนหน้านี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

    'มาอีกแล้วสินะ'

    “ฉันเดินได้” เธอบอก

    “แต่ค่าบนเครื่อง...”

    “ไหว”

    เจ้าหน้าที่หญิงก้มมองดิ้วซึ่งกำลังรับน้ำหนักแทนขาข้างหนึ่งแล้วเงยกลับมามองใบหน้าซีดจางของเธอ เห็นชัดว่าไม่เชื่อคำพูดนั้นสักเท่าไร

    แต่ยังไม่ทันเถียงเสียงจากวิทยุสื่อสารตรงไหล่ก็ดังขึ้น

    “หน่วยตรวจเขต รายงานค่าหยินภายในตรอกยังไม่ลดย้ำ พื้นที่ดันเจี้ยนยังไม่สลาย ขอขยายแนวกั้นอีกยี่สิบเมตร”

    เจ้าหน้าที่สองคนด้านหลังนำเสาโลหะปักลงบนพื้นเครื่องสแกนเหนือเสาส่องลำแสงสีแดงเข้าไปตามแนวอาคาร ตัวเลขบนจอกะพริบรัว ๆก่อนเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์เตือน

    “ปิดทางเข้าทั้งสองฝั่ง” หัวหน้าหน่วยสั่ง“ห้ามประชาชนผ่านจนกว่าทีมกำจัดจะมาถึง เขตนี้อาจดึงผู้เล่นเข้าไปซ้ำได้ทุกเมื่อ”

    เสิ่นโม่จิ่นเหลือบมองตรอกซึ่งเพิ่งคายพวกเธอออกมา

    ร้านค้าที่หายไปกลับมาตั้งอยู่ครบป้ายซ่อมรองเท้าแขวนเอียงเหมือนเดิม โคมกระดาษเก่าดับสนิทไม่มีประตูแดงหรือกำแพงอิฐยาวผิดระยะเหลือให้เห็น

    ทว่าตรงด้านในสุดมีคราบสีเทาเส้นหนึ่งไหลย้อนขึ้นผนังก่อนถูกลำแสงจากเครื่องตรวจจับได้แล้วหายไปหลังมุมอาคาร

    ดันเจี้ยนยังอยู่

    ของในย่ามดำกระทบกันเบา ๆ ตอนเธอขยับไหล่อิฐครึ่งก้อนซึ่งเอาออกมาจากผียังอยู่ด้านใน ไม่มีใครเห็นตอนเธอเก็บและต่อให้เปิดดู ก็คงไม่มีใครรู้ว่าก้อนปูนซึ่งมีเส้นสีแดงอยู่ข้างในเกี่ยวข้องกับตรอกนี้อย่างไร

    สำหรับเสิ่นโม่จิ่น มันยังเป็นเพียงของที่ผีหวงมากชิ้นหนึ่ง

    “ผู้เล่นคนนี้พูดไม่ได้!”เหอเจิ้งตะโกนเรียกหน่วยแพทย์

    อาเฉิงกำคอของตัวเองแล้วส่ายหน้าเจ้าหน้าที่ชายยื่นคำถามให้ตอบผ่านจอ เขาพยายามพิมพ์ชื่อแต่ช่องข้อความกลายเป็นสีเทาเหมือนตอนอยู่ในดันเจี้ยน ปลายนิ้วจึงเปลี่ยนไปกดคำว่า‘ไม่มีเสียง’ แทน

    อีกด้านหนึ่ง หลินเยว่ถูกวางบนเปลเจ้าหน้าที่ตรวจรูม่านตาแล้วติดเครื่องวัดชีพจรตรงปลายนิ้วถังออกซิเจนขนาดเล็กถูกนำมาวางข้างศีรษะ ก่อนคนทั้งกลุ่มจะยกเปลออกไปทางปากตรอก

    เสี่ยวอันยังเกาะอวี้หลานไม่ปล่อยป้าหรงรับน้ำจากเจ้าหน้าที่แต่ยกขึ้นดื่มไม่ได้เพราะมือสั่นเหอเจิ้งยืนอยู่ระหว่างคนเจ็บกับเสิ่นโม่จิ่นริมฝีปากขยับเหมือนมีคำถามหลายคำติดอยู่

    สุดท้ายเขาพูดเพียง “ขอบคุณ”

    เสิ่นโม่จิ่นปรายตามอง“รอดแล้วก็ดูคนของมึงก่อน”

    เหอเจิ้งนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นพยักหน้าและหันกลับไปช่วยเจ้าหน้าที่ประคองป้าหรง

    หน้าต่างสีน้ำเงินปรากฏขึ้นกลางสายตาในจังหวะนั้น

    บานแรกยังไม่ทันหยุดนิ่งบานที่สองกับสามก็ซ้อนตามขึ้นมา ทั้งข้อความรางวัล สถานะผู้เล่น และการแจ้งเตือนของขวัญเบียดกันจนบังหน้าเจ้าหน้าที่หญิงเกือบครึ่งหนึ่ง

    “คุณได้ยินฉันไหมคะ” เจ้าหน้าที่ถาม

    “อืม”

    “มีอาการหูอื้อ เห็นภาพซ้อน หรือ...”

    “เห็นระบบ”

    คำตอบทำให้อีกฝ่ายหยุดถามชั่วคราวทุกวันนี้ผู้เล่นพูดกับหน้าต่างส่วนตัวซึ่งคนอื่นมองไม่เห็นบ่อยๆเจ้าหน้าที่จึงเพียงถอยไปครึ่งก้าวแล้วรอ

    เสิ่นโม่จิ่นเลือกเปิดหน้าสรุปรางวัลก่อน

    ผู้รอดชีวิตแต่ละคนได้รับรางวัลผ่านดันเจี้ยน:กระดาษวิญญาณ 100 ใบ

    ตัวเลขรางวัลกะพริบหนึ่งครั้งแล้วเลื่อนขึ้นด้านบนบรรทัดใหม่ปรากฏตามมาเฉพาะหน้าจอของเธอ

    ผู้เล่นเสิ่นโม่จิ่นได้รับ MVP

    รางวัล MVP: กระดาษวิญญาณ200 ใบ

    ไอเทมรางวัล: เศษอิฐผีบังตา 1 ชิ้น

    เสิ่นโม่จิ่นมองชื่อไอเทมนานกว่าเงินรางวัลเล็กน้อยพอแตะข้อความ รายละเอียดสั้น ๆ ก็เปิดออกใต้บรรทัด

    เศษอิฐผีบังตา

    คุณสมบัติ:ใช้ตรวจสอบว่าเส้นทางตรงหน้าเป็นของจริงหรือภาพลวง

    จำนวนครั้งที่ใช้ได้:1 ครั้ง

    มันเป็นคนละชิ้นกับอิฐดำในย่ามอย่างชัดเจนรางวัลจากระบบมีภาพเป็นเศษอิฐสีเทาขนาดสองนิ้ว ขอบด้านหนึ่งสลักรูปดวงตาปิดส่วนก้อนที่เธอขโมยมาใหญ่กว่าฝ่ามือและยังมีเส้นสีแดงเต้นอยู่ข้างใน

    'อันหนึ่งเอาไว้ดูทางอีกอันยังไม่รู้ว่าเอาไว้ทำเหี้ยอะไร'

    เธอปิดคำอธิบายไอเทมเก็บเรื่องก้อนดำไว้ตรวจตอนอยู่คนเดียว แล้วเลื่อนไปยังหน้าต่างถัดไป

    ผู้เล่นต้องการตั้งฉายาที่ปรากฏในหน้าจัดอันดับหรือไม่

    ฉายาตั้งได้หนึ่งครั้ง หากต้องการเปลี่ยนต้องใช้ไอเทมจากร้านค้าวิญญาณ

    ด้านล่างมีช่องว่างหนึ่งช่อง ชื่อเดิม‘เสิ่นโม่จิ่น’ แสดงอยู่เหนือกรอบในฐานะตัวตนผู้เล่น

    เธอมองชื่อนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

    ร่างกาย บัตรประชาชนและบัญชีธนาคารยังต้องใช้ชื่อของเจ้าของร่างเพราะการมีเอกสารในโลกนี้ช่วยประหยัดปัญหาได้มาก

    แต่ในดันเจี้ยน คนที่อ่านกฎ ลากเงากลับและดึงอิฐผีออกมาคือแม่มณี

    ไม่ใช่เด็กผู้หญิงซึ่งทุกคนจำภาพว่าผลักเพื่อน

    'ชื่อมึงกูใช้ดำรงชีวิต ส่วนชื่อในเกมกูเลือกเอง'

    ปลายนิ้วแตะลงในช่องฉายา เธอพิมพ์ช้า ๆด้วยมือซึ่งยังสั่นเล็กน้อย

    อย่ามายุ่งกับกู ถ้ามึงไม่แน่จริง

    ข้อความยาวจนเกือบเต็มกรอบ ระบบตรวจอยู่สองวินาทีก่อนหน้าต่างยืนยันจะเด้งขึ้นมา

    ยืนยันฉายาผู้เล่น: อย่ามายุ่งกับกูถ้ามึงไม่แน่จริง

    เสิ่นโม่จิ่นกดตกลงโดยไม่แก้แม้แต่คำเดียว

    หน้าต่างโปรไฟล์กะพริบชื่อเดิมหายออกจากส่วนที่ใช้แสดงต่อสาธารณะ ฉายาใหม่เลื่อนขึ้นไปแทน พร้อมข้อมูลสั้นๆ อีกสามบรรทัด

    ฉายาผู้เล่น: อย่ามายุ่งกับกูถ้ามึงไม่แน่จริง

    แรงก์ผู้เล่น: ไร้แรงก์

    MVP สะสม: 1 ครั้ง

    อันดับประเทศปัจจุบัน: 578,977

    สถานะ: ไม่อยู่ใน 100 อันดับแรกของรอบจัดอันดับปัจจุบัน

    ไม่มีรางวัลพิเศษสำหรับอันดับนั้นและชื่อของเธอไม่เข้าใกล้รายชื่อหนึ่งร้อยอันดับแรกในประเทศแม้แต่นิดหน้าต่างเพียงบันทึกข้อมูลแล้วพับกลับไปอยู่ตรงมุมสายตา

    ก็ดีถ้าระบบตะโกนฉายาเต็มประโยคให้คนทั้งประเทศฟัง เธอคงปิดมันทิ้งก่อนอ่านจบ

    หน้าต่างชั้นสุดท้ายยังค้างอยู่

    สัญลักษณ์ไข่สีเขียวคล้ำเรียงเต็มแถบด้านบนบางฟองมีรอยแตก บางฟองมีแมลงวันวาดวนอยู่ข้างเปลือกภาพเหล่านั้นดูไม่มีส่วนใดคล้ายรางวัล

    “.........”

    สรุปของขวัญจากการถ่ายทอดสด

    ของขวัญจากผู้ชม: ไข่เน่า 1,286 ฟอง

    มูลค่ารวม: กระดาษวิญญาณ 1,286 ใบ

    หักค่าระบบสตรีม: 70%

    ยอดสุทธิ: กระดาษวิญญาณ 385 ใบ

    เสิ่นโม่จิ่นกะพริบตาปริบ ๆ

    หนึ่งฟองเท่ากับกระดาษวิญญาณหนึ่งใบระบบหักไปเกือบหมดแล้วยังเหลือมากกว่ารางวัล MVP เธอลากสายตากลับไปอ่านจำนวนไข่อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เห็นตัวเลขเกินมา

    หนึ่งพันสองร้อยแปดสิบหกฟอง

    คนข้างนอกคงขว้างของพวกนี้ใส่หน้าจอจนมือชาโดยไม่รู้ว่าทุกครั้งที่กดด่า เงินส่วนหนึ่งกำลังไหลเข้ากระเป๋าคนซึ่งตัวเองเกลียด

    'โอ้ ถูกเกลียดก็ไม่ได้แย่นี่หว่า'

    มุมปากของเธอแทบไม่ขยับแต่ความคิดก่อนหน้าซึ่งอยากรีบปิดหน้าต่างเปลี่ยนไปทันทีเสิ่นโม่จิ่นแตะรับยอดโดยไม่ลังเล

    กระดาษวิญญาณที่ได้รับจากดันเจี้ยนครั้งนี้: 685ใบ

    ตัวเลขรวมจากรางวัลผ่านด่าน รางวัล MVP และของขวัญหลังหักระบบถูกโอนเข้าบัญชีผู้เล่นพร้อมกัน

    หน้าต่างระบบดับลงทีละบานเหลือเพียงภาพตรอกจริงกับเจ้าหน้าที่ซึ่งยังวิ่งผ่านไปมา

    เสิ่นโม่จิ่นมองจุดว่างตรงหน้า พยักหน้าแล้วพูดกับมันด้วยน้ำเสียงจริงจังพอๆ กับตอนต่อรองราคาของ

    “ด่ากูอีกก็ได้นะ กูไม่ถือ”

    เจ้าหน้าที่หญิงซึ่งยืนรออยู่ข้างกันเงียบไปหนึ่งจังหวะ“คุณพูดกับระบบหรือคะ”

    “อือ”

    “ระบบตอบอะไรไหม”

    “ให้เงิน”

    อีกฝ่ายมองเธอเหมือนอยากถามต่อแต่สุดท้ายเลือกก้มลงบันทึกค่าจากเครื่องตรวจแทน

    เหอเจิ้งซึ่งเพิ่งส่งป้าหรงให้หน่วยแพทย์เดินกลับมาเขาหยุดห่างออกไปสองก้าว “คุณเสิ่น เรื่องสิ่งที่คุณใช้ในนั้น...”

    “อย่าเสือก”

    คำสองคำตัดบทก่อนคำถามจะตั้งเสร็จ

    เหอเจิ้งปิดปากทันที เขามองย่ามดำตรงไหล่เธอแล้วเลื่อนสายตาไปยังดิ้วเหล็กแทน “งั้นอย่างน้อยให้เจ้าหน้าที่พาไปตรวจเถอะคุณแทบยืนไม่อยู่”

    “จะกลับคอนโด”

    “ในสภาพนี้?”

    เสิ่นโม่จิ่นใช้ดิ้วดันตัวให้ยืนตรงกว่าเดิมผลคือหน้ามืดจนภาพตรงขอบตาพร่าลงครู่หนึ่งเธอรอให้อาการผ่านไปแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแผนที่

    ตำแหน่งคอนโดอยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก

    “อืม”

    เหอเจิ้งฟังคำตอบแล้วเหมือนหมดเรื่องจะเถียงเขาถอนหายใจ ก่อนถอยเปิดทางให้ แต่ยังยกมือชี้หน่วยแพทย์ซึ่งจอดรถอยู่ริมถนน“ถ้าจะล้มก็เรียกก่อน อย่าฝืนเดินหายไปเฉย ๆ”

    เธอไม่ได้รับปาก

    เจ้าหน้าที่หญิงติดแผ่นตรวจชั่วคราวไว้ตรงข้อมือเสิ่นโม่จิ่นแล้วส่งแบบยืนยันปฏิเสธการขึ้นรถพยาบาลมาให้

    เธอกดลายนิ้วมือลงบนหน้าจอ รับบัตรประชาชนคืนและขยับย่ามดำขึ้นบนไหล่

    ของด้านในชนผ้าเบา ๆ

    เสิ่นโม่จิ่นตบย่ามหนึ่งครั้ง “อยู่เงียบ ๆเดี๋ยวค่อยดู”

    ก้อนอิฐดำไม่ส่งเสียงตอบ

    เธอกดดิ้วให้ยาวพอใช้แตะพื้นช่วยพยุงแล้วเดินออกจากแนวกั้นด้วยจังหวะช้ากว่าปกติ

    รถบนถนนยังติดเป็นแถวยาวร้านอาหารซึ่งถูกสั่งปิดชั่วคราวกำลังยกหม้อกลับเข้าไปด้านในส่วนป้ายเตือนเขตวิญญาณหน้าแยกยังเปิดไฟสีแดงกะพริบ

    คอนโดของเสิ่นโม่จิ่นอยู่เลยตึกสีขาวตรงหัวมุมไปไม่ไกล

    เธอเดินไปทางนั้นโดยไม่หันกลับมามองตรอกอีก

    *****

    อีกสถานที่หนึ่ง—ลู่เฉินหยวน

    หน้าจอสตรีมตรงหน้าดับเป็นสีดำทันทีหลังข้อความเคลียร์ดันเจี้ยนหายไปลู่เฉินหยวนวางมือบนโต๊ะรอให้ภาพซึ่งเพิ่งดูจบเลือนออกจากความทรงจำเหมือนสตรีมดันเจี้ยนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา

    หนึ่งนาทีผ่านไป เขายังจำคำว่า“มองมันให้น้อยหน่อย” ได้ครบทุกพยางค์ จำวิธีที่เธอไม่โจมตีร่างผีแต่เลือกดึงอิฐดำและจำเงาซึ่งเริ่มไหลออกจากปลายเท้าก่อนแทรกหายไปตามรอยกำแพงได้ชัดเจน

    แม้หน้าจอตรงหน้าจะไม่เหลือภาพหน้าชัดๆให้ย้อนดูอีกแล้วก็ตาม

    ลู่เฉินหยวนจ้องเงาสะท้อนของตัวเองบนจอสีดำโดยไม่ลืมสิ่งที่เสิ่นโม่จิ่นทำแม้แต่จังหวะเดียว

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยนผีๆ ต้องเจอแม่หมอตัวร้าย ที่คุณอ่าน