Fallen paradise

    # 58 : อาณาจักรภูลิอัน/เขตพื้นที่สีแดง

    ตั้งแต่ที่เคียร่าช่วยเอเก็บเลเวลนั้นก็ยิ่งทำให้การเก็บเลเวลของเอเร็วมากยิ่งด้วยความที่เคียร่าจะเรียกทหารโครงกระดูกหลายหมื่นตัวโดยมีแม่ทัพโครงกระดูกนำทัพและด้วยจำนวนของกองทัพโครงกระดูกก็ทำให้หลอด EXP ของเอขยับขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากเอเก็บเลเวลอยู่ตรงบริเวณด้านปากทางเข้าโซน A อยู่ประมาณสามชั่วโมงเขาก็เคลื่อนกองทัพของเคียร่าเข้าสู่บริเวณที่ราบลุ่มซึ่งเป็นจุดเก็บเลเวลชั้นดีที่อยู่ในหนังสือแนะนำ บริเวณที่เอจะไปนั้นจะมีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นดังนี้ทางทิศเหนือจะเป็นเนินแมกม่าที่มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตรและมีความสูงประมาณ 5 เมตรและทางด้านตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นทะเลสาบแมกม่า

    สองชั่วโมงครึ่งก่อนที่เอจะเคลื่อนที่เข้าสู่ที่ราบลุ่ม dragonite ตัวหนึ่งที่มีลักษณะหัวเป็นเหมือนกิ่งก่าตัวเป็นคนและมีความสูงประมาณสองเมตร dragonite คนนั้นสั่งเกตเห็นกองทัพโครงกระดูกหลั่งไหลเข้ามาสู่โซน A เมื่อเห็นดังนั้นมันจึงรีบวิ่งกลับไปที่เมือง เมื่อถึงเมืองเขาก็ได้เข้าแจ้งต่อผู้นำของเขาทันที

    “รายงานนายท่าน”

    “ว่ามา” ชายคนหนึ่งรูปร่างกำยำและมีเส้นผมสีแดงเพลิงตอบอย่างไม่แยแสพร้อมทั้งมองไปยังทหารลาดตระเวน

    “ข้าได้สังเกตุเห็นกองทัพโครงกระดูกราวหนึ่งหมื่นตนได้เคลื่อนเข้ามายังโซนที่เราอยู่ครับ”

    “ว่ายังไงนะ!!!” ชายคนนั้นหยุดชะงักก่อนที่จะลุกขึ้นจากบันลังด้วยความตกใจและตวาดลั่นทันที ชั่วครู่ต่อมาเขาก็บอกพลลาดตระเวนคนนั้น

    “เจ้าทำได้ดีมาก ไปได้แล้ว” 

    “ครับ” เมื่อบอกพลลาดตระเวนคนนั้นแล้วเขาคนนั้นก่อนที่จะประกาศเรียกรวมพลอย่างเร่งด่วนทันที

     

    สิบนาทีต่อมา

    “ฮามานจะอยู่ตรงนี้คอยดูแลตอนระดมพล”

    “ครับ”

    เมื่อสั่งการเสร็จสิ้นแล้วลองซัสก็รีบควบไวเวิร์นบินผ่านฝากฟ้าไปยังโซน S หลังจากบินมาถึงโซน S สิ่งแรกที่สะดุดตาแม้ว่าเขาจะมายังโซน S กี่ครั้งก็ตามนั้นก็คือหุบเหวน้ำแข็งลึกหลายสิบกิโลเมตรและอีกสิ่งหนึ่งก็ดินแดนนี้เป็นดินแดนไร้สึกแสงอาทิตย์จนมีการเรียกขานว่านรกน้ำแข็ง     ในขณะนั้นเมื่อเขาบินเข้าไปในร่องของหุบเหวเขาก็เห็นกองทัพราวสองหมื่นที่กำลังเตรียมพร้อมรบแล้วเมื่อเขาบินผ่านไปยังปราสาทน้ำแข็งที่มีรูปร่างคล้ายกับมินัสทิริธแต่เป็นมินัสทิริธเวอร์ชั่นน้ำแข็ง   เมื่อเขาเริ่มเข้าใกล้ปราสาทอากาศรอบตัวของเขาก็เริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็วจนเขาที่เป็นเจ้าเมืองเปลวเพลิงยังต้องหนาวสั่นเมื่อเขาลงจอดเขาก็เห็นทหารน้ำแข็งเข้ามาต้อนรับเขาและพาเขาไปพบราชาของเขา   เขาเข้ามายังห้องบัลลังเขาก็พบเข้ากับราชาน้ำแข็งฮานซิสและเมื่อราชาน้ำแข็งฮานซิสเห็นเขาก็ยิ้มและอ้าแขนพร้อมจะโอบกอดเขา ลองซัดได้แต่โดนกอดอย่างเสียไม่ได้

    “สหายข้า ลมอะไรหอบเจ้ามาหาข้ากัน”

    “สหายข้า ข้าจะไม่ปิดบังเจ้า ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าในครั้งนี้”

    “ความช่วยเหลือ? ไหนเจ้าลองเล่ามาสิ”

    “ดินแดนของข้าถูกโจมตีโดยกองทัพโครงกระดูกหลายหมื่นตนและดูท่ามันจะมีคนมีฝีมือมาด้วย”

    “อืม! พอดีเลยข้ากำลังจะทำการซ้อมรบพอดีไหนเจ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้าทั้งทีข้าจะไม่ตอบรับได้อย่างไร”

    “ขอบคุณสหายข้า”

    “ไม่ต้องขอบคุณข้า นี้มันเรื่องเล็กน้อยแล้วเจ้าต้องการโจมตีเมื่อไหร่” ลองซัสโบกมือเบาๆก็ปรากฏรูปร่างของแผนที่โซน A ที่เขาปกครองอยู่ก่อนที่เขาจะชี้ไปยังที่ราบลุ่มในแผนที่

    “ตรงนี้”

    “เวลาละ”

    “น่าจะห้าชั่วโมงต่อจากนี้ เราจะเข้าตีกระนาบจากตรงนี้ นี้ นี้และนี้”

    “ดูเจ้าต้องการลบภัยคุกคามนี้อย่างเร่งด่วนสินะสหายข้า”

    “ข้ารู้สึกไม่ดีกับภัยคุกคามครั้งนี้ ข้าจะต้องจัดการมันให้เร็วที่สุด” ราชาน้ำแข็งเหล่ตามองไปยังเจ้าเมืองเปลวเพลิงพลางนึกในใจ

    ‘ดูท่าว่าความรู้สึกของเขาจะไม่ผิดพลาด ตัวข้าก็รู้สึกถึงลางร้ายเช่นกัน’

    “งั้นแล้วเราเจอกันในอีกสองชั่วโมงข้างหน้าก่อนเข้าตี”

    “แล้วเจอกัน” เจ้าเมืองเปลวเพลิงกล่าวพลางหันหลังจะจากไป

    “แล้วเจ้าไม่ดืมกับข้าซักหน่อยหรือ ดืมครั้งสุดท้าย”

    “พูดเป็นลาง ไม่ละสหายข้า ข้ามีเรื่องต้องจัดการอีกมาก ข้าขอตัวลาก่อน”

     

    คล้ายกับเรื่องFallen paradise ที่คุณอ่าน