สัญญาธนาการ | Eternity Bondage
[ตอนที่ 20] ภพ: สัญญาตอน 10
นาวาพาสองไปพักโรงแรมใกล้ๆกับโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมผู้เป็แม่เขาจ้างพยาบาลคอยดูแลให้ใน่กลางคืนและใช้เวลาส่วนใหญ่เทียวไปเทียวมาจัดการเื่งานศพสองช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ แต่ก็เหมือนไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไรเพราะเขาไม่รู้จักถนนหนทางในเมืองหลวงทำได้ดีที่สุดเพียงอยู่ข้างๆยามที่นายอำเภอมีท่าทางอ่อนล้าเขาได้แต่เกาะกุมมือใหญ่นั้นยามอยู่ลำพังถ่ายทอดความห่วงใยให้กับชายผู้มีั์ตาเศร้าหมอง
นายอำเภอไม่ยอมให้สองอยู่แต่ในโรงแรมด้วยกลัวว่าจะเบื่อจึงกระเตงไปไหนมาไหนไม่ห่าง คุณหญิงรัมภาพรผู้เป็มารดาของนายอำเภอเพิ่งฟื้นท่าทีเศร้าศร้อยจากความสูญเสียมิได้ส่งผลให้ความสง่าลดน้อยลงแต่อย่างใดแววตาเชิดหยิ่งทรนงยังฉาบปิดใบหน้าที่หมองนั้นได้สองเพิ่งได้เจอเธอตอนตื่นทั้งๆที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลหลายครั้งแล้ว
“นี่รึ นายสองคนใช้ที่บ้านพักเราน่ะ” คุณหญิงรัมภาพรทักด้วยน้ำเสียงดูแคลนสองตัวลีบเพราะไม่คิดว่าจะถูกทักทายด้วยวาจาแบบนี้ เธอคงสั่งการให้นายพิรุณคนสนิทติดตามข่าวคราวของบุตรชายคนโตมิได้ขาดแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอสืบสาวราวเื่ได้มากน้อยเพียงไหน
“แม่...สองไม่ใช่คนใช้นะครับเขาอยู่กับผมที่เชียงใหม่” นาวาพยายามอธิบาย แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างเขาจึงไม่สามารถบอกความจริงทั้งหมดถึงแม้เื่คาวโลกีย์ของเขาจะเป็ที่ระแคะระคายอยู่บ้างแต่มันก็นานมาแล้วั้แ่สมัยเรียนที่ต่างประเทศเมื่อกลับมาที่เมืองไทยเขาก็ไม่ได้แสดงอาการเกี้ยวพาราสีหรือเที่ยวเตร่ให้ทางบ้านต้องไม่สบายใจแต่อย่างใดสองเห็นใจนายอำเภอที่มีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดจึงเลี่ยงการตอบโต้ใดๆเพื่อมิให้บรรยากาศตึงเครียดมากไปกว่านี้
“อยู่กะแก?”คุณหญิงเลิกคิ้วสูง
“เค้าทำมาหากินอะไรล่ะชาวนาไม่ใช่เหรอ” สองพยักหน้าด้วยความเคยชิน
“เป็ชาวนามาอยู่บ้านนายอำเภอก็เป็คนใช้นั่นแหละ จะเป็อะไรไปได้” ถึงแม้ร่างกายคุณหญิงจะเต็มไปด้วยผ้าพันแผลแต่ฝีปากยังเชือดเฉือนผิดแผกจากบุคลิกที่ดูมีสง่าราศีเสียสิ้นเชิง
“แม่...”นาวาอ่อนใจที่จะอธิบาย สองยืนนิ่งไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนใครต่อใครดูถูกเพราะความจนแบบนี้การก้มหน้านิ่งถึงแม้จะเป็การยอมรับชะตากรรมก็จริงแต่มันก็ยังทำให้ตัวเองไม่ต้องเอาตัวไปเสี่ยงกับการถูกเหน็บแนมเพิ่มเป็อย่างดีพ่อของเขาเคยบอกไว้ว่า ถ้าเราทำตัวเป็หิน ต่อให้มีอะไรมาตกกระทบหินมันไม่แตกง่ายๆหรอก แต่สิ่งที่มากระแทกหินนั้นเองจะแตกดับไปโดยที่เรายังคงแข็งแกร่ง
“ช่างเถอะบอกนายพิรุณเตรียมรถ แม่พร้อมแล้ว” คุณหญิงลุกจากเตียงคนไข้ชุดสีดำพร้อมสรรพสำหรับงานศพของลูกชายคนรอง เธอเซเล็กน้อยจากการลุกกระทันหันสองเอื้อมมือเพื่อประคอง
“ไม่ต้องชั้นดูแลตัวเองได้”
คุณหญิงรัมภาพรบอกตัวเองว่าจะต้องเข้มแข็งเธอมีลูกสามคน ลูกสาวคนเล็กแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ลูกชายคนรองก็มาด่วนตายจากลูกชายคนโตก็ไปอยู่เสียไกล ถึงแม้จะเศร้าโศกปริ่มจะขาดใจปาดใดเธอจะไม่ยอมเสียน้ำตาเด็ดขาด แต่การสูญเสียครั้งนี้มันก็มากเกินกว่าหญิงชราอย่างเธอจะทานทนได้แต่สมควรแล้วหรือที่หญิงแก่ไม้ใกล้ฝั่งแบบเธอจะต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ต้องโทษฟ้าดินที่ลงโทษเธออย่างโหดร้าย ไม่มีแม่คนไหนหรอกที่ทำใจได้ถ้าลูกต้องมาตายก่อนเธอก็เป็หนึ่งในนั้น ที่ไม่อยากจัดงานศพให้ลูกชายตัวเอง
“ตาใหญ่กลับบ้านมาอยู่กับแม่นะลูกนะ” คุณหญิงจับแขนล่ำใหญ่ของลูกชายน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงคนนี้กำลังเศร้าโศกสองมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสะท้อนใจเหลือจะนับ
“แม่...”นาวาไม่รู้ว่าจะต้องตอบอย่างไร ถ้าหากกลับมาที่บ้าน แล้วสองล่ะ?แต่หากเขาไม่กลับมา คุณแม่ก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว น้องสาวของเขาก็อยู่บ้านสามีจะให้ไปมาหาสู่บ่อยๆก็เกรงใจทางโน้น แต่จะปล่อยให้คุณแม่อยู่ลำพังเขาก็เหมือนคนใจดำเสียนัก
“ไว้ค่อยคุยกันไปเถอะ พิรุณพร้อมแล้ว” คุณหญิงรัมภาละจากแขนบุตรชายไปจับผู้ชายคนหนึ่งแทนสองเดาว่าน่าจะเป็คนชื่อพิรุณ อายุประมาณ 40 ปีปลายๆตัวไม่ใหญ่มากแต่ดูมีอำนาจน่าเกรงขามคุณหญิงปาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าเงียบๆหลีกเลี่ยงการแสดงความอ่อนแอให้ลูกชายเห็นแต่สองเห็นแววตาที่ไม่เป็มิตรของเธอแล้ว ยิ่งทำให้เขาอึดอัด
---------------------------------------------------------------
สองเตร็ดเตร่ที่หน้าศาลาตั้งบำเพ็ญกุศลเขาอ่านชื่อได้เป็ นเรนทร์ พิทักษ์นาวา อายุ 28 ปีรูปถ่ายที่วางไว้ช่างเหมือนนายอำเภอราวกับแกะยกเว้นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและเยาว์วัยกว่า สองเสนอตัวช่วยเสิร์ฟอาหารกับแขก แต่ถูก“คุณใหญ่” ลูกชายคุณหญิงหน้าดุห้ามเสียงแข็ง อยู่ในศาลาเขาก็ไม่มีอะไรทำเพราะไม่รู้จักกับใครในงานเลย นาวาก็วุ่นวายกับการรับแขกผู้ใหญ่เขาเหมือนเห็นรัฐมนตรีหลายคนในงานนี้ด้วย ตัวจริงช่างแตกต่างจากในทีวีลิบลับแถมยังมีผู้ชายใส่สูทสีดำเดินประกบตลอดเวลาน่าหวั่นเกรง สองยิ่งต้องทำตัวลีบไม่รู้จะทำอะไร
“อ้าว นายสองมางานนี้ด้วยรึ” เสียงหนึ่งทักมาทางด้านหลัง เขาหันตัวไปตามเสียงนั้นแทบจะทันที
“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”สองยกมือไหว้ พ่อเลี้ยงสิงห์คำที่เดินมาหน้าศาลา
“ผมตามนายอำเภอมาครับ”เขาตอบ
“อ่อ ดีแล้ว”พ่อเลี้ยงดูไม่แปลกใจที่เจอสองที่นี่
“ตอบแทนคนที่มีพระคุณชีวิตเราจะเจริญ”แม้สองจะไม่เข้าใจ ก็ต้องตอบรับแค่คำว่าครับออกไป
“พ่อเลี้ยงรู้จักคุณนเรนทร์ด้วยเหรอครับ”
“โอ้ย!รู้จักสิ ข้ามีอยู่มีกินได้ทุกวันนี้ก็เพราะครอบครัวนี้แหละ”
“พ่อเลี้ยงหมายความว่าอะไรครับ”
“อ้าวนายอำเภอไม่ได้บอกรึ เห็นนายอยู่บ้านเดียวกัน ข้าน่ะเคยทำงานให้เ้าสัว พ่อของนายอำเภอมาก่อนแต่มันก็นานมาละ...แปลกนะ นายอำเภอไม่เล่าให้ฟังบ้างรึ” สองส่ายหน้า
“งั้นแสดงว่าก็ไม่รู้เื่ที่ดินน่ะสิ”พ่อเลี้ยงพูดต่อ
“ที่ดินอะไรน่ะครับ”สองถามพาซื่อด้วยความอยากรู้
“ก็โฉนดที่ดินของนายไงคุณนาวาน่ะ มาขอที่ดินของนายจากฉัน เห็นว่าทำเลดีแต่ปีกลายนายยังทำนาเดิมอยู่แสดงว่านายอำเภอคงจะเอามาให้นายสินะไม่รู้ว่าถูกชะตาอะไร” พ่อเลี้ยงพูดและหัวเราะแบบคนพูดไม่คิด
“พ่อเลี้ยงบอกว่านายอำเภอไปขอที่ดินของผมจากพ่อเลี้ยงเหรอครับ ไม่ใช่ไปซื้อมาเหรอครับ”
“โอ๊ยจะซื้อทำไมล่ะ ครอบครัวนี้มีบุญคุณกับข้าจะตายไป แค่ที่ดินไม่กี่ไร่ข้าไม่คิดกะตังหรอก” สองกำมือกรอด นึกย้อนไปถึงสัญญาที่เขาลงชื่อไปในตอนนั้นทำไมนายอำเภอจะต้องโกหกเขาด้วย
“ข้าขอตัวก่อนละ”
“ครับพ่อเลี้ยง”สองรู้สึกจุกที่ลำคอ ไม่อาจจะเปล่งเสียงอะไรออกมาได้
-------------------------------------------------
สองคืนก่อนหน้า...
ร่างสูงใหญ่ชัดเจนขึ้นในความมืดจับจ้องไปที่เตียงคนไข้หญิงชรานอนขดตัวดูเปราะบางน่าสงสาร ความสูญเสียครั้งนี้ใหญ่หลวงเสียนักเหรียญกษาปณ์อันเก่าเปล่งประกายสีแดงฉานบนพื้นในห้องพักผู้ป่วย
“เล็ก”ร่างใหญ่ส่งเสียงเรียก
“ตื่นเถอะลูก”หญิงชราค่อยๆลืมตาขึ้น มองร่างใหญ่ช้าๆก่อนจะยิ้มออกมาราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน
“ฟังพ่อนะ...”
-------------------------------------------------
“เป็อะไรหรือเปล่าครับทำไมเงียบจังเลย” นาวาจับมือคนนั่งข้างๆมาจับ แต่ถูกชักหนีแทบจะทันใด
“ตื่นเต้นเหรอครับที่จะได้เข้าบ้านพี่เป็ครั้งแรก” เงียบ ไม่มีการตอบรับใดๆจากคนที่ถูกถาม
“สองเป็อะไรไปครับ” นาวาเริ่มใจเสีย สองเมืองนิ่งเงียบมาั้แ่อยู่ในงานศพถามอะไรก็ไม่ตอบ นิ่งเงียบมาตลอดทางคืนนี้นาวาย้ายข้าวของมาพักที่บ้านตามคำขอร้องของผู้เป็มารดาแทน
“พี่มีอะไรจะบอกผมหรือเปล่าครับอะไรก็ได้ที่พี่ยังไม่ได้บอกผม” สองถามเสียงเย็นเยียบ นาวาทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบว่า ไม่มี
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่เป็อะไรเหมือนกันครับขับรถไปเถอะ” สองแสร้งปิดตา คำพูดของพ่อเลี้ยงสิงห์คำยังก้องในหัวนาวาจอดรถข้างทางที่มีแต่ความมืดและป่ารกชัฏ
“พี่รู้ว่าเรายังไม่นอนนะเป็อะไรหรือเปล่า บอกพี่มาเถอะ อย่าเงียบแบบนี้เลย” นาวาคาดคั้น สองถอนหายใจเฮือกใหญ่เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เื่ราวมันตีกันพัลวันในหัวของเขา
“วันนี้ผมเจอพ่อเลี้ยงสิงห์คำ”นาวาขนลุกซู่ สิ่งที่เขากลัวมาตลอดมาถึงแล้วใช่ไหมวันที่สองรู้ความจริงคือวันนี้อย่างนั้นหรือเขาขบคิดหาคำแก้ตัวั้แ่วันแรกที่ทำสัญญาบ้าๆนั่นจนกระทั่งวันนี้ยังไม่มีคำพูดไหนฟังขึ้นสักประโยค
“ก่อนที่สองจะพูดหรือจะว่าอะไรสองฟังพี่ก่อนนะครับ” นาวาจับมือของอีกคนหนึ่งไว้พยายามยืดยุดกันอยู่นานจนสองยอมแพ้ แสงจันทร์ภายนอกสุกประกายเปล่งปลั่ง
“สัญญาที่เราทำกันนั้นในทางกฎหมายมันใช้ไม่ได้..” นาวาสารภาพเขากลัวเหลือเกินว่าการเก็บงำเื่นี้ต่อไป มันจะยิ่งบานปลาย
สองอ้าปากจะพูดแต่ถูกนายอำเภอห้ามเสียก่อน
“ฟังพี่ให้จบนะครับ...”
สองนิ่งและสูดลมหายใจช้าๆเพื่อให้ตัวเองอารมณ์เย็นลง
“มันอาจจะฟังดูไม่เข้าท่า แต่พี่รักสองั้แ่วันแรกที่พบกันรู้สึกผูกพันอย่างน่าประหลาด อยากได้สองมาเสียเดี๋ยวนั้น”
“แต่มันยากเหลือเกินเพราะเราทั้งคู่ต่างก็เป็ผู้ชาย” สองบีบมือนาวาแน่น เข้าใจประโยคนี้อย่างล้นเหลือการมีคนรักเพศเดียวกันเป็เื่น่าอาย ให้ผู้ใดรู้ไม่ได้ญาติโกโหติกาของเขาก็ไม่มีใครรับรู้ทุกคนเข้าใจแค่ว่านายอำเภอจ้างเขาไปช่วยดูแลบ้านในฐานะ “คนใช้”แบบที่คุณหญิงรัมภาพรปรามาสไว้ แต่ความเป็จริงแล้วระหว่างที่นายอำเภอไปธุระข้างนอกวันหนึ่งคุณหญิงรัมภาพรได้ตื่นมาเจอกับเขาด้วยสีหน้าไม่ประหลาดใจสักเท่าใดนัก
“นายสองใช่ไหม”น้ำเสียงเ็านั้นแสดงอำนาจเพื่อควบคุมบทสนทนา
“ใช่ครับ”
“ชั้นรู้นะว่านายกับตาใหญ่เป็อะไรกัน ชั้นไม่ได้โง่นะอยู่ไกลแค่ไหนชั้นก็รู้เื่ราวของลูกชายชั้นได้” สองหน้าซีดเขารับรู้ถึงความไม่เป็มิตรของสตรีเบื้องหน้าได้เป็อย่างดี
“เรา...เอ่อ..”
“ที่ชั้นไม่ทำอะไรเป็ปีๆไม่ใช่เพราะชั้นยอมรับนายหรอกนะชั้นรู้นิสัยลูกชายชั้นดี” คุณหญิงขยับตัวจะลุก สองเข้าไปประครอง
“ไม่ต้อง”น้ำเสียงปฏิเสธเด็ดขาด สองจึงนั่งที่เดิม
“แต่นายคิดเหรอว่าเป็แบบนี้มันจะจีรังยั่งยืนคิดเหรอว่าลูกของนายเขาจะภูมิใจที่มีพ่อเป็พวกลักเพศ” สองหน้าชาวาจาเชือดเฉือนนั้นไม่ต้องแปลความใดๆคุณหญิงพูดตรงประเด็นเพราะเธอรู้ว่าสองคงไม่เข้าใจศัพท์แสงแบบผู้รากมากดี
“ออกไปจากชีวิตลูกชายชั้นเถอะนายสองชั้นสัญญาว่านายอยากได้อะไร ชั้นจะยอมนายทุกอย่าง...ถือว่าทำเพื่อนาวานะ”คุณหญิงน้ำเสียงอ่อนลงใน่ท้าย สองกำมือแน่น ความเครียดแตะตึงไปทั่วร่าง
“พี่ไม่ขอให้สองเชื่อ...แต่ตอนเห็นเราครั้งแรกพี่รู้สึกถูกชะตา ผูกพันอย่างบอกไม่ถูก เสียงในหัวพี่บอกว่าอย่าปล่อยสองไปเด็ดขาด”นาวาจ้องตาสอง มันแวววับฉายประกายความจริงใจแม้อยู่ในความมืดมิด สองดึงสติของตัวเองกลับมาทั้งคำพูดของคุณหญิง ทั้งคำพูดของพ่อเลี้ยงและคำพรั่งพรูจากปากของคนข้างหน้าทำให้เขาสับสน
“จนพี่รู้เื่ที่ดิน..พี่รู้ว่าพี่คิดบ้าๆ...พี่รู้ว่าพี่หลอกเราแต่พี่ทำไปเพราะพี่ไม่อยากปล่อยให้เราไป” นาวาเน้นคำพูดสุดท้าย
“สองอาจจะคิดว่ามันบ้าแต่สองก็น่าจะรู้ว่าพี่เข้าไปจีบเราอย่างคู่ชายหญิงไม่ได้ สองเป็ผู้ชายพี่ก็ผู้ชาย คงไม่มีใครบ้ารับรักพี่หรอก แม้แต่สองเองก็ตาม”
“พี่เลยสร้างสัญญานี้ขึ้นมา”สองพูดในที่สุด
“ใช่ครับ”นาวารับคำแทบจะทันที
“พี่ขอโทษที่ทำแบบนี้”นาวานั่งนิ่ง ประเมินคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ความมืดมิดและความเงียบของสองทำให้เขาไหวหวั่น
“ผม...”สองไม่รู้ว่าจะต้องตอบแบบไหน เขารู้สึกเหมือนเป็คนโง่ที่ถูกหลอกแต่กลับรู้สึกดีที่นายอำเภอหนุ่มทำแบบนี้
“สำหรับพี่ถึงแม้จะมีสัญญานั้นหรือไม่ก็ตาม พี่ก็รักเรานะครับ พี่อาจจะบ้าเองที่ทำแบบนั้นแต่...”
“พอเถอะครับ”สองห้ามนายอำเภอ ทุกอย่างมันเยอะจนเขาคิดตามไม่ทัน
“พี่รักผมจริงหรือเปล่า?”
นาวามองหน้าสองเขารู้สึกใที่อยู่ๆผู้ชายแบบสองถามคำถามนี้ ใบหน้าของสองดูนิ่งเฉยแต่แววตากลับฉายแววของความสับสนราวกับมีเื่มากมายในหัวสองมือนั้นกุมแน่นราวกับมีเื่กังวลมหาศาล เขาแกะมือนั้นออกและจับมันไว้ก่อนจะโน้มตัวอีกฝ่ายเข้ามากอด
“รักสิพี่รักเรามากนะครับ”
“ถ้างั้นพี่ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ ผมเข้าใจแล้ว” สองหลับตา กลิ่นกายอุ่นอวลของนาวาปะทะจมูกเขารู้สึกปลอดภัยและมั่นคงในอ้อมกอดนี้ถึงแม้คำพูดของคนอื่นจะถาโถมจนเขาแทบจะทรุดไปกองที่พื้น แต่เมื่อเลือกที่จะเป็หินถึงแม้มันจะไร้ค่า แต่เขาจะต้องแข็งแกร่ง
“หือ! เข้าใจแล้วหมายความว่าไง สองไม่โกรธใช่มั้ย ไม่เกลียดพี่ใช่มั้ย” นาวาดีใจเสียงเต้น ก่อนพรมจูบหอมจนสองหลบไม่พ้น
“พี่ พอแล้วผมช้ำหมดแล้วเนี่ย”
นายอำเภอหนุ่มไม่หยุดพรมจูบทั่วใบหน้า สูดกลิ่นผู้ชายเบื้องหน้าที่ซอกคออย่างหื่นกระหาย
“ช้ำๆสิดีจะได้หวาน”
“ผมไม่ใช่กระท้อนนะพี่จะได้ตีก่อนแล้วค่อยกิน”
“พี่รู้แต่พี่ทนไม่ไหวแล้ว...” สองทำหน้าเหวอ เขารู้ตัวว่าพลาดไปเสียแล้วเพราะเบาะนั่งถูกเอนไปข้างหลังจนสุด นายอำเภอร่างั์คร่อมเขาไว้เสียแทบมิด
“พี่นี่มันในรถนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกพี่สามารถ” สองไม่อาจตอบโต้อะไรได้อีกด้วยถูกนาวาจู่โจมปิดปาดบดเบียดควานควักหาความหวาน ในยามดึกดื่นยามนี้หากมีใครผ่านมาพบ จะเห็นว่ามีรถยนต์คันหนึ่งจอดข้างสุมทุมพุ่มไม้ใต้แสงจันทร์อร่ามและรถคันนั้นเคลื่อนไหวได้ ราวกับมีคนกำลังเขย่ามันด้วยแรงที่หนักหน่วง...