ณ เมืองใหญ่ท่ามกลางหุบเขาอุดมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดและพืชผักผลไม้นานาพันธุ์ เมืองนี้มีนามว่า*เมืองหยุนเปิง* ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองมีความปลอดภัยระดับ 100% เพราะกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองได้วางรากฐานในการดูแลชาวเมืองให้อุดมสมบูรณ์ รู้จักทำมาหากินกันถ้วนหน้า ทำให้สภาพเศรษฐกิจของเมืองหยุนเปิงนั้นนับได้ว่าเจริญรุ่งเรืองเป็อันดับต้นๆของแคว้นและพื้นที่รอบๆแคว้นก็แ่า ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เมืองนี้ไม่มีโจรมาเที่ยวขโมยของเเต่อย่างใด หากแต่ว่าเมืองนี้นั้นยังคงมีตราบาปอยู่เล็กน้อย เหตุเพราะฟ้าสีครามสว่างในคืนเดือนมืดดลบันดาลให้พระอัครชายาของอี้เหลียน ผู้เป็เ้าแห่งเมืองหยุนเปิงทรงได้ให้กำเนิดพระโอรส 3 พระองค์ โดยครั้งเเรกนั้นได้ให้กำเนิดพระโอรส 1 พระองค์ทรงมีนามว่าหวังอี้เฉิน ไม่กี่ปีผ่านไปพระนางก็ได้ถือกำเนิดพระโอรสอีก 2 พระองค์ซึ่งเป็พระโอรสฝาแฝด เเต่ครั้งนี้กลับโชคร้าย นับเวลาที่ได้เจอหน้าลูกฝาแฝดไม่ถึงนาทีพระนางก็ได้ทรงจบชีวิตลง ด้วยอาการเสียเืมากและมีพระวรกายที่อ่อนแอเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว อี้เหลียนให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าศพของชายาว่า เขาจะดูแลพระโอรสทั้งสามพระองค์ให้ดีที่สุด จะหาทุกสิ่งมาให้เท่าๆกันและจะให้พวกเขามีทายาทสืบสานราชวงค์ต่อไป ครั้นเมื่อพระโอรสทั้งสามเติบใหญ่พวกเขาทั้งสามก็มีพระพักตร์ที่งามสง่าไม่ผิดพริ้วจากผู้เป็พ่อและแม่ รูปร่างดุจดังเทพบน์ลงมาจุติ พี่คนโตแต่งงานั้แ่อายุ 21 ปีและย้ายไปปกครองเมืองต้นน้ำ จะเหลือก็เเต่พระโอรสฝาแฝดอีกสองพระองค์ที่ยังคงหาชายามาร่วมเคียงกายไม่ได้ ใบหน้าที่งดงามราวเทพปั้นนั้นไม่ได้ช่วยในเื่ของการหาชายามาสืบทอดทายาทต่อได้เลย…
"ไม่ท้องงั้นเหรอ! นี่มันคนที่ 11 เข้าไปแล้วนะ ร่างกายของลูกข้ามีอะไรผิดปกติตรงไหนหรือเปล่าท่านหมอหลวง?"
"หามิได้พะยะค่ะ ตามที่กระหม่อมได้ตรวจพระวรกายขององค์ชายทั้งสองแล้ว ผลปรากฏว่าพระวรกายขององค์ชายทั้งสองแข็งแรงดีไม่มีส่วนใดสึกหรอหรือผิดปกติพะยะค่ะ"
"แล้วทำไมลูกของข้าถึงยังไม่มีทายาทไว้สืบทอดตระกูลของข้าอีก นี่ก็ปามาถึงอายุ 25 ปีแล้ว ตัวข้าก็แก่ชราลงไปทุกวัน นี่ข้ายังไม่เห็นวี่แววว่าข้าจะได้อุ้มหลานก่อนตายบ้างเลยหรอ ท่านโหราเ้าว่าอย่างไรบ้าง ตรวจดูดวงชะตาของลูกแฝดข้าแล้วเป็เยี่ยงไร?"
"ทูลฝ่าา ข้าได้ตรวจดูดวงชะตาขององค์ชายทั้งสองแล้ว เฮ้อ!! เอ่อคือ…"
"อะไรรึ?"
"ทูลฝ่าา กระหม่อมเห็นว่า..สตรีผู้เพียบพร้อมและสามารถกำเนิดทายาทให้กับองค์ชายทั้งสองได้ กำลังเดินทางมาหาองค์ชายที่นี่แล้วพะยะค่ะ" คำทำนายของโหราทำให้อี้เหลียนรู้สึกดีใจและมีกำลังใจขึ้นมามากเขายิ้มกว้างออกมาพร้อมกับยกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มเพื่อฉลองชัยให้กับการทำนายครั้งนี้
"ถือเป็คำทำนายที่ข้าฟังแล้ว ข้ามีความสุขที่สุด ว่าเเต่สตรีผู้นั้นมีรูปร่าง หน้าตาอย่างไรกันเล่าท่านโหรา?"
"นางเป็ผู้หญิงตัวเล็ก รูปร่างผอมแห้งมีใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้าบน์ นางมีจุดตำหนิเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวที่พระนลาฏและมีพระเกศาเป็สีเหลืองทองพะยะค่ะ"
"ฟังจากที่ท่านเล่าแล้ว นางคงจะไม่ใช่สตรีเมืองนี้หรอกใช่หรือไม่"
"พะยะค่ะ นางเป็คนต่างเมืองและเมืองที่นางจากมานั้นก็ไกลแสนไกล เหตุที่นำพานางมาก็คือแสงสว่างสีขาว ณ คืนเดือนมืด นางจะปรากฏตัวพร้อมกับกำเนิดทายาทให้กับองค์ชายทั้งสองพะยะค่ะ"
"อืม..คืนเดือนมืดเหมือนตอนที่อี้เฉียนกับอี้เถียนเกิดเลย ฮ่าฮ้าฮ่า!! วันนี้เป็วันที่ข้ามีความสุขที่สุด มา! มาดื่มฉลองให้กับข่าวดีครั้งนี้ด้วย เอ้าพวกเ้าดื่ม!!"
"ดื่มพะยะค่ะ!!!!" เหล่าเสนา อำมาตย์ ใต้เท้าน้อยใหญ่ ต่างร่วมกันยกแก้วน้ำชาขึ้นมาเพื่อดื่มฉลองให้กับการทำนายในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออาฉางที่ดันมาได้ยินคำทำนายเข้าพอดี…มีหรือว่าข่าวสำคัญขนาดนี้ เขาจะไม่นำไปบอกนายของเขา
"เ้าว่ายังไงนะ…ท่านโหราทำนายว่าข้าจะมีทายาทกับสตรีต่างเมืองเช่นนั้นรึ?"
"พะยะค่ะคุณชาย ข้ายังแอบได้ยินมาอีกว่านางจะเป็คนเดินทางมาหาคุณชายเองด้วยพะยะค่ะ"
"เหลวไหล..เ้าไม่เห็นหรือไงว่าที่ผ่านมาสตรีนางใดก็ไม่สามารถมีลูกกับข้าได้ น้องสามก็ด้วย จะเห็นก็แต่พี่ใหญ่เท่านั้นที่เเต่งงานมีลูกแล้วออกไปปกครองเมืองที่ต้นน้ำโน่น..ก็เหลือแต่ข้ากับน้องสามนี่แหละที่ยังไม่ไปไหน"
"แล้วพระสนมฮงกับพระสนมลีล่ะพะยะค่ะ"
"สองคนนั้นข้าไม่เคยได้แตะต้องตัวพวกนางหรอก นางหนึ่งก็รีบเสนอตัวให้ข้าจนแทบจะก้าวล้ำพื้นที่ส่วนตัวของข้าแล้ว ส่วนอีกคนก็กลัวว่าข้าจะเข้าใกล้ นี่ข้ายังไม่รู้เลยนะว่าในสายตาของนาง มองเห็นข้าเป็ตัวอะไรกันแน่ เออ..แล้วนี่น้องสามอยู่ที่ใดกัน?"
"คุณชายสามอยู่ที่หอตำราหลวงพะยะค่ะ เห็นอาเฟยบอกว่าคุณชายสามกำลังศึกษาตัวยาที่จะช่วยบำรุงร่างกายบุรุษให้สามารถถือกำเนิดทายาทได้เร็วขึ้นพะยะค่ะ"
"งั้นหรอ..แล้วเื่นี้น้องสามรู้รึยัง?"
"คิดว่าน่าจะยังไม่ทรงทราบพะยะค่ะ เพราะข้ารีบมารายงานคุณชายเลยไม่ได้เเจ้งข่าวนี้กับอาเฟยพะยะค่ะ"
"ดี เช่นนั้นข้าจะเป็คนไปบอกน้องสามเอง" องค์ชายสองเดินออกจากจวนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เขาตรงไปยังหอตำราหลวงเพื่อแจ้งข่าวให้กับผู้เป็น้องได้ทราบ ครั้นมาถึงก็พบว่าองค์ชายสามกำลังนอนหลับอยู่บนกองหนังสือพร้อมกับมีอาเฟยนั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ
"นี่นะหรือมาอ่านตำรา ฮึฮึ น้องสาม…น้องสาม! ท่านพ่อเสด็จ!!!"
"เฮ้อเฮ้ อา..คารวะท่านพ่อ..ขอให้ท่านพ่อทรงมีอายุยืนนานหมื่นๆปีพะยะค่ะ…อ่าว!พี่สอง นี่ท่านแกล้งข้างั้นรึ?"
"ฮ่าๆๆ ก็พี่เห็นว่าเ้าหลับอยู่ ไหนอาเฟยบอกว่า เ้ามาหาสูตรบำรุงท่านชายยังไงล่ะ แล้วทำไมถึงมาหลับบนกองหนังสืออยู่แบบนี้"
"ก็ข้าหามันทุกเล่ม ทุกตู้จนจะทั่วทั้งห้องแล้ว ข้าก็ยังหาไม่เจอเลย ทีนี้ข้าก็เลยเปลี่ยนแผน ข้าว่าจะลองนอนแล้วนึกฝันเอาคงจะง่ายกว่า ว่าเเต่พี่สองมาถึงที่นี่…ท่านมาหาตำราไปปรุงยาหรือ?"
"ผิดแล้ว..ที่พี่มาที่นี่ก็เพื่อมาเเจ้งข่าวแก่เ้า!"
"กาลใดจะสำคัญ จนท่านพี่ต้องมาด้วยตัวเองหรือว่าท่านสามารถให้กำเนิดทายาทได้แล้ว..กับพระสนมลีหรือพระสนมฮงล่ะพะยะค่ะ?"
"ไม่ใช่ทั้งสองคน แต่ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะเื่นี้แหละ วันนี้ท่านโหราได้ทำนายดวงชะตาของพี่กับเ้าเห็นเเจ้งว่า เราทั้งสองมีโอกาสที่จะถือกำเนิดทายาทกับสตรีนางหนึ่ง มีรูปร่างตัวเล็กผอมเเห้งมีจุดตำหนิเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวอยู่บนหน้าผาก มีใบหน้าคล้ายกับเทพธิดาบน์และที่สำคัญนางจะเดินทางมาหาเราที่นี่ด้วยตัวของนางเอง…"
"จริงหรือพะยะค่ะ เย้!ในที่สุดข้าก็จะมีทายาทไว้สืบสกุลแล้ว ท่านพี่เรามาเฝ้ารอนางไปพร้อมๆกันนะ"
"อื้ม! เอาสิ..มาเฝ้ารอนางไปพร้อมๆกัน..ถึงวันนั้นเ้ากับพี่จะต้องนำเกี้ยวหลวงไปรับตัวนางด้วยตัวของพวกเราเอง เ้าว่าดีไหม?"
"ดีมากๆเลยพะยะค่ะ ท่านพี่รู้อะไรไหม..ข้าแทบจะอดทนรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหวแล้ว ข้ายิ่งอยากเจอนางวันนี้เลยพะยะค่ะ" อี้เถียนถึงกับผงะออกจากกองหนังสือแล้วลุกพรวดขึ้นมาจับมือพี่ชายด้วยความดีใจ เพราะนั่นคือสิ่งที่พวกเขาเฝ้ารอมานานมากเเล้ว แน่นอนว่าสตรีที่ผ่านมานั้นนอกจากจะได้เข้าหอกับอี้เฉียนแล้ว นางยังต้องเข้าหอกับอี้เถียนอีกครั้งเพราะทั้งสองเป็ฝาแฝดกัน ย่อมต้องได้อะไรเหมือนๆกันด้วยนั่นเอง