ณ โกดังเก็บสินค้าของบริษัทกิเลนทองกรุ๊ป
ภายในโกดังมีโดรนจำนวน10 ลำ กำลังบินกลับมาหลังจากปฏิบัติการเรียบร้อย
มีเจ้าหน้าควบคุมอยู่ห้าคนและ ทหารรับจ้างอีก 20 คน อยู่ภายในโกดังคอยคุ้มกัน
มีคุณชายเมฆาที่กำลังจะเดินทางกลับหลังจากประสบผลสำเร็จแล้ว มีผู้พันทรอสทหารับจ้างจ้างอเมริกา กับลูกน้องอีกสี่คน ยืนคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง
“ เยี่ยมมากทุกๆ คนพรุ่งนี้ผมจะมอบโบนัสให้ทุกๆ คนตามที่ได้สัญญาเอาไว้”
คุณชายรองเมฆากิเลนทอง เสียดายที่เขาไม่สามารถจับเป็น เซี่ยอิงได้ แต่การได้สังหารอัสนีได้ก็ถือว่าได้แก้แค้นให้กับน้องๆ ที่ตายไป เพราะเขามั่นใจว่า อัสนีคือคนที่ฆ่าน้องๆของเขา เพราะเข็มมัจจุราชนั่นเอง
ในขณะที่กำลังจะขึ้นรถตู้กลับแต่ไม่ทันได้ก้าวขึ้น จู่ๆ ก็มีลูกไฟ ขนาดใหญ่ ลอยมาสามสี่ลูกโดนรถตู้จนระเบิดแตกกระจาย ห้องควบคุมโดรนก็ถูกลูกไฟระเบิดใส่พนักงานควบคุมโดรนตายไปทั้งหมดสิ้น ทหารรับจ้างเหลืออยู่ไม่ถึงห้าคนส่วนคุณชายเมฆา ถูกผู้พันทรอส ดึงร่างออกห่างจากรถตู้ได้ทัน เลยรอดตัวมาได้
กลุ่มควันค่อยๆจางหายไป เผยให้เห็นชายสวมหน้ากากมีผ้าคลุมยืนอยู่ ต่อหน้าทุกๆ คน
“ หน้ากากมัจจุราช แก..มาที่นี่ทำไม”
“ คนที่คิดร้ายกับฉันและครอบครัวล้วนไม่มีจุดจบที่ดี พวกแกก็เช่นเดียวกัน”
“ แกแกหมายความว่าอย่างไร”
คุณชายเมฆา เอ่ยอย่างตกใจ
อัสนีไม่ตอบพวกมัน เหวี่ยงเข็มมัจจุราชออกไป พร้อมกับที่พวกทหารที่เหลือรัวกระสุนปืนเข้าใส่เขา
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!!
ทหารรับจ้างล้วนถูกเข็มมัจจุราชเจาะลำคอตายไปจนหมดสิ้นยกเว้นคุณชายรองเมฆา กับ ผู้พันทรอส ที่เอาตัวเข้ามาบัง คุณชายเมฆาเอาไว้ ส่วนตัวผู้พันเองสวมชุดเกราะเงินที่ป้องกันเอาไว้ถึงลำคอ
“ ได้ยินมาว่า หน้ากากมัจจุราช ใช้มีดสั้นได้เร็ว ฉันผู้พันทรอสอดีตหน่วยนาวีซีลและ หน่วยมังกรดำสหรัฐ ขอท้าสู้กับแกตัวต่อตัว”
ผู้พันทรอสชักมีดสั้นของตนอกมา ตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับอัสนี
“ ไม่เคยมีใครกล้าท้าสู้กับฉันด้วยมีดสั้นมาก่อน ก็ได้ฉันจะให้โอกาสแกสู้”
อัสนี เรียกมีดสั้นมฤตยู ออกมา ผู้พันทรอส ก็เดินกึ่งวิ่งซ้ายและขวา เพื่อหลอกล่อ
พอใกล้ถึงตัว ก็แทงมีดสั้นใส่ ร่างของอัสนีแต่ว่าไม่ทันที่ตัวมีดจะถึงร่างของเขา
กลับมีมีดสั้น พุ่งออกมาจากมีดสั้นของผู้พันทรอสที่แท้มันเป็นมีดสั้นสองเล่มซ้อนกัน พอกดสลักออกสปริงก็เด้งมีดสั้นอีกเล่มก็พุ่งเข้าปักอกของ อัสนี
แต่ถูกอัสนีใช้มีดตวัดออกไปได้ ผู้พันทรอส เลยฟันมีสั้นที่ยาวกว่าใส่หน้าอกของอัสนี แต่อัสนีหมุนตัว เคลื่อนไหว เข้าระยะประชิดผู้พันทรอสแล้วปาดคอของผู้พันทรอสจนหัวหลุดกระเด็น อัสนีมองหน้าคุณชายรองเมฆา กิเลนทองที่ทำหน้าตื่นตะลึงสุดขีด
“ อย่า อย่านะ อย่าทำอะไรฉัน นี่เป็นคำสั่งพ่อของฉันแกจะเอาอะไรฉันจะให้แกทั้งหมด”
“ ไม่ต้องห่วง ฉันไปหาพ่อแกแน่ๆ แต่แกไปรอในนรกก่อน” อัสนีเอ่ยออกไป ก็ตวัดมีดสั้นปาดคอของคุณชายรองเมฆา จนขาดครึ่ง คุกเข่าลงไปกุมคอ ตายไปในทันที
อัสนีพอออกมาจากโกดัง ก็โยนระเบิดเพลิงโลกันต์ออกไป อีกสามสี่ลูกโกดังที่อยู่ห่างไกลผู้คน ก็มอดไหม้เหลือแต่ซาก
ณ คฤหาสน์ตระกูลกิเลนทอง
“ ป่านนี้แล้ว ทำไมมันยังไม่รายงานมาอีก” นายอาฑิตย์กิเลนทอง กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน เอ่ยกับลูกน้องคนสนิทที่ชื่อว่า อาเต๋า เป็นชายกลางคนที่เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของ นายอาฑิตย์มาเป็นยี่สิบปีแล้ว
“ ข่ายรายงานว่า คอนโด ของไอ้อัสนีนั่น ถูกฝูงโดรนของ คุณชายรองถล่มเละเทะ คิดว่ามันกับครอบครัวคงตายจนหมดแล้วครับ”
“ บ้าเอ้ย ฉันสั่งแล้วให้จับตัว เซี่ยอิงมาเป็นๆมันฟังไม่รู้เรื่องหรือไงวะ”
“ ไอ้หนุ่มคนนี้สามารถเอาชนะ ท่านนักพรตไคจินได้ ย่อมไม่ธรรมดา คุณชายรองทำเช่นนี้ ผมว่าดีที่สุดแล้ว”
“ อืม ก็ดี แต่ว่าฉันยังสงสัยคนที่ฆ่า ลูกของฉันสามคนนั่น ต้องเกี่ยวข้องกับไอ้อัสนีแน่มันตายไปแบบนี้ ก็แล้วกันไปเถอะ คนตระกูลเซี่ย จะได้รู้ว่าชื่อเสียงของตระกูลกิเลนทอง ไม่ได้มาง่ายๆ นึกจะเทกันทิ้ง ก็ต้องรับผลที่ตามมา”
ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!
เข็มสองเล่มพุ่งทะลุกระจกปักเข้ากับ ลำคอของอาเต๋า จนกระเด็นไปติดผนังตู้ อีกเล่มหนึ่งพุ่งเจ้าหน้าผากของนายอาฑิตย์ผู้นำตระกูลกิเลนทอง
จากนั้นก็มีลูกไฟเข้ามา อีก 1 ลูก ระเบิดห้องทำงานของ นายอาฑิตย์จนพังพินาศ
เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ามีเงาของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่บนยอดไม้ เอ่ยออกมาว่า
“ ไม่ว่าใครก็ตามที่บังอาจคิดร้ายกับครอบครัวฉัน มันต้องพบจุดจบเช่นนี้”
เป็นอัสนีเอง ที่เอ่ยจากนั้นเขาก็เคลื่อนตัวหายวับไปในทันที
รุ่งเช้าสื่อออกข่าวการเสียชีวิตของ หัวหน้าตระกูลนายอาฑิตย์ และ คุณชายรองเมฆาโดยสภาพศพนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือแต่เครื่องประดับที่พอจะยืนยันได้ว่าเจ้าของร่างเป็นใคร
หมวยเล็กที่กำลังนั่งกินข้าวกับ อัสนี ก็ถึงกับมองเขาด้วยความสงสัย
“ มองอะไรอย่างนั้น”
“ ฝีมือพี่?”
อัสนีไม่ตอบเพราะเจเจเข้ามาหาเขา แล้วบอกว่า
“พ่อช่วยสอนชกมวยให้หน่อย”
“ ได้แต่ก่อนชกคนอื่น ต้องทนให้คนอื่นชกให้ได้ก่อนนะ”
“ ได้ครับผมจะอดทนครับ”
“ ดีงั้นไปหาผ้ามาพันก่อน จะได้ไม่เจ็บ เดี๋ยววันนี้พ่อออกไปจะหาซื้ออุปกรณ์การชกมาให้นะ”
“แล้ววันนี้ไม่ไปโรงพยาบาลเหรอ?”
“ วันนี้วันหยุด หากว่ามีเคสด่วนท่านผอ. คงโทรมาแล้ว”
อัสนีเอ่ยออกไปและช่วยพันผ้าให้กับเจเจแล้วลงมือฝึกฝนท่ามวยกันสองคนพ่อลูก โดยมีพ่อกับแม่ของอัสนี นั่งยิ้มอยู่ข้างๆส่วนกุมารทองนั้นตอนนี้มีของชอบแล้ว นั่นคือ น้ำเต้าหู้ กับ ปาท่องโก๋ซึ่งกำลังกินไปอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งมีน้ำเต้าหู้ถึง 1 ลิตร และ ปาท่องโก๋ถึงยี่สิบตัว เป็นอัสนีเองที่บอกกับพ่อและแม่ให้เตรียมของให้กับ กุมารทองด้วย ทำให้แม่กับพ่อนั้นจัดอาหารให้กุมารทองกินทุกมื้อเลย
ระหว่างนั้นก็มีเสียงมือถือของอัสนีดังขึ้น
“ สวัสดีครับท่านรอง”
เป็นรองผอ.เกรียงที่โทรมาหาเขา
“ กลับมาเสียทีตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีเคสด่วนพิเศษหลายเคสเลย ช่วยรีบมาโรงพยาบาลหน่อยได้ไหมครับ”
“ ได้ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้”
อัสนีเข้ามาหอมหน้าผากของหมวยเล็ก แล้วก็ขับรถออกไปโดยไม่ลืมกอดเจเจ แล้วบอกว่ากลับมาจะพาไปทานอาหารนอกบ้าน พร้อมกับพาไปซื้อของที่จำเป็นด้วย
โรงพยาบาลซานตาครอสวันนี้เป็นวันอาฑิตย์ แต่ก็ยังมีผู้คนมาเข้ารับการรักษาไม่น้อย อัสนีเดินเข้าไปด้านหน้า มีเจ้าหน้าที่ พยาบาล รปภ ล้วนให้ความเคารพกับเขามากขึ้นทำให้เขารู้สึกแปลกใจ เขาเดินเข้าไปที่ห้องของรองผอ.เกรียงที่พอเห็นเขาก็รีบลุกขึ้นมาจับมือเขาอย่างดีใจ
“ มาแล้ว มีเรื่องด่วนเลยตอนนี้ไปดูเคสนี้ก่อนเลย”
รองผอ.เกรียงพาอัสนีมาที่ห้องไอซียู ที่เป็นมีเตียงประมาณสามสิบเตียง แต่ตอนนี้เหลือคนไข้เพียงแค่สี่เตียงเท่านั้น มีหมอและพยาบาล เกือบสิบคน ทุกๆ คนล้วนแต่งกายด้วยชุดป้องกันสารพิษทั้งหมด
“ คนไข้ทั้งสี่เป็นกู้ภัยพวกเขา ได้รับก๊าซพิษบางอย่าง ขณะกำลังเข้าไปช่วยเหลือคนงานชั้นใต้ดิน 20 คน ที่กดสัญญาณขอความช่วยเหลือมา ทั้งสี่คนเลยลงไปตรวจสอบ แต่พวกเขาก็แจ้งมาว่าพวกเขาหายใจไม่ออก ทั้งสี่คนยังไม่ได้ก้าวลงบันไดชั้นใต้ดินเลยก็เริ่มมีอาการ แน่นหน้าอก พวกเขาจึงรีบถอยออกมา แล้วก็สลบไปเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกชุด เลยพาพวกเขาทั้งสี่ส่งที่ห้องไอซียูเราได้ทำการล้างพิษออกไปแล้ว แต่พิษที่ได้รับเข้าไปมันเข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางตอนนี้ไม่มีใครรู้สึกตัวเลย
ส่วนคนงานอีกยี่สิบคนนั่นคาดว่าอาจจะเสียชีวิตหมดแล้ว ตอนนี้ทางตำรวจห้ามใครเข้าไปชั้นใต้ดินเป็นอันขาด”
“ ก๊าซพิษซาริน” อัสนีเอ่ยอย่างมั่นใจเพราะเขาใช้ดวงตามัจจุราชของเขา และสัมผัสจากการฝึกฝนคัมภีร์สยบวิญญาณระดับสูงเขาแค่มองและใช้ประสาทสัมผัส ก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือพิษอะไร
“ ใช่แล้ว มันคือก๊าซพิษซารินคุณหมอรู้ได้ยังไง ยังไม่ได้ดูผลตรวจเลย”
“แค่เห็นอาการก็รู้แล้ว แต่ว่าก๊าซพิษนี้มันมาอยู่ชั้นใต้ดินของตึกที่กำลังก่อสร้างได้อย่างไรกัน”
“ ไม่มีใครรู้เลยเพราะตอนนี้คาดว่า ก๊าซพิษนี้คงจะกระจายไปทั่วชั้นใต้ดินแล้ว
ดีที่มันมีมวลน้ำหนักมากกว่าออกซิเจน มิเช่นนั้น คงได้กระจายขึ้นมาข้างบนแล้ว”
“ผมจะช่วยรักษาพวกเขา ท่านรองไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ”
“สวมชุดป้องกันก่อนนะ”
“ ไม่ต้องครับ”อัสนีเอ่ยพร้องกับเคาะเรียกหมอและพยาบาลด้านในให้มาเปิดประตู
แต่หมอด้านในบอกให้เขาไปเปลี่ยนชุดเสียก่อน
อัสนีไม่สนใจ ส่งพลังจิตออกไปแล้วเปิดประตูจากด้านในแล้วก็เดินเข้าไปเลย ไม่สนคำทัดทานของหมอเวร และพยาบาล
“ อันตรายไปแล้วคุณหมออัสนี”
“ ผมไม่เป็นอะไรก๊าซพิษเหล่านี้มีเพียงแค่เล็กน้อย ไม่สามารถทำอันตรายใครได้”
อัสนีเอ่ยจบก็นำเข็มรักษาออกมา แล้วสั่งให้พยาบาลไปนำน้ำใส่กาละมังมา
จากนั้นเขาก็ถอดเสื้อคนไข้ออกแล้วเริ่มปักเข็มใส่จุดต่างๆ บริเวณหน้าอก ลำคอ
และศรีษะแล้วเขาก็ปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ไล่พิษออกมาอยู่ในเข็มรักษาเหล่านั้นไม่นานเข็มทั้งหมด 108 เล่ม ก็ดูดพิษซารินออกมาจนหมด เขาวางเข็มใส่ในกาลามัง น้ำกลายเป็นสีดำไปทั้งอ่าง
คนไข้พอถูกขับพิษออกก็รู้สึกตัวราวกับคนปกติทันที
“ผมเป็นอะไรครับเนี่ย” คนไข้เอ่ยถามพยาบาลอขณะที่ยังมึนงงอยู่
“ คนไข้ถูกพิษตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ”
“ไม่เป็นอะไรแล้วครับ แค่หิวน้ำ”
“ คนไข้ถูกขจัดพิษแล้ว”อัสนีเอ่ย แล้วก็เริ่มรักษาคนที่สองเหมือนกัน ไม่นานทั้งหมดก็ถูกเขาถอนพิษออกมาจนหมด
อัสนีเดินออกไปพบกับรองผอ.เกรียง ที่ยังคงตะลึงกับวิธีฝังเข็มถอนพิษของเขาอยู่
“พาผมไปที่เกิดเหตุหน่อยครับ”
“ ได้ ได้”
ทั้งสองคนนั่งรถกอลฟ์ของโรงพยาบาล มาถึงสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งทางการได้นำเชือกมาล้อมเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้าไปมีตำรวจยืนคุมอยู่สี่ห้าคน
“ผมจะขอลงไปดูคนงานหน่อยครับ บางทีอาจมีคนรอดชีวิตอยู่”
“ไม่ต้องลงไปหรอกครับ เจ้าหน้าที่ควบคุมสารพิษห้ามทุกคนลงไปเพราะว่ายังมีสารพิษหลงเหลืออยู่ รอพรุ่งนี้ให้พวกเขาตรวจสอบสารพิษก่อนหากว่าปลอดภัยค่อยลงไปดีกว่าครับ” หัวหน้าตำรวจอธิบาย
“แต่พวกเขาอาจยังไม่ตายก็ได้นะครับ ให้ผมลงไปตรวจหน่อยดีกว่า”
“ อย่าดีกว่านี่มันก็เกือบ 24 ชั่วโมงแล้ว คนธรรมดาทั่วไป หากโดนก๊าซพิษซารินนี้ไม่กี่นาทีก็ตายแล้ว”
“ ผมขอเสี่ยงเอง”อัสนีเอ่ยเสียงเข้ม
“ ไม่ได้นะครับมันอันตราย” รองผอ.เกรียงรีบคัดค้าน
“ พวกเราก็คงไม่ให้คุณหมอลงไปอย่างแน่นอนครับ” หัวหน้าตำรวจก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มแต่อัสนีสบตาพวกเขาไป หัวหน้าตำรวจคล้ายต้องมนต์สะกด เขายืนแข็งทื่อ เอ่ยออกมาว่า
“ เชิญตามสบายครับ”
อัสนีหันมาสบตากับรองผอ.เกรียงเช่นกัน
“ แล้วแต่คุณหมออัสเลยครับ”
ไม่มีใครคัดค้านแล้วอัสนีก็ เดินลงไปชั้นใต้ดินทันที.........