ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 66 กวาดล้างตระกูลกิเลนทอง

    ณ โกดังเก็บสินค้าของบริษัทกิเลนทองกรุ๊ป

    ภายในโกดังมีโดรนจำนวน10 ลำ กำลังบินกลับมาหลังจากปฏิบัติการเรียบร้อย

    มีเจ้าหน้าควบคุมอยู่ห้าคนและ ทหารรับจ้างอีก 20 คน อยู่ภายในโกดังคอยคุ้มกัน

    มีคุณชายเมฆาที่กำลังจะเดินทางกลับหลังจากประสบผลสำเร็จแล้ว มีผู้พันทรอสทหารับจ้างจ้างอเมริกา กับลูกน้องอีกสี่คน ยืนคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง

    “ เยี่ยมมากทุกๆ คนพรุ่งนี้ผมจะมอบโบนัสให้ทุกๆ คนตามที่ได้สัญญาเอาไว้”

    คุณชายรองเมฆากิเลนทอง เสียดายที่เขาไม่สามารถจับเป็น เซี่ยอิงได้ แต่การได้สังหารอัสนีได้ก็ถือว่าได้แก้แค้นให้กับน้องๆ ที่ตายไป เพราะเขามั่นใจว่า อัสนีคือคนที่ฆ่าน้องๆของเขา เพราะเข็มมัจจุราชนั่นเอง

    ในขณะที่กำลังจะขึ้นรถตู้กลับแต่ไม่ทันได้ก้าวขึ้น จู่ๆ ก็มีลูกไฟ ขนาดใหญ่ ลอยมาสามสี่ลูกโดนรถตู้จนระเบิดแตกกระจาย  ห้องควบคุมโดรนก็ถูกลูกไฟระเบิดใส่พนักงานควบคุมโดรนตายไปทั้งหมดสิ้น ทหารรับจ้างเหลืออยู่ไม่ถึงห้าคนส่วนคุณชายเมฆา ถูกผู้พันทรอส ดึงร่างออกห่างจากรถตู้ได้ทัน เลยรอดตัวมาได้

    กลุ่มควันค่อยๆจางหายไป เผยให้เห็นชายสวมหน้ากากมีผ้าคลุมยืนอยู่ ต่อหน้าทุกๆ คน

    “ หน้ากากมัจจุราช แก..มาที่นี่ทำไม”

    “ คนที่คิดร้ายกับฉันและครอบครัวล้วนไม่มีจุดจบที่ดี พวกแกก็เช่นเดียวกัน”

    “ แกแกหมายความว่าอย่างไร”

    คุณชายเมฆา เอ่ยอย่างตกใจ

    อัสนีไม่ตอบพวกมัน เหวี่ยงเข็มมัจจุราชออกไป พร้อมกับที่พวกทหารที่เหลือรัวกระสุนปืนเข้าใส่เขา

    เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!!

    ทหารรับจ้างล้วนถูกเข็มมัจจุราชเจาะลำคอตายไปจนหมดสิ้นยกเว้นคุณชายรองเมฆา กับ ผู้พันทรอส ที่เอาตัวเข้ามาบัง คุณชายเมฆาเอาไว้  ส่วนตัวผู้พันเองสวมชุดเกราะเงินที่ป้องกันเอาไว้ถึงลำคอ

    “ ได้ยินมาว่า หน้ากากมัจจุราช ใช้มีดสั้นได้เร็ว ฉันผู้พันทรอสอดีตหน่วยนาวีซีลและ หน่วยมังกรดำสหรัฐ ขอท้าสู้กับแกตัวต่อตัว”

    ผู้พันทรอสชักมีดสั้นของตนอกมา ตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับอัสนี

    “ ไม่เคยมีใครกล้าท้าสู้กับฉันด้วยมีดสั้นมาก่อน ก็ได้ฉันจะให้โอกาสแกสู้”

    อัสนี เรียกมีดสั้นมฤตยู ออกมา ผู้พันทรอส ก็เดินกึ่งวิ่งซ้ายและขวา เพื่อหลอกล่อ

    พอใกล้ถึงตัว ก็แทงมีดสั้นใส่ ร่างของอัสนีแต่ว่าไม่ทันที่ตัวมีดจะถึงร่างของเขา

    กลับมีมีดสั้น พุ่งออกมาจากมีดสั้นของผู้พันทรอสที่แท้มันเป็นมีดสั้นสองเล่มซ้อนกัน พอกดสลักออกสปริงก็เด้งมีดสั้นอีกเล่มก็พุ่งเข้าปักอกของ อัสนี 

    แต่ถูกอัสนีใช้มีดตวัดออกไปได้ ผู้พันทรอส เลยฟันมีสั้นที่ยาวกว่าใส่หน้าอกของอัสนี แต่อัสนีหมุนตัว เคลื่อนไหว เข้าระยะประชิดผู้พันทรอสแล้วปาดคอของผู้พันทรอสจนหัวหลุดกระเด็น อัสนีมองหน้าคุณชายรองเมฆา กิเลนทองที่ทำหน้าตื่นตะลึงสุดขีด

    “ อย่า อย่านะ อย่าทำอะไรฉัน  นี่เป็นคำสั่งพ่อของฉันแกจะเอาอะไรฉันจะให้แกทั้งหมด”

    “ ไม่ต้องห่วง ฉันไปหาพ่อแกแน่ๆ แต่แกไปรอในนรกก่อน” อัสนีเอ่ยออกไป ก็ตวัดมีดสั้นปาดคอของคุณชายรองเมฆา จนขาดครึ่ง คุกเข่าลงไปกุมคอ ตายไปในทันที

    อัสนีพอออกมาจากโกดัง ก็โยนระเบิดเพลิงโลกันต์ออกไป อีกสามสี่ลูกโกดังที่อยู่ห่างไกลผู้คน ก็มอดไหม้เหลือแต่ซาก

    ณ คฤหาสน์ตระกูลกิเลนทอง

    “ ป่านนี้แล้ว ทำไมมันยังไม่รายงานมาอีก” นายอาฑิตย์กิเลนทอง กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน เอ่ยกับลูกน้องคนสนิทที่ชื่อว่า อาเต๋า เป็นชายกลางคนที่เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของ นายอาฑิตย์มาเป็นยี่สิบปีแล้ว

    “ ข่ายรายงานว่า คอนโด ของไอ้อัสนีนั่น ถูกฝูงโดรนของ คุณชายรองถล่มเละเทะ คิดว่ามันกับครอบครัวคงตายจนหมดแล้วครับ”

    “ บ้าเอ้ย ฉันสั่งแล้วให้จับตัว เซี่ยอิงมาเป็นๆมันฟังไม่รู้เรื่องหรือไงวะ”

    “ ไอ้หนุ่มคนนี้สามารถเอาชนะ ท่านนักพรตไคจินได้ ย่อมไม่ธรรมดา คุณชายรองทำเช่นนี้ ผมว่าดีที่สุดแล้ว”

    “ อืม ก็ดี แต่ว่าฉันยังสงสัยคนที่ฆ่า ลูกของฉันสามคนนั่น ต้องเกี่ยวข้องกับไอ้อัสนีแน่มันตายไปแบบนี้ ก็แล้วกันไปเถอะ คนตระกูลเซี่ย จะได้รู้ว่าชื่อเสียงของตระกูลกิเลนทอง ไม่ได้มาง่ายๆ นึกจะเทกันทิ้ง ก็ต้องรับผลที่ตามมา”

    ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!

    เข็มสองเล่มพุ่งทะลุกระจกปักเข้ากับ ลำคอของอาเต๋า จนกระเด็นไปติดผนังตู้ อีกเล่มหนึ่งพุ่งเจ้าหน้าผากของนายอาฑิตย์ผู้นำตระกูลกิเลนทอง

    จากนั้นก็มีลูกไฟเข้ามา อีก 1 ลูก ระเบิดห้องทำงานของ นายอาฑิตย์จนพังพินาศ

    เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ามีเงาของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่บนยอดไม้ เอ่ยออกมาว่า

    “ ไม่ว่าใครก็ตามที่บังอาจคิดร้ายกับครอบครัวฉัน มันต้องพบจุดจบเช่นนี้”

    เป็นอัสนีเอง ที่เอ่ยจากนั้นเขาก็เคลื่อนตัวหายวับไปในทันที

    รุ่งเช้าสื่อออกข่าวการเสียชีวิตของ หัวหน้าตระกูลนายอาฑิตย์ และ คุณชายรองเมฆาโดยสภาพศพนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือแต่เครื่องประดับที่พอจะยืนยันได้ว่าเจ้าของร่างเป็นใคร

    หมวยเล็กที่กำลังนั่งกินข้าวกับ อัสนี ก็ถึงกับมองเขาด้วยความสงสัย

    “ มองอะไรอย่างนั้น”

    “ ฝีมือพี่?”

    อัสนีไม่ตอบเพราะเจเจเข้ามาหาเขา แล้วบอกว่า

    “พ่อช่วยสอนชกมวยให้หน่อย”

    “ ได้แต่ก่อนชกคนอื่น ต้องทนให้คนอื่นชกให้ได้ก่อนนะ”

    “ ได้ครับผมจะอดทนครับ”

    “ ดีงั้นไปหาผ้ามาพันก่อน จะได้ไม่เจ็บ เดี๋ยววันนี้พ่อออกไปจะหาซื้ออุปกรณ์การชกมาให้นะ”

    “แล้ววันนี้ไม่ไปโรงพยาบาลเหรอ?”

    “ วันนี้วันหยุด หากว่ามีเคสด่วนท่านผอ. คงโทรมาแล้ว”

    อัสนีเอ่ยออกไปและช่วยพันผ้าให้กับเจเจแล้วลงมือฝึกฝนท่ามวยกันสองคนพ่อลูก โดยมีพ่อกับแม่ของอัสนี นั่งยิ้มอยู่ข้างๆส่วนกุมารทองนั้นตอนนี้มีของชอบแล้ว นั่นคือ น้ำเต้าหู้ กับ ปาท่องโก๋ซึ่งกำลังกินไปอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งมีน้ำเต้าหู้ถึง 1 ลิตร และ ปาท่องโก๋ถึงยี่สิบตัว เป็นอัสนีเองที่บอกกับพ่อและแม่ให้เตรียมของให้กับ กุมารทองด้วย  ทำให้แม่กับพ่อนั้นจัดอาหารให้กุมารทองกินทุกมื้อเลย

    ระหว่างนั้นก็มีเสียงมือถือของอัสนีดังขึ้น

    “ สวัสดีครับท่านรอง”

    เป็นรองผอ.เกรียงที่โทรมาหาเขา

    “ กลับมาเสียทีตอนนี้ทางโรงพยาบาลมีเคสด่วนพิเศษหลายเคสเลย ช่วยรีบมาโรงพยาบาลหน่อยได้ไหมครับ”

    “ ได้ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้”

    อัสนีเข้ามาหอมหน้าผากของหมวยเล็ก แล้วก็ขับรถออกไปโดยไม่ลืมกอดเจเจ แล้วบอกว่ากลับมาจะพาไปทานอาหารนอกบ้าน พร้อมกับพาไปซื้อของที่จำเป็นด้วย

    โรงพยาบาลซานตาครอสวันนี้เป็นวันอาฑิตย์ แต่ก็ยังมีผู้คนมาเข้ารับการรักษาไม่น้อย อัสนีเดินเข้าไปด้านหน้า มีเจ้าหน้าที่ พยาบาล รปภ ล้วนให้ความเคารพกับเขามากขึ้นทำให้เขารู้สึกแปลกใจ เขาเดินเข้าไปที่ห้องของรองผอ.เกรียงที่พอเห็นเขาก็รีบลุกขึ้นมาจับมือเขาอย่างดีใจ

    “ มาแล้ว มีเรื่องด่วนเลยตอนนี้ไปดูเคสนี้ก่อนเลย”

    รองผอ.เกรียงพาอัสนีมาที่ห้องไอซียู ที่เป็นมีเตียงประมาณสามสิบเตียง แต่ตอนนี้เหลือคนไข้เพียงแค่สี่เตียงเท่านั้น มีหมอและพยาบาล เกือบสิบคน ทุกๆ คนล้วนแต่งกายด้วยชุดป้องกันสารพิษทั้งหมด

    “ คนไข้ทั้งสี่เป็นกู้ภัยพวกเขา ได้รับก๊าซพิษบางอย่าง ขณะกำลังเข้าไปช่วยเหลือคนงานชั้นใต้ดิน 20 คน  ที่กดสัญญาณขอความช่วยเหลือมา  ทั้งสี่คนเลยลงไปตรวจสอบ แต่พวกเขาก็แจ้งมาว่าพวกเขาหายใจไม่ออก  ทั้งสี่คนยังไม่ได้ก้าวลงบันไดชั้นใต้ดินเลยก็เริ่มมีอาการ แน่นหน้าอก พวกเขาจึงรีบถอยออกมา แล้วก็สลบไปเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกชุด เลยพาพวกเขาทั้งสี่ส่งที่ห้องไอซียูเราได้ทำการล้างพิษออกไปแล้ว  แต่พิษที่ได้รับเข้าไปมันเข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางตอนนี้ไม่มีใครรู้สึกตัวเลย

    ส่วนคนงานอีกยี่สิบคนนั่นคาดว่าอาจจะเสียชีวิตหมดแล้ว  ตอนนี้ทางตำรวจห้ามใครเข้าไปชั้นใต้ดินเป็นอันขาด”

    “ ก๊าซพิษซาริน”  อัสนีเอ่ยอย่างมั่นใจเพราะเขาใช้ดวงตามัจจุราชของเขา และสัมผัสจากการฝึกฝนคัมภีร์สยบวิญญาณระดับสูงเขาแค่มองและใช้ประสาทสัมผัส ก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือพิษอะไร

    “ ใช่แล้ว มันคือก๊าซพิษซารินคุณหมอรู้ได้ยังไง ยังไม่ได้ดูผลตรวจเลย”

    “แค่เห็นอาการก็รู้แล้ว แต่ว่าก๊าซพิษนี้มันมาอยู่ชั้นใต้ดินของตึกที่กำลังก่อสร้างได้อย่างไรกัน”

    “ ไม่มีใครรู้เลยเพราะตอนนี้คาดว่า ก๊าซพิษนี้คงจะกระจายไปทั่วชั้นใต้ดินแล้ว

    ดีที่มันมีมวลน้ำหนักมากกว่าออกซิเจน มิเช่นนั้น คงได้กระจายขึ้นมาข้างบนแล้ว”

    “ผมจะช่วยรักษาพวกเขา ท่านรองไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ”

    “สวมชุดป้องกันก่อนนะ”

    “ ไม่ต้องครับ”อัสนีเอ่ยพร้องกับเคาะเรียกหมอและพยาบาลด้านในให้มาเปิดประตู

    แต่หมอด้านในบอกให้เขาไปเปลี่ยนชุดเสียก่อน

    อัสนีไม่สนใจ ส่งพลังจิตออกไปแล้วเปิดประตูจากด้านในแล้วก็เดินเข้าไปเลย ไม่สนคำทัดทานของหมอเวร และพยาบาล

    “ อันตรายไปแล้วคุณหมออัสนี”

    “ ผมไม่เป็นอะไรก๊าซพิษเหล่านี้มีเพียงแค่เล็กน้อย ไม่สามารถทำอันตรายใครได้”

    อัสนีเอ่ยจบก็นำเข็มรักษาออกมา แล้วสั่งให้พยาบาลไปนำน้ำใส่กาละมังมา

    จากนั้นเขาก็ถอดเสื้อคนไข้ออกแล้วเริ่มปักเข็มใส่จุดต่างๆ บริเวณหน้าอก ลำคอ

    และศรีษะแล้วเขาก็ปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ไล่พิษออกมาอยู่ในเข็มรักษาเหล่านั้นไม่นานเข็มทั้งหมด 108 เล่ม ก็ดูดพิษซารินออกมาจนหมด เขาวางเข็มใส่ในกาลามัง  น้ำกลายเป็นสีดำไปทั้งอ่าง

    คนไข้พอถูกขับพิษออกก็รู้สึกตัวราวกับคนปกติทันที

    “ผมเป็นอะไรครับเนี่ย”  คนไข้เอ่ยถามพยาบาลอขณะที่ยังมึนงงอยู่

    “ คนไข้ถูกพิษตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ”

    “ไม่เป็นอะไรแล้วครับ แค่หิวน้ำ”

    “ คนไข้ถูกขจัดพิษแล้ว”อัสนีเอ่ย แล้วก็เริ่มรักษาคนที่สองเหมือนกัน ไม่นานทั้งหมดก็ถูกเขาถอนพิษออกมาจนหมด

    อัสนีเดินออกไปพบกับรองผอ.เกรียง  ที่ยังคงตะลึงกับวิธีฝังเข็มถอนพิษของเขาอยู่

    “พาผมไปที่เกิดเหตุหน่อยครับ”

    “ ได้ ได้”        

    ทั้งสองคนนั่งรถกอลฟ์ของโรงพยาบาล มาถึงสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งทางการได้นำเชือกมาล้อมเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้าไปมีตำรวจยืนคุมอยู่สี่ห้าคน

    “ผมจะขอลงไปดูคนงานหน่อยครับ บางทีอาจมีคนรอดชีวิตอยู่”

    “ไม่ต้องลงไปหรอกครับ เจ้าหน้าที่ควบคุมสารพิษห้ามทุกคนลงไปเพราะว่ายังมีสารพิษหลงเหลืออยู่ รอพรุ่งนี้ให้พวกเขาตรวจสอบสารพิษก่อนหากว่าปลอดภัยค่อยลงไปดีกว่าครับ” หัวหน้าตำรวจอธิบาย

    “แต่พวกเขาอาจยังไม่ตายก็ได้นะครับ ให้ผมลงไปตรวจหน่อยดีกว่า”

    “ อย่าดีกว่านี่มันก็เกือบ 24 ชั่วโมงแล้ว คนธรรมดาทั่วไป หากโดนก๊าซพิษซารินนี้ไม่กี่นาทีก็ตายแล้ว”

    “ ผมขอเสี่ยงเอง”อัสนีเอ่ยเสียงเข้ม

    “ ไม่ได้นะครับมันอันตราย”  รองผอ.เกรียงรีบคัดค้าน

    “ พวกเราก็คงไม่ให้คุณหมอลงไปอย่างแน่นอนครับ”  หัวหน้าตำรวจก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มแต่อัสนีสบตาพวกเขาไป หัวหน้าตำรวจคล้ายต้องมนต์สะกด เขายืนแข็งทื่อ เอ่ยออกมาว่า

    “ เชิญตามสบายครับ”

    อัสนีหันมาสบตากับรองผอ.เกรียงเช่นกัน 

    “ แล้วแต่คุณหมออัสเลยครับ”

    ไม่มีใครคัดค้านแล้วอัสนีก็ เดินลงไปชั้นใต้ดินทันที.........