ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบแปด ครูวิผู้งดงาม
หากเราจะไม่เชื่อสุนทรภู่ในความคิดวิจารณญาณของท่านก็เป็นที่เข้าใจได้
แต่เราควรจะเชื่อเรื่องของการวิจารณ์ผู้หญิงของท่าน
หากเราต้องการรู้เรื่องผู้หญิงเราจะเชื่อการวิจารณ์จากอินเซลIncel เนิร์ดที่เห็นผู้หญิงแค่ตัวหนังสือหรือภาพวาดหรือเชื่อคำวิจารณ์จากคนที่จีบสาวไปทั้งพระนครจนเกือบโดนประหาร?
แน่นอนมันคือแนวคิดที่ Problematic เป็นปัญหาตามสายตาของแฟมินิสม์และผู้ที่ผ่านการศึกษาวิชา Gender study สตรีศึกษา และ Feminism Literature วรรณกรรมแฟมินิสม์ มา
ว่าคำกล่าวของกวีขี้เมาเจ้าชู้ประตูดินนั้นไร้สาระ
ทั้งที่เขาควรจะมีประสบการณ์มากกว่าพวกอินเซลและเนิร์ดอย่างมากๆแต่เราก็จะแกล้งๆลืมๆไปเพราะแนวคิดนั้นมันProblematic เป็นปัญหา
ตามแนวความคิดปัจจุบันที่พยายามเพิ่มอำนาจempowerment ให้แก่ผู้หญิง
ด้วยเหตุผลบางประการมีคนด่าว่าวิจารณ์สุนทรภู่ที่มองว่าสาวบ้านนอกตัวดำไม่น่าชมทั้งที่โฆษณาขายสินค้าต่างๆหรือผลิตภัณฑ์เพิ่มความขาวครีมกวนอูที่ผสมสารปรอทจนสนมในราชวงศ์ต่างๆกลายเป็นหมันหรือสารพิษตกค้างเสียชีวิตก็เพราะค่านิยมความขาวกันทั้งนั้น
ไม่แปลกที่สุนทรภู่ที่จีบสาวมาทั้งพระนครจะไปชมสาวชาวบ้านแล้วผิดหวัง
เจิดไม่ใช่คนอย่างสุนทรภู่และก็ไม่ใช่สาวสมัยใหม่ที่ย้อนกลับมาในอดีตเมื่อเจอพระเอกหรือตัวร้ายในนิยายด้วยเช่นกัน
เค้าก็หล่ออ่ะ นะแต่ชั้นเจอดาราเกาหลีหรือคนที่หล่อมว๊ากกกกว่านี้มาแล้ว เลยมีภูมิคุ้มกัน
ซึ่งเจิดค่อนข้างงงมากว่าภูมิคุ้มกันที่ว่าน่ะมันภูมิคุ้มกันแบบไหน
แค่เห็นจากที่ไกลๆนี่ถือว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วหรือ?
เหมือนกับเราไปวาติกันแล้วเห็นคทากับมงกุฎกับเก้าอี้โฮลี่ซีของโป๊ปแล้วเราบอกว่าเราพอใจแล้ว
เราจะไม่ขโมยของมีมนตราอาคมอันอื่นอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ?
ทั้งที่มงกุฎ คทาและโฮลี่ซีก็ยังอยู่กับโป๊บไม่ได้อยู่กับตัวเราแม้แต่น้อย?
ทำไมผู้หญิงสมัยใหม่ที่ย้อนเวลากลับมาถึงบอกว่าตนเองมีภูมิต้านทานคนหล่อได้?
ถ้าหากเป็นพวกเนิร์ดอย่างเจิดที่อุทิศจิตวิญญาณให้กับโลกจินตนาการสองมิติยังพอเข้าใจได้ว่าขอเพียงจินตนาการถึงไม่ต่างกับความเป็นจริง
แต่สำหรับผู้หญิงที่ต้องการสัมผัสในโลกความเป็นจริงน่ะมันพอแล้วหรือ?
ซึ่งหากวิจารณ์ตามความสัตย์ครูวินั้นถือว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งผิวขาว ผมยาวสลวย ตัวสูงโดดเด่นมากกว่าคนอื่นๆ
ลักษณะของคนที่มีอาหารการกินสมบูรณ์ในวัยเด็กสังเกตได้จากคนมาจากพื้นที่ยากจนจะตัวเล็กกว่าคนในเมืองหลวงตามค่าเฉลี่ย
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่พบว่าตนเองตัวพอจะสูงอยู่พอไปในเมืองกรุงจะกลายเป็นคนธรรมดา
แต่โชคดีที่เรามีแฟมินิสม์อีกแล้วมาคอยปกป้องเรา
แทนที่จะต้องให้มนุษย์ธรรมดาพยายามพัฒนาตนเองเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานความสวยงาม
แฟมินิสม์ได้พยายามเปลี่ยนมาตรฐานความสวยงามเสียเพื่อไม่ให้ผู้หญิงไม่ต้องลำบากแม้เพียงยกมืออีกต่อไป
ไม่ว่าจะอ้วนหรือหน้าตาขี้เหร่แค่ไหนก็ถือว่าเป็นมาตรฐานความสวยงามของตนเองได้ทั้งสิ้น
น่าเสียดายที่เหลือแต่เพียงความสูงเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่สามารถล้มล้างออกไปจากมาตรฐานความสวยงามได้
“ชายก็หล่อ หญิงก็สวยเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ฮิ้ววว”
บรรดาลูกน้องของผมทำตัวเป็นลูกน้องที่ดีคอยแซวอยู่ข้างๆ