Age of war

    ตอนที่ 103 เสียงที่ดังกังวาล

    ดาวเทียม คือสิ่งประดิษฐที่มนุษย์คิดขึ้นมาเพื่อโคจรรอบโลกด้วยแรงดึงดูดของโลกประดุจดวงจันทร์ที่หมุนวนรอบโลกสีคราม

    ดาวเทียมนั้นถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร การสื่อสาร รายงานสภาพความเป็นไปของโลก วิจัยทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงศึกษาอวกาศของพวกเรา

    ดาวเทียมดวงแรกของโลกนั้นถูกส่งขึ้นไปเมื่อปี ค.ศ 1957 โดยรัสเซียในชื่อของ [สปุตนิก (Sputnik) ] ก่อนที่ปีต่อมาทางสหรัฐได้ยิงดาวเทียมตามขึ้นไปในนามของ [เอ็กโพเลอร์ (Explorer) ]

    และเจ้าสิ่งที่ว่านี้ก็กำลังจะถูกยิงส่งขึ้นอวกาศในต่างโลกใบนี้เป็นวันแรกด้วยเช่นกัน

    ดาวเทียมของยะมะโตะหรือที่รู้จักในชื่อของ [ดาบแห่งพระเจ้า] นั้น ถูกออกแบบด้วยวัสดุต่างโลก [แร่ฮีเฟสตุส] แร่ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทนความร้อน เป็นฉนวนชั้นดี เป็นแร่ในฝันของมนุษย์ชาติ

    และด้วยความสำเร็จของการร่วมมือระหว่างยะมะโตะกับเอสเทอ เลยทำให้ยะมะโตะเพิ่มอีกระบบหนึ่งเข้าไปนตัวยาน

    นั่นคือความสามารถในการผลิตเชื้อเพลิงและซ่อมแซมตัวเองได้

    ด้วยเครื่องจักรที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างเขากับเอสเทอวิจัยมันขึ้นมา จึงทำให้เขานำมันมาพัฒนาต่อเองจนกลายเป็นหุ่นยนต์นาโนที่สามารถแก้ไขโครงสร้างหน่วยอนุภาคเล็กสุดเป็นสสารต่าง ๆ ได้สำเร็จ

    ด้วยสิ่งนี้ จึงทำให้ตัวยานสามารถซ่อมแซมยานและผลิตเชื้อเพลิงได้เองอย่างไร้ที่สิ้นสุด จากการดึงอนุภาคที่กระจายไปทั่วอวกาศมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นแปรรูป

    และถึงจะหลอกทุกเผ่าว่ามันเป็นดาวเทียมสังเกตุเพื่อการวิจัยธรรมดา แต่ความจริงมันยังมีอาวุธไม้ตายติดตั้งรวมอยู่ด้วย

    สิ่งนั้นคือปืนใหญ่คลื่นรังสีไมโครเวฟแรงสูงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งบนพื้นโลกนั่นเอง

    นี่คือ [ดาบแห่งพระเจ้า] ของยะมะโตะ อาวุธไม้ตายที่เขาทุ่มกายและมันสมองสร้างมันขึ้นมา



    ***ผู้กล้าแดงขาว [เปอร์ไซด์]

    “ต่อไปขอเชิญคุณเปอร์ไซด์เป็นตัวแทนทั้งห้าเผ่าขึ้นมาพูดให้เกียรติ์เปิดงาน ณ บัดนี้ค่ะ”

    พี่สาวเผ่าสองแขนหน้าตาจิ้งจอกผมสีดำยาวประบ่าไว้ผมแสกหน้า เธอคนนั้นกำลังทำหน้าที่เป็นพิธีกรเปิดงาน [พิธีเปิดเมืองแห่งการเริ่มต้น-เมืองแห่งคริสตัล] อยู่

    ด้านข้างของเธอคือบรรดาผู้นำของแต่ละเผ่าที่กำลังมายืนรวมตัวกัน

    เผ่าสองแขนของพี่สาวเอรีส ผู้นำสูงสุดชาวจีนที่ชื่อว่า [กัง] พร้อมกับเหล่าผู้นำประเทศของพวกเขา

    เผ่าเขาคู่ องค์ราชา [ดูเรียน] กับบรรดาขุนนางทั้งสิบ

    โชคร้ายที่ลุงบานากับพี่สาวแครอทหายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ เลยทำให้ไม่ได้เจอพวกเขาในงานนี้ค่ะ

    เผ่าสี่แขนของพี่สเลบนั้น จะเป็นตัวตนระดับ [นางพญา] ของเผ่าทั้งห้าคน

    ตัวตนที่เรียกว่าราชินีนั้นมีหน้าตาที่แทบเหมือนกันทุกคน หนูเลยแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครค่ะ

    และเผ่าสุดท้าย เผ่าปีกแสงของพี่เอสเทอ ประธานาธิบดี [ลิลลี่] กับคณะสภาของเธอ

    ผู้นำเผ่าของเอสเทอนั้น ลิลลี่คนนั้นกำลังยืนคู่อยู่กับผู้นำกังของเผ่าสองแขนด้วยรอยยิ้ม

    แถมยังมีแอบจับมือกันด้วย

    จะว่าไปเห็นได้ข่าวลือเรื่องรัก ๆ ระหว่างสองคนนี้มาบ้างเหมือนกัน

    เห็นแบบนี้แล้วหนูรู้สึกดีใจมากเลยค่ะ เพราะนั่นแปลว่าคนอื่น ๆ เริ่มเป็นมิตรกันมากขึ้นตามที่ตัวหนูได้วาดฝันเอาไว้

    โลกที่ไร้ซึ่งสงครามอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้นะ มันดีที่สุดแล้วค่ะ

    แต่ดูเหมือนว่าเลขาของผู้นำกังจะไม่ชอบเอามาก ๆ เพราะว่าเธอกำลังจ้องไปทางประธานาธิบดีลิลลี่ด้วยสายตาที่เคียดแค้น

    รักสามเส้าหรือค่ะนั่น?

    ส่วนตัวแทนผู้นำของเผ่าหนู แน่นอนว่าเป็นไฮเจนกับโซเดียม

    สองคนนี้ในอดีตเคยเป็นเพื่อนที่ช่วนให้รู้สึกอึดอัดมากค่ะ

    อย่างไฮเจนสมัยที่ยังเป็นผู้ชายนะ วัน ๆ เอาแต่พยายามจีบหนูแบบน่ารำคาญจนน่ากลัว นิสัยก็ไม่ดี ชอบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

    ส่วนโซเดียมก็เอาแต่คอยหลบหน้า ทำตัวมืดมน ไม่คุยกับใคร

    แต่ปัจจุบัน ถึงจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตอนที่หนูออกไปผจญภัยโลกกว้าง แต่พอกลับมาอีกที ไฮเจนก็ตัดไอนั่นทิ้งแล้วกลายเป็นสตรีที่สวยงามทั้งร่างกายและจิตใจ เลิกเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง คอยรับฟังคนอื่นมากขึ้นด้วยค่ะ

    ส่วนโซเดียมเองก็เลิกมืดมน กล้าที่จะแสดงออก และยังได้รับความนิยมจากคนในฝูงอย่างกว้างขวาง

    แถมที่สำคัญนะ ทั้งสองคนยังสนิทกันมากจนหนูดูออกเลยว่านี่มันคือความรัก~

    พอเห็นเพื่อนของตัวเองไปได้ดีด้วยกันแบบนี้ ตัวหนูเองก็พลอยดีใจไปด้วย

    “... ได้เวลาพูดเปิดพิธีแล้ว”

    หนูกางปีกบินออกจากที่นั่งชั้นพิเศษ แล้วไปยืนบนเวทีหน้าฐานยิงอะไรสักของเผ่าสองแขน

    แต่ถ้าจะให้พูดทั้งห้าภาษาของทั้งห้าเผ่าเพื่อเปิดพิะ๊ มันก็ออกจะน่าเบื่อและยืดยาวน่ารำคาญค่ะ

    ดังนั้น---

    “มุจิ มุจิ มุจิมุ~ ขอบคุณทุกท่านค่ะ~”

    ---การพูดอะไรมั่ว ๆ ไร้ความหมายออกไปจึงดีที่สุดค่ะ

    “ภาษาพื้นถิ่น? ”

    “คำอวยพรของเผ่ามนุษย์นกหรือ? ”

    “ใครพอจะแปลได้บ้างว่าเธอพูดอะไรออกมานะ? ”

    ทุกคนที่มารวมตัวนับหลายแสนในพิธีต่างพึมพำออกมาอย่างงุนงง

    ใช่แล้ว ให้ทุกคนงงไม่ต้องเข้าใจความหมายแล้วตีความกันเอาเองนั่นละคะดีแล้ว

    อีกอย่าง มันดูตลกดีด้วยค่ะ~

    “เออ… ขอบคุณเปอร์ไซด์จากเผ่าปักษามากนะคะ ต่อไปจะเป็นการยิง [ดาวเทียม] อันเป็นตัวแทนสันติภาพ และหลักฐานของความร่วมมือระหว่างเผ่าโดยยะมะโตะค่ะ”

    พี่สาวหน้าจิ้งจอกรีบปรับอารมณ์แล้วดำเนินรายการต่อในทันที

    รับมือได้ดีมากเจ้าค่ะ!

    “กระผมยะมะโตะ---”

    เนื่องจากดูแล้วผู้ชายในชุดสีขาวจะพูดยืดยาว หนูเลยไม่สนใจฟังแล้วบินไปรวมตรงที่นั่งชั้นพิเศษด้านข้างไฮเจนกับโซเดียมแทน

    "ลองกินเนื้องูย่างไหม? อร่อยนะ"

    "โอ๊ว? ขอบใจนะไฮเจน"

    ไฮเจนคนนั้นกำลังป้อนเนื้องูยักษ์เสียบไม้ย่างให้โซเดียม

    ถึงเผ่าของพวกหนูจะไม่มีแขนเหมือนเผ่าอื่น แต่ยังสามารถใช้ปีกจับรัดสิ่งของได้อยู่ค่ะ

    “สวีตกันจริงนะคะ~"

    "มะ… ไม่ได้อยากจะป้อนให้ไองี่เง่าโซเดียมกินเสียหน่อย! แค่กลัวว่ามันจะแย่งไปกินหมดต่างหาก! "

    "... เราไม่ได้ตะกละขนาดนั้นสักหน่อย"

    ไฮเจนบอกปัดความตั้งใจด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ

    ไม่ซื่อสัตย์กับหัวใจเลยนะเจ้าค่ะ

    แบบนี้หนูคงต้องช่วยเป็นแม่ยกเชียร์ให้เสียหน่อยแล้ว~

    "---เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลทั้งมวล ดาวเทียมจึงจะช่วยไขความลับของความมืดที่กัดกินโลกได้ครับ เอาละ งั้นกระผมขอสั่งการยิงจรวดเลยนะครับ! "

    ในตอนนั้นเองที่เผ่าสองแขนชื่อยะมะโตะพล่ามเสร็จพอดี

    ชายในชุดกาวน์สีขาวกดสวิตช์สีแดงในมือลงด้วยแววตาที่สนุกสนานตื่นเต้น

    พริบตาต่อมาก็เกิดเสียงจุดระเบิดดังลั่น ก่อนที่วัตถุรูปทรงกระบอกหัวมนเรียบสีขาวจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

    แสงประกายสีฟ้าที่รุนแรงเริ่มจุดแผดเผาหญ้าด้านล่าง ควันสีเทาแผ่ขยายออกกลืนกินไปทั่วอัฒจันทร์ผู้ชม

    "กรี๊ดดด!? "

    หนูรีบยกปีกขึ้นมาปิดหูพร้อมกับส่งเสียงตกใจอันเนื่องจากเสียงระเบิดที่ไม่คาดคิด

    ถ้าหากว่าพื้นที่รอบฐานยิงดาวเทียมไม่มีบาเรียภูติคลุมเอาไว้ ป่านนี้คงถูกแรงจุดระเบิดเมื่อกี้เป่ากระเด็นปลิวไปไกลแล้วค่ะ!

    ทำไมไม่เตือนกันก่อนละคะว่าจะมีเสียงดัง [บรึ้ม~] แบบนี้นะคะ!?

    วัตถุที่ถูกส่งขึ้นท้องฟ้าเริ่มสลัดชิ้นส่วนบางอย่างลงมาพร้อมกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น

    "โอ๊ววว!? "

    มันน่าตื่นตาตื่นใจมากค่ะ

    ทุกครั้งที่มันสลัดท่อกลม ๆ บางอย่างลงมา มันก็จะจุดระเบิดดัง [ตูม~] ขึ้นมาอีกครั้ง

    และทุกครั้งที่มันส่งเสียง รูปร่างของมันก็จะเปลี่ยนไปด้วย

    มันทำให้หนูนึกถึงสิ่งที่เอรีสเคยเอามาให้อ่านเล่น พวก [มังงะหุ่นยนต์] เหล่านั้น

    ทุกคนต่างเงยหน้าจับจ้องมันเป็นสายตาเดียวกัน จนกระทั้งดาวเทียมมันหายลับท้องฟ้าไป

    หนูพอจะเห็นรูปร่างสุดท้ายของมันได้

    มันมีรูปร่างคล้ายถ้วยชามยักษ์ที่ติดปีกบาง ๆ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ ซึ่งร้อยเรียงเข้าด้วยกันจนมีขนาดใหญ่ละ

    "มาชมจากภาพกันเถอะครับ"

    ชายที่ชื่อยะมะโตะกล่าวเช่นนั้น

    วัตถุก้อนกลมไร้สีจำนวนมากได้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ว่างเปล่า

    มันเรียงตัวกันเหนือผืนนภาที่กว้างใหญ่อันไร้ขอบเขต

    วัตถุทรงกลมเท่ามือเหล่านั้นได้เชื่อมต่อด้วยเส้นแสงเข้าด้วยกัน ก่อนจะกลายเป็นหน้าจอฉายภาพขนาดยักษ์ซึ่งกินพื้นที่กว่าสี่หมื่นตารางเมตรเหนือผู้ชมบนพื้น

    แล้วพวกเราก็ได้เห็นความลับของโลกใบนี้

    "มืดตื๋อเลยค่า~"

    ภาพที่ถูกส่งกลับลงมานั้นมีแต่ความมืด

    มืดมิด ไม่มีแสงดาวหรือดวงตะวันเลยค่ะ

    ไม่สิ หากสังเกตุแล้ว มันยังพอเห็นได้ว่ามีแสงดาวอยู่

    แต่จุดมันเล็กมาก เหมือนกับว่ามีม่านสีดำมากางบังขวางกั้นเอาไว้

    "... กระผมจะลองให้มันฉายภาพบนโลกดูนะครับ"

    ว่าแล้วยะมะโตะก็สั่งการลงบนเครื่องที่เรียกว่า [มือถือ] ในมือของเขา

    เห็นเอรีสบอกว่ามันเป็นอุปกรณ์วิเศษที่ช่วยให้ทุกคนสื่อสารและเข้าถึงเรื่องน่าอัศจรรย์ทั้งหลายได้ค่ะ

    หลังจากที่เขาสั่งการบางอย่างใส่มือถือ ภาพหน้าจอสีดำก็เปลี่ยนเป็นภาพผิวโลกในทันที

    "อะไรค่ะนั่น? เกาะที่จมในทะเลสีดำหรือคะ? "

    "เหมือนกับว่าโลกทั้งใบกำลังโดนวังวนน้ำวนสีดำดูดกลืนอยู่เลยแฮะ"

    "ฉันมองว่ามันเหมือนเป็นพายุสีดำมากกว่านะ"

    หนูกับ โซเดียม และไฮเจนต่างออกความเห็นต่างกันไป

    ภาพที่ปรากฏนั้นคล้ายกับเกาะที่กำลังจมลงไปในทะเลสีดำ

    แต่ทะเลสีดำนั้นคือคลื่นพลังงานบางอย่างที่หมุนเป็นเกลียวน้ำวนสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า

    ถ้ามองจากผิวโลกจะเห็นเป็นคลื่นกำแพงที่ลอยตัวสูงชันเหมือนน้ำตกไหลขึ้นท้องฟ้า

    แต่พอมองจากมุมสูง จะพบว่าแท้จริงแล้วมันเป็นกระแสพลังงานสีดำที่หมุนวนเป็นเกลียวดุจพายุขนาดยักษ์

    พายุนั้นหมุนวนทอดตัวสูงไปสุดท้องฟ้า ทะลุชั้นบรรยากาศ และเลยขึ้นไปในอวกาศที่มืดมิด

    ส่วนตาของพายุสีดำนั้น ก็คือพื้นทวีปที่พวกเราอาศัยอยู่

    "ภาพมันสั่นหรือเปล่าคะ? "

    ในตอนที่กำลังเพ่งเพื่อวิเคราะห์การหดตัวของพายุสีดำที่กลืนกินโลก เจ้ากล้องของดาวเทียมก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง

    "เหวอ!? "

    แล้วพอรู้ตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็พร่ามัวหายไป

    แต่พอผ่านมาได้ราวสามนาที ภาพก็กลับมาชัดอีกครั้งหนึ่ง

    ดูเหมือนว่าพอดาวเทียมลอยขึ้นสูงไปที่ระดับหนึ่ง มันจะถูกคลื่นพลังบางอย่างเหวี่ยงใส่จนถูกดีดกลับมาค่ะ

    จะบอกว่าแม้แต่พื้นที่เหนือขึ้นไปบนฟ้าเอง ก็กำลังมีความมืดที่คืบคลานเข้ามาเช่นกันหรือคะ?

    ทุกคนต่างรู้สึกถึงความสิ้นหวังเมื่อได้ทราบความจริงว่าแม้แต่บนอวกาศเอง ก็ยังไร้ซึ่งหนทางหนีไปจากโลกที่กำลังล่มสลายแห่งนี้

    บรรยากาศของงานได้กลายเป็นดั่งพิธีศพไปในทันที

    "... มาส่องพื้นโลกเปลี่ยนอารมณ์ แล้วเชิญทุกท่านสนุกกับงานและร้านค้ากันต่อเถอะครับ"

    เพื่อปรับเรียกความรื่นเริงกลับมา ยะมะโตะจึงรีบควบคุมให้ดาวเทียมไปจับภาพอื่นแทน

    เขาให้มันฉายภาพของยอดต้นไม้โลก [อิกดราซิล] ต้นไม้ขนาดยักษ์ที่อุดมไปด้วยกิ่งก้านสาขาสีเขียวขนาดใหญ่

    "ฮืม? นั่นมันคุณที่นอนพุงกะทินี่ค่ะ? "

    บนยอดของอิกดราซิลนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่เผ่าของคุณพี่เอรีสเรียกว่า [มังกร] กำลังทำรังนอนอยู่ตัวหนึ่ง

    มันคือมังกรยักษ์เกล็ดสีดำพุงกะทิค่ะ

    ใช่แล้ว มันคือเจ้าตัวที่ถูกพวกหนูอัดเล่นเป็นสอบทรายเมื่อเดือนที่แล้วตัวนั้นยังไงละคะ

    รังของมันอยู่บนยอดไม้อิกดราซิลเองหรือค่ะเนี่ย

    "บนตัวของคุณมังกรมีใครอยู่ด้วยคะ? คุณยะมะโตะ~ ช่วยซูมให้ทีค่ะ! "

    "ขอมาจัดให้"

    ว่าแล้วภาพก็ถูกขยายใหญ่ไปที่พุงกะทิของคุณมังกรดำ

    แล้วภาพนั้นก็ถูกฉายขึ้นหน้าจอ

    ภาพของสตรีผมสีม่วงเผ่าเขาคู่ที่หนูรู้จักกำลังจูบอย่างดูดดื่มกับบุรุษผมสีส้มเพลิงที่ดวงตาเหลือกขาวโพล้น

    “...”

    ลุงบานากับพี่สาวแครอทหรือคะนั่น?

    ทั้งที่ควรเป็นภาพพล๊อตรักแสนสุขระหว่างพี่สาวแครอทกับลุงบานา แต่สภาพของลุงบานานั้นกลับเหมือนว่ากำลังตกนรกอยู่ซะงั้น

    หนูรู้แล้วละว่าลุงบานาหายตัวไปไหนร่วมเดือนนะคะ…

    "เผ่าเขาคู่นี่น่าไม่อายเลยนะ"

    "ใช่ ๆ "

    ไฮเจนกับโซเดียมวิจารณ์เช่นนั้นในสภาพที่กำลังแลกกันป้อนงูเสียบไม้ย่าง

    ทางนี้ก็สวีทกันซะ...

    พวกเธอสองคนไม่มีสิทธิ์ไปว่า---



    ในวินาทีนั้น สัญชาตญาณของหนูได้กรีดร้องดังลั่นขึ้นมา

    ทุกคนในเผ่าที่นั่งบริเวณนี้เองก็รู้สึกเหมือนกัน

    ว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังจะเกิดขึ้น

    แต่พวกเราไหวตัวช้าไป

    ทั่วทั้งวิสัยทัศน์ของหนูได้กลายเป็นสีขาวโพล้นไปแล้ว

    *บรึ้มมม! *

    เสียงระเบิดดังก้องกังวาลไปทั่ว พลังงานบีบอัดที่รุนแรงได้เข้าบดขยี้ทุกสิ่ง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดได้แผ่กระจายไปสุกสารทิศ

    แน่นอนว่าระเบิดแค่นี้ทำอะไรร่างกายของหนูไม่ได้หรอก

    ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเหล่าคุณวิญญาณ ที่ช่วยดัดแปลงร่างกายนี้ให้แข็งแกร่งเหนือทุกชีวิตในโลกใบนี้ และยังดัดแปลงทุกวันจนแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีหยุด

    แต่ว่าเพื่อนของหนูไม่ได้แข็งแกร่งแบบนั้น

    มุมที่นั่งพิเศษของหนูนั้นตั้งอยู่ใกล้กับที่นั่งของเผ่าปักษาของหนู

    ระเบิดแสงขาวที่รุนแรงได้กินพื้นที่เป็นวงกว้าง โดยมีที่นั่งของเผ่าหนูเป็นเป้าหมาย

    หนูเห็นภาพของพรรคพวกเผ่าตัวเองถูกขยี้ตายต่อหน้า

    เห็นร่างสีขาวที่งดงามของไฮเจนกลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา

    เห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนของโซเดียมบิดเบี้ยวก่อนจะปริแตกพร้อมเลือดสาดกระจาย

    เห็นภาพการตายของทุกคน

    ทุกคนตายหมด… ตายกันหมดเลย…

    ตายกันทุกคน ตายทั้งเผ่า ชีวิตกว่าห้าหมื่นคนที่เหลือรอดได้ตายพร้อมกันแบบไร้เหตุผล

    ตายแล้วทิ้งหนูเอาไว้คนเดียว

    มีแค่หนูคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้

    และคริสตัลของเผ่าหนูมันแตกไปนานแล้ว

    ดังนั้นชีวิตของทุกคนจะไม่มีวันกลับมา

    จะไม่มีวันได้เห็นไฮเจนกับโซเดียมอีกต่อไป

    "ใคร..."

    ทั้งที่พวกเราแพ้แล้ว ไม่อยากทำสงครามแล้ว และต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุขเท่านั้น

    ไม่คิดแค้นและปล่อยวางทุกสิ่ง

    แต่ทำไม…

    "ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยคะ? "

    ไม่เข้าใจ

    หรือว่าจะมีเป้าหมายที่ตัวหนู?

    แต่ไม่เห็นต้องลากทุกคนมาเกี่ยวด้วยเลยนี่คะ?

    ไร้เหตุผล… มันไร้เหตุไร้เหตุผลไปแล้ว

    นี่ต้องเป็นความฝันแน่เลยค่ะ

    ใช่แล้ว ถ้าหนูลืมตาตื่นขึ้นมา ทุกคนต้องยังมีชีวิตอยู่แน่นอน…

    มีชีวิตอยู่…

    แต่ศพกับเลือดตรงหน้านั้นหนูสามารถสัมผัสได้

    หนูลองเอาขาไปแหย่ก้อนเนื้อที่อดีตเคยเป็นร่างของเพื่อนหนูด้วยความหวาดกลัว

    หนูสัมผัสมันได้

    รู้สึกได้ถึงเลือดอุ่น ๆ กับกลิ่นคาวที่โฉยขึ้นมา

    ไม่อยากรับรู้เลย

    อยากให้มันเป็นเรื่องโกหก

    แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง ร่างกายของหนูมันยืนยันด้วยตัวเองแล้ว

    ฮึก...

    ไม่เอานะ

    ฮือ…

    ไม่จริง… ไม่เชื่อ… ไม่… ฮือ… งือ… แง---

    "แงงงงงงงงงงงง! ทุกคนตายกันหมด! ตายกันหมดเลย! ฝีมือใคร! มันเป็นฝีมือของใครกัน! ฝีมือของใครกันนนนนนนนน! "

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508