วาลาอิสฟาร์ม
หลังจากที่สัปดาห์ก่อนนั้นเพเนียสและครอบครัวไปเยี่ยมบ้านปู่กับย่ามาแล้ววันนี้ก็ถึงทีที่จะไปบ้านของตากับยายบ้างภารกิจยามเช้าก็เหมือนเดิมหากแต่เก็บผักให้เร็วกว่าเดิมเล็กน้อยแล้วสองแม่ลูกก็เข้าครัวทำอาหารมาด้วยเหมือนกันและหลังจากสองพ่อลูกกลับมาจากส่งผักก็ได้ออกเดินทางกัน พวกเขาออกจากบ้านในตอน 10โมง ใช้เวลาเดินทางกว่าสองชั่วโมงครึ่ง มุ่งลงใต้เฉียงไปทางตะวันตกก็มาถึงที่หมายแล้ว มาถึงในเวลา 8.30 น. ของที่นี่ซึ่งถือว่ามาทันเวลาอาหารเช้าพอดี(ซึ่งพวกเขาก็รอกินข้าวพร้อมกับบ้านเพเนียสนั่นแหละถ้าไม่เช่นนั้นคงกินั้แ่ชั่วโมงก่อนแล้ว)
รถลอยฟ้าคันสีขาวคันเดิมของบ้านเพเนียสค่อยๆลดความสูงลงก่อนจะลงมาวิ่งบนถนนปกติเมื่อใกล้จะถึงหน้าทางเข้าบ้าน ปกติตามมารยาทแล้วพวกเขาจะต้องขับรถบนพื้นถนนเพื่อที่จะได้ผ่านเข้าทางประตูบ้านของเ้าบ้านซึ่งเป็มารยาทที่พึ่งปฏิบัติกันถึงแม้นี่จะเป็ญาติที่สนิทกันก็ตามยกเว้นก็แต่มีเื่ด่วนจริงๆถึงจะขับฝ่าอากาศลอยเข้าไปจอดหน้าตัวบ้านเลยถึงอย่างนั้นการกระทำแบบนี้ก็ยังผ่อนปรนลงมากแล้ว อย่างในเมืองที่อาศัยบนตึกสูงใหญ่โตพวกเขาก็ยังขับรถเข้าไปจอดด้านในตามที่จอดรถของแต่ละชั้นได้เลย และแล้วก็ถึงเสียทีวาลาอิส ฟาร์ม (Vala Farm) ที่มีป้ายหน้าทางเข้าขนาดใหญ่พร้อมประตูที่เปิดออกเองตามคำสั่งคนในบ้านหลังจากที่เห็นแล้วว่าคนที่รอมาถึงแล้ว
“โอ้ ถึงแล้วต้องไปดูหน้าอริผมเสียหน่อยแล้วล่ะ”เพเนียสว่าขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อรถวิ่งพาพวกเข้ามาในเขตฟาร์มบ้านเดิมของเพเรน่ามีฟาร์มขนาดกว่า 500 เอเคอร์พวกเขาเลี้ยงแกะตามร่างสัตว์ของพวกเขา และนอกจากแกะ ก็ยังมีแพะอีกด้วยเช่นเดียวกับกระต่ายอีกเล็กน้อยตามความชอบตอนเด็กๆของหลานสาวของบ้านที่ตอนนี้ก็ยังชื่นชอบอยู่
“คิดถึงอิงค์กี้มากกว่ามั้งไม่น่าจะใช้คู่อริหรอกแบบนี้” เพวิสเอ่ยแหย่น้องชายออกมาพร้อมยกยิ้มอริของเพเนียสที่กล่าวถึงนั้นเป็แกะตัวหนึ่ง มันเป็แกะตัวผู้ที่อยู่มานานแล้วตอนนี้ก็ขึ้นเป็ผู้นำฝูงแล้วด้วยอายุที่มากนั้นน่าจะพอๆกับเพเนียสเลยทีเดียวทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมที่นี่ก็จะต้องเข้าไปวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าของบ้านเป็ประจำเ้าอิงค์กี้ก็จะชอบแกล้งเขาอยู่เรื่อย ทั้งวิ่งไล่ เอาเขาชนหลัง หรือเตะขา
“เฮ่อะ!! ไม่ได้คิดถึงเสียหน่อย” เพเนียสตอบเสียงขึ้นจมูกก่อนหันหน้าหนีพี่ชายออกไปมองหน้าต่างด้านข้างรถแทนรถวิ่งบนถนนที่ตัดผ่านทุ่งหญ้าที่เหลืออยู่ประปรายข้างทางมีแกะและแพะอยู่ส่วนหนึ่ง มีทั้งรวมกันเป็กลุ่มใหญ่ แยกอยู่ไม่กี่ตัวหรือว่าอยู่อย่างโดดๆก็มี ถึงแม้จะอากาศเย็นลงมากแต่ทุ่งหญ้าส่วนหนึ่งก็ยังถูกดูแลอย่างดีให้เพียงต่อความ้าของสัตว์เลี้ยงอยู่และทุ่งหญ้าก็ไม่ได้โล่งจนเกินไปด้วยยังมีต้นไม้อยู่ประปรายที่ทิ้งใบไปหมดแล้วตามฤดูหนาวที่เย็นจนหิมะตกจึงเหลือเพียงร่มเงาจากที่สร้างขึ้นมาเพิ่ม แล้วอีกด้านหนึ่งของถนนที่ไม่ใช่ทุ่งหญ้านั้นก็คือบ้านหลังใหญ่ของเ้าพวกนี้นั่นเองซึ่งตอนนี้ทั้งแกะแพะกว่าครึ่งที่ไม่ชอบหนาวก็ล้วนหลบอยู่ข้างในคอยกินอาหารที่คนเอาให้แทนการออกมาเดินหากินเอง ช่างสบายเสียจริง
“ไปเด็กๆลงรถได้แล้วจ้า”เสียงเพเรน่าเอ่ยขึ้นเมื่อรถหยุดนิ่งแล้ว
“ครับบบ”สองพี่สองที่นั่งด้านหลังขานรับก่อนลงจากรถจากประตูคนละฝั่งฝ่าความหนาวเย็นที่มากกว่าที่บ้านพวกเขาหลายองศาไปขนเอาขนข้าวของจากหลังรถทันที ข้าวของที่ว่าก็คืออาหารนั่นแหละ
“สวัสดีครับ/ค่ะ คุณพ่อ คุณแม่” สิวัชและเพเรน่าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นผู้าุโที่ยังแข็งแรงทั้งคู่ออกมายืนรอพร้อมกับลูกหลานคนอื่นๆ
“สวัสดีครับคุณตา คุณยาย น้าเมอิสน้าเนท” เพเนียสและเพวิสเอ่ยขึ้นเมื่อเดินตามหลังผู้เป็พ่อแม่มาถึงคนที่ยืนรออยู่ตรงหน้านั้นทั้งคุณตา เมอิส เนทก็ล้วนมีเส้นผมเป็สีขาวเหมือนกับเพเนียส ไม่สิต้องบอกว่าเหมือนเพเรน่ามากกว่าเพราะทั้งสามคนมีเขาด้วยโดยเฉพาะกับคนเป็ตาที่มีเชื้อสายของเผ่าบีสต์อย่างเต็มร้อยเขาสามารถเปลี่ยนร่างเป็แกะได้ด้วยซึ่งตอนเด็กๆเพเนียสจะชอบให้คุณตาเปลี่ยนร่างกลับไปมาให้ดูบ่อยๆด้วยความชอบใจ
“เข้าบ้านเถอะอากาศข้างนอกเย็นลงมากแล้ว ไม่ได้อากาศดีเหมือนที่บ้านเรานะ เดี๋ยวไม่สบายเอา”สตรีสูงวัยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหวานนุ่มนวล พร้อมส่งสายตาใจดีให้หลานชายทั้งสอง
“ครับ/ค่ะ”
ในบ้านไม้สองชั้นขนาดใหญ่ที่พึ่งสร้างเสร็จใหม่ไปเมื่อปีที่แล้ว พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางทั้งห้องรับแขกห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร ห้องครัว และอื่นๆส่วนชั้นสองนั้นแยกเป็ห้องนอนส่วนตัวของแต่ละคน รวมถึงห้องนอนของแขกด้วยเอาไว้เผื่อเพเรน่าจะพาครอบครัวมาพักที่นี่ที่บ้านนี้อยู่กันหลายคนกว่าฝั่งของบ้านพิพัทพงศ์ คือรวมทั้งสิ้นแล้ว 10คนและหลานๆก็โตหมดแล้วพวกเขาจึงตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อที่ลูกหลานจะได้มีห้องเป็ส่วนตัวที่กว้างขึ้นกันทุกคนและไม่ได้อยู่อย่างแออัดกันเกินไปในพื้นที่ส่วนรวม
“คุณตา คุณยายสบายดีนะครับ”เพเนียสเอ่ยถามเมื่อครั้งจัดอาหารขึ้นโต๊ะช่วยน้าสะใภ้เสร็จเรียบร้อยและนั่งประจำที่เขาแล้วเขาไมได้มาเสียนานเลยอดถามออกไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะยังแข็งแรงดีอยู่ก็ตาม
“ยายกับตาสบายดีจ๊ะอยู่กับลูกหลานได้อีกนานเลยหละ” คนเป็ยายเอ่ย
“ใช่ผลการตรวจร่างกายก็แข็งแรงดีทุกส่วน”ตาเอ่ยตอบหลานยิ้มๆ
“เพราะแบบนั้นพ่อถึงได้ทำงานทุกวันอย่างไรล่ะ เพราะบอกว่าตัวเองแข็งแรงดี”เมอิสลูกคนรองอดจะว่าออกมาไม่ได้ทุกวันนี้ผู้เป็พ่อก็ยังออกไปทำงานในฟาร์มอยู่เช่นเดิมถึงแม้จะมีหุ่นยนต์เข้ามาช่วยงานมากขึ้นแล้วอีกหลายอย่างพวกเขาก็ยังลงมือทำเองอยู่ จะบอกว่าเพื่อความสบายใจของตนเองก็คงได้
“โอ้ กินข้าวดีกว่าว่าแต่เพเรน่าทำอะไรมาหรือลูก หลายอย่างเชียว” คนเป็พ่อไม่ฟังรีบเปลี่ยนเื่หันมาสอบถามอาหารที่ขึ้นโต๊ะแล้วแทน ถ้าหากเขาถูกบ่นอีกคงกินข้าวไม่อร่อยแน่ๆทำเป็บ่นไปได้เงินทองที่เขาเก็บไว้พอจะเปลี่ยนอวัยวะได้อีกหลายรอบหรอกน่าไม่รบกวนพวกเขาหรอก
“จริงๆเพเนียสเป็คนนำค่ะลูกก็เป็ลูกมืออีกที วันนี้มีหมูมะนาว ไก่ผัดขิง แล้วก็ไข่ลูกเขยค่ะ อ้อแล้วมีของหวานเป็บัวลอยด้วยนะค่ะ” เพเรน่ารีบแนะนำเมนูที่เตรียมมาทันทีที่บ้านนี้นอกจากจะเตรียมข้าวสวย อาหารสังเคราะห์ทั้งแห้งและเหลวไว้แล้วก็ยังมีนมแพะหรือนมแกะอีกคนละแก้วส่วนที่ประดับบนโต๊ะไว้ตลอดก็เช่นบ้านอื่นมีทั้งซอสถั่วเหลือง น้ำส้มสายชูแล้วก็น้ำตาลเม็ดขาวแบบละลายง่ายให้คนได้ปรุงแต่งอาหารเองแม้แต่อาหารสังเคราะห์เองหากคนกินไม่ชอบรสชาติมันเขาก็สามารถปรุงเพิ่มได้อีกเช่นกัน
“โอ้ อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยเพเนียสเป็คนทำเช่นนั้นหรือ เก่งจังเลยนะ”
“นั่นสิคะคุณ เดี๋ยวยายจะกินเยอะๆเลยนะ”คนเป็ยายที่มองอาหารตรงหน้าก็อดจะชื่นชมออกมาไม่ได้เช่นกันอาหารถูกแยกเป็อย่างละสองจานเพื่อที่ทุกคนจะได้ตักได้ง่ายๆไม่ว่าจะเป็หมูมะนาวเนื้อสีขาวที่ถูกราดด้วยน้ำราดสีสดกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไก่ผักขิงที่กลิ่นขิงโดดเด่นแข่งกับกลิ่นซอสถั่วเหลืองหอมๆสีสันของผักที่ใส่ก็หลากหลายน่าสนใจสุดท้ายอย่างไข่ลูกเขยที่เห็นตรงหน้าคือไข่ที่ถูกตัดแบ่งครึ่งหงายด้านในที่เห็นไข่แดงขึ้นมาส่วนผิวด้านนอกกลับมีสีน้ำตาลกรอบน่าสนใจ ไหนจะซอสสีน้ำตาลที่ราดมาดด้วยนั้นน่าจะอร่อยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และไหนหละบัวลอยที่ว่ายังไม่เห็นเลยสงสัยคงต้องรีบกินตรงหน้าให้หมดเสียแล้วจะได้เห็นหน้าตาบัวลอยที่ว่าอีก จะเป็ดอกบัวแบบที่เคยเห็นหรือไม่นะ
อาหารมื้อสายผ่านไปด้วยดีปนครื้นเครงและการแก่งแย่งอาหารบนโต๊ะหลังจากนั้นก็ปล่อยให้ผู้ใหญ่สองรุ่นนั่งพูดคุยกันในห้องนั่งเล่นกันไปส่วนพวกหนุ่มๆทั้งสี่นะหรือตอนนี้พวกเขาย้ายกันมาอยู่ที่ใต้ร่มเงาของหลังคาที่ทำจากไม้ในทุ่งหญ้าแล้วมองออกไปไม่ไกลก็เห็นพวกแกะและแพะกำลังเล็มหญ้าอยู่อ้อเห็นกระต่ายะโอยู่แว็บๆด้วย จริงๆพวกมันจะกินในโรงเรือนใกล้ๆนี้ก็ได้เพราะมีหญ้าเตรียมไว้อยู่มาก แต่มันก็ยังมีอีกส่วนที่อยากออกมาเดินเล่นรับแสงแดดในหน้าหนาวอยู่
“เป็ไงเรา จบแล้ว จะต่อไหนเหรอ”ตอนในห้องอาหารยังไม่มีโอกาสถามออกมาเพราะสนใจแต่อาหารตอนนี้เขาหรือแซคลูกชายคนโตของเนทถามออกมา แซคอายุมากกว่าเพเนียสสองปีตอนนี้คือ่ปิดเทอมเขาเลยกลับมาอยู่บ้าน เขาเลือกเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาสัตวศาสตร์ที่ดวงดาวระดับซีใกล้บ้านอย่างดาวเจนนูความรู้ของเขาก็เพื่อมาต่อยอดช่วยงานที่บ้าน
“ยังไม่เอาไงหรอกพี่ตอนนี้ก็อยู่บ้านเป็ลูกน้องพี่เพวิสไปก่อน ใช่ไหม” เพเนียสตอบก่อนจะหันถามพี่ชายเพื่อขอคำยืนยัน
“ก็แล้วแต่เลย” เพวิสเอ่ย
“โห ดีจริงเลยพี่ปีหน้าก็ม.ปลายปีสุดท้ายแล้ว ผมต้องรีบตั้งใจอ่านหนังสือยิ่งกว่าเดิมอีกถ้าแม่ใจดีให้ผมอยู่บ้านก่อนแบบนี้ด้วยก็จะดีนะ”ซึงจินหรือลูกคนเล็กของเมอิสว่าขึ้นอย่างนับถือที่ป้าเพเรน่าใจดีขนาดนี้ถึงแม้ตอนนี้เขาจะเรียนอยู่ดาวระดับซี แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยพ่อกับแม่ก็หวังว่าเขาจะสอบติดในดาวระดับบีสักดวง
“อย่าๆ อย่าเอาพี่เป็ตัวอย่างเลย”เพเนียสรีบว่าขึ้น กลัวว่าจะพาน้องเกเรไปอีกคนเดี๋ยวน้ากาอึนผู้มีอาชีพเป็คุณครูมัธยมต้นในดาวนี้จะสวมิญญาคุณครูผู้เคร่งครัดมาดุเขาถึงที่ได้
“ฮาๆๆ ท่าทางแบบนี้กลัวครูกาอึนหรือไง” แซคอดจะแซวออกมาได้กาอึนเป็หนึ่งในคุณครูที่นักเรียนต่างหวั่นเกรงทั้งการแต่งการที่เรียบร้อยจนเหมือนหลุดมาจากยุคหลายร้อยปีก่อน กริยาท่าทางแต่ถึงอย่างนั้นแล้วเธอก็เป็คนใจดีมากๆอยู่ดี ถึงจะเคร่งไปหน่อยก็เถอะ
“เปล่าสักหน่อย อ้อว่าแต่ทำไมพี่ยูจินกับโซเฟียไม่ออกมานั่งเล่นด้วยกันล่ะครับตอนแรกก็นึกว่าจะตามมาด้วยกัน เลยไม่ได้เอ่ยชวน”เพเนียสส่ายหัวปฏิเสธเมื่อถูกหาว่าเขากลัวน้ากาอึน ก่อนจะถามหาอีกสองสาวของบ้านแทนยูจินคือหญิงสาวอายุมากกว่าแซคหนึ่งปีส่วนโซเฟียก็อายุเท่ากันซึงจินและยังเรียนที่เดียวกันอีกด้วย
“สองสาวนั่นนะหรือตอนนี้คงกำลังไลฟ์สตรีมมิ่งอยู่ล่ะมั้ง” แซคตอบออกมา เมื่อนึกไปถึงสองสาวหนึ่งพี่สาว(ลูกพี่ลูกน้อง)กับอีกหนึ่งน้องสาว
“ไลฟ์สตรีมมิ่งไม่ยักรู้มาก่อนว่าทั้งสองคนก็มีช่องสตรีมของตัวเองด้วย” เพเนียสว่าอย่างสงสัย
“ก็พึ่งเปิดได้ไม่นานนี้หรอกเกือบเดือนได้มั้ง” แซคว่า ก่อนจะหันไปถามกับซึงจินอีกคนซึ่งซึงจินก็พยักหน้ายืนยันให้ว่าน่าจะเวลานั้นนั่นแหละเพราะพึ่งจะเริ่มก็หลังจากที่ปิดเทอมนี้เอง
“อย่างนี้นี่เองชื่อช่องว่าอะไรเหรอครับ” เพเนียสถาม ตอนคิดว่าจะถามว่าสตรีมเกี่ยวกับอะไรแต่ที่บอกมาเมื่อครู่คือตอนนี้ก็กำลังสตรีมอยู่ อย่างนั้นเขาก็เปิดดูเลยจะดีกว่าอยากรู้ว่าพวกเขาเก่งกันขนาดไหน เขาจะได้สอบถามไว้เพื่อเป็ความรู้ด้วยเผื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะมีช่องเป็ของตัวเอง
“ชื่อว่า ไอเลิฟยูโซ (Ilove U SO) ชื่อหวานชะมัด” แซคอดว่าออกมาไม่ได้กับการตั้งชื่อช่องของทั้งสองคน
“ผมว่าก็ดีออก ยูมาจากชื่อพี่ยูจินส่วนโซก็มาจากโซเฟีย” แต่ซึงจินกลับเห็นแย้ง
“อ้อ ชื่อออกจะดีว่าแต่สตรีมบนแพลตฟอร์มไหน” เพเนียสยิ้มให้กับความคิดทั้งคู่ก่อนจะค้างมือที่กำลังกดเลือกแอปพลิเคชั่นในจอเล็กของคอนโทรลแบนด์
“ในชิคชิคครับ” ซึงจินเป็คนตอบ
-ครอบครัววาลาอิส ตา – ยาย (150+), เมอิส(น้ารอง) – กาอึน(น้าสะใภ้), ยูจิน (33ปี), ซึงจิน (29ปี), เนท(น้าสาม) – ลิซโซ่(น้าสะใภ้),แซค (32ปี), โซเฟีย (29ปี)