ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่796 ร่างเสมือน

       อี้เฉินที่ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงช้าๆ หมุนฝ่ามือโคจรปราณพลัง หน้าทางเข้าด่านทดสอบชั้นที่30 แม้อี้เฉินจะไม่รู้ถึงตัวตนของ เหยียนอู๋ ทว่าอายสังหารที่เล็ดลอดออกมานั้น ไม่อาจรอดพ้นความรู้สึกที่เฉียบคม ของอี้เฉินไปได้ จึงทำให้อี้เฉิน เฝ้าระวังตัวอยู่ไม่น้อย

 


       จักรพรรดิเต่าชรา บริเวณห้องโถง ด้านล่างเองก็เริ่มขยับไหวกายาแล้วเช่นกัน เมื่อชายแก่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของอี้เฉินอีกครั้ง กระดูกสันหลังที่ถูกโซ่ตรึงไว้ เกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง แตกซ่านออกมาทั่ว ส่งให้หมู่ชน ภายในหอคอยร้อยชั้น ต่างก็หวาดกลัว ชายแก่กันออกมาถ้วนหน้า ก่อนพวกเขาจะเก็บสายตา หวาดกลัวเหล่านั้นกลับไป ครั้นเห็นว่าชายแก่ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่สามารถออกไปจากโซ่กฎเกณฑ์ ที่ถูกกักขังนั้นได้

 


       ก่อนจักรพรรดิเต่าชรา จะส่งน้ำเสียงแหบพร่า ส่งตรง เข้ามาภายในโสตประสาทของอี้เฉิน “เกรงว่าเจ้าจะเป็นจอมยุทธ์ ที่เคยตายตก รอดพ้นความตายมาได้ซินะ จากแก่นโลหิตบริสุทธิ์ที่ฟื้นคืนกลับมา เรามาร่วมมือกันดีหรือไม่ หากเจ้าปลดปล่อยข้า ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้ จักรพรรดิชราอย่างข้า จะช่วยให้เจ้าได้สืบทอด หอคอยร้อยชั้นแห่งนี้เอง ขอเพียงแค่เจ้า ทำลายโซ่กฎเกณฑ์ ให้ข้าเท่านั้น”

 


      ด้านอี้เฉินเขามีท่าที สงบนิ่งไม่ได้กล่าวตอบ จักรพรรดิเต่าชราออกมา แม้ข้อแลกเปลี่ยนนั้น จะหอมหวานยั่วยวนใจ อี้เฉินไม่น้อย ราวกับเป็นเสียงกระซิบของมารผู้ชั่วร้าย แต่อี้เฉินรู้ดี เขาไม่มีหลักค้ำประกัน ว่าชายแก่จะไม่หักหลังเขา อี้เฉินจึงเลือกที่จะเมินคำพูดเหล่านั้น ของจักรพรรดิเต่าชรา ไม่แยแสคำพูดของผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป

 


       ผ่านไปหลายชั่วยามจักรพรรดิเต่าชรา เขาก็ยังไม่ได้คำตอบจากอี้เฉิน เขาถึงกับเดือดดาลบ้าคลั่ง ไม่คิดว่ามดปลวกอย่างอี้เฉิน ที่ตัวเขาเหยียบย่ำอย่างง่ายดาย จะกล้าเมินเฉยผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาได้ “เจ้า!! เจ้า!! ไอ้เด็กเวรตะไล เจ้าจะต้องเสียใจ ที่กล้าเมินเฉยผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้า”

 


       น้ำเสียงที่คำรามออกมาก้อง หมู่ชนต่างก็กลืนน้ำลาย ลงคอไปอึกใหญ่ ครั้นเห็นความบ้าคลั่งของจักรพรรดิเต่าชรา ส่งให้หัวใจหมู่ชน สั่นสะท้านหนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อหอคอยร้อยชั้นบัดนี้ เกิดการสั่นไหว โยกคลอนไม่หยุด จากโทสะของผู้ยิ่งใหญ่ เสียงโซ่กรุ๊งกริ๊ง แตกซ่านสนั่นออกไปทั่ว ก่อนชายหนุ่ม ที่เตรียมจะเข้าด่านทดสอบชั้นที่40 จะกล่าวพูดออกมา “หวังว่าหอคอยร้อยชั้น นี้จะแข็งแรงดีนะ แล้วผู้คุ้มกันหอคอยร้อยชั้น พวกเขามัวทำอะไรกันอยู่?”

 


        ชายหนุ่มอีกคนพยักหน้า ยิ้มหน้าเจื่อนออกมาเล็กๆ “หากหอคอยร้อยชั้น พังทลายเกรงว่าพวกเราได้กลับบ้านเก่า ไปนอนคุยกับบรรพชน ภายในหลุมฝังศพแน่” หมู่ชนหลายคนได้ยินต่างก็พยักหน้า ทว่าเมื่อเห็นเสาขนาดใหญ่ใจกลางสั่นไหว พวกเขาก็อดไม่ได้ ที่จะหัวใจสั่นสะท้านขึ้นมา แล้วยิ่งเห็นรอยแตกร้าว ค่อยๆ ลุกลามทีละน้อย ใครเล่าจะไม่หัวใจตกวูบ อยากจะรู้ไอ้เวรบ้าที่ไหน กล้ายั่วโทสะของผู้ยิ่งใหญ่กัน

 


        อี้หลินที่รับรู้ถึงความวุ่นวาย นางที่นั่งหยั่งรู้แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ จวนไปถึงแก่นแท้ รีบบึ่งมาดูสถานการณ์ทันที ก่อนนางจะถอนลมหายใจออกมายาว ครั้นเห็นใบหน้าอี้เฉินอีกครั้ง ทว่าเด็กหนุ่มในยามก่อน บัดนี้ดูโตขึ้นมากโข

 


        “ไหนผ่านไปแค่ปีเศษ เจ้าตัวสูงกว่าข้าแล้วเล่า” อี้หลินที่สืบฝีเท้า กล่าวทักทายอี้เฉิน ด้วยใบหน้าแดงน้อย ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จากความหล่อเหลาของเด็กหนุ่ม ผมสีขาวปลิวสยาย ราวกับหิมะเหมันต์ ของฤดูหนาวที่ตกโปรยปรายอยู่เบื้องหน้านาง

 


อี้เฉินเอื้อมฝ่ามือขยี้หัวนาง ราวกับเป็นเด็กน้อยในสายตาเขา แฝงไว้ด้วยความเศร้าเล็กๆ “เราไปกันได้แล้ว กระมัง”

 


        หญิงสาวปัดฝ่ามืออี้เฉิน ออกจากเส้นผมยุ่งเหยิงของนางในทันใด ด้วยใบหน้าพองลม ตุ๊บป่อง “เจ้าอย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็ก เจ้าเด็กนี่ ข้านำทางเองเจ้าตามมาแล้วกัน”

 


       ก่อนอี้หลินจะสืบฝีเท้าเดินฉับๆ ไปอย่างไวไม่ยินยอมให้อี้เฉิน เป็นคนนำนางไปเสียทุกอย่าง ด้านอี้เฉินที่เห็นเช่นนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา ลูกของเขาหากนางยังมีชีวิตอยู่ เกรงว่านางคงจะเก่งกาจ กว่าอี้หลิน ผู้นี้ไปแล้วหลาย10เท่ากระมัง พร้อมเสียงถอนลมหายใจ เฮ้อ!! อี้เฉินจะดังออกมายาว เวลา400ปีเขา ราวกับเวลาพึ่งผ่านไปไม่นาน ไม่รู้ว่ามิตรสหายของเขาบัดนี้ จะยังสบายดีหรือไม่ แม้แต่ข่าวคราวของพวกเขา อี้เฉินยังไม่รับรู้

 


        ทว่าที่พวกเขาเตรียมจะก้าว เข้าด่านทดสอบไปพร้อมกัน อี้เฉินก็ต้องหน้าบูดบึ้ง แม้แต่อี้หลินเองก็ตาม ครั้นเห็นเหยียนอู๋ ตามติดพวกเขามาอย่างกะทันหัน เข้าไปภายในการทดสอบเดียวกันเสียอย่างนั้น

 


       ซึ่งในชั้นที่30 ไม่เคยมีใครเข้าต่อสู้ แบบเป็นกลุ่ม แล้วผ่านการทดสอบได้มาก่อน หมู่ชนบนชั้นสูงๆ ที่เคยผ่านชั้นที่30มาด้วยความยากลำบาก พวกเขาต่างก็ส่ายหัวออกมา ให้กับพวกอี้เฉินมองว่าอย่างไร พวกเขาก็ไม่น่าจะผ่านการทดสอบนี้มาได้ “ไม่ช้าพวกเขาต้อง กล่าวยอมแพ้ออกมาแน่”

 


        คุณชายหยวนฟ่าน กล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ “อืมๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น ทว่าเหตุใด ไอ้เจ้าเหยียนอู๋ มันยังคงอยู่ชั้นที่20 ข้าก็นึกว่ามันขึ้นมาชั้นที่40 พร้อมกับพวกเราแล้ว”

 


       คุณชายฟู่เทียน เองกล่าวเหน็บแนมออกมา เช่นกัน “เห็นได้ชัดไอ้เวรนั้น สนใจสตรีนามว่า อี้หลิน เกรงว่าคงคิดอยากจะจัดการไอ้หนุ่มผมขาว ผู้นั้นซิไม่ว่า” ครั้นหลายคนทั่วบริเวณได้ยิน ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

 


        ก่อนเสียงด้านในสนามประลองโบราณ จะเกิดการถกเถียงออกมาเสียงดังก้อง “เหยียนอู๋ เจ้าแอบสะกดรอยตามพวกเรามาเช่นนั้นหรือ ช่างหน้าด้านเสียจริงๆ”

 


       “หึๆ แล้วอย่างไร ข้าเองก็อยากรู้ว่าเจ้าจะพัฒนา ไปมากแค่ไหนกันเชียว ถึงผ่านด่านด้วยตัวของเจ้าคนเดียวได้ อี้หลินเจ้าแสดงพลัง ให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่ หรือว่าเจ้ามีใครคอยแอบช่วยกัน”

 


       “เจ้า! เจ้า!” อี้หลินนางแยกเขี้ยวขึ้นมาน้อยๆ คำพูดนั้นแทงใจดำนางอย่างแรง ตั้งท่าพร้อมจะต่อสู้ กับเหยียนอู๋ในทันใด ก่อนเหยียนอู๋เองจะตั้งท่า คลี่ยิ้ม ออกมากว้าง พร้อมจะต่อสู้กับอี้หลินเช่นกัน

 


        ทว่าอี้เฉินรู้สึกว่าสนามประลองนี่มันแปลกๆ ดูโล่งเกินไป ก่อนเขาจะรีบกล่าวเตือน ให้สองคนหยุดทะเลาะกัน “พวกเจ้าหยุดได้แล้วกระมัง ดูรอบๆ ซิว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น”

 


        เหยียนอู๋ เขาส่ายหัวไปมาอย่างฉับไว ภาพที่พวกเขากวาดสายตา มองไปรอบๆ ชนิดที่ไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อค่อยๆ เห็นเงาดำขมุกขมัว ก่อเป็นรูปลักษณ์มนุษย์  ขึ้นมาสามร่างอย่างแช่มช้า มันก็ทำให้พวกเขา สีหน้าบึ้งตึงไม่น้อย เมื่อเห็นร่างเงาของ พวกเขาทั้งสามก่อร่างขึ้นมา แม้แต่นิสัยท่าทาง ช่างเหมือนตัวพวกเขา ราวกับเงากระจกที่สะท้อนกัน

 


เหยียนอู๋ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น โอหัง ถูกร่างเขาเอง เข้าต่อสู้พัวพัน อย่างฉับไว จากความโอหัง ที่เหมือนกันของพวกเขาทั้งสอง

 


       แม้แต่ด้านของอี้หลิน นางเองยังต้องรับศึกหนัก กับร่างเสมือนของนาง เมื่อเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์พร่างพราว จากเกาทัณฑ์คลื่นจันทร์เสี้ยว ราวกับหอกแสงที่ตกเป็นห่าฝน พุ่งปราดเข้าใส่นางอย่างบ้าคลั่ง ส่งร่างที่หาย ฟึบ!! ปะทะกันออกไปหลายสิบกระบวนท่า จวนมือไม้พวกเขา เริ่มเกิดการสั่นไหวขึ้นมาน้อยๆ    ทว่าพวกเขาก็ต้องเบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง เมื่อเห็นร่างเงาอี้เฉิน ยังคงยืนนิ่งมีท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็น เฉกเช่นตัวของอี้เฉิน


 

ด้านเหยียนอู๋ที่เริ่มจะรู้จุดอ่อน เขากล่าวบอกอี้หลินในทันที “อี้หลิน เจ้ามาต่อสู้กับร่างเสมือนของข้าเร็วเข้า”

 


       อี้หลิน นางได้ยินพยักหน้าให้ เหยียนอู๋ทันใด เข้าใจความคิดของเหยียนอู๋ แม้ชายหนุ่มจะเย่อหยิ่งโอหัง แต่ความคิดเขาก็ไม่ได้บ้องตื้น ‘หากให้พวกเขาต่อสู้กับร่างเสมือน ตนเองเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่มีทางจบสิ้นแน่ จากพลังทักษะวิชาที่คล้ายกัน’

 


        เสียงตู้ม!! ปัง!! ของการต่อสู้กินเวลาไปยาวนาน ปะทะกันไปหลายพันกระบวนท่า ร่างเสมือนของอี้หลิน เริ่มมองเห็นรอยแตกร้าว ลุกลามออกมาทั่ว จากการโจมตีที่รุนแรงของชายหนุ่ม ก่อนเหยียนอู๋ จะกล่าวพูดเย้ยหยัน อี้หลิน ออกมา “หึๆ อี้หลิน ก็ไม่เห็นจะเท่าไรนี่ ร่างเสมือนของเจ้า”


 

       ด้านอี้หลิน ที่ปลดปล่อย เกาทัณฑ์คลื่นจันทร์เสี้ยว ออกมา นางเองก็คลี่ยิ้มเย้ยหยัน ชายหนุ่มออกมาเช่นกัน “เหยียนอู๋ เจ้าอย่าพึ่งได้ใจไป!!” ก่อนร่างเสมือนของ เหยียนอู๋กลางหน้าอกจะเกิดรูโหว่ใหญ่ แม้ไม่แตกสลาย แต่ก็เจือจางลงไปไม่น้อย จากแสงศักดิ์สิทธิ์น่าคร้ามเกรง ที่อี้หลินปลดปล่อยออกมา มันดูเฉียบคมและอันตรายกว่ายามก่อนมาก แม้แต่อี้เฉิน ยังรับรู้ได้ถึงพลังการชำระล้างที่รุนแรงเข้มข้นนั้น