สองสาวพาโจไปเข้าร้านนู้นร้านนี้และจับเขาแต่งตัวด้วยชุดต่างๆ ทำเหมือนเขาเป็นตุ๊กตา โจไม่สามารถหยุดความต้องการของสองสาวได้ สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงเดินเข้าห้องลองเสื้อหลายร้อยรอบ
ด้วยความสดใสและร่าเริงของสองสาวทำให้เหล่าชายหนุ่มที่เดินผ่านไปผ่านมาส่งสายตาอิจฉาให้โจ พวกเขาอยากจะกระโดดเข้าไปแทนที่โจถ้าทำได้
จนถึงช่วงเย็นพวกเขาก็ไปกินข้าว ในระหว่างกินข้าวโจก็พูดขึ้นมาว่า “เรื่องตึกที่ถล่ม ผมจะรับผิดชอบเอง”
มายด์รีบโบกมือไปมา “ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
ไม่มีทางที่เธอจะให้เขาต้องมาจ่ายค่าเสียหายและสร้างใหม่ ที่ผ่านมามายด์เคารพและยำเกรงชายหนุ่มมาก เธอคิดมาตลอดว่าจะช่วยเหลือเขาสิ่งใดได้บ้างและตอนนี้ก็เป็นเรื่องดีที่เธอจะจัดการเรื่องเล็กน้อยนี้ให้
ตอนนี้เธอเป็นผู้นำองค์กรโลกสมัยใหม่เธอรู้ดีว่าตอนนี้มนุษย์อ่อนแอมากเมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์อื่นๆในสหพันธ์ ดังนั้นจะเป็นการดีหากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับโจ เพราะในสหพันธ์ชายหนุ่มมีฐานะที่สูงมากและตอนนี้เขาอยู่ที่โลกเพื่อช่วยเธอจัดการเรื่องในองค์กร แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตาม
“เอิ่ม…จะดีเหรอ?” โจเอียงหัวลังเลอย่างไม่แน่ใจ เขารู้สึกเกรงใจ มูลค่าของตึกนั้นคงไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยวัสดุที่เขาเห็นและการตกแต่งที่เรียบหรู
“ดีสิคะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย” มายด์ยิ้มอ่อนหวาน
หยาดทิพย์หูผึ่ง เธอแทบจะสำลักน้ำเมื่อได้ยินทักสองคุยกัน เธอรู้มาว่าราคาตึกนั้นมีราคาไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้าน แต่เพื่อนของเธอกลับบอกว่าเรื่องเล็กน้อย…
“อ่า…ขอบคุณมากครับ” โจกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ มันเป็นเรื่องดีที่เขาไม่ต้องเสียเงินจำนวนมาก โจจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจและคิดตอบแทนหญิงสาวภายหลัง
เมื่อพวกเขาออกมาจากห้างก็เป็นเวลากลางคืนพอดี แสงไฟหลากสีจากตัวตึกและท้องถนน ทำให้เมืองดูราวกับมีชีวิต แม้จะเป็นช่วงเวลาหัวค่ำแต่คนก็ไม่ลดน้อยไปกว่าตอนกลางวัน ดีไม่ดีอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
โจแยกทางกับสองสาว เนื่องจากมายด์นัดกับหยาดทิพย์ว่าจะไปนอนที่บ้านเธอเพราทั้งคู่ไม่ได้เจอกันหลายปีทำให้มีเรื่องมากมายให้คุย ส่วนโจถือถุงเสื้อผ้าพะรุงพะรังโบกรถโดยสารให้พาไปส่งโรงแรมหรูที่ใกล้ที่สุด
ห้องของเขาไม่มีแล้วเขาจึงต้องหาที่ซุกหัวนอนไปก่อนช่วงนี้
‘หนึ่งวันบนโลกช่างเป็นวันที่วุ่นวายเสียจริง’ โจนึกในใจ
สิบห้านาทีโจมาถึงโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง มันหรูหราและไฮโซ มีรถราคาหลักสิบล้านจอดอยู่หลายคันดูก็รู้ว่ามีแต่พวกคนรวยทั้งนั้น
พนักงานต้อนรับเห็นรถโดยสารมาจอดพร้อมกับชายหนุ่มที่ถือถุงเสื้อผ้าลงมา เมื่อเห็นแบรนด์บนถุงพนักงานต้อนรับก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นคนรวยแน่นอน แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับเศรษฐีที่ขับรถหลักสิบล้านก็ตาม แต่คนที่สามารถซื้อของแบรนด์ดังราคาแพงหูฉี่แถมยังมีเกือบสิบถุงจะมีใครบ้าซื้อได้ขนาดนี้ถ้าไม่รวยจริง
“ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมห้าดาว สตาร์แกรนด์ ครับคุณผู้ชาย” พนักงานก้มหัวกล่าวต้อนรับอย่างสุภาพและพาโจเข้าไปข้างใน
ภายในตกแต่งทันสมัยและดูสะอาดตา มีโต๊ะและเก้าอี้ไม่น้อยในห้องโถงกว้างแห่งนี้ มีหลายคนกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ก็จิบกาแฟหรือโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังมีเพลงเบาๆทำให้บรรยากาศในที่แห่งนี้ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก โจรู้สึกพอใจกับภาพที่เห็นมันทำให้เขารู้สึกสงบ
“สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายอยากได้ห้องแบบไหนคะ?” พนักงานสาวที่หลังเคาน์เตอร์กล่าวอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มสดใส
“ขอห้องสำหรับหนึ่งคนครับ พัก 7 วัน” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเขาจะไม่หล่อเหมือนดาราแต่รอยยิ้มของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
“คุณผู้ชายจะจ่ายด้วยเครดิตหรือสกุลโลกคะ?”
“เครดิตครับ”
“ค่าพักคืนละ 28 เครดิต เข้าพัก 7 คืน ทั้งหมด 196 เครดิตค่ะ” พนักงานสาวพูดด้วยรอยยิ้ม
โจจัดการชำระเงินผ่านระบบ เขามีอุปกรณ์ขนาดเล็กที่เปรียบเสมือนกระเป๋าตัง มันเป็นอุปกรณ์ขั้นสูง ส่วนที่โรงแรมแห่งนี้ใช้เป็นเครื่องขนาดเท่าลูกฟุตบอล มันเป็นอุปกรณ์ล้าหลังแต่ก็ยังใช้งานได้อยู่
และค่าเงินเครดิตมีมูลค่าสูงกว่าค่าเงินบนโลกหลายสิบเท่า
เมื่อพนักงานเห็นลูกบาศก์ขนาดหนึ่งนิ้วบนฝ่ามือโจก็พากันตาลุกวาว พวกเธอเคยได้ยินมาว่าอุปกรณ์เก็บเงินเครดิตลักษณะนี้มีให้เฉพาะพวกชนชั้นสูง
พนักงานสาวหน้าตาดีพากันส่งสายตาให้เขา โจรู้สึกขนลุกแปลกๆ ราวกับกำลังถูกอสูรร้ายจ้อง
หลังจากจัดการชำระเงินแล้วพนักงานสาวก็พาเขาไปยังห้องพัก
เมื่อมาถึงพนักงานสาวก็ยังคงทำท่ายั่วยวนใส่เขาแต่โจรีบเข้าห้องแล้วรีบปิดประตูทันที
หากเป็นศัตรูเขามีวิธีรับมือมากมายทว่าวิธีรับมือกับผู้หญิงนั้นเขาไม่มีประสบการณ์เลยจริงๆ ทั้งชีวิตเอาแต่ฝึกแล้วก็สู้
โจโยนถุงเสื้อผ้าลงบนโซฟาแล้วไปอาบน้ำ จากนั้นก็พักผ่อนบนเตียง
ในเวลาเดียวกัน ณ หมู่บ้านไฮโซ
มายด์และหยาดทิพย์อยู่ในห้องพร้อมกับพูดคุยตามประสาผู้หญิง หลังจากนั้นหยาดทิพย์ก็ขอให้มายด์เล่าเรื่องราวที่เธอพบเจอมาหลายปี
แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้เจอกันหลายปีทว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งสองก็ไม่ได้ลดน้อยลง
มายด์เล่าเรื่องราวที่เธอไปประสบ แต่ละเรื่องราวที่เธอเล่าออกมาทำให้หยาดทิพย์ตื่นเต้น บางครั้งก็หวาดกลัว บางครั้งก็เศร้าโศกและโกรธ
เมื่อได้ฟังมายด์เล่า หยาดทิพย์ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่อยู่บนโลกและเธอยังคิดรวมถึงคนอื่นๆที่อยู่บนโลก พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้เลยว่ามนุษย์ได้ต่อสู้กับศัตรูที่น่ากลัวที่มีพลังเพียงพอทำลายโลก
หลังจากเก็บอาการทั้งหมด หยาดทิพย์ก็เอ่ยถามมายด์ด้วยรอยยิ้มลึกลับ “ผู้ชายคนนั้น…โจน่ะ เธอคิดยังไงเหรอ?”
มายด์ได้ยินคำถามแปลกๆก็เลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “เธอหมายถึงอะไร?”
“นี่…เธอคงไม่ได้ทำสงครามจนไม่รู้แม้แต่คำถามง่ายๆหรอกนะ” หยาดทิพย์ทำหน้ามุ่ย
“เอ่อ…” มายด์พยายามทบทวนคำถาม เมื่อเธอได้ผ่านเหตุการณ์ระหว่างความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนทำให้จิตใจของเธอเปลี่ยนไป ความไร้เดียงสาของหญิงสาวที่เคยมีได้หายไป แม้แต่คำถามอ้อมๆที่เข้าใจไม่ยากของหยาดทิพย์มายด์ยังลืมที่จะเข้าใจมัน
เห็นเพื่อนสาวคิดนานหยาดทิพย์ก็กล่าวด้วยความโมโหว่า “เธอชอบเขารึเปล่า?"
มายด์ส่ายหัวพร้อมกับกล่าวว่า “ความรู้สึกที่ฉันมีให้เขาคือความเคารพมากกว่า เขาเป็นทั้งอาจารย์และหัวหน้า หากต้องคิดมากกว่านั้นมันไม่สมควร”
“สรุปคือ อย่างน้อยเธอก็มีใจให้เขาใช่ไหมล่ะ? แต่เป็นเพราะฐานะของเธอกับเขามันขวางอยู่ เลยไปถึงขั้นนั้นไม่ได้” หยาดทิพย์กล่าว
“นี่…” มายด์หน้าแดงเล็กน้อย “เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าชอบเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเขา แต่เป็นความเคารพที่มีให้เขามากกว่า” มายด์อธิบาย
“ความเคารพ ความเคารพ!! เอาแต่พูดคำนี้อยู่ได้ น่าเบื่อจริงๆเลย ฉันนอนก่อนล่ะ” พูดจบหยาดทิพย์ก็นอนตะแคงหันหลังให้มายด์
มายด์ไม่เข้าใจว่าเพื่อนของตนโกรธอะไร เธอจึงได้แต่ส่ายหัวแล้วปิดไฟนอน