!!!เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง
เสียงสายฟ้าฟาดกลางนภา เมฆเมฆาก่อตัวเป็สีทมิฬและแดงฉาน สายฟ้าสีโลหิตฟาดพาดผ่านท้องนภาดังก้อง ปะทุเป็เสียงดังน่าหวาดกลัวราวกับโลกหล้าจะดับสูญอยู่ทุกขณะครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อน
ไม่รู้ว่าที่นี่คือแดนดินถิ่นใดหากแต่มันช่างมืดมิดและหมองหม่นยิ่ง มีเพียงแสงสว่างสีโลหิตจากสายฟ้าเท่านั้นที่ฉายแสงให้ดินแดนแห่งนี้ เมื่อเหลียวมองพื้นดินหินขอดินแดนนี้ก็มีแต่สีซีดเทาหม่นไร้ชีวิตชีวาใดๆ มองไปยังท้องน้ำทะเลกว้างก็ดูน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า มันมีคลื่นลมและหลุมน้ำวนคลั่งปรากฏไม่หยุดหย่อนทั่วมหานที นอกจากนั้นในทะเลกว้างนั้นก็มีเงาร่างสัตว์ประหลาดร้าย ที่ ณ ตอนนี้ไม่อาจจะรู้ว่ามันคือตัวอะไร กว้างยาวเพียงไหน หากเพียงแต่มองไกลๆ ก็แลดูสยองเหลือเกิน สัตว์ร้ายชนิดใดกันที่มีร่างยาวเกินหลายหมื่นจั้งเช่นนี้
บนยอดเขาสูงชันเหนือเมฆาทมิฬคลั่ง มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งผอมแห้งในชุดเก่าซอมซ่อ ยืนนิ่งไม่ไหวติ่ง ด้านข้างมันมีผู้เฒ่ารูปร่างอ้วนท้วนน่ารักใบหน้าใจดีลอยตัวอยู่ข้างๆ
ฉินเทียนยืนนิ่งอยู่ขอบผากล่าววาจาถามเซียนซุน "ที่นี่หรือคือนรก"
เซียนซุนแย้มยิ้มก่อนตอบ "มาตรว่าใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เพียงแต่การก้าวผ่านมันก็ไม่ต่างกับการตกนรกเท่าไรนัก บางครั้งข้าคิดว่าการไปตกนรกยังดีเสียกว่าจะก้าวผ่านมันไป"
"และเช่นนั้นทำไมท่านเซียนถึงชักชวนให้ข้ามาที่นี่ให้ได้เล่า" ฉินเทียนถามด้วยใบหน้านิ่ง
เซียนซุนก็กล่าวตอบด้วยใบหน้าแย้มยิ้มทีเล่นทีจริงท่วงท่าเหมือนเด็กน้อย "ก็เพราะข้าชอบเ้าไงฉินเทียน คิคิ"
"ชมชอบอย่างไรจึงพาข้ามานรกเช่นนี้ได้เล่าท่านเซียน" ฉินเทียนกล่าวถามพร้อมส่ายหัว "และการจะผ่านนรกนี้ต้องทำอย่างไร"
"ก็แค่การว่ายน้ำ แค่เ้าว่ายไปเรื่อยๆ จนสุดอีกฝั่ง ว่ายอย่างไม่ย่อท้อ แค่เพียงเท่านั้นเอง" เซียนซุนกล่าวตอบ
"ข้าเป็เพียงผู้ฝึกตนต่ำต้อย มีความสามารถก็เพียงตราสัญญาลักษณ์ขาวจาหนึ่งแต้ม รูปสัตว์ิญญากลางหน้าผาก็ยังไม่ปรากฏ ข้าจะผ่านมันได้อย่างไร"
เซียนซุนหัวเราะคิคิ ทีท่าไม่กระวนกระวายเลยแม้แต่น้อย "ไม่ยากอย่างเ้าคิดฉินเทียน ความจริงแล้วดินแดนแห่งนี้เป็ดินแดนที่เอาไว้ทดสอบเ้าของศาลเทพ์ เจ็บตายทุกข์ทรมานนั้นคือของจริง เืเนื้อโลหิตที่หลั่งก็ของจริง เพียงแต่ในยามเป็ตายหากหัวใจของเ้าแกร่งพอ เ้าไม่ยอมแพ้ เ้าก็จะไม่ตาย และรู้สึกเหมือนเป็ เหมือนตายเท่านั้น แต่ถ้าใจเ้ายอมแพ้เ้าก็จะตายจริงๆ"
"งั้นรึฉินเทียนหายใจเข้าลึก" พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าดังก้อง!!!เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง
มันฉายภายในท้องน้ำทะเลมืด เห็นร่างเงาหลายร่างเคลื่อนไว ไม่ช้าสัตว์ร้ายภายในนั้นก็ปรากฏ มันพุ่งตัวขึ้นจากท้องน้ำสูงเสียดฟ้า เหนือท้องนภาคลั่ง จากนั้นก็มองจ้องมาบนยอดเขาสูงชันที่นั่นมีฉินเทียนยืนอยู่
ร่างของฉินเทียนสั่นไหวอย่างมิอาจจะห้ามได้ เพราะสัตว์ร้ายตรงหน้าของมันนั้นคือัร้ายที่ในปากของมันมีฟันซี่คมเหงือกสีแดงโลหิต เกล็ดสีทมิฬทั่วร่างของมันช่างน่าหวาดกลัวและสยองขวัญยิ่ง แค่ส่วนของศีรษะของมันที่เลยเมฆเมฆาขึ้นมาก็ทำให้ผู้พบเห็นสั่นกลัวแทบตกตายได้ในทันที ั์ตาของมันดุร้ายสมกับเป็สัตว์ร้ายในนรกภูมิจริงๆ
ฉินเทียนที่แม้จะเตรียมตัวเตรียมจะตกตาย หากแต่พอเห็นัร้ายตัวนี้จ้องมองร่างของมัน ตัวมันก็สั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
ไม่ช้าเสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งก็ปรากฏ เสียงร้องนี้ราวกับทำโลกดับสูญ โลหิตของฉินเทียนไหลซึมออกทั้งเจ็ดทวารทันที ดวงเนตรของตัวมันฉินเทียนก็แตกออกทันที ร่างกายของมันค่อยๆ ทรุดลง วรยุทธ์ระดับตราสัญญาลักษณ์ขาวจางหนึ่งจุดแต้มตกตายในทันที เพียงเพราะเสียงร้องของัร้ายจากนรกภูมิตัวนี้ ที่ยามมันอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวฟันที่เรียงตัวอย่างหน้าสยองขวัญนับร้อยๆ ซีก ภายในปากของมันนั้นมีคราบน้ำลายที่เต็มไปด้วยโลหิต และซากเนื้อซากสัตว์ชุ่มไปหมด
ไม่ช้าร่างของฉินเทียนค่อยๆ ปรากฏและก่อร่างขึ้นมาใหม่โดยมีเซียนซุนลอยตัวอยู่ที่เดิม
เซียนซุนเอามือชี้ด่าัทมิฬร้ายตัวนั้น "เ้าหนอนน้อย เ้าจะรีบรับน้องไปไหน เขาพึงมาถึงตัวข้าก็ยังพูดคุยกับเขาไม่เสร็จ เ้าก็โผล่ตัวขึ้นมาขู่เขาเสียแล้ว กลัวว่าจะมีคนผ่านการทดสอบหรือไง ให้เขาได้เตรียมตัวเตรียมใจสักหน่อยไม่ได้รึ" เซียนซุนมีทีท่าโมโหไม่น้อย หากแต่ัร้ายนั้นดูเหมือนจะไม่เข้าใจภาษา พร้อมทำทีท่าราวกับจะกลืนกินเซียนซุน เซียนซุนวาดมือเบาๆ ด้านหลังมวลเมฆาก่อตัวเป็รูปหัตถ์ั์กว้างยาวใหญ่กว่าหมื่นจั้ง
!!!ตูมมมมมมมมมมมมมมมม
ศีรษะและร่างของัทมิฬร้ายตัวนั้นกลับกลายเป็บี้แบนร่างแตกกระจายเป็โลหิตในทันทีที่หัตถ์ั์นั้นฟาดััโดนตัวมัน โลหิตสีแดงฉานของมันยอมทะเลมืดไปทั่ว ยอดเขาทีฉินเทียนยืนอยู่ก็ถล่มในทันที มันมลายหายไปพร้อมกับหัตถ์ั์หัตถ์นั้น ปฐีแตกร้าวลึกราวโลกหล้าแผ่นดินนี้จะดับสูญกระแสลาวาร้อนแรงสีแดงส้มปะทุแนวรอยแยก
ทะเลมืดที่ปั่นป่วนและบ้าคลั่งอยู่แล้ว หากแต่เมื่อฝ่ามือั์ของเซียนซุนกระทบผืนธรณีแผ่นมหาสมุทรก็ก่อเกิดเป็อภิมหาคลื่นั์สูงเกินหมื่นแสนจั้ง ันรกทมิฬตัวอื่นๆ เห็นเหตุการณ์นั้นก็ต่างพากันสั่นกลัว เกรงในอำนาจแห่งเทพเซียนอันยิ่งใหญ่ ขดตัวลึกในมหาทะเลมืดอันไร้ขอบเขตทันที
เซียนซุนรอบร้องด่าตัวเองในใจ 'ไม่นะ ข้าเผลอตัวใจร้อนตบเด็กน้อยฉินเทียนตายไปอีกครั้งพร้อมไอ้เ้าหนอนทมิฬและูเาทั้งลูกไปแล้ว'
"แย่จัง" เซียนซุนทำทีท่าแลบลิ้นปลิ้นตาเหมือนเด็กมือข้างหนึ่งเขกหัวตัวเองเบาๆ ก่อนจะวาดมือร่ายอิทธิฤทธิ์สร้างูเาสูงใหญ่ขึ้นมาใหม่ หากแต่ครั้งนีู้เาลูกนี้ต่างจากของเดิม มันเป็สีขาวส่องสว่างมีแสงในตัวเอง สร้างความแปลกแยกให้ดินแดนอันมืดมิดแห่งนี้ยิ่งนัก นอกจากนั้นด้านหลังเซียนซุนยังปรากฏบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งส่องสว่างดุจเพชรอัญมณีทั้งหลังมีรัศมีแสงภายในตัวเอง บริเวณนั้นมีเก้าอี้โต๊ะพร้อมเตียงนอนตัวเล็กๆ ให้เซียนซุนได้ทิ้งตัวนอนสบายอยู่ตรงนั้น
ไม่นานร่างของฉินเทียนก็ก่อร่างขึ้นอีกครั้ง
ฉินเทียนที่ถือกำเนิดใหม่ร่างสั่นเทา ตัวมันยังตกอยู่ในความหวาดกลัวจากเสียงร้องะโของันรกทมิฬตัวร้ายนั้น เซียนซุนเลยร่ายอิทธิฤทธิ์เข้าใส่ร่างของฉินเทียน ไม่ช้าฉินเทียนก็หายจากความสั่นกลัวของัตัวร้ายได้สำเร็จ
ฉินเทียนถามเซียนซุน "ท่านเซียนเมื่อกี้มันคือตัวอะไร"
เซียนซุนถือพัดโบกสะบัดใส่ตัวเองอย่างสบายใจก่อนจะตอบฉินเทียนด้วยสีหน้าเรียบเฉยแย้มยิ้มเป็ปกติ "ปกติข้าเรียกมันว่าเ้าหนอนน้อยบ้าง หนอนดำ หนอนทมิฬบ้าง แต่คนอื่นถ้าพบมันในโลกแห่งความจริง ต่างเรียกมันว่าาาันรกสีทมิฬ"
"เ้าไม่กลัวมันใช่ไหมฉินเทียน" เซียนซุนถาม
"ข้ากลัว" ฉินเทียนตอบเซียนซุนอย่างตรงไปตรงมา
"เ้าจะยอมแพ้เหรอฉินเทียน" เซียนซุนถามด้วยน้ำเสียงและดวงตาทอดอาลัย
"ไม่"
พอเซียนซุนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มร่าเริงแป้นแล่น "นั่นไงข้าดูคนไม่ผิดจริงๆ" เซียนซุนพูดพลางพุ่งตัวเอามือบีบนวดร่างกายของฉินเทียน
"เซียนซุนข้าต้องทำอย่างไรต่อจากนี้"
เซียนซุนวาดมือจากนั้นก็มีละอองแสงสีทองระยิบระยับทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเป็ทางตรงยาวสายหนึ่ง ไม่เล็กไม่กว้างขนาดพอดีตัวบุรุษผู้หนึ่ง "ฉินเทียนเ้าแค่ตามแสงสีทองที่เปล่งประกายสายนี้ไป เมื่อถึงสุดทางทุกอย่างก็จบ เ้าก็จะได้เป็เ้าของศาลเทพ์" คำพูดเซียนซุนนั้นช่างดูเรียบง่าย ราวกับว่ากายแหวกว่ายเพียงแค่ไม่กี่่ตัวก็ถึง
หากแต่การลงมือนั้นช่างยากเย็นจนเกินจะกล่าว
จากเขาสูงเหนือท้องนภาคลั่งสีทมิฬ ลึกลงไปสู่มหาสมุทรสีมืด ที่มีคลื่นลมพายุคลั่งอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับมีาาันรกสีทมิฬแหวกว่ายขนาดร่างกายหลายหมื่นจั้งที่มิอาจจะรู้ได้ว่ามันมีมากน้อยกี่ร้อยกี่พัน หรือกี่หมื่นกี่แสนตัว สิ่งเหล่านี้คนธรรมดาจะผ่านได้ง่ายๆ ได้อย่างไร และฉินเทียนเหล่าเขาต่างกับมนุษย์ธรรมดาซักเพียงไหน
หากแต่ ณ ตอนนี้ฉินเทียนก็ตัดฉินใจแล้ว ต่อให้ต้องตกตายจะกี่แสนกี่หมื่นชีวิตเขาก็จะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้
ฉินเทียนพยักหน้ารับคำเซียนซุนก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้า หนึ่งก้าว... สองก้าว... จนในที่สุดก็สุดเขตของหน้าผา มองลงไปด้านล่างเป็เมฆาคลั่งทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ผ่านเมฆาคลั่งก็เป็ทะเลมืดที่มิอาจจะมองลึกลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรมืดนี้ได้ แถมมหาสมุทรนี้มันยังปั่นป่วนราวกับวันดับโลกาอยู่ตลอด พร้อมกันนั้นในมหาสมุทรมืดอันบ้าคลั่งนี้ยังมีัร้ายร่างกายใหญ่โตกว่าหมื่นจั้งอาศัยอยู่
ฉินเทียนยื่นนิ่งขบคิดคิดนึกถึงเื่ราวต่างๆ ถามย้ำๆ กับตัวเอง คุ้มไหมที่ทำแบบนี้ คุ้มไหมที่มาที่นี่
และคำตอบซ้ำๆ ทุกครั้งที่ถามตัวเอง
'คุ้มสิ... หากข้าก้าวผ่านมัน... มารดาจะแย้มยิ้ม... บิดาจะไม่ต้องทุกข์ทน... คนเรานี้จะมีซักกี่ประเภท... ข้าละอยากเป็คนเป็มนุษย์ประเภทไหน... คนที่กล่าวโทษฟ้าดิน... ปล่อยชะตาให้ผู้อื่นกำหนด... พอย่ำแย่ก็ด่ากราดเช่นนั้นหรือ... ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น... แม้ข้าจะเป็คนปากสุนัขชอบด่าว่าผู้คนในใจ... หากแต่ตัวข้า... ก็ปรารถนาจะเป็ผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง'
"!!!หากข้าจะต้องตกตาย จะกี่แสนกี่หมื่นกี่ล้านชีวิต ข้าก็จะไม่กล่าวโทษผู้ใด ชะตาชีวิตนับจากวันนี้ข้าฉินเทียนจะเป็ผู้กำหนดเอง" ฉินเทียนะโก้อง ก่อนพุ่งร่างตามแสงสีทองะโลงจากยอดเขาสูงหน้าผาชัน พร้อมเสียงร้องบ้าคลั่งของท้องนภาและอัสนีสีโลหิต
เซียนซุนแยมยิ้มพร้อมพยักหน้ารับเบาๆ อย่างพอใจก่อนจะหลับตานิ่งสนิท...