ตอนที่ 71การพูดคุยที่ลึกซึ้ง
“แรกเริ่มเดิมทีผมอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญาที่พวกเราทำข้อตกลงร่วมกันไว้ เรียกว่าแต่งงานแล้วแยกจากผมจะไม่กลับมาเจอพี่สาวอีก ในสัญญาที่ระบุไว้ว่าจะกลับมาเจอพี่สาวทุกเดือนคนที่กลับมาเจอเป็นชีวจักรกลที่จำลองรูปลักษณ์ของผมทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การจัดการของปัญญาประดิษฐ์...
...แต่ผมไม่คิดว่าในตอนนั้นผลกระทบจากการกลายพันธุ์ของยีนมังกรจะกำเริบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผมคุมตัวเองไม่อยู่และทำเรื่องใต้สะดือกับพี่สาวถ้าพี่สาวจำได้ มันคือตอนที่พี่สาวสงสัยและให้ผมไปตรวจร่างกายสาเหตุที่ตรวจไม่พบอะไรมาจากเทคโนโลยีของสหพันธ์กาแล็กซีระดับต่ำเกินไปข้อมูลยังน้อยยิ่งกว่าน้อยแถมยีนในร่างกายผมมันพิเศษเกินกว่าที่จะหาพบในหนึ่งหมื่นดาราจักรนั่นคือสาเหตุที่พี่สาวไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย...
...ผมได้รู้ทีหลังว่าตอนกลับมาบ้านและผมหมดสติไป พี่สาวกับพวกเอลวิร่าเข้ามาช่วยผมและปกป้องผมจากพวกบลัดเอลเดอร์ส่วนชีวจักรกลที่พี่สาวเห็นคือสิ่งที่ผมสร้างและอยู่ใต้การควบคุมตามคำสั่งที่ผมส่งออกไปก่อนหมดสติ...
...ผมคิดว่ามีหลายเรื่องที่พี่สาวกำลังสงสัยต่อให้เดวิดบอกเล่าข้อมูลกับพี่สาวมาสองวันเต็มไม่มีทางจะเปิดเผยข้อมูลหลายส่วนให้รู้ ไม่ว่าจะเรื่องของระดับเทคโนโลยีเรื่องของผมที่ไม่มีใครรู้ ต่อให้เอาสิ่งที่พี่สาวเจอในฐานะนักสำรวจมาช่วยคิดผมคิดว่าตอบไปทีละเรื่องคงจะง่ายกว่า...
...เอาเป็นว่าเนื่องจากผมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพี่สาว รวมกับอะไรหลาย ๆ อย่างผมขอรับผิดชอบพี่สาวตลอดชีวิต”
แอนดูรว์เล่ามาถึงจุดนี้และให้คำตอบกับเลน่าถึงน้ำเสียงเขาจะดูสงบจนน่าแปลก เลน่ากลับถามถึงสิ่งสำคัญบางอย่าง
“ในใจเธอมีฉันอยู่รึเปล่า”
แอนดรูว์ได้ยินคำถามนี้เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเขาจะถอนหายใจเบา ๆ ไม่ให้เลน่ารับรู้ แล้วบอกกับเธอ
“ผมตอบไม่ได้ฟังดูอาจน่าขำและไม่จริงใจ แต่มันคือเรื่องจริง เพราะมีคนอยู่ในใจผม”
“ที่เธอเคยบอกว่าไม่สนใจเรื่องรักๆ ใคร่ ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องจริง?” เลน่าถามยืนยันน้ำเสียงเธอยังให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
แอนดรูว์นิ่งเงียบเกือบหนึ่งนาทีคล้ายกำลังคิดถึงบางอย่าง น่าเสียดายเขาไม่อาจหาคำตอบที่แน่ชัดได้
“ถ้าเรื่องความสัมพันธ์ทางกายผมตอบได้ชัดเจนว่าไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อนส่วนในด้านความรู้สึกมันคงเป็นความยึดติดในช่วงเวลาหนึ่งที่ผมไม่สามารถลืมมันได้”
“เธอมีรักไม่สมหวัง?” เลน่าถามด้วยความสงสัย แอนดรูว์กลับส่ายหน้าและเล่าบางอย่าง
“ก็ไม่เชิงพี่สาว เมื่อหลายสิบปีก่อนผมออกไปสำรวจในพื้นที่ไกลแสนไกลมันห่างไกลจากพื้นที่..ที่สหพันธ์กาแล็กซีเคยสำรวจได้ไกลที่สุดถึงหลายล้านเท่าที่นั่นมันเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ รูปแบบชีวิตเหนือธรรมชาตินับไม่ถ้วนเกินกว่าศาสตร์แห่งการค้นหาความจริงและเทคโนโลยีจะเข้าใจได้ เหมือนดินแดนมหัศจรรย์...
...สถานที่แห่งนั้นผมได้เข้าไปสำรวจเก็บตัวอย่างสุดท้ายกลายเป็นว่าต้องเอาชีวิตรอดท่ามกลางอันตรายที่ไม่เคยรู้จัก สู้บ้าง หนีบ้างกินเนื้อสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักประทังชีวิต เรียนรู้จากธรรมชาติในสถานที่แห่งนั้นและเกือบต้องจบลงด้วยความตาย”
แอนดรูว์เล่ามาถึงจุดนี้เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงหวนคิดถึง
“โชคดีว่ามีใครบางคนช่วยผมไว้ใครบางคนนั้นคือผู้หญิงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆคล้ายชนเผ่าในยุคโบราณของโลก ผมในตอนนั้นไม่รู้ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ได้ยังไงในที่แห่งนั้น...
...แต่ก็อยู่อาศัยในหมู่บ้านนั้นระยะหนึ่งมีผู้หญิงคนนั้นที่ช่วยผมไว้ คอยดูแลรักษาผมจนหายดี ถึงคนในหมู่บ้านจะไม่อยากให้ผมอยู่สักเท่าไหร่ผู้หญิงคนนั้นยินดีให้ผมอาศัยอยู่กับเธอ เธอคอยสอนหลายอย่างที่เธอรู้ให้ผมเหมือนกำลังสอนคนไร้อารยธรรมเลยล่ะสำหรับผมมันน่าทึ่งมาก ที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวมีความสามารถหลายอย่างเกินความเข้าใจ”
“ผู้หญิงคนนั้นช่วยเธอไว้พวกเธอรักกัน ฉันพอเข้าใจ” เลน่าพูดขัดขึ้นมา เหมือนไม่อยากฟังสิ่งที่แอนดรูว์เล่าต่อแต่แอนดรูว์ยังคงเล่ามันต่อไปด้วยความรู้สึกหวนคิดถึง
“ไม่ใช่ ตอนนั้นผมแค่มีความรู้สึกดีกับเธอที่เธอช่วยผมไว้หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับเธอในระยะหนึ่งผมมีแผนจะเดินทางกลับด้วยยานที่ทิ้งไว้ในพื้นที่ปลอดภัย ผมคิดว่าความสามารถและความรู้ในตอนนั้นสามารถพาตัวเองกลับไปถึงยานได้...
...นั่นคือความคิดที่โง่ที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมาหลังจากผมออกไปจากหมู่บ้านได้ไม่ไกลก็เจอฝูงสิ่งมีชีวิตสองฝูงกำลังสู้กันผมพยายามหลีกเลี่ยงดันเจอกับฝูงแมลงตัวใหญ่คล้ายยุงเข้าโจมตี ถึงหนีรอดมาได้ก็เกือบตายใกล้หมู่บ้าน...
...เวลานั้นมีคนในหมู่บ้านมาเจอผมพอดีและจำหน้าได้เลยไปเรียกผู้หญิงคนนั้นมาช่วยผมเธอช่วยผมไว้อีกครั้งและบ่นผมอยู่นาน ถึงผมจะไม่เข้าใจภาษาของพวกเขาฟังจากความรู้สึกคงกำลังบ่นที่ผมออกไปนอกหมู่บ้าน...
...นับตั้งแต่นั้นมาผมก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่อและทำความเข้าใจภาษาของพวกเขาผู้หญิงคนนั้นเริ่มสอนสิ่งที่เธอรู้ให้ผมอีกครั้งหลังผมหายดีแต่ครั้งนี้ผมพอฟังเธอเข้าใจ นานวันเข้าภาษาสื่อสารผมดีขึ้น ความสามารถพัฒนาและมันถึงเวลาที่ผมจะกลับไปยานเพื่อเดินทางกลับจริงๆ”
แอนดรูว์หยุดเล่ามองหน้าเลน่าที่เหมือนไม่ค่อยอยากฟังเขาเท่าไหร่และเล่าต่ออีกครั้ง
“ผมบอกลาคนในหมู่บ้านก่อนไปบอกลาผู้หญิงที่คอยดูแลผม แต่ว่าเธอจะไปส่งผมด้วย ทำให้พวกเราเตรียมตัวก่อนเดินทางเอาอาวุธทำจากหินและไม้เรียบง่ายกับเสบียงจำพวกเนื้อแห้งติดตัวไปด้วย...
...ในช่วงแรกตอนออกจากหมู่บ้านการเดินทางของพวกเราราบรื่น ความรู้และภูมิปัญญาของผู้หญิงคนนั้น ช่วยให้หลบเลี่ยงสิ่งมีชีวิตหลายชนิดมาได้แต่สุดท้ายไม่รู้ว่าผมโชคร้ายหรืออะไร...
...แผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นสิ่งมีชีวิตหลายชนิดกระจายไปทั่วพื้นที่ด้วยความแตกตื่นผมกับเธอพยายามหลบเลี่ยงสิ่งมีชีวิตพวกนั้น สุดท้ายหลังแผ่นดินไหวหยุดลง ไม่พ้นได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่จากสิ่งมีชีวิตพวกนั้นผมกับเธอพากันหนีตายจนมาถึงยานในพื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ...
...โชคร้ายยานผมได้รับความเสียหายหลายส่วนยังดีที่ระบบหลายอย่างทำงานอยู่ ถึงได้รักษาตัวผมกับเธอให้หายดี ระหว่างนั้นผมได้ส่งสัญญาณไปยังยานสำรองแต่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะมาถึง จึงช่วยไม่ได้ที่ผมจะอาศัยอยู่กับเธออีกครั้ง...
...ด้วยเหตุผลที่สิ่งมีชีวิตตกอยู่ในความปั่นป่วนจากแผ่นดินไหวยังไม่กลับคืนสู่ความสงบระยะห่างของยานกับหมู่บ้านไกลกันมาก ผมจึงขอให้เธออาศัยอยู่ที่ยานกับผม เมื่อยานสำรองมาถึงผมจะไปส่งเธอ...
...ช่วงเวลานั้นผมบอกเธอเกี่ยวกับยานและสิ่งที่ผมพอจะรู้เราอาศัยอยู่ด้วยกันและมีความรู้สึกดี ๆ ระหว่างชายหญิงแต่ผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับเธอ...
...อยู่มาวันหนึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแผ่นดินไหวเกิดขึ้นถี่ทุกวัน นานวันเข้าผมถามเธอว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตามปกติรึเปล่าเธอบอกผมว่าไม่ปกติอาจมีบางอย่างเกิดขึ้น ท่าทางของเธอในตอนนั้นผมรู้สึกได้ว่าเธออยากกลับไปหมู่บ้านนั่นคือตอนที่ผมชวนเธอคุยเรื่องส่วนตัว...
...ผมบอกถึงที่มารวมไปถึงเรื่องครอบครัวให้เธอรู้เธอก็เล่าเกี่ยวกับตัวเธอให้ผมฟัง ตอนที่เธอได้ยินเรื่องของผมเธอมีท่าทางตกใจอยู่บ้างแต่พอผมได้ยินเรื่องของเธอผมไม่รู้จะพูดอะไรออกไป เธอบอกว่าเธอโตมากับย่า พ่อแม่เธอเสียชีวิตไปก่อนเธอจะจำความได้ของต่างหน้าที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มีแค่บ้านในหมู่บ้านหลังเดียว ที่เธออยู่คนเดียวเพราะย่าเธอเสียชีวิตไปก่อนเจอผมไม่นาน...
...หลังผมกับเธอเปิดใจให้กันพวกเราพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ของอีกฝ่าย ใช้ชีวิตอยู่กันเกินสองปี ในที่สุดผมกับเธอลงเอยด้วยการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งผมชวนเธอให้กลับไปกับผมในตอนที่ยานสำรองมาถึง เธอตอบตกลงและขอกลับไปหมู่บ้านเพื่อบอกลาทุกคน...
...ผมพาเธอกลับไปยังหมู่บ้านท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่เห็นยานสำรองของผม เธอบอกลาทุกคนในหมู่บ้าน ไหว้หลุมศพย่าของเธอและยืนดูบ้านเธอเป็นครั้งสุดท้าย”
มาถึงจุดนี้แอนดรูว์หยุดเล่าเลน่าเห็นเขาพยายามควบคุมสีหน้าที่เปลี่ยนไป ก่อนจะเล่าต่อจึงไม่อยากขัด
“ระหว่างเธอยืนดูบ้านแผ่นดินไหวรุนแรงได้เกิดขึ้น ตอนนั้นผมจำได้ดีว่ามีสิ่งมีชีวิตตัวขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินผมจำลักษณะมันได้ดี มันไล่ฆ่าคนในหมู่บ้านทุกคน เธอจึงพยายามเข้าไปช่วยเหลือถึงผมจะร่วมมือด้วยยานสำรองก็ไม่ได้ติดตั้งอาวุธหนัก สุดท้ายแล้วก็ได้แต่พาร่างไร้ชีวิตของเธอหนีขึ้นยานพร้อมกับเห็นหมู่บ้านถูกทำลาย”แอนดรูว์ไม่เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมให้เลน่าฟังแต่จากสีหน้าและน้ำเสียงของเขาฟังดูเจ็บปวด
บรรยากาศภายในห้องพักกลับสู่ความเงียบอีกครั้งก่อนแอนดรูว์จะพูดขึ้น
“ผมไม่รู้นะว่าพี่สาวตัดสินใจยังไงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราผมบอกได้แค่ว่าผมกับพี่สาวกำลังถูกค้นหาตัวอยู่ต่อให้ผมกับพี่สาวกลับไปอาจเกิดข่าวใหญ่ขึ้นช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่ว่ายังไงท้ายที่สุดผมต้องลบความทรงจำของพี่สาวอยู่ดีไม่ให้รู้ถึงเรื่องราวของผม”
ฟึ๊บ!
เลน่าขึ้นคร่อมตัวแอนดรูว์
“พี่สาว” แอนดรูว์มองเลน่าที่อยู่ชิดใกล้สายตาทั้งสองประสานกัน
“ฉันเป็นภรรยาของเธอเธอเป็นสามีของฉัน ต่อให้เธอไม่มีใจให้ฉัน ฉันก็มีใจให้เธอไปแล้ว” เลน่าแนบตัวติดกับแอนดรูว์ด้วยขนาดตัวที่เล็กกว่าเธอสามารถซบอกเขาและฟังเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะชัดเจน
“นี่พี่สาว” แอนดรูว์สัมผัสได้ถึงฝ่ามือข้างหนึ่งของเลน่ากำลังลูบไล้แผ่นหลังของเขาก่อนเธอจะนำมือที่ถูกเขากุมไว้มาแตะริมฝีปาก
“ชู่ววววววววไม่ต้องพูดอะไร ปล่อยตัวปล่อยใจให้สบาย ให้ฉันเข้าไปอยู่ในใจเธอ”
เลน่าค่อย ๆ ถอดชุดแอนดรูว์ออกตามด้วยชุดของเธอ ท่ามกลางความเงียบ ร่างกายทั้งสองก็เปลือยเปล่าและแนบลงบนเตียงตามมาด้วยเสียงหอบหายใจเป็นจังหวะ
-Skip ไว้ในฐานที่เข้า