บัดนี้ น.ส.กองฟาง กุลมาศได้มาเยือนห้องผู้ชายแบบไม่เต็มใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งหน้าหงิกและหายใจทิ้งอยู่ที่โซฟาตัวนุ่ม
“ว่ากันไม่ได้นะ เพราะเธอที่บอกฉันเองว่า..ยังไงฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉันให้ตลอดรอดฝั่ง”คำประชดทำเ้าหล่อนหน้าหงิกง้ำกว่าเดิม
“จะติวอะไรก็ติวมา ฝอยอยู่ได้”
“สาระทั้งนั้น พูดให้ถูกหน่อย”
“ไม่รู้! ตรงไหนไม่ทราบไอ้สาระของนายน่ะ” คนฟังนิ่วหน้า
“ตรงที่ฉันอุตส่าห์เสียเวลาอันมีค่าไปต่อล้อต่อเถียงกับคนไม่มีหัวคิดอย่างเธอเพราะติดละครน้ำเน่าน่าสมเพชแถมยังปรามาสคนที่ทำประโยชน์กว่าแบบโง่ๆ อีกว่า ฝอย”
“นาย!” ชายหนุ่มขึงตาพร้อมชี้หน้าคนอยากแหวให้ต้องค้างปากไว้แค่นั้น“หยุดโวยวายได้ละก็อยากรู้เหมือนกันถ้าคุณลุงรู้เข้าจะว่ายังไงเลือกเอาระหว่างกลับห้องไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกหรืออยู่อย่างสงบแล้วทำตามที่ฉันบอก” คนฟังแทบคลั่ง ทว่า..
ถูกของเขา
ไม่ควรเอาชนะหรือดันทุรังในเื่ที่ไม่ควร
“ก็ได้ อยู่อย่างสงบๆ พอใจหรือยัง”
“เท่านั้นแหละ”พอคนตัวโตหันไปทางตู้หนังสือเ้าหล่อนก็แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ทันทีเกิดจะเป็คนดีรักษาคำพูดขึ้นมาเชียวนะ
น่าหมั่นไส้
ระหว่างรอเธอจึงทำได้แค่กรอกตามองไปมาว่าแต่..ห้องนี้มันกว้างกว่าห้องนอนทั้งหมดที่บ้านของเธอรวมกันเสียอีกการตกแต่งลงตัวสมกับเป็ห้องของผู้ชายจริงๆ
มุมผนังด้านติดกับเตียงหนามีรูปทีมนักฟุตบอลทั้งเล็กใหญ่เรียงกันได้สัดส่วนถัดไปอีกนิดเป็รูปรถแข่งที่ตกแต่งอลังการ ทั้งรถขับเคลื่อนสี่ล้อและมอร์เตอร์ไซค์
แหม! บ้าระห่ำน่าดู
ผนังบิ้วอินจากปลายเตียงถึงมุมห้องเป็ตู้โชว์โมเดลรถขนาดเล็กมีทุกแบบทุกยี่ห้อก็ว่าได้
“นายชอบสะสมเหรอ”เป็หนึ่งหันขวับเพื่อพบว่าอีกคนไปยืนตากลมแป๋วอยู่หน้าตู้โชว์แล้ว
“ใช่ ทำไม เธอก็ชอบเหมือนกันเรอะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้น รู้อยู่ว่าแต่ละคันน่ะหลายตังค์”
“อยู่แล้ว ถึงจะเป็แค่โมเดลแต่ก็มีราคา ฉันว่าเธอกลับมานั่งที่เดิมดีกว่า” คนตัวโตยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ..ก็เขามีกำลังซื้อนี่นา ส่วนคนตัวเล็กค้อนขวับ
ทำเป็หวง
“จริงๆ แล้วคุณลุงคงลืมบางเื่ไปนะ ฉันว่า”
“เื่อะไร”
“ก็นายเรียนสายบริหาร ส่วนฉันเรียนนิเทศ ข้อสอบมันจะไปเหมือนกันได้ยังไงจริงมะ” คนฟังยักไหล่อีกรอบ
“เอาน่ะ ฉันรู้ละกันว่าควรจะติวอะไรให้เธออย่างน้อยวิชาหลักต้องเรียนเหมือนกันอยู่ละ”
เบื่อจริงคนฉลาดเนี่ย
“เอ้า! ยังไม่กลับมานั่งอีก ต้องให้ไปลากหรือไง” เท่านั้นเธอก็วิ่งปรู๊ดมาทันที
เื่อะไรจะยอมให้ทำอย่างนั้นเล่า
เป็หนึ่งส่ายหน้าระคนมึนๆ งงๆ กับชีวิตก็แม่หลานสาวอุปถัมภ์ของคุณลุงที่ทะเลาะกันมาั้แ่เด็กแม้แต่หน้ายังไม่อยากจะมอง แต่กลับมานั่งตัวเป็ๆ อยู่ในห้องของเขาตอนนี้
เฮ้อ! โลกจะแตก
มือหนารวบหนังสือหกเจ็ดเล่มรวมความสูงเกือบคืบมากองตรงหน้าหญิงสาว
“ฉันว่าหมดนี่คงช่วยเธอได้”
“หมดเนี่ย?”
ยี้! ภาษาอังกฤษกับคำนวณทั้งนั้น
เ้าหล่อนทำหน้าเหมือนเห็นยาถ่ายอย่างไรอย่างนั้น “เบื่อสองวิชานี้จะตาย”
“เพราะงั้นไงถึงต้องติวให้เป็พิเศษ รู้ว่าเธออ่อน”
“รู้? นี่นายรู้เื่ของฉันด้วย..แปลก!” คนโดนท้วงผงะไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตีหน้าขรึมเข้าใส่
“ก็หน้าเธอมันฟ้องอยู่ทนโท่ ไม่เห็นต้องมีใครบอกเลย” มือเล็กๆยกขึ้นถูไถข้างแก้มตัวเองอย่างงุนงง เขามีสายตาเป็เครื่องสแกนอัจฉริยะรึไงกัน
ประสาท
“มัวแต่มองอยู่ได้ หน้าฉันไม่มีข้อสอบให้เธอเห็นหรอกนะ จะติวไหมหนังสือน่ะ!”
“อ่ะ! ก็ตั้งใจฟังอยู่นี่ไง”
ข้างนอก คนที่กำลังลุ้นฟังคนในห้องจนตัวโก่งต้องผวาเฮือกเมื่อถูกสะกิด
“ต๊าย! คุณท่าน” ชมพู่ตบอกฝางแล้วยังต้องยกอีกมืออุดปากตัวเองเมื่อหันไปเห็นประมุขของบ้านยืนเด่นเป็สง่าเงียบๆ อยู่ข้างหลัง
“คุณฟางล่ะ”คำถามทำให้มือที่ยังค้างอยู่กับอกย้ายไปชี้ยังประตู
“นะ..ในห้องค่ะ กับคุณหนึ่ง”
“ฮืมมม เขาติวหนังสือกัน แล้วเราล่ะมัวทำอะไรอยู่”ชมพู่เผยยิ้มขมฝืด เพราะความอยากรู้อยากเห็นเป็เหตุแท้ๆ
“เอ่อ..จะมาถามพวกคุณหนูน่ะค่ะ วะ..ว่า้าของว่างไหม เดี๋ยวชมพู่จะจัดให้”วันชัยพยักหน้าเข้าใจให้แม่คนอ้อมแอ้มแก้ตัวได้ลอบระบายลมหายใจโล่ง
รอดไป