เช้าวันต่อมา
วันนี้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงแต่งตัวด้วยชุดฝึกสีขาวของสำนักที่ได้มา หน้าอกฝั่งซ้ายนั้นมีตราเพลิงสีแดงที่แสดงฐาณะของศิษย์สายนอกสำนักเพลิงสืบทอด เมื่อแต่งตัวเสร็จ จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นได้เดินออกมามุ่งหน้าไปในส่วนของหอส่วนกลาง
ระหว่างทางนั้นเมื่อศิษย์ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายนอกหรือศิษย์สายในเห็นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงทุกคนนั้นต่างแสดงความสนอกสนใจออกมา ข่าวเรื่องเมื่อวานที่ตัวของเค้านั้นประกาศบอกต่อศิษย์สายนอกที่เข้ามาใหม่ทุกคน ว่าถ้าใครอยากจะพาตัวของเค้าไปหานายน้อยตระกูลซูต้องกล้าที่จะประลองเป็นตายกับเค้า สิ่งนี้นั้นมันแสดงออกมาได้เพียง 2 อย่างเท่านั้น 1.ความกล้าและความมั่นใจในตัวของตัวเอง 2. ความโง่เขลาอวดเก่งอวดดี แต่ละคนก็คอยรอดูว่า 2 เดือนข้างหน้านั้น หมิงฉีผู้นี้จะทำอะไรได้
ศิษย์หน้าใหม่นั้นพลังการฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดคือรวบรวมปราณขั้นที่ 8 แต่หมิงฉีผู้นี้นั้นอยู่เพียงรวบรวมปราณขั้นที่ 5 เท่านั้น ถ้านับเพียงเรื่องใจก็คงต้องบอกว่าหมิงฉีผู้นี้มันก็ของแทร่
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเมื่อมาถึงที่หอส่วนกลาง เค้าก็เลือกที่จะมุ่งหน้าไปต่อที่หอสมุดก่อนเลยเป็นอันดับแรก ข้างในหอสมุดผู้ดูแลที่นั้นเป็นศิษย์สายนอกผู้หนึ่งเมื่อเค้าเห็นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเข้ามาตัวของเค้านั้นได้ชูนิ้วโป้งให้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิง เค้าชูให้สำหรับความกล้าของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิง จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเห็นอย่างนี้ก็อดจะทำหน้าเหยเกออกมาไม่ได้เค้าไม่สนใจศิษย์คนนั้นก่อนจะเข้าไปอ่านหนังสือ
5 ชั่วโมงต่อมา
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงปิดหนังสือเล่มสุดท้ายที่เค้าอ่านจบไป วันนี้นั้นเค้าอ่านหนังสือไปทั้งหมด 30 กว่าเล่ม แต่ละเล่มนั้นจะพูดถึงข้อมูล 1 แสนปีที่ผ่านมาหลังจากที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้หายไป ตัวของเค้านั้นจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลด้วยเหมือนกัน อย่างการที่โอสถในระดับตำนานที่ความบริสุทธิถึง 10 ส่วนนั้นหลังจากตัวของเค้าได้หายไปแล้วนั้นไม่มีใครสามารถสร้างมันออกมาได้อีกเลยอันนี้ก็เป็นสิ่งใหม่ที่ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงพึ่งทราบ กองกำลังต่างๆบางกองกำลังเมื่อผ่านไป 1 แสนปี มีทั้งผลัดเปลี่ยนและบางกองกำลังที่สามารถคงอยู่ได้ ก็แข็งแกร่งขึ้นไปอีก
และอีกเล่มที่สำคัญที่สุดที่ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นตั้งใจมาอ่านวันนี้ นั้นก็คือกฎของสำนักทั้งหมดของสำนักเพลิงสืบทอด
หลังจากอ่านหนังสือทั้งหมดจบลงตัวของเค้านั้นก็ได้เดินออกจากหอสมุดก่อนที่จะเดินไปต่อที่หอตำราทักษะการต่อสู้
ที่หอตำราทักษะการต่อสู้นั้นผู้ที่เฝ้าอยู่ไม่ใช่ศิษย์สายนอกหรือศิษย์สายในแต่เป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ได้นั่งสมาธิอยู่ตราตรงอกทางด้านซ้ายนั้นเป็นรูปตราเพลิงสีเงินอย่างชัดเจน
“ เจ้านั้นสามารถเลือกทักษะขั้นพื้นฐานจากชั้นแรกได้เพียง 3 ทักษะ ทักษะชั้นที่ 2 และ 3 นั้นเจ้าไม่มีศิษย์เข้าไปเมื่อเจ้าเลือกทักษะได้ให้เอามันมาให้ข้า ข้านั้นจะคัดลอกให้เจ้าไว้จดจำ 7 วันหลังจากนั้นแผ่นคัดลอกมันจะหายไปเอง ” ผู้อาวุโสผู้นี้นั้นลืมตามาดูอยู่ชั่วครู่เมื่อเห็นว่าเป็นศิษย์ที่มาใหม่เค้าจึงได้กล่าวคำพูดออกมาหลังพูดจบก็ได้หลับตาทำสมาธิต่อไป
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรเค้าเดินเข้าไปในหอตำราทักษะการต่อสู้ทันที ตัวของเค้านั้นตัดสินใจที่จะใช้ทักษะการต่อสู้ของสำนักเพลิงสืบทอดในรูปลักษณ์ของหมิงฉีเนื่องจากทักษะต่างๆที่เค้ามีนั้นขั้นต่ำก็คือทักษะระดับโลกซึ่งถ้าหากใช้เมื่อไหร่รับรองด้วยระดับการฝึกตนของเค้า เค้านั้นจะต้องถูกตามล่าแน่นอน ความโลภของมนุษย์นั้นยากแท้ที่จะหยั่งถึง ถ้าหากจะใช้มันก็คงต่อเมื่อเค้านั้นมั่นใจว่าจะสังหารผู้ที่เห็นเหตุการณ์ได้ทั้งหมด
ในหอทักษะการต่อสู้วันนี้นั้นครึกครื้นไปด้วยศิษย์ใหม่เมื่อวานหลายคน โชคดีของเค้าที่วันนี้ไม่เจอเจ้าเซี้ยถูนั้นที่นี้ ไม่งั้นก็คงได้รำคาญอีกเป็นแน่ หลังจากเดินวนไปรอบๆชั้นที่ 1 นั้นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก็เลือกทักษะมา 3 ทักษะ
1.ทักษะหมัดเพลิงอัสนี
2.ทักษะก้าวอย่างสายลม
3.ทักษะกายาดั่งหิน
ตามชื่อของมันทักษะที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเลือกมาทั้ง 3 ต่างครอบคุมทั้งการโจมตีการป้องกันและการเคลื่อนไหว
เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเลือกเสร็จตัวของเค้านั้นก็ส่งทักษะทั้ง 3 ให้แก่ผู้อาวุโสที่นั่งสมาธิอยู่ผู้อาวุโสผู้นั้นรับทักษะทั้ง 3 เมื่อได้เห็นก็ได้แสดงท่าทางสนใจออกมาก่อนจะคัดลอกทักษะทั้ง 3 แล้วส่งให้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิง
“ เจ้าหนุ่มหากเจ้านั้นไม่สามารถจดจำทักษะใดๆทักษะหนึ่งได้เลยภายใน 7 วันข้านั้นจะให้โอกาสเจ้าเลือกทักษะใหม่ อีก 1 ทักษะเท่านั้นนะ ” เสียงของผู้อาวุโสนั้นลอยตามหลังจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงมา ทักษะทั้ง 3 ของเค้านั้นถือว่าเป็นทักษะที่ดีที่สุดในทั้ง 3 สายเลย สายการโจมตี สายป้องกัน และสายเคลื่อนที่ แม้จะเป็นเพียงทักษะระดับพื้นฐาน แต่มันนั้นก็ยากที่สุดของสำนักเพลิงสืบทอดแล้ว
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเค้านั้นไม่ได้สนใจคำพูดของผู้อาวุโสที่ตามหลังเค้าเท่าไหร่นัก หลักจากได้ 3 ทักษะที่คัดลอกมาแล้วเค้าก็ได้มุ่งหน้าไปหอแห่งการฝึกฝนต่อเลยทันทีไม่ได้หยุดพักอะไร
หอแห่งการฝึกฝนนั้นที่แห่งนี้มีศิษย์สายในอยู่มาก จะมีศิษย์สายนอกเป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมาทีแห่งนี้เนื่องจาก ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงนั้นมีจำกัดทำให้ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อเข้าไปนั้นสูงมันอยู่ที่ราคา 50 เหรียญทองแดงต่อ 1 วัน ถ้าถามว่ามันแพงแค่ไหนก็ต้องดูจากว่าศิษย์สายนอกนั้นสามารถรับเงินได้เพียง 50 เหรียญทองแดงต่อเดือนเท่านั้น แปลว่าถ้าศิษย์สายนอกจะมาเข้าหอฝึกฝนเค้าสามารถมาได้เพียง 1 วันเท่านั้น
คนที่เฝ้าหอฝึกฝนนั้นเป็นหญิงสาวที่จัดว่าสวยเลยตราที่อกของเค้านั้นแสดงอย่างชัดเจนว่าเป็นศิษย์สายใน
“ น้องชายเจ้าจะมาฝึกฝนที่ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงกี่วันดี ? ” เมื่อหญิงสาวเห็นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเดินเข้ามาเค้าก็กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงใจนี้เป็นนิสัยของหญิงสาวผู้นี้อยู่แล้ว
“ แม่นางจางลี่ใยเจ้าต้องบริการพวกมดปลวกพวกนี้อย่างดีด้วยล่ะ ” ยังไม่รอให้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นได้ตอบคำถามตอนนี้ก็ได้มีเสียงที่น่ารำคาญดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเค้าอีกแล้ว