(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 45 งามสัมมนาของคณะบริหาร

     

    ตอนที่ 45 งามสัมมนาของคณะบริหาร

     

     

    ร้าน QFC สาขาธาราบุรีในตอนนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในขึ้นในทันทีที่พี่แตง ที่เป็นผู้จัดการสาขาประกาศลาออก แน่นอนว่าคนที่ขึ้นมาแทนพี่แตงก็ไม่ใช่ใครอื่น คือดิวตี้ที่เป็นรองผู้จัดการร้านได้รับหน้าที่ขึ้นมาเป็นผู้จัดการชั่วคราวและจะแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการถาวรในอนาคต โดยเป็นตัวของผู้จัดการพื้นที่หรือพ่อของดิวตี้คนนี้เป็นคนแนะนำให้กับทางผู้บริหารประจำจังหวัดอีกทอดหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม พีทไม่ได้สนใจกับเรื่องที่เกิดกับร้าน QFC เลยสักนิด เนื่องจากตอนนี้ตัวของพีทเองก็ยุ่งเป็นอย่างมาก

     

    เขาต้องปรึกษากับเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอสถึงเรื่องไก่ทอดของเขา ที่เมื่อเปิดสาขาเพิ่มเติมแล้ว การควบคุมคุณภาพอาจจะทำได้ยากมากขึ้น

    เขาอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการพรีฟรายอิ้ง Pre-Frying แบบเดียวกับที่ร้านฟาสต์ฟู้ดทำ เพื่อประหยัดเวลา แต่กระนั้นทางด้านของเชฟมินแจกยูและผู้พันเซนเดอรอสกลับไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้

     

    [ฉันไม่อยากให้ร้านของเรา ต้องการเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดที่ไร้จิตวิญญาณแบบนั้น] เชฟมินแจกยูส่ายหน้าเมื่อเห็นถึงตัวเลือกของพีทที่จะทำให้ร้านไก่ทอดของเขา กลายเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด

    [ฉันก็ไม่เห็นด้วย รู้ไหมตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ ฉันอยากจะซื้อ ร้าน QFC ของฉันกลับคืนมาจากพวกนายทุนสารเลวนั้นมากแค่ไหน? ฉันอยากให้ประสบการณ์ของฉันเป็นตัวสอนคุณว่า อย่าได้ขายจิตวิญญาณของตัวเองเพื่อแลกกับกระแสนิยมเป็นอันขาด] ผู้พันแซนเดอรอสถอนหายใจออกมา พลางนั่งเหม่อลอยถึงตอนที่ยังมีชีวิตและไม่สามารถซื้อกิจการของตัวเองกลับคืนมาจากกลุ่มนายทุนได้

    [ตกลงครับ ผมจะไม่ทำให้ไก่ทอดของพวกเรา กลายเป็นร้านไก่ทอดที่ไร้จิตวิญญาณเป็นอันขาด ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะเปลี่ยนขั้นตอนในการควบคุมคุณภาพด้วยการหมักไก่ด้วยเครื่องสุญญากาศและใช้การแช่แข็งมันไปตามสาขาดีไหมครับ] พีทได้เสนอแผนการที่เขาคิด

    แม้แผนการนี้จะไม่สามารถถนอมอาหารได้เท่ากับการพรีฟรายอิ้ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่จะทำให้เขาสามารถควบคุมคุณภาพของไก่ทอดของเขาได้

     

    โดยเขาตั้งใจว่าร้านไก่ทอด Chicky CPF ของเขา จะเป็นร้านไก่ทอดที่จะทอดไก่สดใหม่ทุกวัน แม้ผลลัพธ์จะช้ากว่าและอาจทำให้ลูกค้าต้องรอนาน แต่ก็แลกมากับการรักษาจิตวิญญาณและความตั้งใจของร้าน Chicky CPF ให้ดำรงอยู่ต่อไป ไม่กลายเป็นร้านฟาสต์ฟู้ดที่เน้นเอาเร็วเข้าว่านั่นเอง

    อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากพีทจะต้องจัดการในเรื่องของสูตรไก่ทอดของเขาแล้ว มันก็ถึงเวลาแล้วที่ร้านของเขาต้องลงทุนกับเครื่องทอดไก่แทนการใช้กระทะ ที่ต้องใช้ความละเอียดในการควบคุมอุณหภูมิไฟ

     

    พีทได้เดินทางเข้ากรุงเทพ โดยมีแชมป์และฝ้ายไปเป็นเพื่อน พวกเขาได้ทำการติดต่อกับผู้จัดจำหน่ายที่เป็นตัวแทนจากประเทศอเมริกาและประเทศจีน ใช้เวลาตัดสินใจและเทียบคุณภาพระหว่างสองเจ้า

     

    ก่อนที่พวกเขาจะตกลงสั่งซื้อเครื่องทอดมาทั้งหมด 10 เครื่องจากประเทศจีน ที่เมื่อเทียบและคิดคำนวณแล้ว แม้คุณภาพเครื่องทอดของจีนจะด้อยกว่าของทางบริษัทในสหรัฐอเมริกาอยู่มาก

     

    แต่เท่าที่พวกเขาได้ลองใช้งาน พวกเขากลับพบว่าเครื่องของจีน กลับสามารถทำอาหารได้หลากหลายมากกว่า แถมยังครอบคลุมในด้านของการใช้งานและการซ่อมบำรุงอีกด้วย

     

    ทั้งนี้ในระหว่างที่พีทกำลังตัดสินใจเลือกเครื่องทอดจากจีน ตัวของพีทก็ได้รับคำปรึกษาจากน้าผีด้วยเช่นกัน น้าผีรู้ดีว่าสินค้าจากจีนนั้น มักจะไม่ได้มาตรฐานแต่นั่นเกิดขึ้นหลังจากที่จีน เริ่มแผ่ขยายอำนาจทางการตลาดที่ได้ทะลักเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมันจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 2015-2016 เห็นจะได้

     

    ส่วนในช่วงปีนี้หรือก็คือปี 2013 บริษัทจีนที่มีอำนาจในการส่งออกมายังประเทศไทยได้ จะต้องเป็นประเทศที่มีศักยภาพอยู่พอตัว หากสินค้าของพวกเขาไม่ดีจริงๆ คงไม่สามารถผ่านการตรวจสอบจากประเทศของตัวเองและบุคลากรของประเทศไทยเข้ามาขายได้เป็นต้น

     

    ดังนั้นพีทจึงตัดสินใจเลือกเครื่องทอดจากจีน ซึ่งทางด้านของผู้ขายก็รับปากว่าจะนำทยอยส่งเครื่องทอดมาให้ตามลำดับ โดยบริษัทจากจีนแห่งนี้ก็มีชื่อว่า ‘จินเว่ย’ Jinwei Industries ที่ตัวของผู้แทนที่มาทำการค้ากับพีท ก็คือลูกชายคนโตของบริษัท ที่ชื่อว่า ‘จินเทียน’ อายุ ราวๆ 35 ปี

    จินเทียนได้ถูกพ่อของเขาส่งมาที่ประเทศไทยเพื่อติดต่อค้าขายมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว เขามาที่นี่กับครอบครัว โดยมีภรรยาติดตามมาด้วย

     

    “ยินดีที่ได้ทำธุรกิจร่วมกันนะครับ” จินเทียนได้พูดเป็นภาษาอังกฤษ ป่นภาษาไทยที่เป็นคำศัพท์ง่ายๆ กับพีท ฝ้ายและแชมป์

    “คุณจินเทียน เดินทางมาที่ไทย ไม่คิดถึงบ้านที่นู่นเหรอครับ?” พีทถาม เมื่อพบเห็นว่าตัวของจินเทียนนั้นดูจะตั้งใจกับการมาทำงานที่ประเทศไทยอยู่มากทีเดียว ถึงขนาดที่ซื้อหนังสือเรียนภาษาไทยและได้ว่าจ้างครูสอนพิเศษ พ่วงตำแหน่งล่ามไว้อยู่ข้างๆ ตลอด

    “คิดถึงสิ แต่กลับไปตอนนี้ ผมคงได้โดนพ่อไล่ตะเพิดออกจากตระกูลแน่ๆ ก่อนที่จะถูกส่งมาที่นี่ ตัวผมได้ทำเรื่องผิดพลาดกับบริษัทไปหลายสิบล้านหยวน การที่มาประเทศไทยจึงเป็นเหมือนโอกาสแก้ตัวของผมครับ” จินเทียนตอบพลางเอารูปที่ตัวเองถ่ายกับครอบครัวที่ยืนอยู่ด้านหน้าของบริษัทจินเว่ยให้กับพีทได้ดู

     

    บริษัทจินเว่ย ในประเทศจีนเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก แม้จะไม่ถึงขั้นเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศจีน แต่ก็มีศักยภาพโดดเด่นที่ทางการของจีนให้การสนับสนุน จนสามารถเปิดตลาดในต่างประเทศได้นั่นเอง

     

    ครอบครัวตระกูลจินเว่ย มีผู้นำตระกูลอย่าง จินหลง ผู้เป็นพ่อที่มีอายุ 57 ปี บุคลิกดูเป็นคนดุๆ ที่เงียบขรึม สมแล้วกับที่เป็นผู้นำตระกูล

    ด้านข้างของผู้นำตระกูลเป็นจินเทียน ผู้เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว ที่ยืนคู่กับภรรยาที่กำลังจูงมือลูกสาวในวัย 6 ขวบ ส่วนอีกข้างหนึ่งของผู้นำตระกูลเป็นสาวสวยที่แต่งกายในชุดสีขาวบริสุทธิ์ เธอยังดูอ่อนเยาว์มากเมื่อเทียบกับพี่ชาย พีทจ้องมองเธอด้วยความชื่นชมกับใบหน้าที่สวยงาม ก่อนจะส่งรูปดังกล่าวคืนให้กับจินเทียน

     

    “น้องสาวของผมชื่อ จินหลิน อายุก็น่าจะๆ พอกับพวกคุณ ตอนนี้เธอยังเรียนอยู่ที่มหาลัยปักกิ่ง หากเรียนจบมาแล้วก็คงเข้ามารับช่วงต่อจากพ่อของผม อนาคตพวกคุณอาจจะได้เจอกันก็ได้” จินเทียนแนะนำน้องสาวของตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าพีทนั้นน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

    ในอนาคตถ้าหากว่าพีทยังเป็นคู่ค้ากับบริษัทของตนเองอยู่ ก็คงจะมีโอกาสได้เจอกันอย่างแน่นอน

     

    พีท แชมป์และฝ้าย หลังจากใช้เวลาไปกว่าสองวัน เพื่อไปจัดซื้อเครื่องทอดมาใช้ที่ร้าน พวกเขาก็รีบกลับมาดูแลงานที่ร้านกันต่อทันที

     

    โดยฝ้ายจะดูแลร้านที่ซอยข้างมหาลัย ส่วนแชมป์นั้นจะถูกส่งไปดูแลที่ห้างธาราบุรี ที่ตอนนี้เริ่มติดต่อผู้รับเหมามาเคลียร์พื้นที่ร้านของพวกเขากันแล้ว

     

    อันที่จริงพีทจะตั้งใจจะไปคุมคนงานที่กำลังก่อสร้างร้านใหม่ในห้างแทนแชมป์ แต่ด้วยความที่ว่าวันนี้มันคืองานสัมมนาที่ทางคณะของเขาได้จัดขึ้น ตามที่อาจารย์หญิงและอาจารย์จ๋าได้ใส่ชื่อของพีทเข้าร่วมเป็นกรณีพิเศษ ทำให้พีทไม่อาจที่จะเพิกเฉยต่อคำขอของอาจารย์ของเขาไปได้

    งานสัมมนาล้วนจัดขึ้นในคณะของเขา อีกทั้งยังมีการเชิญวิทยากรจากหลายๆ สาขาวิชา เข้ามาบรรยายประสบการณ์ต่างๆ ของตัวเอง

     

    โดยงานสัมมนานี้ได้เริ่มตั้งแต่ 9 โมงเช้า มีนักศึกษาจากคณะบริหารราวๆ 30-40 คน ที่แต่งกายด้วยชุดสภาพตบเท้าเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก เพราะนี้ถือเป็นอภิสิทธิ์อย่างหนึ่ง ที่มีเฉพาะนักศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับเกียรตินิยมจากทางมหาลัยเท่านั้นที่จะเข้าร่วมได้

     

    พีทได้เดินเข้าร่วมงาน ด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม วันนี้เขาสวมชุดนักศึกษาแขนยาว เอาเสื้อใส่เข้าในกางเกงสแล็คที่ตัดแต่งให้เข้ากับรูปร่างของเขา พร้อมกับผูกเนกไทของมหาลัย ซึ่งหากมีสูทสีดำสวมทับอีกหนึ่งชั้น

    พีทก็คงจะเหมือนนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งที่ดูภูมิฐานอยู่ไม่น้อย ดูไม่เหมือนนักศึกษาเลยทีเดียว

     

    “งานจะเริ่มแล้ว รีบเข้าไปข้างในเร็ว” อาจารย์หญิงมองเห็นพีทเดินอยู่ปลายแถว ด้วยท่าทางที่ไม่เข้ากับคนอื่น อาจจะเพราะด้วยความที่นักศึกษาคนอื่นๆ ก็พอจะรู้ว่าพีทไม่ได้อยู่ในเกณฑ์เดียวกับพวกเขา แต่เพราะได้สิทธิ์พิเศษจากทางอาจารย์เลยเข้าร่วมในงานนี้ได้ ทุกคนเลยไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกับพีทมากนัก

    แม้แต่เพื่อนในสาขาเดียวกัน ที่อยู่ในการดูแลของอาจารย์อมร ก็มองพีทด้วยสายตาที่แปลกแยกอีกด้วย

     

    “ตั้งใจฟังบรรยายนะ ห้ามหลับเด็ดขาด” อาจารย์หญิงรู้ถึงนิสัยของพีทดี ช่วงนี้ตั้งแต่พีทเปิดร้านไก่ทอด ตัวเขาก็แทบจะไม่ได้นอนแบบเต็มที่เลย จึงอาศัยมานอนในห้องเรียน จนอาจารย์ในคณะแอบบ่นอยู่บ่อยๆ

     

    แต่ทว่าก็ไม่กล้าที่จะต่อว่าพีทแรงๆ เนื่องจากพวกเขาเคยคิดที่จะแกล้งพีทมาแล้ว ด้วยการให้ตอบคำถามหน้าชั้นเหมือนกับที่อาจารย์อมรเคยทำ หากแต่พีทกลับสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    กอปรกับก่อนหน้านี้ที่พีทเคยตอกหน้าอาจารย์อมรและยังอธิบายถึงหลักการในการทำงานระหว่างสองแพลตฟอร์มจนอาจารย์อมรหน้าหงายมาแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีหรือที่เหล่าคณะอาจารย์จะไม่รู้เรื่อง

     

    เหล่าอาจารย์เลยได้แต่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เพราะรู้ว่าพีทเข้าใจเนื้อหาที่พวกเขาสอนหมดแล้ว ที่ต้องเข้ามาเรียนก็เพื่อเก็บชั่วโมงเรียนให้ครบตามกำหนดก็เท่านั้น

    งานสัมมนาได้เริ่มต้นขึ้น บรรดาหัวหน้าสาขาของคณะบริหารได้ขึ้นไปบนเวทีเพื่อกล่าวต้อนรับเหล่าวิทยากร ทั้ง 8 ท่าน ที่มีตั้งแต่ ผู้บริหารหนุ่มสาวไปจนถึงผู้บริหารอาวุโสเลยทีเดียว

     

    โดยวิทยากรที่จะขึ้นพูดเป็นคนแรกก็เป็น ผู้บริหารด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งตัวอย่างที่วิทยากรท่านนี้ทำการแนะนำ ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยและคุ้นหู คุ้นตากันเป็นอย่างดี

    วิทยากรคนแรกขึ้นพูดประมาณ 30 นาที วิทยากรคนที่สองก็เริ่มขึ้นต่อทันที ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงขีดเขียนของเหล่านักศึกษาที่แทบจะจดคำพูดของเหล่าวิทยากรทุกคำพูด

    จะมีก็แต่พีทที่นั่งกอดอกอยู่นิ่งๆ หน้ากระดาษบนโต๊ะของเขาล้วนว่างเปล่า ปราศจากอักษรใดๆ ที่ขีดเขียนลงไปและสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า

     

    ติ้ง~!

    [ระบบตรวจพบว่า โฮสต์กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับงานออกแบบผลิตภัณฑ์…ค่าสถานะของท่านกับสตีเฟ่น จ๊อบส์ อยู่ในเกณฑ์เป็นมิตร เข้าเงื่อนไขปลดล็อกผู้ช่วยนามว่า ‘ดีเทอ รามส์!’]

     

    ‘ระบบผู้ช่วย?!’

    พีทงงกับการแจ้งเตือนของระบบที่แปลกไป โดยปกติแล้วระบบจะทำการปลดล็อกผู้มีชื่อเสียงให้กับเขา เมื่อเข้าเงื่อนไขบางอย่าง

    หากแต่ครั้งนี้ ระบบไม่ได้ส่งผู้ช่วยมาให้กับเขา…แต่กลับเป็นผู้ช่วยแทน โดยผู้ช่วยที่ระบบจัดหาให้ จะไม่ได้อยู่ในระบบแบบเดียวกับน้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์ หรือเชฟมินแจกยู แต่จะเป็นการเชิญผู้ช่วยมาปรึกษาได้เป็นครั้งคราวผ่านการใช้แต้มของระบบ

     

    โดยผู้ช่วยที่ว่านี้ จะเป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่…แต่ด้วยความที่ผู้ช่วยคนดังกล่าวอาจจะมีความสัมพันธ์อันสนิทสนมกับเหล่าผู้มีชื่อเสียงในตอนที่พวกเขายังมีชีวิต

     

    ทำให้ระบบได้กระตุ้นการปลดล็อกระบบผู้ช่วยขึ้นมา ซึ่งในที่นี้ ตัวของผู้ช่วยที่มีชื่อว่า ‘ดีเทอ รามส์’ ก็เคยเป็นเพื่อนสนิทของสตีเฟ่น จ๊อบส์ มาก่อนนั่นเอง

     

    [จ๊อบส์นั้นคุณเหรอ?] เป็นเสียงของดีเทอ รามส์ ที่กำลังหลงอยู่ในความฝัน โดยมีสตีเฟ่น จ๊อบส์ออกมาจับมือทักทายที่ได้พบเจอกัน [ใช่ฉันเอง…ฉันอยากให้คุณมาช่วยสอนลูกศิษย์ของฉันเกี่ยวกับการออกแบบหน่อยจะได้ไหม?] สตีเฟ่น จ๊อบส์ตอบพลางผายมือทางพีทที่กำลังสนทนาผ่านระบบของพวกเขา

    [ได้สิ! หากมีอะไรขอให้ฉันช่วยก็เรียกหาฉันได้ทุกเมื่อเลย ฉันคิดถึงคุณมากจ๊อบส์ คุณไม่น่าด่วนจากไปเร็วเลย] ดีเทอ รามส์ได้พูดคุยกับจ๊อบส์อย่างออกรส ซึ่งพีทและผีตัวอื่นๆ ก็ไม่ได้คิดที่จะไปคัดการสนทนาของพวกเขา

     

    ก่อนที่พีทจะหันกลับมาจดจ่อกับการบรรยายตรงหน้าต่อไป [ผู้บรรยายคนนั้น อธิบายการออกแบบได้ล้าสมัยเสียจริง เสียแรงที่ยังหนุ่มยังแน่น…ยุคสมัยนี้การออกแบบที่ดี คือ ‘Less, but better’ น้อยแต่มาก จำเอาไว้นะพีท] ในระหว่างที่พีทกำลังฟังบรรยาย ทางด้านของ ดีเทอ รามส์ ก็ได้พูดแทรกขึ้นมา

     

    ซึ่งคำพูดของดีเทอ รามส์ ก็ทำให้พีทรู้สึกเชื่อมโยงกับคำพูดที่สตีเฟ่น จ๊อบส์ เคยสอนเขาเช่นกัน ‘Simple is harder than complex.’

     

    [ก็ใช่นะสิเพื่อนของฉันคนนี้ คือต้นแบบของฉันที่นำมาใช้กับ Uphone และ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Upad Upod ยังไงล่ะ] สตีเฟ่น จ๊อบส์พูด

    [จ๊อบส์ คุณก็พูดเกินไป ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของคุณ ล้วนเป็นความสามารถของคุณเองทั้งนั้น ผมแค่วางแนวทางให้กับคุณเล็กน้อยๆ เท่านั้นเอง] สองฝ่ายต่างพากันยกย่องอีกคนอย่างสนิทสนม

     

    พีทเองก็เหมือนจะเปิดโลกของเขาให้กว้างขึ้น จากการได้รับคำแนะนำของดีเทอ รามส์ จนเขานั้นเข้าใจสิ่งที่วิทยากรกำลังจะพูดได้ทั้งหมด โดยที่ตัวเขาพึ่งจะตั้งใจฟังคำบรรยายได้ไม่ถึง 30 นาทีเท่านั้น~!

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน