อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 95

    เมื่ออลินตากลับเข้ามาในห้องหญิงสาวก็หยิบผ้าไหมผืนเล็กสีน้ำเงินที่มีอักษรปริศนาปักอยู่บนผ้าขึ้นมาดูจากนั้นก็หันไปอ่านคำใบ้ที่เนตรนภาจดให้จากทางโทรศัพท์ที่เธอบันทึกเอาไว้อย่างใช้ความคิดพิจารณาก่อนจะพึมพำคนเดียว

                    “เหมือนกันเป๊ะทุกคำเงยคอ มอระ ไนยะ...?” อ่านจบอลินตาก็เงยคอขึ้นมองบนผนังห้องด้านบนพลางเดินวนไปมา แววตาขรึมใช้ความคิด

                    “ถ้ามอระไม่ใช่มรณะอย่างที่คุยกันไว้กับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ แสดงว่า มอระ คำนี้ก็ต้องเป็นคำว่ามรดก!”อลินตาพึมพำอย่างใช้สมาธิพร้อมกับเดินวนทั่วห้อง

                    “มรดกอะไร? มรดกของใคร? หรือว่ามรดกที่เรากำลังจะได้รับ?”พูดจบก็แหงนคอมองด้านบนอีกครั้งหญิงสาวพยายามตั้งสมาธิปล่อยใจให้ว่างจากความคิดทั้งปวง และเพียงครู่เดียวสายตาของอลินตาก็เบิกกว้างอย่างคนที่คิดอะไรออกฉับพลันอลินตาก้มหน้าลงมองที่ผ้าไหมสีน้ำเงินอีกครั้ง ก่อนจะพูดกับตัวเอง

                    “ไม่สิ คำว่าเงยคอไม่ได้แปลว่าแหงนมอง หรือเงยคอมองนี่นา” คราวนี้แววตาของอลินตามีความมั่นใจอย่างยิ่งยวดเธอได้คำตอบของคำเชื่อมเป็นประโยคในคำใบ้สองคำแรกแล้วอลินตาสูดลมหายใจเข้าปอดพลางหลับตาจากนั้นก็ค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับลืมตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจน

                    “เงยคอ มอระ สองคำนี้มันแปลว่า...” ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องใช่คำนี้แน่

                    “มรดกที่อยู่ด้านบน!!”อลินตากระหยิ่มในใจ ก่อนที่จะถอนหายใจ แล้วค่อยๆบรรจงพับผ้าไหมสีน้ำเงินผืนเล็กเข้ากระเป๋าช้าๆ พลางก็คิดหาความหมายของคำว่าไนยะต่อไป...

                    ในขณะที่อลินตาแก้ปริศนาสองคำแรกได้ตอนนี้เราแวะมาดูผลงานของอลินตาที่ทำไว้กับลูกน้องของเธอกันก่อนดีกว่าทางด้านเนตรนภากำลังจะกินข้าวเย็นกับคุณปลายนภาผู้เป็นแม่ มีแม่บ้านมุกนวลนำทีมดูแลความเรียบร้อยบนโต๊ะอาหารและมีเด็กรับใช้ในบ้านถึงสี่คนที่กำลังช่วยกันยกอาหารขึ้นโต๊ะเมื่อเนตรนภาเห็นเป๋าและหมิงเดินเข้ามาก็รีบชวนมากินข้าวด้วยกัน

                    แต่ทว่าเป๋าและหมิงนั้นเมื่อเดินผ่านประตูห้องอาหารเข้ามา แล้วมองไปยังโต๊ะอาหารที่ทุกคนยืนอยู่เพื่อนรักทั้งสองก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ ตาค้าง เหงื่อไหลราวกับท่อน้ำแตกทันที

                    ทั้งสองรีบถอดแว่นออกก็มองเห็นเป็นภาพปกติ แต่ทว่า.. หมิงและเป๋ากัดฟันหันหน้ามองกัน พยักหน้าเล็กๆแล้วสวมแว่นพร้อมๆ กัน โอ๊..! โห..! คุณพระคุณเจ้า ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ามันคือปรากฎการณ์ผีเห็นผี เอ้ย.. คนเห็นผีชัดๆ เพราะทั้งสองพบว่า คุณปลายนภาที่นั่งตรงหัวโต๊ะนั้นร่างโปร่งแสงชนิดที่ถ้าเอามือเอื้อมไปแตะตัวคือทะลุปรุโปร่งกันเลยทีเดียว.

                    เป๋ากับหมิงหันขวับไปทางคุณเนตรนภาอ๊ะ เบาใจไปนิดเพราะเป็นคนปกติทั่วไป แต่เมื่อหันไปทางเด็กรับใช้ในบ้านสี่คนหนึ่งในสี่นั้นยืนตัวสูงเท่าเพดานห้องอาหารตาดำหายไปมีแต่ตาขาวเบิกโพลงแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ลิ้นยาวๆ ของน้องเด็กรับใช้คนนั้นแลบเลื้อยออกมาจนเกือบจะพันคอเป๋าอยู่แล้วแต่ที่พีคสุดคือยัยแม่บ้านมุกนวลผู้แสนจะสงบปากสงบคำนั้น ในตอนนี้

                    แม่บ้านมุกนวลอยู่ในสภาพหนังเหี่ยวแห้งติดกระดูกผิวขาวซีดเหมือนศพจมน้ำตาย ตามตัวเส้นเลือดสีแดงปูดโปน ดวงตาเบิกโพลงสีแดงฉานลิ้นไม่ยาวแต่ลิ้นคุณแม่บ้านแลบออกมาเลียปากแผล็บๆ ตลอดเวลาบางจังหวะลิ้นก็เลียแตะใบหู แตะจมูก บางจังหวะก็เปลี่ยนสลับมาแตะที่ปลายคางแต่ที่น่าสะอิดสะเอียนกว่านั้นคือ มันมีน้ำลายไหลยืดๆ อยู่ตลอดเวลาเห็นแล้วก็ทำให้สองเพื่อนรักนึกว่าพวกเขากำลังอยู่ในงานปาร์ตี้ฮาโลวีนเป๋าเห็นดังนั้นไม่รอช้า ยิ้มค้างแต่รีบกระซิบเพื่อนรักอย่างรู้งาน

                    “เอาไงไอ้หมิง”หมิงยิ้มค้างเช่นกันกลัวหลุดพิรุธให้ผีพวกนั้นจับได้แล้วมันจะถลาพากันมาหักคอตาย แต่ก็นึกอุ่นใจที่อย่างน้อยตัวเองก็ห้อยพระชุดเล็กติดกายมาด้วย

                    “ถอยทัพไปหาคุณอลินกันก่อน” เป๋ายังไม่วาย คิดมุกแก้เครียด

                    “นมร้อนคุณอลินล่ะแก”หมิงหันมามองเพื่อนจนตาถลนแข่งกับผีพวกนั้น

                    “ถ้าแกกล้าฝ่าด่านพวกนั้นไปอุ่นนมให้ร้อนได้ก็อัญเชิญเถอะ แต่ฉันจะไปหาคุณอลิน” พูดจบไม่ต้องรอสัญญาณสองเพื่อนรักสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด ก่อนจะโปรยยิ้มเหมือนเดินอยู่บนเวทีประกวดอะไรสักอย่างจากนั้นก็ถอยหลังพรึ่บๆ เมื่อเท้าแตะบันไดขั้นแรกเท่านั้นแหละทั้งสองออกตัวร้อยยี่ล้อฟรีชนิดไม่ต้องดริฟล้อให้เสียเวลา แต่จังหวะนั้นแม่บ้านมุกนวลก็หันมาบอกคุณปลายนภาและเนตรนภาที่มีสีหน้างงๆ ว่าทั้งสองเป็นอะไร

                    “เดี๋ยวดิฉันไปตามทั้งสองมากินข้าวเองค่ะ!!!”โอ้แม่เจ้า! พูดจบก็ไม่รอช้าคุณแม่บ้านครึ่งคนก้าวขายาวๆออกจากห้องอาหาร และแว้บเดียวเหมือนหายตัวได้ ก็ทันเห็นหลังไวๆของหมิงและเป๋าที่วิ่งแน่บไปหน้าห้องของอลินตา เป๋าทุบประตูระรัวสายตาก็หันไปทางบันได และพบว่าแม่บ้านมุกนวลกำลังก้าวเท้าขาวซีดแต่เส้นเลือดปูดโปนแทบจะทะลุออกจากขาตัวเองเข้ามาประชิดตัวหมิงเห็นก็ยังอดคิดไม่ได้ คุณพระ ก้าวขายาวขนาดนั้นไม่ไปเป็นนักกีฬากระโดดไกลวะนี่ว่าถึงเหรียญทองนะ

                    จังหวะที่แม่บ้านมุกนวลกำลังจะถึงตัวหมิงและเป๋าแม่บ้านมุกนวลก็รีบเอื้อมมือจะคว้าคอของหมิงแต่ทว่าประตูห้องของอลินตาเปิดผลัวะออกอย่างรวดเร็วและทั้งสองก็ทะลักทะลานเข้าไปในห้องพลางรีบปิดประตูห้องปึงปังชนิดอากาศก็ยังแทรกผ่านเข้าไปไม่ได้

                    แม่บ้านมุกนวลได้แต่ยืนอยู่กางกรงเล็บหน้าห้องด้วยความหงุดหงิดดวงตาแดงแทบจะลุกเป็นไฟ แต่ก็ยังไม่ผลีผลามทำอะไรตอนนี้เพราะเนตรนภายังไม่เข้าห้องนอนอีกอย่างนังเด็กรับใช้ทั้งสามคนที่ตัวเองยังไม่ได้กินเข้าไป พวกมันก็ยังอยู่ด้านล่างถ้าทำอะไรลงไปตอนนี้พวกมันอาจจะแตกตื่นเอาได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นแม่บ้านมุกนวลก็ได้แต่กระฟัดกระเฟียดกรีดเล็บไปบนประตูเป็นการข่มขู่อย่างอุกอาจก่อนที่จะหายตัวไปอยู่หน้าห้องอาหารจากนั้นก็กลายร่างเป็นคนปกติ แล้วเดินเข้าห้องอาหารไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

                    เป๋ากับหมิงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของอลินตาทั้งสองยืนหอบหายใจถี่ๆ และเรียกสติที่บินจากไปให้โบยบินกลับมาเข้าสู่ศีรษะดังเดิม

                    “คุ คุณอลินคุณอลินคะ ตะ ตบไอ้หมิงให้เป๋าหน่อยค่ะ เป๋าอยากรู้ว่าเป๋าฝันอยู่หรือเปล่า?”เป๋าปากสั่นละล่ำละลักหมิงขนาดที่ว่ากำลังตกใจอยู่ก็รีบหันขวับมาทางเป๋าสายตาเคืองอย่างเห็นได้ชัด

                    “หนอยไอ้เป๋าตบแกก่อนเลยไอ้นี่ แหม.. เวลาอย่างนี้วิ่งออกหน้าไม่ห่วงกันเลยนะแกเมื่อกี้ฉันเกือบถูกคุณแม่บ้านลากคอไปกินตับแล้วไหม” เมื่อโดนหมิงโจมตีทางวาจาเป๋าที่เพิ่งนึกขึ้นได้ก็รีบหันขวับไปทางเจ้านายของเธออย่างรวดเร็ว

                    “คุณอลินนะคุณอลินทีหลังเล่าให้เป๋าฟังก็ได้นะคะว่าเกิดอะไรขึ้นที่บ้านหลังนี้ ทำไมต้องให้เป๋าไปสัมผัสอะไรที่เป็นแบบนั้นด้วยเป๋าร่างทรงของผู้หญิงนะคะ ให้ตกใจบ่อยๆ มันไม่ดีนะคะคุณอลิน” อลินตานั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นั่งกอดอกไขว่ห้างมองสองลูกน้องและรู้ว่าไม่ได้นมร้อนอย่างที่สั่งไว้จริงๆ ด้วย..