บทที่ 2 ตอนที่ 4 ถูกชิงเสียพลัง
ความเงียบงันปกคลุมไปทุกหย่อมหญ้า แม้แต่ผู้เล่นคนอื่นยังหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว หากเกิดสงครามขึ้นจริงๆ ในโลกที่พวกเขาอยู่ อาจจะเกิดอันตรายกับร่างหลักของพวกเขาที่นอนนิ่งในแคปซูล หนทางของการอยู่รอดไม่เพียงแต่ต้องพิชิตหอคอยเท่านั้น แต่พวกเขาทุกคนต้องหาทางพาเจนกลับไปให้ได้ในโลกของความเป็นจริง เพื่อป้องกันสงครามที่อาจจะก่อตัวขึ้นในไม่ช้า ในขณะที่ทุกผู้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน ก็ปรากฏเงาดำสองสายพุ่งทะยานออกมาจากฝูงชนอย่างรวดเร็ว โดยที่ในมือของเงาดำนั้นถือมีดสั้นที่เคลือบไปด้วยน้ำสีเขียวที่มีกลุ่มควันสีดำปกคลุมไปทั่ว ซึ่งปลายมีดสั้นที่แหลมคมนั้นกำลังพุ่งทะยานเข้าหาเจน
“ตายซะเถอะองค์หญิง!!!”
“อั๊ก!!!”
ในขณะที่ปลายมีดจะถึงร่างของเจนไม่ถึงคืบก็หยุดเคลื่อนไหว เคนจิปรากฏกายพร้อมกับจับข้อมือของนักฆ่าทั้งสองไว้แน่น ก่อนจะบิดข้อมือของพวกมันทำให้มีดสั้นร่วงหล่นสู่พื้น เมื่อยามที่น้ำสีเขียวที่เคลือบอยู่บนใบมีดสัมผัสกับพื้นดิน มันก็กัดกร่อนจนพื้นกลายเป็นสีดำและเกิดเป็นหลุมกว้าง
“ยาพิษ! กับผู้หญิงที่บอบบางพวกแกยังใช้ยาพิษที่รุนแรงขนาดนี้ ไร้ยางอายจริงๆ!”
“ปล่อยพวกข้าเดียวนี้นะ! ไม่เช่นนั้นกลุ่มนักฆ่าก็จะหมายหัวเจ้าอีกคน”
“ก็ให้มันมา! ย้ากก!!”
“ตูมม!!!”
เคนจิปล่อยข้อมือของหนึ่งในนักฆ่า ก่อนจะจับใบหน้าของมันกระแทกกับพื้นดินจนเกิดเสียงดังสนั่น เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ หัวของนักฆ่าแหลกเละจนไม่สามารถกรีดร้องออกมาได้ ท่ามกลางความตื่นกลัวของฝูงชน เคนจิก้มลงหยิบมีดอาบยาพิษขึ้นมา พร้อมกับจ้องมองไปยังนักฆ่าอีกคนด้วยสายตาที่แดงก่ำ ทำให้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ข้าจะถามแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ทำไมถึงคิดจะลอบฆ่าผู้หญิงคนนี้บางทีข้าอาจเมตตาไว้ชีวิตเจ้า”
“เพราะนางคือองค์หญิงของราชอาณาจักร ซึ่งพวกเราติดตามดูนางมานานแล้วเพื่อหาจุดอ่อนของอาณาจักร ถ้าหากในโลกนี้นางตายแล้วนางในโลกนั้นตายจริงๆ ล่ะก็ อาจจะเกิดสงครามขึ้นจริงๆ ซึ่งเป็นผลดีต่ออาณาจักรของเรา ดังนั้นพวกเรากลุ่มนักฆ่าจึงตัดสินใจที่จะปลิดชีวิตนาง ข้าบอกเจ้าหมดแล้วปล่อยข้าไปซะ นี้เป็นเรื่องของสองอาณาจักรไม่เกี่ยวกับเจ้า”
เคนจิปลดปล่อยมือที่จับข้อมือของนักฆ่า เมื่อมันหลุดพ้นจากการจองจำก็พุ่งทะยานเพื่อหลบหนีทันที เพื่อจะไปรายงานถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวหน้ากลุ่มนักฆ่า ซึ่งขณะนั้นเองมันก็หันกลับมาแล้วตะโกนเสียงดังสนั่น
“องค์หญิง! วันนี้เจ้ารอดไปได้แต่วันหน้าเจ้าอย่าหวังว่าจะรอด อ๊ะ!!”
“ฉึก!!!”
ดวงตาของนักฆ่าเบิกโพลงกว้างเท่าไข่ห่าน ที่เบื้องหน้าของมันนั้นปรากฏมีดสั้นเคลือบยาพิษที่พุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด เสียบเข้าหน้าผากของมันทำให้มันร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน เป็นฝีมือของเคนจิที่ปามีดตามหลังมันไปติดๆ เคนจิมาปรากฏกายที่เบื้องหน้าของนักฆ่าที่กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด กระอักเลือดออกมาไม่หยุดไม่หย่อน
“แค่กๆ ! แกมันคน...หลอกลวง..ไหนเจ้าบอก..จะปล่อยข้าไป แค่กๆ!!”
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะปล่อยเจ้า แล้วอีกอย่างเป็นความแค้นของสองอาณาจักร แต่เจ้ากลับลอบฆ่านางเพื่อให้เกิดสงครามในประเทศของข้า เจ้าคิดว่าข้าควรจะเมตตาเจ้าหรือไง จงแหลกไปซะ!!”
“ตูมม!!”
เคนจิยกฝ่าเท้าขึ้นกระทืบลงไปที่หัวของนักฆ่าอย่างไร้ปรานี จนเลือดสาดกระจายพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จนผู้เล่นบางคนถึงกับอาเจียนออกมา เพราะภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสยดสยองเกินกว่าจะรับไหว เคนจิไม่สนใจกับซากศพของนักฆ่าหรือสายตาที่จับจ้องมองเคนจิด้วยความหวาดกลัว เขาก้าวเดินไปสู่ทางเข้าของหอคอยที่สูงเสียดฟ้าพร้อมกับพรรคพวกที่เดินตามมาติดๆ ทันใดนั้นก็ปรากฏกลุ่มทหารพร้อมอาวุธครบมือมายืนขวางหน้าพวกเคนจิ
“ยะ...หยุดก่อน! เนื่องจากมีคำสั่งจากพระราชาหากผู้ใดจะเข้าไปยังหอคอย จำเป็นต้องจ่ายเหรียญทอง 1 เหรียญทองต่อ 1 คนก่อน จึงจะสามารถเข้าไปได้ เนื่องจากการปรากฏขึ้นของหอคอยทำให้บ้านเมืองเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นที่ต้องเก็บทองจากนักผจญภัยเพื่อบูรณะบ้านเมือง หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะถูกขับไล่ออกจากเมือง”
กลุ่มทหารพยายามพูดคุยกับกลุ่มของเคนจิ ด้วยอาการตื่นกลัวขาของนายทหารแต่ล่ะคนต่างสั่นไหวจนเห็นได้ชัด แม้พวกทหารจะหวาดกลัวเคนจิแต่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของพระราชาได้ จึงได้แต่ต้องทนรับกับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อมังกรดินเห็นดังนั้นก็จับขวานในมือแน่นขนัด เตรียมจะพุ่งทะยานเข้าฟาดฟันทันที แต่เคนจิก็ยื่นแขนออกมาเพื่อห้ามการกระทำของมังกรดิน แล้วหยิบถุงทองออกมาจากช่องมิติโยนให้แก่พวกทหาร บรรดาทหารรู้สึกโล่งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรีบตรวจดูจำนวนเหรียญทองแล้วหลีกทางให้พวกเคนจิทันที
ประตูใหญ่ทางเข้าหอคอยเด่นตระหง่านจนเห็นได้ชัด มีรูปมังกรทองสลักอย่างประณีตที่หน้าประตู อัญมณีสีแดงที่เป็นดวงตาของมังกรดูแล้วทำให้รู้สึกน่าหวาดกลัว เคนจิใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันประตูเพื่อเปิดออก ทันใดนั้นอัญมณีสีแดงที่เป็นดวงตาของมังกรก็ส่องแสงขึ้นสว่างไปทั่วบริเวณ ผู้เล่นคนอื่นเริ่มส่งเสียงพูดคุยกันไม่ขาดสาย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอีกครั้งที่ท้องฟ้าเกิดการปั่นป่วน คลื่นลมพัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ท้องฟ้าที่เคยสดใสเพราะดวงตะวันกลับมืดมิด ปรากฏร่างของมังกรทองที่พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ดวงตาที่แดงก่ำของมันจ้องมองเคนจิอย่างไม่ลดละ ก่อนจะเหลือบมองไปทางหลินน้อยที่กำลังตื่นกลัวถึงขีดสุดจนทรุดนั่งไปกับพื้น
“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของสัตว์เทพที่ยิ่งใหญ่ในตัวเจ้า ไม่เพียงแค่หลินหลินลูกสาวของเสือขาว แต่เจ้ายังมีพลังของเกนบุอีกด้วย หืม!! แม้แต่ทายาทของเกนบุก็อยู่กับเจ้าหรือนี่ กฎของหอคอยข้าไม่อนุญาตให้สัตว์เทพมีส่วนร่วม เมื่อเจ้ามีพลังของพวกเขาข้าก็จะเรียกคืน! โฮกก!!!”
เสียงคำรามของมังกรทองดังสนั่น คลื่นพลังสีทองแผ่กระจายไปทั่วครอบคลุมโลกทั้งใบ ร่างกายของเคนจิลอยขึ้นสู่กลางอากาศ เมื่อพรรคพวกของเคนจิเห็นดังนั้นก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อช่วยเหลือเคนจิ แต่กลับถูกคลื่นพลังกดทับจนร่างฝังลงไปกับพื้นแน่น จิตวิญญาณของสัตว์เทพที่สถิตในร่างของเคนจิพุ่งทะยานออกจากเรือนร่าง เข้าสู่ลูกแก้วในอุ้มมือของมังกรทอง ร่างของเคนจิร่วงหล่นสู่พื้นดินถูกคลื่นพลังซัดร่างให้จมลงไปกับพื้น ไม่เพียงแค่นั้นร่างของหลินน้อยก็ล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเต่าน้อยที่ถูกพลังบางอย่างดึงออกมาจากจี้สร้อยคอ แม้แต่ชิงหลงก็ถูกดึงมาจากสถานที่ที่ห่างไกล เคนจิพยายามคว้าจับมือของหลินน้อยและเต่าน้อยแน่นขนัด พยายามเหนี่ยวรั้งไม่ให้หลุดลอยไป
“เคนจิช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากแยกจากเจ้า!!”
“พี่เคนจิช่วยข้าด้วย ฮือๆ !!”
“หลินน้อย!! เต่าน้อย!! จับมือข้าไว้นะ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด”
เคนจิพยายามเค้นพลังทั้งหมัดที่มีเหนี่ยวรั้งทั้งสองไม่ให้หลุดลอยไป จนปรากฏเส้นเลือดปูดพองไปทั่วทั้งแขน ก่อนที่มันจะแตกออกเลือดสาดกระจายและคงไหลอย่างต่อเนื่อง น้ำตาเคนจิไหลออกมาเป็นสายเลือด แม้เลือดจะไหลชโลมทั้งสองแขนก็ไม่มีทีท่าจะปล่อยมือแต่อย่างใด ถึงบาดแผลที่แขนของเคนจิจะเจ็บปวดปานใด ก็สู้ความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้นในใจไม่ได้ เมื่อหลินน้อยและเต่าน้อยเห็นดังนั้น ก็เจ็บปวดที่ใจราวกับถูกสายฟ้าฟาด จึงหันหน้ามามองกันแล้วพยักหน้าพร้อมใจกันสะบัดข้อมือ ทำให้มือของพวกเขาหลุดออกจากกัน
“หลินน้อย! เต่าน้อย! ทำไมพวกเจ้าทำแบบนี้ ทำไมกัน อ๊ากกก!!!”
“เคนจิ พวกข้าขอโทษ แต่ยามที่ข้าเห็นเจ้าเจ็บปวด ราวกับหัวใจของข้าถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงลงมา ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ฮือๆ !”
“แล้วพวกเจ้าไม่คิดว่าหัวใจของข้าจะไม่แหลกสลายหรือไงกัน! เมื่อเห็นพวกเจ้าถูกพรากไปต่อหน้า!!”
เคนจิพยายามต้านพลังที่กดทับ เพื่อจะลุกขึ้นยืนจนเส้นเลือดตามร่างกายเริ่มแตกออก จนปรากฏเลือดที่ไหลชโลมไปทั่วทั้งร่าง พยายามไขว่คว้ามือของทั้งสอง แต่กลับถูกคลื่นพลังของมังกรทองกดทับลงไปจมกับพื้นดินอีกครั้ง จนเลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ เคนจิกุมจี้สร้อยแน่นพยายามเรียกเจ้าชายให้ช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเสียงเจ้าชายตอบรับแต่อย่างใด ทำให้เขาเจ็บปวดใจทวีคูณ
“เจ้าหนุ่ม! ข้าเล็งเห็นถึงความพยายามและความจริงใจของเจ้า ข้าจะรอเจ้าที่ชั้นบนสุดของหอคอย หากเจ้าพิชิตหอคอยได้สำเร็จข้าจะปลดปล่อยพวกนางให้เป็นอิสระ”
“แค่กๆ !! ล้างคอรอได้เลยมังกรทอง ข้าจะถลกหนังเจ้า แล้วจะสับให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น”
“แล้วข้าจะรอถึงวันนั้น! อย่าด่วนตายไปซะก่อนล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“เคนจิพวกข้าจะรอเจ้า~~!!!”
ร่างมังกรทองจางหายไปกับท้องฟ้า เสียงของหลินน้อยค่อยๆ จางหายไปในอากาศ คลื่นลมที่ปั่นป่วนกลับคืนสู่ปรกติ ปรากฏแสงจากดวงตะวันที่สาดส่องไปทุกที แรงกดทับของมังกรทองมลายหายสิ้น พรรคพวกของเคนจิค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นมาจากพื้นดินอย่างทุลักทุเล เคนจิลุกขึ้นยืนในสภาพที่เลือดไหลชโลมกาย ดวงตาที่แดงก่ำของเขาสาดส่องมองไปยังบนฟากฟ้า ก่อนจะตะโกนออกมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“ย้ากกกก!!!”
เสียงตะโกนที่ดังลั่นจนฟ้าดินต้องสั่นสะเทือน เคนจิดีดตัวจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรุนแรงจนพื้นแผ่นดินเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ พุ่งทะยานสู่ประตูหอคอยบานใหญ่ ก่อนจะตีลังกาขึ้นกลางพุ่งทะยานถีบประตูหอคอยจนเกิดเสียงดังสนั่น!
“ตูมม!!”
“โครมม!!!”
ประตูลายมังกรพังทลายปรากฏกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่ว เคนจิยืนหอบหายใจถี่ระรัว ก่อนจะยื่นมือเข้าไปในช่องมิติเพื่อหยิบยาฟื้นพลังมาดื่มกิน บาดแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายก็เริ่มฟื้นฟูอย่างช้าๆ เมื่อพรรคพวกที่เหลือเห็นดังนั้นก็รีบหยิบยาฟื้นพลังมาดื่มกิน บาดแผลตามร่างกายได้รับการรักษาจนหมดสิ้น เคนจิก็พุ่งทะยานเข้าไปยังด้านในของหอคอยทันที ปรากฏเส้นทางเดินที่แคบและยาวไกล ที่ปลายทางของช่องแคบนั้นมีแสงสว่างปรากฏให้เห็น พร้อมกับพรรคพวกที่ตามหลังเคนจิเข้ามาติดๆ ในขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้นเองเจนก็ถามยูริด้วยความสงสัย
“ยูริ! ผู้หญิงสองคนนั้นคือใครกัน ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย เพื่อนของเคนจิหรอ?”
“หนึ่งในนั้นคือภรรยาของเคนจิ”
“? !”
ดวงตาของเจนเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ก่อนจะเหลือบมองไปทางเคนจิด้วยอากาศตกตะลึง ไม่ทันจะได้กล่าวถามสิ่งใดออกไป พวกเขาทั้งหมดก็มาถึงปลายทางของช่องทางเดิน ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา คือป่าไม้ที่ควบคุมไปทั่วทุกพื้นที่ ผู้เล่นมากมายกำลังเข้าต่อสู้กับฝูงปีศาจที่หน้าตาคุ้นเคย เพราะพวกมันคือปีศาจกระต่ายกวาง และบรรดานักรบกระต่ายกวาง ที่พวกเขาเคยเจอที่ป่าเริ่มต้น แต่ว่าพวกมันนั้นกลับดูดุร้ายกว่าเก่าก่อนหลายสิบเท่า แม้แต่ผู้เล่นเก่งๆ บางคนถึงกับต้องมาทิ้งชีวิตที่นี้มากมาย เพราะประมาทในฝีมือของพวกมัน ไม่เพียงแค่นั้นยังปรากฏฝูงก๊อบลินมากมายหลายชนิด พวกมันรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเข้าต่อสู้กับผู้เล่นอย่างไม่หวาดกลัว ซากศพของฝูงปีศาจกลาดเกลื่อนไปทั่ว อีกทั้งซากศพของผู้เล่นก็ไม่น้อยไปกว่าซากศพของปีศาจ จนปรากฏกลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งไปทั่วผืนป่า เมื่อเคนจิจ้องมองไปยังกลุ่มผู้ที่เล่นที่กำลังเข้าต่อสู้กับฝูงปีศาจ ก็พบกับบอสของปีศาจกระต่ายกวางที่กำลังสนุกกับการไล่ฆ่าพวกผู้เล่น ร่างกายของมันใหญ่โตผิดกับที่เคยพบเจอความดุร้ายของมันทำให้ผู้เล่นต่างพากันวิ่งหนี
เคนจิจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ ก่อนที่คาตานะน้ำจะปรากฏขึ้นในมือ พร้อมกับพุ่งทะยานกลายเป็นลำแสงผ่านผู้เล่นไปอย่างรวดเร็ว มาปรากฏที่เบื้องหน้าของบอสกระต่ายกวาง เมื่อเคนจิมายืนอยู่เบื้องหน้าบอสกระต่ายกวาง มันก็ขู่คำรามพร้อมกับพุ่งกระโจมเข้าใส่เคนจิทันทีพร้อมกับเขี้ยวที่แหลมคม จนผู้เล่นที่อยู่ด้านหลังหวาดกลัวเข่าอ่อนนั่งไปกับพื้น
“โฮกกก!!! ....”
“ฉับ!!!”
เสียงขู่คำรามที่ดังสนั่นหยุดชะงัก หัวของบอสกระต่ายปลิวทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า พร้อมกับเลือดของมันพุ่งทะยานไม่ขาดสาย สาดกระเซ็นใส่ผู้เล่นที่หวาดกลัวจนชโลมกายไปทั่วทั้งเรือนร่าง ก่อนที่ร่างที่ไร้หัวของบอสกระต่ายจะดิ้นทุรนทุรายไปกับพื้นแล้วหยุดลง ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้เล่นที่อยู่รอบข้าง แววตาที่แดงก่ำของเคนจิสาดส่องไปยังผู้เล่น ทำให้หลายๆ คนต้องหวาดกลัวตัวสั่นขนลุกชันตกอยู่ในภวังค์ เพราะที่เบื้องหน้าของพวกเขาราวกับปีศาจซาตานที่ผุดขึ้นมาจากนรกอเวจี เคนจิเบ่งเสียงพูดเบาๆ ทำให้ผู้เล่นหลุดออกจากภวังค์ที่หวาดกลัว
“หลีกไปซะ! คาตานะไร้ตาอย่าได้มาเกะกะ”