ตอนที่ 60
หาใช่นางฟ้า...ข้าคืออสูร 3
ค่ายสำนักแกร่งหนึ่งเดียวทางฝั่งทิศตะวันออกไกลที่เจ้านายมันย้ำเตือนหนักหนาว่าอย่าได้ตอแย กลับปรากฏขึ้นตรงหน้า “อออะ...สูร…” ปากที่อ้าออกยังมิทันเอ่ยจบคำมิติเวิ้งว้างที่ขยายใหญ่ พลันหุบกดรั้งรวม ลมปราณที่บีบอัดเข้าหากันรุนแรงกว่าที่เคยใช้ก่อนหน้าอย่างมิอาจเทียบแม้แต่อสูรจำแลงที่มีระดับบ่มเพาะเทียบเท่าผู้ฝึกตนลมปราณเที่ยงแท้ขั้นกลางยังมิอาจต้าน...เหตุการณ์เกินเลยที่เหวินอู่มิคาดคิดได้แต่ใช้คำอธิบายว่า...ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ราวกับถูกมือขนาดยักษ์ที่มองมิเห็นบดขยี้ประกบใส่ในทุกทิศทางร่างของผู้ฝึกตนต่อให้สูงล้ำเพียงใดแต่ยังเป็นเลือดเนื้อมีชีวิตมิได้แข็งแกร่งทนทานดุจเดียวกับสัตว์อสูรหรือศาสตรามีลำดับถูกแรงทำลายบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อแตกระเบิดที่กลางหาว ร่มบุปผาโลหิตลอยเคว้งไร้เจ้าของถือครองลอยคว้างค่อย ๆ ล่วงหล่น แต่ยังมิทันสัมผัสถึงพื้นดิน พลันถูกลมปราณลี้ลับสายหนึ่งดึงดูดเข้าหามือเรียวขาวของเด็กสาว
ยามปลดปล่อยกระบวนท่าสุดยอดที่ตนเองสามารถใช้ได้เรี่ยวแรงของเด็กสาวพลันเหือดแห้ง มือที่รับร่มวิเศษกลายเป็นสั่นระริกโลหิตหลั่งซึมที่มุมปากแต่มิได้กระแอมไอออกมา ใบหน้างามกลายเป็นซีดขาวราวกระดาษแต่สิ่งที่มุ่งหมายยังไม่บรรลุ แม้จะฝืนใช้พลังออกไปรุนรแงเพียงใดแต่มีสิ่งหนึ่งที่นางยังคงมิลืมเลือน และเลือกที่จะปกป้องเป็นคำรบแรกเสมอ ร่างที่ลอยค้างถูกบังคับวางลงมาบนพื้นอย่างนุ่มนวล“...” ไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ย ดวงตากลมสีฟ้าใสที่เพิ่งจะกลับคืนสู่สภาวะปกติหลังใช้กระบวนท่าสังหารจ้องไปบนร่างที่ยังคงไม่ได้สติ ปากอิ่มแดงที่อาบย้อมขอบมุมด้วยโลหิตกรังอ้าเผยอออกระหว่างที่เด็กสาวกำลังเอ่ยคำเบา ขนตาของหลงจิวเมิ่ง พลันสั่นระริกรัว และค่อย ๆ เบิกหรี่ขึ้นอย่างเชื่องช้า
สิ่งแรกที่ปรากฏตรงหน้าของหลงจิวเมิ่ง...ภาพเด็กสาวเลือนรางก่อนจะค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้นทีละน้อย ความทรงจำอันคุ้นตา ราวกับวันเวลาในสมองหยุดนิ่งและย้อนทวนกลับคืนสู่วันวาน เด็กสาวผู้ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคย ทำไม...ทำไม นางฟ้าที่ตนเองเคยหวนคำนึงถึงทุกเช้าค่ำ“นนนะ...นางฟ้า เจ้า...”
ใบหน้างามของเด็กสาว พลันปรากฏสองแก้มแดงปลั่ง แต่เพียงลมวูบเดียวพัดผ่านทุกสิ่งก็กลับคืนเย็นชาดุจเดิม
...ชะตานี้ ข้าลิขิตเองได้หรือ
ดวงตากลมโตของเด็กสาวค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ น้ำตาหยาดหนึ่งรดรินไหลโค้งมาตามวงหน้าถ้อยคำแผ่ว เอ่ยเบาติดอยู่ที่ริมฝีปาก... “ข้ามิใช่นางฟ้าของเจ้าหรอก...จิวเมิ่งชีวิตนี้ข้าเป็นได้เพียง...อสูร...” ถ้อยคำที่ยังเอ่ยมิทันจบดี ดัชนีสายหนึ่งที่ออกจากนิ้วเรียวพลันทิ่มเข้าใส่หน้าผากของหลงจิวเมิ่งจนเขาสลบไสลลงไปอีกครา
.
.
เจ้า เจ้าอย่าเพิ่งไป !!!
เสียงเพ้อดังพร้อมร่างที่สะดุ้งเฮือกลุกพรวดขึ้น จากท่านอนมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
“นายน้อย” บ่าวชราน้ำตาเอ่อซึม น้ำเสียงท่าทางแสดงออกว่ามันไม่คิดว่าจะได้เจอกับหลงจิวเมิ่งอีกครั้งจริงๆ “นายน้อยจิวเมิ่งของบ่าวฟื้นแล้ว” น้ำเสียงยิ่งมายิ่งสั่นเครือ น้ำตาเอ่อซึมก็กลายเป็นไหลอาบ
“ลุงหาน”สมองของหลงจิวเมิ่งยังคงสับสนงุนงงภาพของเด็กสาวปริศนายังคงเลือนรางอยู่ในความทรงจำ แต่เหตุใดเมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาผู้ที่อยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นลุงหานแถมก่อนสิ้นสติตนเองยังจำได้ว่าภาพสุดท้ายนั้นบ่าวชราผู้นี้ได้ถูกคนร้ายสังหารไปแล้วแต่เหตุใด...จึงเป็นเช่นนี้ หรือว่าก่อนหน้าตนเองถูกสะกดเอาไว้อีกทั้งบาดเจ็บจนใกล้สิ้นสติ จึงเห็นภาพหลอน แต่ยิ่งคิดหาคำตอบยิ่งปวดศีรษะสุดท้ายกลายเป็นลืมเลือน ก่อนที่สติจะพลันกลับคืนแจ่มใส และดึงหลงจิวเมิ่งกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงตรงหน้ารอยยิ้มพลันเบิกกว้าง “ท่านลุงจำข้าได้”
ลุงหานส่ายศีรษะ “ข้าจดจำคุณชายมิได้”ลุงหานยกแขนเสื้อเช็ดปาดหางตาทั้งสอง “แต่เป็นนายท่านนายท่านจดจำนายน้อยออกตั้งแต่เมื่อ สัตว์อสูรบุกครั้งก่อน”
“ท่านพ่อจำได้” ยิ่งฟังคำของลุงหานหลงจิวเมิ่งยิ่งรู้สึกผิด แต่สำนึกเสียใจตอนนี้ก็ไร้ค่าเรื่องราวสำคัญกว่าคือตอนนี้คือบิดาของตนอยู่ที่ใด และยังคงสบายดีอยู่ใช่มั้ย“ลุงหาน ท่านรู้หรือไม่ ว่าพ่อข้าอยู่ที่ใด แล้วตอนนี้ท่าน...”
ยังไม่ทันฟังคำของหลงจิวเมิ่งจนจบสิ้นลุงหานรีบหยิบห่อผ้า ที่หลงหย่งฝูเขียนจดหมายผนึกทิ้งเอาไว้“นายท่านทิ้งสิ่งนี้เอาไว้ให้นายน้อยขอรับ”
หลงจิวเมิ่งรีบรับจดหมายออกมาเปิดออกดู
...จิวเมิ่งลูกข้า บิดาดีใจที่รู้ว่าเจ้าปลอดภัยแม้บิดายังจดจำคืนวันเก่าก่อน ตอนที่เจ้ายังแบเบาะชัดตา แม้ใจไม่อยากแยกจากเจ้าเพียงใดแต่ชะตาชีวิตของผู้คนล้วนมีเส้นทางเดินเป็นของตนเอง เจ้าไม่เลือกเดินจากบิดาก็จะเป็นผู้ที่เลือกเองอยู่แล้ว เช่นนั้นจงอย่าได้ลังเลในการตัดสินใจของตนเอง เพียงแต่ครานี้เจ้ายืนได้เร็วกว่าที่บิดาคาดหากเจ้ายังจดจำได้ว่าบิดาเคยเอ่ยถึงความลับที่จะบอกให้เจ้ารับรู้ แต่สุดท้ายยังมิทันได้เอ่ยเองจากปากเหตุการณ์วุ่นวายกลับเข้าแทรก บิดาจึงจำใจต้องเขียนเป็นจดหมายผนึกฝากเอาไว้เรื่องราวของเจ้ามิได้เรียบง่ายดั่งที่ตัวเจ้าเคยรับรู้ มารดาของเจ้า...ลู่เอิน มิเคยตายจากไปหลุมศพที่เจ้ากราบไหว้เป็นเพียงฉากลวง เพื่อรับรองความปลอดภัยของบิดากับเจ้านางจึงเสียสละตัวเองจากไปแต่โดยดีและเมื่อรับรู้ว่าเจ้าเลือกละทิ้งเพื่อปกป้องผู้คนเอาไว้เบื้องหลังให้ห่างจากวังวนซึ่งทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามคำบอกกล่าวก่อนแยกจากของมารดาเจ้าทั้งสิ้น ดังนั้นบิดาก็มิต้องห่วงกังวลใจอีกเจ้าได้เติบใหญ่ขึ้นแล้ว บิดาของเจ้า...หลงหย่งฝู จึงตัดสินใจจะยืนหยัดด้วยขาของตนเองบ้างโชคชะตาของเราสามมิเคยหยุดนิ่งล้วนมีเอาไว้เพื่อไขว้คว้า บิดาของเจ้าจึงเลือกที่จะออกเดินทางไกลติดตามหามารดาของเจ้าใช้หัวใจโหยหานำทางชีวิตที่เหลืออยู่ ด้วยเงื่อนไขบางประการที่นางเคยรับปากเอาไว้ได้ลุล่วงลงแล้วบิดาก็ได้แต่อวยพรให้เจ้าโชคดี หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีหวังว่าสักวันหนึ่งเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า...รักตราบเท่าที่ลมหายใจยังคงอยู่
หลงจิวเมิ่งใบหน้าชาด้านลมหายใจติดขัด ดวงตาทั้งสองแดงเรื่อร้อนผ่าว แต่ยังมิทันมีสิ่งใดไหลซึมออกหลงจิวเมิ่งกลับหลับตาลงสะกดข่มความรู้สึกที่กำลังเอ่อล้นออกมาเสียก่อน
...ชีวิตที่ได้ย้อนกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้งไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ ขวางกั้น ข้าหลงจิวเมิ่งขอสาบานว่าจะไม่ยินยอมพ่ายแพ้ หากมีโอกาสสำเร็จแม้เพียงเศษผงธุลีเพื่อให้พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้งข้าก็จะมุ่งหน้าเข้าไปไขว่คว้าโดยไม่ลังเลแม้สักเสี้ยว
“ลุงหานท่าน...” เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ค่อยนึกขึ้นได้ว่าจะให้ลุงหานกลับเข้าไปอยู่ในแหวนตำหนักเซียนเพื่อเดินทางไกลไปพร้อมกัน“ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน...”
“นายน้อยเอ่ยมาเถอะ ชีวิตของบ่าวล้วนฝากเอาไว้กับนายท่านตั้งแต่อดีตแต่ตอนนี้นายท่านออกเดินทางไกล...”เอ่ยถึงตรงนี้ ลุงหานก็ดูเศร้าสร้อยขึ้นทันที
“ลุงหานมิต้องห่วงท่านพ่อจะต้องปลอดภัย แต่หากท่านอยากที่จะพบกับท่านพ่อของข้าอีกครั้งลุงก็ต้องดูแลตัวเองด้วย”
“ขอบคุณนายน้อยขอรับ”รอยยิ้มอบอุ่น
“ครานี้ข้าจะไม่ยินยอมทำผิดพลาดอีก ข้าอยากจะพาลุงหานติดตามไปกับข้าด้วยแม้หนทางฝึกตนหวาดเสียวอันตราย...”
“ข้าเข้าใจนายน้อยขอรับ” จู่ ๆลุงหานพลันเอ่ยขัดขึ้น อย่างผิดแผก “แต่บ่าวแก่ชรา ไม่คิดออกเดินทางไกลอยากที่จะใช้ชีวิตสงบเรียบที่ยังเฝ้ารอนายน้อยอยู่เพียงเพราะจดหมายต้องการจะบรรลุภารกิจสุดท้ายที่นายท่านมอบหมาย”รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น บ่าวชราเอ่ยพลางลุกพรวดออกไปที่ด้านหน้าประตูเรือนไม้ของตน
หลงจิวเมิ่งพยักหน้ารับ“แต่เพื่อความสบายใจ ข้าอยากให้ท่านเดินทางไปยังเมืองเมฆขาวนำจดหมายฝากฝังของข้าไป อยู่ทำงานที่ร้านโอสถสุขสันต์ก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยข้าและท่านพ่อจะไปรับตัวท่านกลับมารับใช้ดังเดิมดีหรือไม่”
“ขอบพระคุณนายน้อย”ลุงหานน้ำตาเอ่อซึม มิได้หันกลับมาหาหลงจิวเมิ่งอีก เพียงเปิดประตูจนลมเย็นยามสนธยาพัดโชยเข้าภายใน หลงจิวเมิ่งพยายามจะลุกขึ้นเพื่อสกัดยับยั้งบ่าวชราเอาไว้ แต่น่าแปลกแม้สมองสั่งการแต่สองขากลับยังคงไร้เรี่ยวแรง
...บ่าวชราเดินจากไปแล้วอย่างเงียบงันลุงหานผู้จงรักภักดีไม่ว่าชีวิตก่อนหน้าหรือชีวิตนี้ได้จากไปพร้อมกับราตรีกาลที่สับเปลี่ยนเข้าแทนที่ท้องฟ้าส้มแสดยามสนธยา
เมื่อการพยายามฝืนเพื่อขยับเคลื่อนแขนขาหรือแม้แต่เอ่ยตะโกนล้วนมิอาจกระทำสุดท้ายเรี่ยวแรงที่ใช้ออกก็หมดสิ้น หลงจิวเมิ่งมิอาจฝืนต่ออาการบาดเจ็บอ่อนล้าของตนเองได้อีกต่อไปหลับไหลไปพร้อมจดหมายผนึกที่ยังคงกำแน่นอยู่ในมือ