TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 67 ต้องการทดสอบ

    ตอนที่ 67 ต้องการทดสอบ


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****





    จริงอยู่ที่ว่าแคลนนั้นมีความสามารถที่จะปลุกปั้นเวเนเตอร์ให้กลายเป็นระดับดาราน้ำเงินได้ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการฝึกฝนทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย


    ส่วนผู้ที่ชนะในงานประลองนั้นจะได้รับการสนับสนุนทุกด้าน ซึ่งนอกเหนือจากแกนสปีริตที่แคลนสามารถให้ได้


    ดังนั้นต่อให้แคลนจะสามารถปั้นให้ไปถึงระดับดารานำ้เงินได้ แต่เวเนเตอร์ดาราน้ำเงินที่เป็นผู้ชนะงานประลองส่วนใหญ่จะมีพลังรบที่เหนือกว่าเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินทั่วไป ยิ่งเป็นผู้มีความสามารถพิเศษก็ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนยิ่ง


    ต้องรู้ไว้ว่าเวเนเตอร์บัญชาเมฆคือผู้ชนะเวเนเตอร์ดาวรุ่งรุ่นแรก


    เพราะแบบนี้จึงทำให้เวเนเตอร์รุ่นเยาว์ทั้งหลายมีความบ้าคลั่งที่จะเข้าร่วมงานประลองเวเนเตอร์ดาวรุ่งนี้ให้ได้


    สำหรับเวเนเตอร์คนอื่นแล้วตัวตนของผู้มีพรสวรรค์และผู้มีความสามารถพิเศษนั้นเป็นที่น่าอิจฉา แต่พวกเขาเองก็ยังต้องต่อสู้กันเพื่อความโดดเด่นเช่นกัน


    วันรุ่งขึ้นภารกิจกวาดล้างระลอกแรกได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง


    “เริ่มได้” เวเกอร์มองไปที่เฟิร์สแล้วเอ่ยสั่งการ


    การกวาดล้างมอนสเตอร์จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง


    เนื่องจากการกวาดล้างเมื่อวานจึงทำให้มอนสเตอร์ในบริเวณนี้ยังชุกชุม 


    มอนสเตอร์จำนวนนับพันได้มารวมกันใกล้กับเซฟโซน จึงทำให้พวกเขาไม่ต้องออกเดินทางไปไกลเหมือนเมื่อวาน


    การต่อสู้จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง เหล่าเวเนเตอร์ที่ได้รับบาดเจ็บได้ถูกสายสนับสนุนจากนิวโฮปรักษาจนหายดี ทำให้พวกเขากลับมามีกำลังต่อสู้อีกครั้ง


    ภารกิจในวันนี้ดูราบรื่นกว่าเมื่อวานยิ่ง


    อาจเพราะมอนสเตอร์เหล่านี้เป็นเพียงระดับต่ำและพวกเขายังอยู่ใกล้กับเซฟโซน จึงทำให้การกวาดล้างนี้ดูผ่อนคลาย


    เฟิร์สทำการเก็บข้อมูลทั้งหมดอย่างเงียบๆ แต่เขาก็สังเกตได้ว่ามีสายตาจำนวนไม่น้อยคอยมองเขาอยู่เป็นระยะ


    นั่นอาจเพราะวิชาตัวเบาของเขาจึงทำให้เป็นที่สะดุดตา แต่เขาก็หาได้สนใจไม่


    เฟิร์สไม่สนใจแม้กระทั่งงานประลองเวเนเตอร์ดาวรุ่งที่พวกเวเกอร์เป็นกังวน เพราะเขามีแนวทางการฝึกฝนของตนเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาสนับสนุน อีกทั้งปัญหาเรื่องการเงินนั้นสามารถถูกแก้ได้ในตอนที่เขาบ่มเพาะไปถึงระดับดาราแดง


    ดังนั้นนอกจากตัวเองแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ใด


    สำหรับเวเนเตอร์สายผลิตแล้ว ต่อให้เขาเป็นแค่เวเนเตอร์ดาราแดง เหล่าเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินก็ยังต้องเกรงใจ เพระาเขามีประสบการณ์นี้มาจากการเป็นผู้ใช้อักขระในอีกโลกหนึ่งมาแล้ว


    เขาจึงไม่สนใจงานประลองเวเนเตอร์ดาวรุ่งเลยแม้แต่น้อย


    “การเคลื่อนไหวของเขาเยี่ยมยอดมาก อย่างกับหลุดออกมาจากหนังกำลังภายใน” ชายที่มีความสามารถหมัดมวยเอ่ยขึ้นกับหนุ่มหล่ออย่างเวเกอร์


    “เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นผู้มีความสามารถสายกำลังภายใน” เวเกอร์กล่าวออกมา ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์


    ไม่ใช่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่พูดคุยเรื่องนี้ แต่คนอื่นก็สงสัยในตัวของเฟิร์สเช่นกัน


    จนกระทั่งมีหญิงสาวคนหนึ่งต้องการทดสอบความสามารถของวอชเชอร์ลึกลับคนนี้ เธอได้ปล่อยให้มอนสเตอร์ตัวหนึ่งเล็ดลอดเข้ามาและมุ่งตรงเข้าหาเฟิร์สโดยเฉพาะ


    เวเนเตอร์ที่เห็นเหตุการณ์รับรู้ความตั้งใจของเธอในทันที


    อย่างไรก็ตามวอชเชอร์ทุกคนล้วนมีความสามารถในการป้องกันตัวหรือแม้กระทั่งการโจมตี มอนสเตอร์ระดับต่ำตัวหนึ่งจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอยู่แล้ว


    มอนสเตอร์สีน้ำตาลที่มีขนาดตัวยาวถึงสิบเมตรพุ่งเข้าหาเฟิร์สอย่างดุร้าย แม้จะเป็นแค่มอนสเตอร์ระดับต่ำแต่มันก็ร้ายกาจกว่าสัตว์ร้ายทั่วไป กระทั่งสิงโตที่ดุร้ายก็ยังไม่สามารถสู้กับพวกมันได้


    แต่เด็กหนุ่มร่างผอมบางกลับไม่ได้สนใจมันไม่


    มอนสเตอร์เข้าประชิดตัวเขาพร้อมกับเผยคมเขี้ยวอันน่าสยดสยอง กรามที่แข็งแกร่งไม่ต่างกับเหล็กหมายที่จะงับร่างบางที่อยู่ตรงหน้า


    “นั่นเขาคิดจะทำอะไร?”


    หญิงสาวที่ปล่อยมอนสเตอร์ตัวนั้นเข้ามาหัวใจตกไปถึงตาตุ่ม เมื่อเห็นว่าวอชเชอร์ร่างบางกำลังจะถูกมอนสเตอร์ทำร้าย


    หากวอชเชอร์เป็นอะไรไป ทีมของพวกเขาจะต้องเดือดร้อน


    แม้แต่เวเนเตอร์ที่สมรู้ร่วมคิดก็ยังหน้าซีดเมื่อพบกับเหตุการณ์นี้


    ทว่า ...


    ควับ!


    ขากรรไกรของมอนสเตอร์ตัวนั้นงับไปที่ร่างของเฟิร์สอย่างรุนแรง


    แต่มันกลับงับได้เพียงอากาศเท่านั้น


    จู่ๆ ร่างของเด็กหนุ่มร่างผอมบางก็กระพริบและหายไปจากตรงนั้น


    ตาเนื้อแทบจะไม่สามารถมองตามได้ทัน


    เขาปรากฏตัวห่างจากจุดเดิมถึงสิบเมตรด้วยใบหน้าที่เฉยเมย


    หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งใจพร้อมกับรู้สึกตกตะลึงในความสามารถหลบหลีกนี้ไปพร้อมๆ กัน


    ทุกสายตาที่ลอบมองอยู่ล้วนตกตะลึง โดยเฉพาะหกผู้นำของกลุ่มนักเรียน พวกเขาถึงกับหรี่ดวงตาลงและลอบวิเคราะห์มากมาย


    เฟิร์สนั้นได้แต่ส่ายศีรษะไปมา เขาไม่ได้ลงมือต่อมอนสเตอร์เหล่านี้แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าหากออกแรงสะบัดขาออกไปทีหนึ่งมอนสเตอร์ตัวนี้ก็สามารถดับดิ้นได้แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ทำมัน


    ‘เด็กพวกนี้ว่างมากนักรึไง’ เฟิร์สแอบบ่นในใจ


    ทว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นได้หลุดเข้ามาในวงที่เป็นสถานที่ของสายสนับสนุนแล้ว


    การที่เฟิร์สสามารถหลบหลีกมอนสเตอร์ตัวนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าสายสนับสนุนของกลุ่มนี้จะหลบหลีกได้ 


    สายสนับสนุนบางคนนอกจากความสามารถในการซัพพอร์ตคนอื่นแล้ว ความสามารถทางด้านการป้องกันตัวหรือการต่อสู้ก็แทบจะไม่มี หรืออย่างที่ดีหน่อยก็โดดเด่นด้านการป้องกันบ้างเล็กน้อยเท่านั้น


    การที่มอนสเตอร์ตัวนี้หลุดเข้ามา จึงหมายถึงอันตรายของสายสนับสนุนสี่ห้าคนที่อยู่ที่นี่


    “แย่แล้ว มีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งหลุดมาที่นี่!”


    เสียงตะโกนของสายสนับสนุนที่อยู่บริเวณนั้นกล่าวออกมาอย่างตกใจ


    ทว่าเวเนเตอร์ที่ปล่อยให้มอนสเตอร์ตัวนี้เข้ามากลับอยู่ไกลเกินที่จะช่วยเหลือได้ทัน แม้แต่เวเกอร์เองก็ไม่สามารถใช้ความเร็วขนาดนั้นมาถึงได้


    หญิงสาวที่ปล่อยมอนสเตอร์ตัวนั้นเข้ามาพลันหน้าซีดอีกครั้ง เธอคิดว่าวอชเชอร์อย่างเฟิร์สจะเผยฝีมือจัดการมอนสเตอร์ตัวนี้ แต่มิคาดว่าเขาจะทำแค่หลบหลีก


    ดังนั้นอันตรายนี้จึงตกไปอยู่ที่สายสนับสนุนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งในพวกเขาเหล่านั้นไม่มีใครที่เชี่ยวชาญด้านการโจมตีหรือป้องกัน


    สะหล่าที่เป็นผู้ตีกลองสะบัดชัยเห็นท่าไม่ดีเขาจึงพยายามจะเคลื่อนตัวเข้าไป ด้วยอำนาจของไอเทมสปีริตของเขาแล้ว มันพอจะเปลี่ยนเป็นการป้องกันระยะประชิดได้บ้าง อย่างน้อยๆ มันก็สามารถป้องกันอันตรายจากการโจมตีของมอนสเตอร์ตัวนี้แล้วให้เวเนเตอร์คนอื่นมาช่วยได้ทัน


    “หลีกทางให้ฉัน” สะหล่ากล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว


    เพราะในที่นี่เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้มากที่สุด


    กล่าวได้ว่าในตอนนี้ทุกคนล้วนคิดว่าความสามารถพิเศษของเฟิร์สคือวิชาตัวเบาหรือการหลบหลีก การวิ่งที่รวดเร็ว


    ผู้มีความสามารถพิเศษด้านการวิ่ง ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นตาแต่อย่างใด อีกอย่างความสามารถนี้ช่างเหมาะกับการเป็นวอชเชอร์ยิ่ง เพราะผู้เฝ้ามองจะต้องรักษาชีวิตของตนเองเพื่อเฝ้ามองต่อไป


    การที่เมื่อวานเฟิร์สสามารถหลบหลีกมอนสเตอร์และสิ่งสกปรกจากโคลน มันจึงสมเหตุสมผล


    เพราะพวกเขาคิดมากเกินไป


    แค่ความสามารถในการหนี คงไม่ใช่ขวากหนามของพวกเขาในการประลองเวเนเตอร์ดาวรุ่ง


    มอนสเตอร์ตัวนั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่ง เมื่อมันพลาดเฟิร์สที่เป็นเป้าหมาย มันก็หันไปทางเวเนเตอร์สายสนับสนุนที่อยู่ถัดไป เด็กสาวคนนั้นเป็นผู้มีทักษะในการรักษา เธอไม่สามารถป้องกันตัวเองได้


    สะหล่าที่พุ่งเข้ามาพลันรู้สึกเย็นวาบ เมื่อเขาคำนวณแล้วว่าไม่สามารถเข้าใกล้มอนสเตอร์ตัวนั้นได้ทัน


    “รีบหลบไปเร็วเขา!” สะหล่าตะโกนออกมา


    เด็กสาวตกอยู่ในความหวาดกลัว เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้ในชั่วขณะ นั่นจึงทำให้เธอตกเป็นเป้านิ่ง รอให้คมเขี้ยวของมอนสเตอร์ตัวนั้นพุ่งเข้ามา


    ทว่าตอนนั้นเอง ...


    จู่ๆ ร่างของเด็กหนุ่มในชุดสูทสีขาวก็ร่อนลงมา


    ปลายเท้าของแตะไปยังศีรษะของมอนสเตอร์ตัวนั้นอย่างแม่นยำ


    ตูม!


    ด้วยอานุภาพของกายากระบี่ ทำให้มอนสเตอร์ตัวนี้เหมือนถูกฟาดด้วยกระบี่หนักที่รุนแรง


    ขากรรไกรของมันงับลงอย่างกระทันหันและศีรษะหล่นลงไปแนบพื้นอย่างรวดเร็ว


    กระฉูด!


    โลหิตสีแดงสาดกระเซ็นออกมาทั่วบริเวณ มันย้อมร่างของเด็กสาวที่อยู่ใกล้ๆ ไปเต็มๆ


    ทว่าสำหรับเด็กหนุ่มร่างผอมบางในชุดสูทสีขาวแล้ว หลังจากที่ปลายเท้าของเขาแตะลงบนศีรษะมอนสเตอร์ ร่างของเขาก็ดีดตัวออกไปทันที


    ความเร็วนี้แม้แต่การสาดกระเซ็นของโลหิตก็ไม่อาจไล่ตามได้ทัน


    ใบหน้าของเขาเฉยชายิ่ง ร่อนลงไปยืนอยู่บนยอดหญ้าอย่างนิ่งสงบ


    ผู้คนมากมายต่างอ้าปากค้างกับภาพเหตุการณ์นี้


    กระทั่งสองเวเนเตอร์ดาราแดงที่ซ่อนตัวอยู่ก็ยังต้องหรี่ดวงตาแคบลง จ้องมองไปที่เด็กหนุ่มร่างผอมบางอย่างสนใจ


    “เขามีความสามารถพิเศษประเภทไหนกันแน่?”



    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน