นางมีร่องรอยของความรู้สึกผิดอยู่ในใจ แต่สุดท้ายนางก็พยักหน้า“ถ้าเป็นอย่างนั้น ยายจะไม่ปล่อยให้เจ้าทนทุกข์ แค่อยากให้เจ้าไปบวชตลอดชีวิต..."
นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่นางสามารถมอบให้หลานได้
“คนเช่นนี้สมควรจะถูกเผาให้ตายเสียจะได้ไม่ทำอันตรายต่อครอบครัว ท่านแม่ ท่านใจดีเกินไปแล้ว”
ไป๋ฉางชิงพ่นลมหายใจและจ้องไปที่ไป๋เซียงจู๋อย่างโกรธจัดแต่ยามที่สบประสานเข้ากับดวงตานั้น เขาพลันสะดุ้งเล็กน้อยดวงตาของสตรีนางนี้ดูน่ากลัวมากถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด
ทุกคนคิดว่าไป๋เซียงจู๋จะต้องร้องไห้อย่างขมขื่นแต่แทนที่จะร้องไห้ นางกลับหัวเราะ ราวกับหยดเลือดร้อนๆ ที่ร่วงหล่นลงมาบนหิมะจนหิมะละลายสิ้น นางยิ้มบางด้วยความงดงามยิ่ง!
หลังจากได้ยินคำพูดของไป๋ฉางชิงแล้วนางก็หันไปมองใบหน้าที่น่าเกลียดของฮูหยินเฒ่าไป๋หากเป็นยามปกติท่านจะต้องปกป้องไป๋เซียงจู๋โดยการสั่งให้หยุดแล้วแต่คราวนี้กลับไม่มีแม้แต่เสียงสักเสียงดังนั้นจึงได้แต่พูดได้เพียงว่านางนิ่งเงียบยิ่งนัก
อวี๋ซื่อและไป๋ชิงโหรวไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นและความสุขในสายตาของพวกนางได้
ฉากนี้สมบูรณ์แบบยิ่งนัก เป็นพระชายาเหิงชินอ๋องที่เป็นผู้ให้คำแนะนำ
นางมิได้คาดหวังว่ามันจะสมบูรณ์แบบนัก มันห่างชั้นเกินไป
ไป๋เซียงจู๋ครานี้ไม่ตายก็ต้องออกจากตระกูลไป๋ไป! อย่าโทษพวกนางที่ไร้ความปรานีนางสามารถโทษไป๋เซียงจู๋ที่ไม่รู้เรื่อง ขวางทางของพวกนางเอง!
ทุกคนคิดว่าไป๋เซียงจู๋จะร้องไห้อย่างขมขื่นและขอร้องให้ฮูหยินเฒ่าไป๋ชีวิตนาง
แต่เปล่า นางไม่ได้ร้องไห้ แต่กลับยิ้มอย่างงดงามมากงดงามมาก...
เช่นเดียวกับดอกไห่ถังสีขาวในเรือนซึ่งเปื้อนเลือดสวยงามงดงามจนทำให้คนหลงใหล อดไม่ได้ที่อยากจะทำลายให้สิ้น
เห็นเพียงนางค่อยๆ ปัดกระโปรงที่เต็มไปด้วยฝุ่นราวกับปัดฝุ่นในหัวใจของนางออกไป และพูดว่า “ท่านน้ารอง ถ้าจู๋เอ๋อร์ไม่เห็นด้วยเล่า?”
ไป๋ฉางชิงรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ขมวดคิ้วและพูดว่า“เจ้าบอกว่าจะไม่ไปก็ไม่ต้องไปแล้วหรือ ที่นี่ไม่มีที่ให้หลานนอกคอกเช่นเจ้าได้สอดปาก”
ไป๋เซียงจู๋มองไปที่ใบหน้าที่ชั่วร้ายของไป๋ฉางชิงนางอยากจะหัวเราะ นางถูกคนพวกนี้รังแกอย่างเชื่อฟังเช่นนี้หรือ?
สมควรแล้วหรือที่จะถูกพวกเขาคิดบัญชี? สมควรแล้วหรือที่จะต้องตกเป็นเบี้ยของพวกเขา?
ไม่ ในชีวิตนี้ นางจะไม่โง่เขลาตกหลุมพรางของพวกมันไม่ยอมถูกสังหารเหมือนในชาติก่อน สุดท้ายก็ตายโดยไร้หลุมกลบฝังนางมิอาจนั่งนิ่งรอความตายได้!
ฮูหยินเฒ่าไป๋ทำให้นางผิดหวังเล็กน้อยทว่าอย่างไรเสียก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์แต่ตระกูลนี้ช่างเป็นปีศาจกินเนื้อไม่คายกระดูกนางจะไม่มีวันยอมให้พวกเขาได้มีชีวิตที่ดีแน่!
ทว่าไป๋ชิงโหรวทนรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้วนางกระโดดออกมาแล้วพูดอย่างโหดเหี้ยมว่า “พี่หญิงใหญ่ ท่านจริงใจกว่านี้สักนิดเถิดเว้นเสียแต่ว่าท่านจะต้องการสังหารคนทั้งครอบครัว!”
ทันทีที่สิ้นเสียงนางก็สบเข้ากับดวงตาที่แหลมคมของไป๋เซียงจู๋ ร่างกายของนางสั่นสะท้านไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอันใดมันเป็นความกลัวและยอมศิโรราบจากสัญชาตญาณลึกลงไปในกระดูกของนาง
ไป๋เซียงจู๋จะไม่รู้ได้อย่างไรว่ามีคนใช้ไปส่งจดหมายที่จวนเหิงชินอ๋องอยู่บ่อยครั้งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานางเคยเห็นในชีวิตก่อนหน้านี้ ครานี้ได้เห็นก็จำได้ คิดไม่ถึงว่านางจะมีพลังมากเช่นนี้หลังจากถูกลับเป็นมีดมานาน
ไป๋เซียงจู๋พูดอย่างสบายๆ "เจ้าพูดว่าข้าเป็นดาวหายนะเป็นดาวที่ชั่วร้าย และแม่ของข้าเป็นจิ้งจอกแพศยา"
หลังจากพูดจบนางก็ยิ้ม “มีดวงมาตุฆาต ปิตุฆาตด้วยหรือ”
“แม่ของข้าสบายดีช่วงนี้จิตใจของนางเองก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นการมาตุฆาตได้อย่างไร นอกเสียจากจิ้งจอกที่ท่านนักบวชเต๋ากล่าวถึงเป็นเพียงวาทศิลป์?สาดน้ำสกปรกใส่? ปีศาจจิ้งจอกจะถูกดาวหายนะอย่างข้ากดข่มได้อย่างไร?ยิ่งเรื่องปิตุฆาต เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพ่อข้าเป็นใคร?"
ไป๋เซียงจู๋ค่อยๆ ขยับเข้าไปทีละน้อยนางมองไปที่นักบวชลัทธิเต๋าซึ่งนั่งอยู่ที่นั่น ดวงตาของนางเย็นชาทุกคำพูดเด็ดเดี่ยวชัดเจน
นักบวชลัทธิเต๋าตกใจกับดวงตาที่เย็นชาของนางเขาถอยหลังสองก้าวอย่างไม่เป็นธรรมชาติกระดาษซวนจื่อแผ่นหนึ่งหลุดออกจากแขนเสื้อของเขา
ดวงตาของไป๋เซียงจู๋เป็นประกาย และก่อนที่นางจะคว้ามันมาได้กระดาษแผ่นนั้นก็ถูกนักบวชลัทธิเต๋าคว้าเก็บในอ้อมแขน
“อาตมามิได้พูดจาไร้สาระ นี่คือดวงของเจ้า ดวงจากแปดอักขระของเจ้าชั่วร้ายและอันตรายนักหากเจ้าถูกไม่กำจัด ตระกูลของเจ้าจะวุ่นวาย และทั้งครอบครัวจะถูกฆ่าตาย!”
ด้วยท่าทีที่แน่วแน่ของนักบวชลัทธิเต๋า ฟางเส้นสุดท้ายของฮูหยินเฒ่าไป๋ก็ขาดผึงเช่นกัน
เพื่อประโยชน์ของตระกูลไป๋ แม้ว่านางจะต้องหักใจนางก็ต้องตัดไป๋เซียงจู๋ออกไปให้ได้
“แปดอักขระ? เหตุใดแปดอักขระของข้าถึงอยู่ในมือเจ้าได้” ดวงตาของไป๋เซียงจู๋เย็นชา
สติของนักบวชลัทธิเต๋าหวนคืนกลับมาหนวดเลขแปดของเขาสั่นกระดิก แววตาเปี่ยมไปด้วยความได้ใจเป็นอย่างยิ่ง“อันใดกันที่บอกว่าอยู่ในมือของอาตมา อาตมายังจำเป็นต้องให้ผู้ใดเขียนแปดอักขระให้อยู่อีกหรือ? แน่นอนว่าย่อมเป็นอาตมาที่คำนวณออกมาด้วยตนเองอีกทั้งวิญญาณชั่วร้ายก็ถือกำเนิดมาจากเจ้า นอกเสียจากกำจัดเจ้าทิ้งภายภาคหน้าจวนตระกูลไป๋ถึงจะเจริญรุ่งเรือง ไม่มีปัญหาใดรบกวนใจอีกต่อไป”
“ท่านนักบวชลัทธิเต๋ามั่นใจถึงเพียงนี้เช่นนั้นก็เฉลยให้จู๋เอ๋อร์ได้ตายตาหลับเถิด ขอให้ท่านนักบวชส่งแปดอักขระที่คำนวณออกมาดูสิว่าที่นักบวชลัทธิเต๋าคำนวณนั้นถูกต้องหรือไม่”
ไป๋เซียงจู๋กำลังกดดัน ไป๋ชิงโหรวยืนขึ้นและพูดอย่างสบายใจว่า"ได้สิเจ้าคะ นักบวชลัทธิเต๋าเป็นนักบวชที่คนเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่งเขาไม่ผิดแน่นอน ในเมื่อพี่หญิงต้องการ ข้าจะตอบสนองเอง"
ไป๋ชิงโหรวหยิบกระดาษซวนจื่อมาจากนักบวชก่อนจะส่งให้ไป๋เซียงจู๋โดยไม่คลี่ออก
ไป๋เซียงจู๋ยิ้มเบาๆ ยามที่รับกระดาษมา นางพลิกนิ้วเพียงชั่ววินาทีที่กะพริบตานางก็หยิบกระดาษซวนจื่อขนาดใกล้เคียงออกมาจากข้อมืออีกข้างหนึ่งแล้วคลี่ออกนางเพียงเหลือบมอง จากนั้นก็หัวเราะออกมาทันที รอยยิ้มนั้นราวกับดอกไห่ถังที่งดงามในยามค่ำคืนมันเบ่งบานอย่างช้าๆ กลีบดอกไม้ที่น่าหลงใหลอันมีสีแดงชาดราวกับสีของโลหิตเปล่งประกายวับวาว“เรียนท่านยาย นี่ไม่ใช่แปดอักขระดวงวันเกิดของหลานเจ้าค่ะ”
“เป็นไปไม่ได้! พี่หญิงหยุดแก้ตัวเสียทีเถิดแปดอักขระนี้มิใช่ของท่านแล้วเป็นของข้าหรือ?” ไป๋ชิงโหรวโต้กลับอย่างหนักแน่นแต่ทันทีที่กล่าวคำพูดนั้นออกมา นางก็เห็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋เซียงจู๋กลับสดใสยิ่งขึ้นกว่าเดิมสดใจจนแปลกประหลาดนัก
เห็นเพียงไป๋เซียงจู๋ที่มองมาที่นางริมฝีปากสีชมพูของนางประเดี๋ยวเปิดประเดี๋ยวปิด "น้องหญิงรองช่างคาดเดาได้แม่นยำราวกับเทพเซียนที่แท้แล้วแปดอักขระนี้เป็นของเจ้าจริงๆ ”
“เหลวไหล! แปดอักขระเป็นของเจ้าชัดๆจะเป็นของโหรวเอ๋อร์ไปได้อย่างไร!” ในที่สุดอวี๋ซื่อก็ไม่สามารถทนนั่งนิ่งๆได้ นางกระโดดผางและชี้ไปที่ไป๋เซียงจู๋พร้อมกับสบถด่าทันที
“สะใภ้รอง!” ฮูหยินเฒ่าไป๋รู้สึกผิดต่อไป๋เซียงจู๋แล้ว แต่ในเวลานี้ อวี๋ซื่อกลับพูดคำที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าธารกำนัลอีกนางจึงหันหน้าขวับทันที
อวี๋ซื่อรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยในตอนนี้ยามที่นางได้สติกลับมาก็รีบยิ้มอย่างรวดเร็ว “จู๋เอ๋อร์ หรือว่าแม้แต่แปดอักขระของตนเจ้ายังมิอาจแยกแยะได้ถูกต้องอีกหรือท่านนักบวชเต๋าได้รับความเคารพอย่างสูงจะผิดพลาดได้อย่างไร”
“ใช่แล้ว นักบวชลัทธิเต๋าเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงจริงๆไม่มีทางที่จะดูผิดเป็นแน่” ไป๋เซียงจู๋ยิ้ม แต่ดวงตาที่ใสสะอาดพุ่งตรงไปที่ฮูหยินเฒ่า
“ท่านยายเป็นคนที่น่าเชื่อถือที่สุด ท่านก็รู้จักแปดอักขระของคนในจวนทุกคนทว่าแปดอักขระนี้มิใช่ของหลานจริงๆเช่นนั้นก็ขอให้ท่านยายช่วยหลานพิจารณาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
หลังจากพูดจบ นางก็นำไปให้ตรงหน้าฮูหยินเฒ่าไป๋อย่างระมัดระวัง
อวี๋ซื่อขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกตินางขยิบตาให้ไป๋ฉางชิงที่อยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าไป๋ฉางชิงจะรู้สึกว่ามีบางอย่างที่แปลกประหลาดอย่างอธิบายไม่ถูกแต่เขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจะหยิบมันมาตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับถูกแม่เฒ่าจางสาวรับใช้ข้างกายฮูหยินเฒ่าไป๋คว้าเอาไปก่อน