ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 157 รุมสังหารยามราตรี

      นกน้อยสีมรกตตัวนี้ขนาดประมาณแค่ฝ่ามือมันเป็นเพียงนกน้อยที่ยังเป็นเด็ก ขนสีมรกตของมันมันวาวมีประกายแสงเล็กน้อยบนปีกขวาขนนกเปียกชุ่มด้วยโลหิตสีแดงฉาน ดวงตาสองข้างของมันมีประกายแสงอ่อนๆ ไต้ซิงอวี่กำลังจ้องมองมันด้วยความรู้สึกสงสาร

          เมื่อตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงมาถึง นกน้อยสีมรกตก็มองมาหาด้วยสีหน้าแววตาหวาดผวาทันใดที่ตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงโผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้มันก็ตกใจพยายามรีบบินหนี ทว่าเมื่อกระพือปีก บาดแผลที่ปีกขวาที่ชุ่มด้วยโลหิตเจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรงมันจึงบินไปไหนต่อไม่ไหว

      “นกน้อยเอ๋ยไม่ต้องกลัวนะพวกเราไม่ทำร้ายเจ้า”

           ไต้ซิงอวี่ค่อยๆ คลานเข้าไปในพุ่มไม้ใช้มือยื่นออกไปประคองนกน้อยสีมรกตตัวนั้นอย่างอ่อนโยน กล่าวว่า “เจ้าบาดเจ็บบินไม่ไหวแล้ว ให้ข้าดูหน่อยเถิด”

          นกน้อยสีมรกตยังคงจ้องมองตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงด้วยแววตาที่หวาดผวาทว่าแววตาที่มองไต้ซิงอวี่ผ่อนคลายความกลัวลงมาแววตาที่หวาดผวาเริ่มดูเป็นมิตรมากขึ้น มันกะพริบตา พร้อมกับกระพือปีกขวาที่บาดเจ็บเบาๆสุดท้ายมันก็ไม่ได้หนี ยอมให้ไต้ซิงอวี่ประคองร่างมันขึ้นมาไว้ในอุ้งมืออย่างแผ่วเบา

      “หรือว่านี่ก็คือนกสีมรกตที่คนของสำนักมืดมิดตามหา?”

          ตู้เซ่าฝู่มองสำรวจนกน้อยสีมรกตที่อยู่ในอุ้งมือของไต้ซิงอวี่ขนของมันมีประกายแสงวิบวับโลหิตที่ไหลนองออกมาจากปีกขวาของมันมีรอยอักขระยันต์เปล่งแสงอยู่จางๆมันต้องไม่ใช่นกธรรมดาๆ แน่ๆ

      นกน้อยสีมรกตจ้องมองตู้เซ่าฝู่ราวกับว่ามันสัมผัสได้ถึงลมปราณบางอย่างในตัวของเขาจากตอนแรกที่แววตาแสดงความตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก กลับกลายเป็นรู้สึกคุ้นเคยทว่ามันก็ยังคงแอบกลัวอยู่ในใจ

      “พี่เซ่าฝู่ นกน้อยตัวนี้ได้รับบาดเจ็บพอจะช่วยเหลือมันได้หรือไม่?”

          ไต้ซิงอวี่เอ่ยถามตู้เซ่าฝู่ สายตาที่มองนกน้อยสีมรกตที่บาดเจ็บในมือเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

          “นกน้อยสีมรกตน่าจะไม่ใช่นกธรรมดาๆและน่าจะเพิ่งเกิดได้ไม่นาน” โอวหยังส่วงเองก็เริ่มสัมผัสได้ว่านกน้อยสีมรกตไม่ธรรมดาเกรงว่าเพิ่งจะได้คลอดออกมาดูโลกได้ไม่นาน ดูแล้วยังบอบบางอ่อนแออยู่มาก

      “พวกเราอยู่ตรงนี้นานไม่ได้พวกเราออกไปจากตรงนี้กันก่อน” ตู้เซ่าฝู่กล่าวทั้งสามคนและอสูรเสืออีกหนึ่งตัวรีบหลบออกไปจากตรงนั้นอย่างรีบร้อน

      มองไปทางด้านหน้าเกรงว่าอาจจะมีโอกาสพบกับคนของสำนักมืดมิดได้อีกดังนั้นตู้เซ่าฝู่ ไต้ซิงอวี่และโอวหยังส่วงทั้งสามคนจึงหลบไปทางด้านข้าง

      ตลอดทางตู้เซ่าฝู่ยังคงไม่ลืมลบร่องรอยของตัวเองเพื่อจะได้ไม่ให้มีคนติดตามจากรอยเท้านี่ก็เป็นทักษะที่ได้จากประสบการณ์ตอนอยู่ในเทือกเขาอสุรกาย

          “ซู่ๆ”

          หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่และอีกสองคนเดินทางออกจากตรงนั้นไปก็มีเงาของคนจำนวนหนึ่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุของการต่อสู้เมื่อสักครู่นี้ทุกคนล้วนสวมชุดสีดำ มากันไม่ต่ำกว่าสิบคนลมปราณของคนที่ยืนนำหน้ากลุ่มดูดุดันโหดเหี้ยมมาก

      “มีกลุ่มเล็กห้าคนตายกันหมดแล้วคนที่ลงมือน่าจะมีกันอย่างน้อยสองคน คนหนึ่งใช้ดาบ อีกคนมีกำลังกายที่แข็งแกร่งมาก” ศพทั้งห้าศพถูกยกมากองรวมกันชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงกลางตรวจสอบศพทั้งห้ารอบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปพูดกับชายชราชุดสีดำด้วยท่าทางเคารพนบนอบ

      “น่าจะเพราะสมบัติล้ำค่าที่ตามหาถูกคนอื่นพบบังอาจฆ่าคนของสำนักมืดมิด แย่งของของสำนักมืดมิดของพวกเรา ตามหาพวกมันคนพวกนั้นต้องยังไปไหนได้ไม่ไกลแน่หาเจ้าพวกไม่รักตัวกลัวตายพวกนั้นมาให้ข้าให้จงได้” ชายชราชุดดำกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแววตาเปี่ยมด้วยจิตอาฆาต

      “ซู่ๆ!”

          เมื่อชายชราคนนั้นพูดจบเงาของคนหลายสิบคนก็พุ่งกระโดดกันไปคนละทิศละทางเข้าไปในป่าที่มืดมิดและหายไป

          แสงจันทร์ปกคลุมป่ามืดอันกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาไร้ที่สิ้นสุดเมื่อเงาและหมอกมืดเข้มหนา แสงมืดก็ค่อยๆ เด่นชัดมากขึ้นไม่นานแสงของพระจันทร์ก็ถูกย้อมกลายเป็นสีเทา

       จันทราประดับอยู่บนฟ้าทำให้ท้องนภาอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ไร้ขอบเขต ดูเงียบสงัดและลึกลับยิ่งขึ้น

      ดวงดารามากมายเปล่งประกายระยิบระยับบนฟ้าดั่งสะเก็ดเพลิงเปล่งแสงบนท้องสมุทร

          ภายในป่า มีหุบเขาแยกแห่งหนึ่ง รอบๆมีต้นไม้สูงเสียดฟ้าจำนวนมากปกคลุม แสงจากดวงจันทร์อ่อนๆ แผ่สู่ผืนป่าทึบหุบเขาแยก มีร่องรอยของเงาของอะไรบางอยู่ด้านใน

      ตู้เซ่าฝู่ ไต้ซิงอวี่และโอวหยังส่วงสามคนอยู่ร่วมกันอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนนอนหมอบอยู่ คอยระแวดระวังภัยให้อยู่ไม่ไกลแววตาดุดันของเสือกวาดมองดูบริเวณรอบๆ

      “ปีกขวาได้รับบาดเจ็บแต่ว่าไม่น่าจะมีอะไรมาก เดี๋ยวมันก็ค่อยๆ ฟื้นฟูเอง”

          ตู้เซ่าฝู่ตรวจสอบนกน้อยสีมรกตที่อยู่ในอุ้งมือของไต้ซิงอวี่จากนั้นค้นยาวิเศษเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงหยินหยาง

      นกน้อยสีมรกตตัวนั้นมองตู้เซ่าฝู่อย่างสงสัยมันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังในยาวิเศษ ปากเล็กๆของมันจิกกินยาวิเศษเม็ดนั้นจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็กลืนลงท้องไป ขณะนี้ดวงตาเล็กๆคู่นี้ของมันเริ่มมองตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงด้วยแววตาที่ผ่อนคลายมากขึ้นไม่ได้กลัวเช่นแต่แรกแล้ว

      “นี่มันนกอะไรมากินยาวิเศษตรงๆ เช่นนี้” โอวหยังส่วงสงสัย นกน้อยสีมรกตตัวนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดาทว่านางเองก็ไม่ทราบถึงสถานะหรือที่มาที่ไปของนกน้อยสีมรกตเลย

      “ข้าเองก็ไม่รู้”

          ตู้เซ่าฝู่เองก็ส่ายศีรษะ นกสีมรกตตัวนี้ตู้เซ่าฝู่เองก็ไม่รู้ว่าคือนกอะไรทว่าดูท่าทางจะเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นสำนักมืดมิดคงไม่พยายามควานหานกน้อยสีมรกตตัวนี้ไปทั่วเช่นนี้

      “เสี่ยวชิงชิงน่าสงสารจังต้องมาบาดเจ็บเช่นนี้ พี่เซ่าฝู่ พี่ส่วง พวกเราพามันไปสำนักยุทธสวรรค์ด้วยกันได้หรือไม่?”

          ไต้ซิงอวี่มองตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงด้วยสายตาอ้อนวอนนางไม่อยากทิ้งนกน้อยสีมรกตที่บาดเจ็บนี้ไว้ และอุตส่าห์ตั้งชื่อให้กับนกน้อยสีมรกตตัวนี้ไว้เรียบร้อยแล้วเรียกมันว่า เสี่ยวชิงชิง นางคิดว่าชื่อนี้เหมาะกับนกตัวนี้มาก(ชิงแปลว่าสีเขียวอมฟ้าในภาษาจีน)

      “ได้ งั้นก็พามันไปเถิด” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า นกน้อยสีมรกตตัวนี้น่าจะไม่ใช่นกธรรมดา

      นกน้อยสีมรกตเอาใบหน้าซบกับฝ่ามือของไต้ซิงอวี่ท่าทางดูสนิทสนมผูกพันราวกับว่ามอง ไต้ซิงอวี่เป็นครอบครัว ขณะที่กำลังบาดเจ็บเมื่อมีไต้ซิงอวี่มาช่วยก็รู้สึกพึ่งพิง

      “โฮก!”

          จู่ๆ อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็คำรามออกมาเสียงเบาๆร่างย่อเล็กของมันลุกขึ้นมายืน และจ้องไปทางด้านหน้าด้วยแววตาดุดัน

      “มีคนตามมาแล้ว”

          ตู้เซ่าฝู่ลุกขึ้นมายืน จากนั้นบอกกับโอวหยังส่วงว่า“ดูแลซิงอวี่ไว้ให้ดี เรื่องอื่นให้ข้ากับเสียวหู่จัดการเอง”

          “ดูก่อนว่าคือคนของสำนักมืดมิดหรือไม่” โอวหยังส่วงพยักหน้า ครั้งนี้นางไม่เถียงตู้เซ่าฝู่เลย

      “เสี่ยวชิงชิงไม่ต้องกลัว มีพี่เซ่าฝู่อยู่ทั้งคนเจ้าไม่มีทางถูกพวกคนเลวรังแกแน่นอน” ไต้ซิงอวี่บอกกับนกน้อยสีมรกตที่อยู่ในมือทว่าดวงตาสุกใสของนางกลับตื่นเต้นหวาดกลัวมาก

      “ซู่ๆ……”

          ภายในชั่วพริบตาที่หุบเขาก็มีคนสิบกว่าคนปรากฏตัวล้อมมาจากทุกทิศ

          ผู้ที่มาสวมชุดดำเคลื่อนไหวยามราตรีดั่งวิญญาณ หากไม่ได้เพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความมืดมิดที่แผ่ออกมาคงจากที่จะรับรู้ได้ว่ามีคนเหล่านี้อยู่

      “คนของสำนักมืดมิดพวกเขาตามมาแล้ว”

          โอวหยังส่วงมองไปยังเงาของคนสิบกว่าคนที่ซ่อนตัวอยู่ความมืดนางสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังจากในตัวของคนเหล่านั้น สีหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นคิดไม่ถึงว่าหนีมาไกลขนาดนี้ คนของสำนักมืดมิดยังตามมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้

      “มีผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณอยู่ด้วย”

          ตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาสั่นไหว เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นลมปราณของคนสิบกว่าคนที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ว่ามีผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณอยู่ในนั้นด้วย

      “สมบัติล้ำค่าอยู่ในมือของสาวน้อยคนนั้น”

          ชายชุดดำบนหุบเขาแยกกวาดสายตามองทั่วภายในความมืดยามรัตติกาลทันใดนั้นก็เห็นนกน้อยสีมรกตอยู่ในมือของไต้ซิงอวี่เขาบอกกับชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าว่า “ต้องเป็นพวกคนที่ฆ่าศิษย์ของสำนักมืดมิดของพวกเราแน่”

      “ปี้ดๆ!”

          ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมของนกหวีดดังก้องไปทั่วป่ามืด

      “คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเจ้าเด็กพวกนี้ส่งนกสีมรกตตัวนั้นมา ไม่อย่างนั้นจะลงมือชิงเองแล้ว”

          ชายวัยกลางที่เป็นหัวหน้าโบกมือร่างของคนสิบกว่าคนก็กระโจนเขามาในหุบเขาแยก ทุกสายตาของคนเหล่านี้จ้องมองไปที่ตู้เซ่าฝู่โอวหยังส่วงและไต้ซิงอวี่

      “พวกเขาส่งสัญญาณเรียกพรรคพวกแล้วรีบรู้ให้เสร็จให้ไว เสียวหู่ ลงมือเลย!”

          ตู้เซ่าฝู่จ้องหน้าโอวหยังส่วง ทั้งสองมองหน้ากันก็เข้าใจหากมีศิษย์ของสำนักมืดมิดมาวุ่ยวายยิ่งมากเท่าไร สถานการณ์ก็จะยิ่งแย่ขึ้นเท่านั้นภายในป่ามืด ทุกอย่างล้วนใช้พละกำลังเป็นกฎในการตัดสิน ไม่จำเป็นต้องคุยด้วยเหตุผล

      “ฟึบ!”

      ทันทีที่พูดจบ ตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มลงมือมีแสงสีทองอ่อนๆ ปกคลุมรอบกายของเขา ห่อหุ้มร่างเป็นลักษณะคล้ายก้อนแสงสีทองอ่อนจากนั้นลำแสงก็แผ่กระจายสาดไปทั่ว เท้าของเขาถีบพื้นดันตัวพุ่งหาเป้าหมายเป็นพลังที่อานุภาพน่าสะพรึงกลัว เขากระโจนเข้าหาชายชุดดำที่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับ

      “วิ้ง!”

          โอวหยังส่วงชักกระบี่ล้ำค่าออกจากปอกอย่างรวดเร็วจนโลหะกระทบเกิดเสียงวิ้งลำแสงจากพลังกระบี่โจมตีออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

      “ยังจะกล้าลงมืออยากตายนักใช่หรือไม่!”

          ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าจะโกนออกมาพูดยังไม่ทันจบสีหน้าก็เปลี่ยน ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างด้านหลังเมื่อหมุนตัว ก็พบว่ามีอสูรพยัคฆ์กำลังกระโจนเข้าใส่ มันจ้องมองอย่างดุร้ายพุ่งโจมตีพร้อมกับมีอักษรยันต์พุ่งออกมา พลังโจมตีของมันมีอานุภาพน่าสยดสยองมาก

      “อสูรขั้นชีพจรประสานวิญญาณ!”

          ชายหัวหน้ากลุ่มสีหน้าเปลี่ยนทันใดนั้นรีบตั้งท่ารวบรวมพลังด้วยฝ่ามือ มีพลังปราณพรั่งพรูออกมา อักษรยันต์พลังลำแสงจากพลังปราณโถมออกมาห่อหุ้มร่างของเขาหมัดทั้งสองข้างของเขาถูกเหวี่ยงออกไปเพื่อป้องกันการโจมตีของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน

      “ตึง!”

          ผ่านไปเพียงแวบเดียวทันใดนั้นเองร่างของตู้เซ่าฝู่ก็มาปรากฏต่อหน้าร่างเป้าหมายแล้วชายร่างดำคนนั้นตกใจรีบส่งพลังหมัดออกมารับ ตู้เซ่าฝู่สีหน้านิ่งไม่เปลี่ยนพลังหมัดของเขาซัดปะทะกับหมัดของชายร่างดำคนนั้นอย่างจัง

      “โครม!”

          สองหมัดปะทะกันอย่างรุนแรง พลังหมัดของตู้เซ่าฝู่น่าสยดสยองมากแข็งแกร่งดุดันและเฉียบขาด ทำลายสิ่งที่ปะทะจนป่นปี้อานุภาพของพลังนี้ทำลายหมัดของชายชุดดำจนกระดูกหักแตกร้าวได้โดยง่าย ดั่งหักท่อนไผ่จากนั้นร่างของชายชุดดำก็กระเด็นลอยไปไกล

      “ปึงๆ!”

          จากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็พุ่งกระโจนออกไปอีกรอบภายในชั่วพริบตาเขาก็พุ่งไปอยู่ด้านหน้าชายชุดดำอีกสองคนแล้วปล่อยพลังหมัดคู่ใส่ทั้งสองอย่างแรงเหมือนมังกรพุ่งออกจากมหาสมุทรพลังปราณของชายชุดดำพุ่งท่วมท้นออกมาเพื่อจะป้องกันกลับถูกกระแทกจนแตกสลายอย่างง่ายดายและหมัดก็ทะลุผ่านชั้นป้องกันมาชนหน้าอกอย่างจัง

      “ตึงโครม!”

          ตู้เซ่าฝู่ลงมืออย่างไม่ปรานีเพื่อจะรีบสู้ให้จบๆไป การเคลื่อนไหวโจมตีของเขาในตัวนี้เสมือนอสูรร้าย เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ป่าเถื่อนไม่มีอะไรหยุดยั้งเขาไว้ได้

      “อ๊าก!……” ในชั่วพริบตา ชายชุดดำกระเด็นลอยฟิ่วจากการโจมตีไปทีละคนสองคนมีเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บดังขึ้นมาเรื่อยๆ

      นกน้อยสีมรกตยืนอยู่ในอุ้งมือของไต้ซิงอวี่มันจับจ้องดูการต่อสู้ลงมือของตู้เซ่าฝู่ทุกอิริยาบถแววตาแสดงความสงสัยและหวาดกลัว

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน