มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 20 มรสุมอสนีพิโรธ (2)

    “มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา สิบสองดาบธาราดับดารา”



    ปรากฏดาบที่ห่อหุ้มไปด้วยรัศมีแห่งน้ำลอยอยู่กลางอากาศสิบเล่ม พวกมันออกมาขวางสายฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากบอลอัดอากาศไว้ได้อย่างทันท่วงที พวกมันเป็นดั่งสายล่อฟ้าที่กระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าหา แต่ปัญหามันยังมีดาบอีกสองเล่มที่มีรัศมีแห่งน้ำอยู่ในมือของธัญญ่า



    อย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เธอขว้างดาบทั้งสองที่อยู่ในมือของเธอออกไปทันที พร้อมกับสั่งให้ดาบอีกสิบเล่ม พุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน เป้าหมายของเธอคือผู้พันประสิทธิ์คนเดียวเท่านั้น ธัญญ่าไม่ต้องการเป้าหมายหลุดรอดไปได้ จึงทุ่มดาบทั้งสิบสองเล่มไปในทิศทางเดียวกัน



    จริงอยู่ที่ดาบทั้งสิบสองเล่มได้ล่อสายฟ้าให้แล่นตามไป แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังเหลือมาผ่าเธอและคนอื่น ๆ แต่มันก็ถือว่าน้อยลงไปมากเมื่อเทียบกับครั้งแรกที่เธอกับปกรณ์เคยโดนมาแล้ว



    ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในวงละอองฝนต่างเสี่ยงโดนสายฟ้ากันหมดไม่เว้นแต่ทหารวสุธา แต่สถานการณ์ของพวกเขานั้นดีกว่าเล็กน้อย ๆ เป็นเพราะพวกเราสามารถใช้มนตร์ธาตุดินมาช่วยป้องกันตัวเองจากสายฟ้าได้ พวกเขาจึงตัดการเชื่อมต่อระหว่างตัวเองกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาได้แม้ร่างกายของเขาจะเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนแล้วก็ตาม



    ทางด้านทีมสองคงมีเพียงธัญญ่าที่ยังโดนฟ้าผ่าลงมา เนื่องจากดารินรู้ดีเกี่ยวกับสายฟ้าพวกนี้ เธอจึงจำกัดวงละอองฝนให้ออกไปห่างตัวเธอที่เป็นคนใช้ได้ โชคดีที่ปลายฝนอยู่เคียงข้างเธอ ดิเรกก็คอยตามคิดปลายฝนอยู่แล้ว เทพไทนั้นถือว่าโชคดีที่ถอยออกมาช่วยดูแลปกป้องปกรณ์พอดิบพอดีจึงไม่อยู่ในวงละอองฝน ส่วนอานนท์ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ใด



    ธัญญ่าที่ตอนนี้โดนสายฟ้าโจมตี ถึงแม้จะพลังโจมตีของสายฟ้าจะเบาบางกว่าครั้งที่แล้วมาก แต่น้ำไม่ถูกกับสายฟ้าอย่างสิ้นเชิง เท่ากับเธอได้รับความเสียหายมากกว่าปกติถึงสองเท่า เธอได้แต่ฝืนทนจนกว่าดาบทั้งสิบสองเล่มบินไปถึงผู้พันประสิทธิ์



    ผู้กองประสิทธิ์ก็ดูเหมือนจะมองแผนการของธัญญ่าออก หากเขาเลือกหยุดมนตร์สายฟ้าตอนนี้ เขาอาจจะพอหลบดาบทั้งสิบสองได้ทัน แต่ก็ไม่รับประกันว่าดาบทั้งสิบสองจะเลือกเลี้ยวตามทางที่เขาหลบไปหรือไม่ แต่ถ้าเขาฝืนใช้สายฟ้าต่อไป ผลลัพธ์จะออกได้สองแบบ แบบแรกคือธัญญ่าทนไม่ไหว ดาบเวทมนตร์ทั้งสิบสองจะหายไปก่อนที่จะถึงตัวเขา และเขาจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไป ส่วนอีกแบบเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากคิดถึง ธัญญ่าทนไหว แล้วดาบที่เต็มไปด้วยสายฟ้าจะกลับมาสนองเขาเอง



    ในวินาทีชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะใจแข็งกว่ากันก็ได้มาถึง และแล้วในที่สุดผู้พันประสิทธิ์ก็ยอมถอนตัว เขาหยุดใช้เวทมนตร์เพื่อหลบดาบและดูเหมือนเขาจะหลบได้สำเร็จ เนื่องจากดาบทั้งสิบสองเล่มของธัญญ่าเหมือนจะสูญเสียการควบคุมไปเล็กน้อย ต้องบอกว่าเพียงแค่เธอยังคงสติให้ดาบเวทมนตร์ทั้งสิบสองเล่มยังคงตัวอยู่ได้ก็ถือว่าเหลือเชื่อมากแล้ว



    แต่ในวินาทีแห่งความน่าเสียดายของฝั่งธาราที่ดาบของธัญญ่าไม่สำเร็จผล กลับเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมา กระแสไฟฟ้าที่สะสมอยู่ภายในตัวดาบ บวกกับตัวที่เปียกชุ่มของผู้พันประสิทธิ์ ในขณะที่ผู้พันประสิทธิ์นั้นสามารถหลบดาบได้เพียงไม่กี่มิลลิเมตร แต่มันก็ไม่ห่างพอที่จะป้องกันการไหลของกระแสไฟฟ้าบางส่วนที่อยู่ในดาบเล่มที่อยู่ใกล้เคียงเขาไปได้



    เมื่อมีหนึ่งก็ย่อมมีสองและสามตามมา กระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าหาผู้พันประสิทธิ์ไม่ได้มาจากดาบเพียงเล่มเดียวอีกต่อไป พวกมันไล่ตามเพิ่มเหมือนกับลูกโซ่ ร่างของผู้พันประสิทธิ์เริ่มชักกระตุกเพราะกระแสไฟฟ้าไหลเข้าตัว บังเกิดรอยยิ้มขึ้นในหมู่ฝ่ายตรงข้ามกับเขา



    ในวินาทีที่ธัญญ่าและทีมสองเริ่มเฉลิมฉลองกับความสำเร็จในใจ และแทบจะในวินาทีต่อมาการเฉลิมฉลองนั้นก็หายไปภายในชั่วพริบตา มีใครบางคนใช้มนตร์กำแพงศิลาช่วยชีวิตของผู้พันประสิทธิ์เอาไว้ ความเสียหายที่เขาได้รับจึงน้อยลงตามไปด้วย เปรียบเทียบกับธัญญ่าที่ต้องทนรับสายฟ้าที่นานกว่า เรียกได้ว่าผู้พันประสิทธิ์อาจโดนเข้าไปแค่เพียงมดกัดเท่านั้น แต่เธอก็ได้สร้างความอัปยศให้กับเขาได้อีกครั้งแล้ว



    คนที่ใช้มนตร์กำแพงศิลาช่วยชีวิตผู้พันประสิทธิ์ไม่ใช่ใครอื่น ขุนปัถวีลงกรณ์นั่นเอง เนื่องจากเขาอยู่บนกำแพงหินสูง เขาจึงไม่โดนละอองฝนของดารินไปด้วย เขาไม่จำเป็นต้องกลัวการได้รับผลกระทบจากสายฟ้าที่ผู้พันประสิทธิ์ร่ายออกมา



    แน่นอนว่าทุกคนของทีมสองย่อมมองขุนปัถวีลงกรณ์ด้วยความขุ่นเคือง



    “อะไร? ฉันแค่ช่วยเพื่อนของฉัน ฉันไม่ได้ลงมือทำอะไรพวกแกสักหน่อย” ขุนปัถวีลงกรณ์พูดออกมาอย่างยียวน



    แต่คนที่มีโทสะมากที่สุดในตอนนี้คือผู้พันประสิทธิ์ หากเขาเคยเป็นอากาศที่เย็นสบาย ตอนนี้เขาเปลี่ยนกลายเป็นอากาศร้อนจัดที่แทบจะละลายทุกสิ่งได้เลย เขารู้สึกอับอายอย่างมาก เขาพลาดให้กับธัญญ่าที่อ่อนประสบการณ์กว่าเขาถึงสองครั้งสองครา แถมครั้งนี้ถึงขั้นต้องให้ขุนปัถวีลงกรณ์ยื่นมือเขามาช่วยอีก ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณกับชายเจ้าเล่ห์อย่างขุนปัถวีลงกรณ์เลย



    “ขอบใจ ไว้วันหลังจะชดใช้ให้” ผู้พันประสิทธิ์พูดออกมาอย่างแผ่วเบาก็มันก็ดังพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน



    ขุนปัถวีลงกรณ์ยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างมีชัยขณะพูด “ถือว่าหายกันที่เจ้ามาช่วยฉันปลดคำสาป ถึงแม้จะยังไม่สำเร็จก็เถอะ”



    เมื่อได้ยินเช่นนั้นปรอทความโกรธของผู้พันประสิทธิ์ระเบิดออกทันที ดวงตาของเขาแข็งกร้าวจนน่ากลัวขณะท่องคาถาออกมา



    “มนตร์ผสานลมและไฟ จงออกมา มรสุมอสนีพิโรธ”



    บังเกิดวงเวทสีเหลืองขนาดใหญ่บนเพดานถ้ำ โดยอาศัยมนตร์มหากระสุนวายุจากลูกน้องของเขาเอง บังเกิดพายุหมุนลูกใหญ่ขึ้นกลางห้องโถงถ้ำ แต่คราวนี้พายุลูกนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสลมหมุนโหมกระหน่ำธรรมดา ภายในพายุกลับมามีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไปมาภายในพายุ



    ช่างเป็นภาพที่น่ากลัวนอกจากพายุจะดูดสิ่งที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไป มันส่งกระแสไฟฟ้ายิงใส่สิ่งที่อยู่ใกล้เคียงด้วย ก้อนหินขนาดเท่าลูกบอลที่ถูกมันดูดเข้าไป มันถูกทำลายจนกลายเป็นผุยผงทันทีเมื่อกระแสไฟฟ้าผ่าใส่



    ปัญหาที่แท้จริงของมันคือ ไม่รู้ว่ามันเป็นธรรมชาติของมนตร์บทนี้เองหรือเป็นความตั้งใจของผู้พันประสิทธิ์ มันโจมตีใส่ทุกคนที่ขวางทางโดยไม่สนใจหน้าไหนทั้งนั้น ทหารวสุธาที่เคยเปลี่ยนฝั่ง ก็ยังโดนพายุกระแสไฟฟ้าโจมตีใส่ด้วย



    หลายคนพยายามดิ้นรนหนีตาย บางคนพยายามใช้เวทมนตร์กำแพงดินที่ตนมีเพื่อป้องกันตนเองจากพายุ แต่มันก็ไม่ได้ผล เนื่องจากดินแพ้ลม และมนตร์มรสุมอสนีพิโรธมีธาตุลมเป็นส่วนประกอบ กำแพงดินแทบจะแตกสลายทันทีที่พายุพัดผ่าน หลายคนถึงกับก้มกราบกรานขอร้องชีวิตต่อผู้พันประสิทธิ์ แต่เขาก็ได้หาสนใจไม่ และบางคนก็โดนการโจมตีจากพายุกระแสไฟฟ้าจนร่างแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี แม้แต่เลือดก็ถูกดูดหายเข้าไปในพายุจนสีของพายุเริ่มกลายเป็นสีเลือดจาง ๆ ออกมา



    ธัญญ่าที่ยังบาดเจ็บอยู่ เธอก็ไม่คิดจะงอมือขอเท้ารอให้ใครมาช่วยเหลือหรือร้องขอชีวิตจากศัตรู เธอเรียกใช้สิบสองดาบธาราดับดาราครั้ง เธอหวังจะใช้กลยุทธ์เดิมโจมตีใส่ผู้พันประสิทธิ์เพื่อหวังว่าอย่างน้อยจะบีบให้เขาหยุดใช้พายุกระแสสายฟ้าลง



    แต่คราวนี้มันไม่เป็นดั่งที่เธอหวัง แม้ว่าดารินจะหยุดใช้ละอองฝนไปแล้ว แต่ทันทีที่ดาบบินผ่านพายุกระแสไฟฟ้า ดาบทั้งสิบสองของเธอแตกสลายไปภายในชั่วพริบตา ราวกับดาบมีแม่เหล็กดึงดูดให้สายฟ้าผ่าใส่ดาบทั้งหมด ทั้งที่มันบินผ่านในระยะที่ค่อนข้างห่างจากตัวพายุ ดาบทั้งสิบสองของเธอก็ไม่สามารถรอดพ้นจากกระแสไฟฟ้าไปได้



    เธอหน้าซีดเผือดทันทีเมื่อเห็นดาบเวทมนตร์ของเธอแตกสลายไป จริงอยู่ที่เธอสามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกกี่ครั้งก็ได้ แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่เธอสามารถใช้ได้เพื่อหวังผลในการหยุดพายุกระแสไฟฟ้าลูกนี้ แต่ตอนนี้มันไม่ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง เธอได้แต่สั่นเป็นลูกนกที่เฝ้ารอความตาย

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ***จะติดเหรียญตั้งแต่ตอนที่ 21 เป็นต้นไปนะครับ***
    ทุกตอนที่มี (2) จะเป็นติดเหรียญถาวรนะครับ
    ปล. มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาคโลกมนตรากฤตยา จะมีลงทุกวันจนจบแน่นอนครับ เพราะแต่งจบแล้วขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านครับ

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน