ตอนที่ 23 เล่ม 1 นิกายปีศาจกลืนกินโลหิตศักดิ์สิทธิ์กำลังวางแผนร้าย
ขณะที่เหว่ยเหลียงนั่งสมาธิและรับพลังจากระบบ เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นและความมั่นใจในตนเอง เขารู้ว่าพลังและทักษะที่ได้รับจะช่วยให้เขาสามารถเผชิญกับศัตรูและอุปสรรคในอนาคตได้อย่างมั่นใจ
ความรู้สึกของเหว่ยเหลียง: "ข้ารู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย ข้ารู้ว่าข้าจะสามารถใช้พลังนี้ในการปกป้องนิกายและสหายของข้า ข้าสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด
หลังจากได้รับรางวัลจากระบบ เหว่ยเหลียงตัดสินใจที่จะเก็บตัวฝึกฝนวิชาอัสนีเทพ์เพื่อเพิ่มพูนพลังและทักษะในการต่อสู้ เขาเลือกที่จะฝึกฝนในห้องฝึกฝนเฉพาะทางที่เงียบสงบและห่างไกลจากสิ่งรบกวน
ห้องฝึกฝนเฉพาะทาง: ห้องฝึกฝนนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาะจำลองลอยฟ้า ท้องฟ้าใสและลมพัดเบาๆ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและเหมาะสมสำหรับการฝึกสมาธิ
แสงสลัวๆ ที่เกิดจากแหล่งพลังงานธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝนและการพัฒนาพลังปราณ
เหว่ยเหลียงนั่งสมาธิในห้องฝึกฝน เขาหลับตาและมุ่งสมาธิเต็มที่ พลังปราณในร่างกายเริ่มหมุนเวียนและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลผ่านร่างกายและการเชื่อมต่อกับพลังธรรมชาติ
: เหว่ยเหลียงใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันในการรวบรวมพลังปราณและฝึกฝนวิชาอัสนีเทพ์ เขามุ่งเน้นที่การเพิ่มพูนพลังปราณและการปรับปรุงการควบคุมพลังสายฟ้าในร่างกาย
เหว่ยเหลียงฝึกฝนการโจมตีและการป้องกันด้วยพลังสายฟ้า เขาเรียนรู้วิธีการใช้พลังสายฟ้าในการโจมตีศัตรูและการสร้างเกราะปราณที่แข็งแกร่ง
เหว่ยเหลียงฝึกฝนการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและการหลบหลีกการโจมตี เขาเรียนรู้วิธีการใช้พลังสายฟ้าในการเพิ่มความเร็วและความยืดหยุ่นในการต่อสู้
เหว่ยเหลียงพบว่า การฝึกฝนวิชาอัสนีเทพ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความพยายาม เขาสามารถเอาชนะอุปสรรคเ่าั้ได้
เหว่ยเหลียงต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าทางกายและจิตใจ แต่เขาไม่ยอมแพ้ เขายังคงฝึกฝนและพัฒนาความสามารถของตนเอง
ทุกครั้งที่เขาล้มเหลวในการฝึกฝน เหว่ยเหลียงเรียนรู้จากความผิดพลาดและพยายามปรับปรุงเทคนิคของตนเอง
ใน่เวลาที่ผ่านมา เหว่ยเหลียงใช้เวลาเกือบสิบปีในการฝึกฝนวิชาอัสนีเทพ์และพัฒนาพลังปราณของตนเอง เขาเติบโตและกลายเป็เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ความพยายามและความมุ่งมั่นของเขาทำให้เขาสามารถทะลวงขอบเขตฝึกฝนจากขอบเขตก่อกำเนิดปราณไปสู่ขอบเขตโชคชะตาได้สำเร็จ
เหว่ยเหลียงมุ่งสมาธิเต็มที่ในการรวบรวมพลังปราณขั้นสูง เขาใช้วิชาอัสนีเทพ์ในการรวมพลังปราณในร่างกายและเปลี่ยนแปลงเป็พลังที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้น
ใน่เวลาที่เขารู้สึกว่าพลังปราณถึงจุดสูงสุด เหว่ยเหลียงสามารถทะลวงขอบเขตก่อกำเนิดปราณและเข้าสู่ขอบเขตโชคชะตาได้สำเร็จ การทะลวงขอบเขตนี้ทำให้เขารู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อน
การทะลวงขอบเขตทำให้พลังปราณของเหว่ยเหลียงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคงในร่างกายของเขา
ชื่อ: เหว่ยเหลียง
อายุ: 17 ปี
จิติญญา: นักเล่นแร่แปรธาตุ จิติญญารูปแบบอาร์เรย์
ธาตุ: ไม้ น้ำ ไฟ (เปิด/ปิด)
ขอบเขตฝึกฝน: ขอบเขตโชคชะตา
วิชาปฐมกระบี่: ท่าฟันสามท่า
วิชาสมาธิจิตใจสงบ: ประเภทฝึกฝนพื้นฐาน
พื้นที่การเพาะปลูกสมุนไพรมิติย่อย: ขั้นที่ 5
วิชากายหยกเย็น: เพิ่มเกราะปราณ
วิชากระบี่อัสนีกัมปนาท: ทำให้เหว่ยเหลียงเร็วราวกับหยุดเวลา
ลดทอนความซับซ้อนการปรุงยา: ปรุงยา +10
วิชาแปลงกายหน้าตา: +50
วิชาอัสนีเทพ์: เพิ่มความเร็วและความแข็งแกร่งของพลังปราณ ทำให้การโจมตีและการป้องกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เหว่ยเหลียงสามารถควบคุมพลังปราณได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาสามารถใช้พลังสายฟ้าในการโจมตีและป้องกันได้อย่างแม่นยำ
การฝึกฝนและการเผชิญกับอุปสรรคทำให้เหว่ยเหลียงเติบโตทางจิตใจ เขามีความมั่นใจในตนเองและพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายในอนาคต
หลังจากทะลวงขอบเขตฝึกฝนและพัฒนาวิชาอัสนีเทพ์ เหว่ยเหลียงตัดสินใจออกจากการเก็บตัว เขารู้สึกถึงความสำเร็จและความมั่นใจในความสามารถของตนเอง
เมื่อเหว่ยเหลียงกลับมาที่นิกายเลิศภพใต้ สหายและอาจารย์ต่างต้อนรับเขาด้วยความยินดีและความภูมิใจ
เหว่ยเหลียงตั้งใจที่จะฝึกฝนวิชาอัสนีเทพ์ต่อเนื่อง เขารู้ว่าการพัฒนาตนเองไม่มีที่สิ้นสุด และเขายังมีเป้าหมายในการปกป้องนิกายและค้นหาความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของเขา
เหว่ยเหลียงรู้ว่าความท้าทายใหม่ยังคงรออยู่ในอนาคต เขาพร้อมที่จะเผชิญกับศัตรูและอุปสรรคด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ
การเก็บตัวฝึกฝนวิชาอัสนีเทพ์ทำให้เหว่ยเหลียงเติบโตทั้งทางกายและจิตใจเขาเติบโตและกลายเป็นักสู้ที่แข็งแกร่งและมีความมั่นใจในตนเอง อายุ 17 ปีของเขาเต็มไปด้วยประสบการณ์และความสามารถที่เหนือกว่า
เขาทะลวงขอบเขตฝึกฝนจากขอบเขตก่อกำเนิดปราณไปสู่ขอบเขตโชคชะตา และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ในอนาคต
ในวันที่ท้องฟ้าสว่างไสว แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ศิษย์ทั้งห้าของนิกายเลิศภพใต้ ถูกเรียกมารวมตัวกันที่หอประชุมใหญ่ อาจารย์ใหญ่ยืนอยู่บนแท่นสูงสุด พร้อมกับแสงสว่างที่ส่องลงมาจากหลังคา ทำให้เขาดูมีความน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
อาจารย์ใหญ่: "ศิษย์ทั้งห้า ข้ามีภารกิจสำคัญที่ต้องให้พวกเ้าไปทำ นิกายปีศาจกลืนกินโลหิตศักดิ์สิทธิ์กำลังวางแผนร้ายในการใช้แท่นบูชายันมนุษย์เพื่อบูชาและเพิ่มพลังให้กับพวกมัน ข้า้าให้พวกเ้าไปสืบแผนการนี้และขัดขวางมัน"
เ้าอ้วนน้อย: (ทำหน้าตื่นเต้น) "ได้เลยอาจารย์! ข้าพร้อมที่จะไปต่อสู้กับปีศาจและช่วยเหลือคนอื่น!"
ฉงเหม่ย: (หัวเราะเบาๆ) "เ้าอ้วนน้อย เ้าต้องมั่นใจว่าไม่ไปหลงทางระหว่างทางก่อนนะ"
เ้าอ้วนน้อย: (ยิ้มแหยๆ) "อ๋อ ข้าจะพยายาม! แต่บางทีทางมันก็ซับซ้อนเกินไป"
อี้ตงมู่: (พูดด้วยน้ำเสียงสงบ) "ข้าคิดว่าเราควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไป ข้าจะตรวจสอบกระบี่บินของข้าและเตรียมอาวุธให้พร้อม"
เหลียนฮัว: (ยิ้มเล็กน้อย) "ข้าจะตรวจสอบสมุนไพรและยาที่เราเก็บมา เผื่อเราต้องใช้ในการรักษาาแ"
เหว่ยเหลียง: (พูดอย่างรอบคอบ) "ข้าคิดว่าเราควรวางแผนการเดินทางและการสืบแผนการร้ายให้ละเอียด อย่าให้มีข้อผิดพลาด"
สถานที่: ที่พักของเหว่ยเหลียง
หลังจากได้รับคำสั่งจากอาจารย์ใหญ่ เหว่ยเหลียงและสหายต่างกลับไปเตรียมตัวที่ที่พักของตนเอง ที่พักของเหว่ยเหลียงอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาะจำลองลอยฟ้า เขานั่งลงที่โต๊ะและเริ่มเขียนแผนการเดินทางและการสืบแผนการร้าย
เหว่ยเหลียง: (พูดกับตนเอง) "เราต้องระมัดระวังและเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด การสืบแผนการของปีศาจไม่ใช่เื่ง่าย แต่ข้ามั่นใจว่าเราจะทำได้"