จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก )

    บทที่59 บริษัทของพ่อ

     

     

              ภายในสำนักดาราสวรรค์นั้น มีเคล็ดวิชานักรบวิญญาณที่สามารถฝึกฝนดวงวิญญาณไว้ใช้สร้างกองทัพต่อสู้ได้ แต่จ้าวเทียนในตอนนั้นไม่ได้เรียนรู้เคล็ดวิชานี้

               

                หากเขาต้องการจะช่วยเหลือหวังซินหยางคงต้องลองไปปรึกษากับศิษย์พี่หญิงดู บางทีอาจจะพอมีข้อมูลเคล็ดวิชาในสำนักเก็บเอาไว้  แต่ถ้าไม่มีจริงๆก็คงต้องให้อีกฝ่ายช่วยติดต่อกับท่านอาจารย์ให้

     

                จ้าวเทียนนั้นสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำพูดของหวังซินหยาง  เขาจึงตัดสินใจรับอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในขุมกำลังที่กำลังจะก่อตั้งขึ้น

     

     

     

                บริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่

     

                หลังจากที่จ้าวเทียนจอดรถเรียบร้อย  เขาก็พาหวังซินหยางเข้ามาเดินชมบริษัท  ระหว่างทางเขาได้เล่ารายละเอียดต่างๆให้ฟังไปบ้างแล้ว

     

                “ พี่ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทนี้ล้มละลายให้ผมฟังได้ไหม…เราจะได้สามารถจำแนกมิตรและศัตรูได้ชัดเจน ”

     

                “ เพราะในธุรกิจจิวเวลรี่โดยปกติจะอาศัยคอนเนคชั่นทางธุรกิจเป็นหลัก มันมีโอกาสน้อยมากที่จะทำให้บริษัทขาดทุนอย่างหนักได้ภายในเดือนเดียว”  หวังซินหยางตั้งข้อสงสัยขึ้น

     

                “ เมื่อหกเดือนก่อน…พ่อของฉันได้จัดงานแสดงเครื่องประดับในเมืองเทียนจิน ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ทุ่มงบประมาณหลายสิบล้าน  ทั้งยังเชิญบริษัทคู่ค้าจากต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วย”

     

                “ แต่เมื่อถึงวันงาน บริษัทอื่นๆที่เคยเซ็นสัญญากับพวกเราต่างพากันผิดสัญญาไม่นำเครื่องเพชรมาโชว์ที่งานแสดง  ทำให้งานแสดงไม่สามารถดึงผู้เข้าชมไว้ได้  บริษัทของเราจึงต้องเสียค่าปรับให้กับผู้สนับสนุนเป็นจำนวนเงินมหาศาล”

     

                “ สุดท้ายพ่อของฉันจึงตัดสินใจใช้เงินในบริษัททั้งหมดไปเช่ายืมเครื่องเพชรจากร้านค้ารายย่อยทั่วเมืองเทียนจิน  เพื่อนำมาจัดโชว์ในงาน  แต่ใครจะรู้ว่านั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้บริษัทต้องเสียหายหนักว่าเดิมหลายเท่า”

     

                “ เพราะในวันจัดแสดงเครื่องประดับวันที่สามได้มีพวกโจรติดอาวุธบุกเข้าปล้นเครื่องเพชร ทั้งๆที่เป็นเวลากลางวัน แต่ทีมรักษาความปลอดภัยก็ทำอะไรไม่ได้เลย  พวกเราไม่สามารถจับตัวพวกโจรได้แม้แต่คนเดียว”

     

                “ สุดท้ายแล้วเราต้องขายกิจการทุกอย่างรวมทั้งเหมืองพลอยที่เป็นเจ้าของอยู่เพื่อนำเงินไปชดใช้ความเสียหายทั้งหมดให้กับเจ้าของเครื่องเพชรที่เช่ามา”

                 “   โดยเฉพาะกับบริษัทคู่ค้าจากต่างประเทศ พวกเราถึงกับต้องมอบเหมืองพลอยให้ไปเพื่อชดใช้ความเสียหาย  ต่อมาภายหลังพวกเขาก็ยังตัดความสัมพันธ์กับบริษัทเราอีกด้วย”จ้าวเทียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

               

                คนพวกนั้นเหมือนรอเหยียบซ้ำในตอนที่พ่อเขาล้มลง…

     

                “ พี่ได้ตรวจสอบทีมงานรักษาความปลอดภัยดูหรือยังครับ” หวังซินหยางถามขึ้น

     

                “ เหมือนนายจะมองปัญหาออกแล้วซินะ…ภายหลังพวกเราได้ตรวจสอบทีมงานรักษาความปลอดภัยทั้งหมดจริงๆ  แต่ก็พบว่าในจำนวนทีมงานทั้งหมด มีอยู่5 คน ที่หลบหนีไป ” จ้าวเทียนมองหวังซินหยางด้วยแววตาชื่นชม  ชายหนุ่มคนนี้สามารถมองต้นเหตุออกได้ในทันที

     

                “ พี่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากทางบริษัทรักษาความปลอดภัยได้ใช่ไหม” หวังซินหยางถามขึ้นอีกครั้ง

     

                “ บริษัทรักษาความปลอดภัยที่มาดูแลงานในวันนั้น  เป็นบริษัทของเพื่อนสนิทพ่อฉันเอง  ตอนที่พวกเราได้ตรวจสอบรายชื่อของทั้ง5 คนที่หายไป ก็พบว่าพวกมันใช้เอกสารปลอมเข้ามาทำงาน ”

     

                “ ทั้ง 5 คนนั้นไม่ใช่คนจากบริษัทรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ต้น มีคนซื้อตัวพนักงานของบริษัทฉันให้พาพวกนั้นเข้ามา  ส่วนพนักงานคนนั้นก็หอบเงินหนีหายไปในวันเดียวกัน” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยแววตาอำมหิต

     

                ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าทั้งหมดนี้มันคือแผนการที่วางเอาไว้จัดการกับพ่อของเขาตั้งแต่ต้นต่อมาเขาก็ได้ข้อมูลมาจากหม่าจิ้ง ว่าตัวการที่อยู่เบื้องหลังคืออาของเขาที่อยู่ในตระกูลจ้าวเอง

     

                หลังจากที่ฟังจบหวังซินหยางก็มีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย  แล้วพูดขึ้น

               

                “ ถ้าพี่มอบหมายเรื่องนี้ให้ผม…ภายในหนึ่งเดือนบริษัทจ้าวหนิงจิวเวลรี่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และผมจะจัดการทุกคนที่มีส่วนร่วมกับเรื่องในครั้งนั้นทั้งหมด” หวังซินหยางพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ

     

                เขาไม่ได้พูดถึงตระกูลจ้าวที่อยู่เบื้องหลังเพราะเขารู้ว่าจ้าวเทียนคงมีแผนจัดการกับคนพวกนั้นเอาไว้แล้ว

     

                “ หนึ่งเดือนงั้นเหรอ…แต่เรื่องนี้คงยืมมือตระกูลของนายไม่ได้หรอก เพราะไม่งั้นพวกมันคงไหวตัวทันกันหมด” จ้าวเทียนบอกออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

     

                หากคนพวกนั้นรู้ว่าเขามีตระกูลหวังหนุนหลังต่อให้ขุดหลุมเอาไว้ พวกมันก็คงไม่กระโดดลงมาแน่นอน  เพราะในเมืองเทียนจิน ตระกูลหวังคือผู้ที่มีอำนาจด้านธุรกิจที่สุด

     

                “ ผมตั้งใจเอาไว้แบบนั้นอยู่แล้วครับ…ตอนที่อยู่อเมริกา ผมก็สร้างทีมบริหารของผมเองโดยไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากปู่ของผมเลย” หวังซินหยางพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

     

                “ ดีมาก…อีกหนึ่งเดือนฉันจะรอดูผลงานของนาย  ถ้าต้องการให้ฉันช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย  ฉันยังมีเงินที่เหลือจากการประมูลอีก1,000ล้าน  ถ้าหักส่วนที่ต้องใช้เพื่อปรับปรุงหมู่เกาะทะเลสาบมรกต  คงจะเหลืออยู่ที่ประมาณ600ล้าน  ”

               

                “ ฉันจะมอบมันให้นายจัดการทั้งหมด! ”  จ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างใจกว้าง

     

                “ ผมต้องการเพียงแค่200ล้านก็พอครับ…ส่วนที่เหลือผมอยากให้พี่นำไปจัดตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยของตัวเอง  เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต”

     

                “ เพราะจากแผนการที่พี่วางเอาไว้  เราจำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยที่ทะเลสาบมรกต”

     

                “ อีก1เดือน ถ้าหากกองกำลังที่พี่ฝึกได้รับเข้าบรรจุหน่วยรบพิเศษซิงหลง  ก็จะต้องไปประจำการอยู่ที่ฐานบัญชาการลับ  ”

     

                “ ทำให้ฐานทัพที่หมู่เกาะมรกตของพวกเรา สูญเสียความสามารถในการป้องกันตัวเองทันที หากตอนนั้นพวกสำนักโบราณโจมตีเข้ามาก็คงเกิดการสูญเสียแน่นอน” หวังซินหยางอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

     

                “ นายไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ…ตกลงฉันจะทำตามที่นายบอก ตอนนี้พวกเราเข้าไปในบริษัทกันเถอะ ” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มโล่งใจ  

                หวังซินหยางเป็นคนที่มีความสามารถจริงๆ  ตอนนี้ตัวเขารู้สึกเหมือนกับได้ปลดภาระอันหนักอึ้งออกไปจากบนบ่า

     

                ก่อนหน้านี้การตัดสินใจทุกอย่างที่สำคัญขึ้นอยู่กับตัวเขาคนเดียว  ทำให้ไม่สามารถจัดการปัญหาทุกอย่างพร้อมกันได้

               

                ตอนนี้จุดประสงค์หลักของเขาคือการฝึกตนเพื่อกลับขึ้นไปบนแดนสวรรค์   เมื่อมีหวังซินหยางมาช่วยวางแผนเรื่องราวต่างๆให้  ตัวเขาก็จะได้มุ่งความสนในไปที่เรื่องการต่อสู้อย่างเดียว

     

                !!

                หืม

                “ นั่นซุยลี่เหยา…เธอมาทำอะไรที่นี่ ” จ้าวเทียนพูดออกมาด้วยความแปลกใจ

     

                “ นั่นคือลูกสาวของลุงซุยที่เป็นคู่หมั้นเก่าของพี่ใช่ไหมครับ…น้องหยูเหมยเคยเล่าให้ผมฟัง ” หวังซินหยางถามขึ้น 

               

                เขาเคยได้ยินจ้าวหยูเหมยบอกว่าลูกสาวของลุงซุยเป็นอดีตคู่หมั้นของจ้าวเทียน แต่เพราะจ้าวเทียนไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ทำให้เขาถามออกไปด้วยความสงสัย

     

                “ ไม่ใช่หรอก…คู่หมั้นเก่าของฉันชื่อซุยหลิง คนที่อยู่หน้าบริษัทเราเป็นพี่สาวของเธอ ” จ้าวเทียนพูดเสียงเย็นชา

     

                หวังซินหยางเป็นคนช่างสังเกตอยู่แล้ว ต่อให้เขาไม่ได้รู้เรื่องราวในอดีตของจ้าวเทียนแต่ก็พอจะคาดเดาบางอย่างออก แววตาที่เขามองซุยลี่เหยาก็แสดงความไม่เป็นมิตรทันที

     

                ศัตรูของพี่จ้าวเทียนก็คือศัตรูของเขา…

     

                ในขณะที่พวกจ้าวเทียนกำลังเดินเข้าไปใกล้ประตูบริษัทเรื่อยๆ  จุดที่ซุยลี่เหยายืนอยู่ก็มีรถหรูคันหนึ่งขับเขามาจอด

     

                บอดี้การ์ดคนหนึ่งรีบเดินมาเปิดประตูให้เจ้านาย 

                ชายคนที่ลงจากรถมีรูปร่างท้วมเตี้ยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมกับนาฬิกาหรูเรือนละหลายล้าน

     

                เมื่อเห็นชายคนนั้นจ้าวเทียนก็สามารถจำได้ทันที  เพราะมันคือ1ในตัวการสำคัญที่ทำพ่อของเขาต้องไปเช่ายืมเครื่องเพชรมาใช้ในงานแสดง

     

                “ จางสุยผิง…เป็นมันจริงๆ  ”  จ้าวเทียนด้วยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา  แต่เมื่อเขาหันไปเห็นทาทีสงสัยของหวังซินหยางจึงได้อธิบายเพิ่มเติม

     

                “ ในอดีต เหตุผลที่งานจัดแสดงเครื่องประดับไม่ประสบความสำเร็จ…และตัวการที่ทำให้บริษัทอื่นๆไม่เข้าร่วมก็คือมันนี่แหละ ”

     

                “ ถ้าเป็นแบบนั้น…ทำไมเขาถึงไปคุยกับซุยลี่เหยาละ หรือเธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ” หวังซินหยางตั้งข้อสังเกต  

               

                ตอนนี้ตัวเขายังมีข้อมูลไม่พอหลังจากนี้คงต้องไปสืบเรื่องของฝ่ายศัตรูอย่างละเอียดเพื่อที่จะได้วางแผนการณ์ได้รัดกุมยิ่งขึ้น 

     

                ในเวลาแบบนี้ทำให้เขาคิดถึงทีมงานมืออาชีพที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นสมัยอยู่อเมริกา

     

                ‘ เมื่อวานฉันก็ได้ซื่อตั๋วเครื่องบินให้พวกนั้นแล้ว…พรุ่งนี้ก็คงจะมาถึง ’


    คล้ายกับเรื่องจุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก ) ที่คุณอ่าน