ดันเจี้ยนผีๆ ต้องเจอแม่หมอตัวร้าย

    027 คอนโดร้อยแปดสิบตารางเมตร

    บทที่ 14 คอนโดร้อยแปดสิบตารางเมตร

    ปลายนิ้วของเสิ่นโม่จิ่นกดลงบนแผ่นรับลายนิ้วมือข้างประตู

    แสงสีฟ้ากวาดผ่านผิวซีดขาว เสียงปลดล็อกดังขึ้นบานประตูเพิ่งแยกออกจากกรอบ เข่าขวาของเธอก็ทรุดลงก่อน โชคดีเจ้าตัวคว้าขอบประตูไว้ทันขณะที่ดิ้วเหล็กครูดผ่านธรณีจนเกิดเสียงแสบหู

    ย่ามดำบนไหล่เลื่อนมากระแทกต้นแขนน้ำหนักซึ่งเคยแทบไม่รู้สึกกลับถ่วงร่างอายุสิบเก้าปีให้เซไปด้านข้าง

    เสิ่นโม่จิ่นกัดฟัน กดปลายดิ้วลงกับพื้นแล้วลากขาข้ามเข้าไปทีละข้าง

    ประตูเลื่อนปิดตามหลัง

    เธอหันกลับไปแตะสัญลักษณ์รูปกุญแจบนแผงควบคุมรอจนกลอนด้านในทำงาน จึงปล่อยมือออก

    อีกด้านของประตูเป็นโถงลิฟต์ส่วนตัวถัดไปคือโลกที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ คำถามและคนซึ่งรู้จักเสิ่นโม่จิ่นมากกว่าเจ้าของร่างคนใหม่

    ส่วนด้านนี้มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงรองเท้าแตะของเธอเสียดพื้นเป็นช่วงๆ

    แค่นี้ก็พอ

    เสิ่นโม่จิ่นไม่ได้เงยหน้ามองผนังกระจกไม่ตรวจว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนแพงและไม่สนใจว่าโถงรับแขกกว้างจนคนสามครอบครัวเข้ามาปูเสื่อนอนได้หรือไม่

    ตอนนี้เธอต้องการเตียง

    ถ้าไม่ได้เตียงอย่างน้อยพื้นข้างหน้าก็ดูสะอาดพอให้ล้ม

    หญิงสาวยืนพักตรงทางเข้ารอให้จุดสีดำซึ่งลอยอยู่ในสายตาค่อย ๆ ลดจำนวนลง

    ห้องนอนใหญ่อยู่ด้านในผ่านโถงรับแขกแล้วเลี้ยวไปทางขวา

    ความทรงจำนั้นชัดแต่เท้าของแม่มณีกลับพาเลี้ยวซ้ายตามความเคยชิน พอเดินไปได้สองก้าวภาพทางเดินอีกชุดจึงแทรกขึ้นมาเตือน เธอหยุดมองประตูตรงหน้าก่อนหมุนตัวกลับโดยไม่คิดเปิดพิสูจน์

    'จำได้ก็เดินให้ถูก อย่าหาเรื่องเพิ่ม'

    การหมุนตัวเร็วเกินไปทำให้ศีรษะหนักวูบมือซึ่งจับดิ้วเกร็งแน่นจนรอยแดงบนฝ่ามือเจ็บขึ้นมา

    เสิ่นโม่จิ่นหลับตาอยู่ชั่วอึดใจแล้วค่อยๆก้าวต่อคราวนี้ยอมเดินตามเส้นทางของเจ้าของร่างเดิม

    พื้นภายในห้องไม่มีฝุ่นเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นวางเป็นระเบียบ โต๊ะยาวข้างผนังไม่มีแม้แต่แก้วน้ำค้างคืนความสะอาดเช่นนี้ควรทำให้สบายตา

    แต่ห้องใหญ่เกินไป พอไม่มีเสียงคนเสียงปลายดิ้วแตะพื้นแต่ละครั้งจึงวิ่งไปไกลกว่าที่ควร

    กึก

    รองเท้าแตะลากตาม

    กึก

    เสียงที่สองดังกลับมาจากทางเดินด้านในเบากว่าเดิม

    เสิ่นโม่จิ่นชะลอฝีเท้า เงี่ยหูฟังแล้วใช้ดิ้วกระแทกพื้นอีกครั้ง

    กึก

    คราวนี้เธอนับจังหวะอยู่ในใจเสียงสะท้อนกลับมาตรงเวลา ไม่มีน้ำหนักฝีเท้าอื่นปะปนหลังแน่ใจว่าไม่ได้มีอะไรเดินตาม จึงเคลื่อนตัวผ่านโถงต่อไป

    คอนโดสมัยนี้ชอบสร้างเพดานสูง ห้องก็กว้างทางเดินยังอ้อมเสียจนคนป่วยต้องใช้เวลาเดินกลับเตียงนานกว่าหนีผีในดันเจี้ยน

    เธอไม่เข้าใจว่าความร่ำรวยแบบนี้มีไว้สบายตรงไหน

    ถ้าเป็นบ้านของเธอ เตียงคงอยู่ในระยะที่คลานถึง ไม่ใช่ซ่อนลึกเหมือนเจ้าของห้องทำผิดแล้วกลัวคนนอกตามมาจับ

    โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นพอดี

    แรงสั่นแนบอยู่กับสะโพกสองครั้งก่อนหยุดไปไม่ถึงครึ่งนาทีแล้วเริ่มใหม่ เสิ่นโม่จิ่นไม่คิดหยิบทันทีเธอเดินต่อจนถึงพนักโซฟา จึงใช้มือข้างหนึ่งยันตัวไว้แล้วควานโทรศัพท์ออกมา

    หน้าจอเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แจ้งเตือนตัวเลขสายที่ไม่ได้รับซ้อนอยู่ด้านบนข้อความจากหลายช่องทางดันกันขึ้นมาจนอ่านไม่ทัน

    หนึ่งในนั้นมีตราของหน่วยงานดูแลระบบประชาชน ส่วนที่เหลือเป็นชื่อซึ่งความทรงจำของเสิ่นเดิมจำได้บ้างไม่ได้บ้าง

    เธอไม่กดเข้าไปดู

    ปลายนิ้วเลื่อนแถบควบคุมลง ปิดเสียงเรียกเข้า แต่ปล่อยระบบสั่นไว้

    หากมีประกาศเกี่ยวกับดันเจี้ยนจากหน่วยงานดูแลระบบประชาชนเข้ามาอย่างน้อยยังรู้ว่าโทรศัพท์ไม่ตายตามเจ้าของร่างคนเก่าไปแล้ว

    ส่วนคนที่อยากคุยกับเสิ่นโม่จิ่นในตอนนี้รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ช่างมัน

    ง่ายดี

    หญิงสาวคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเตี้ยข้างโซฟาตอนชักมือกลับ นิ้วไปแตะรีโมตเครื่องหนึ่งเข้า ความทรงจำสั้น ๆพลันเปิดขึ้นโดยไม่รออนุญาต

    ภาพเสิ่นโม่จิ่นคนเดิมนอนขดอยู่บนโซฟาผมยาวกองทับหมอน เซี่ยอวี้ถงนั่งอีกฝั่งพร้อมถ้วยขนมในมือทั้งสองกำลังดูละครย้อนยุคซึ่งตัวเอกถูกใส่ร้ายกลางงานเลี้ยง

    “บอกแล้วว่าองค์หญิงคนนี้ไม่ใช่คนดี”เซี่ยอวี้ถงชี้ช้อนใส่หน้าจอ “เธอก็ยังเถียงแทนอยู่ได้”

    “องค์หญิงนั่นแค่โง่ ไม่ได้ชั่ว”เสิ่นโม่จิ่นคนเดิมแย่งถ้วยไป “คนเขียนต่างหากที่ชั่วเขียนให้ทุกคนมีปากแต่ไม่ยอมพูด”

    ภาพถัดมา เซี่ยอวี้ถงยื่นเท้ามาถีบหมอน เสิ่นโม่จิ่นคนเดิมหัวเราะแล้วปาถ้วยขนมเปล่ากลับไปทั้งคู่ส่งเสียงดังจนระบบในห้องเตือนให้ลดระดับเสียง

    ความทรงจำดับลงตรงนั้น

    นิ้วของเสิ่นโม่จิ่นยังแตะอยู่บนรีโมตตรงหน้ามีเพียงโซฟาที่จัดเบาะเรียบ ไม่มีถ้วยขนม ไม่มีเสียงเถียงจากหญิงสาวอีกคน

    เธอยกมือออก

    เรื่องนั้นเคยเกิดกับเจ้าของร่าง ไม่ใช่กับเธอการเห็นภาพไม่ได้ทำให้มีสิทธิ์รับความสนิทสนมของคนอื่นมาเป็นของตัวเองและตอนนี้ร่างกายก็ไม่มีแรงพอจะรื้อความทรงจำของเด็กสาวสองคนออกมานับว่าชิ้นไหนจริง

    หรือ ชิ้นไหนถูกความรู้สึกแต่งเติม

    เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเดินต่อไปโดยไม่เปิดหน้าจอ แล้ววางมันบนตู้เตี้ยใกล้ประตูห้องนอนแทนอย่างน้อยหากมีข่าวด่วน สั่นตรงนี้คงดังถึงเตียง

    ประตูห้องนอนเลื่อนออกตามลายนิ้วมือ

    เสิ่นโม่จิ่นเห็นปลายเตียงอยู่ไม่ไกลแต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักขึ้นราวกับจงใจต่อต้าน เธอใช้ดิ้วค้ำเข้าไปพอพ้นประตูเพียงสามก้าว หัวเข่าก็ชนขอบฟูก ร่างทั้งร่างจึงทิ้งตัวนั่งลงทันที

    ฟูกยุบตามน้ำหนัก หญิงสาวก้มหน้าปล่อยผมดำยาวตกลงมาบังข้างแก้ม ปลายสีทองบางส่วนเปียกเหงื่อและพันอยู่ตรงลำคอ

    ฝ่ามือที่กำดิ้วสั่นไม่หยุด

    อาการสั่นเริ่มตั้งแต่พลังวิญญาณลดลงจนแทบไม่เหลือพอฝืนเดินทางกลับมาถึงคอนโด กล้ามเนื้อก็หยุดเชื่อฟังทีละส่วนแม้แต่การคลายนิ้วออกจากด้ามเหล็กยังต้องทำช้า ๆ

    ดิ้วถูกวางพาดบนพื้นข้างเตียงในระยะเอื้อมถึงเสิ่นโม่จิ่นปลดย่ามดำออกจากไหล่แล้ววางตามลงไป เสียงของแข็งด้านในแตะกันแผ่วเบาทำให้สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ปากย่าม

    อิฐดำยังอยู่ในนั้น

    ตอนออกจากดันเจี้ยนไม่มีใครรู้ว่าเธอเอามันติดมือมาด้วยของชิ้นนั้นเป็นสิ่งที่ผีช่างก่อกำแพงหวงยิ่งกว่าชีวิตซึ่งมันไม่มีเหลือแล้ว

    การหยิบออกมาตั้งกลางห้องเพราะอยากดูให้ชัดจึงไม่ต่างจากเชิญแขกไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้าบ้าน

    เสิ่นโม่จิ่นยังไม่โง่ถึงขั้นนั้น

    ย่ามของเธอมีมิติด้านในอย่างน้อยสิ่งที่ถูกเก็บเข้าไปจะไม่กลิ้งออกมาเองเพียงเพราะถุงล้มเธอจึงไม่แตะปากย่ามอีก แต่ใช้ปลายเท้าเลื่อนมันเข้าไปชิดขาเตียง

    พอของสำคัญอยู่ในระยะมือ จึงหันมองประตูห้องน้ำ

    เสื้อผ้าบนตัวมีกลิ่นเหม็นเหงื่อและความชื้นจากตรอกติดอยู่ด้วยกัน ผิวตรงท่อนแขนคันจากเศษปูนซึ่งยังล้างไม่หมดเส้นผมบางส่วนจับกันเป็นช่อ

    หากเป็นเวลาปกติแม่มณีคงไม่ยอมเอาสภาพเช่นนี้ขึ้นเตียง

    หญิงสาวยันมือกับฟูก ลองยกตัวขึ้น

    ต้นขาเพิ่งรับน้ำหนัก เอวก็อ่อนวูบร่างทรุดกลับลงมาตำแหน่งเดิมจนฟูกสะเทือน ย่ามด้านล่างล้มพิงขาเตียงเสียงก้อนอิฐกระทบของชิ้นอื่นดังขึ้นอีกครั้ง

    เสิ่นโม่จิ่นนั่งนิ่ง มองห้องน้ำแล้วก้มดูขาของตัวเอง

    'อาบตอนนี้ มีหวังได้นอนแก้ผ้าอยู่ในห้องน้ำ'

    เธอตัดสินใจเลื่อนความสะอาดไปหลังตื่นทันที

    รองเท้าแตะถูกใช้ปลายเท้าอีกข้างเขี่ยออกทีละข้างตัวซ้ายหลุดง่าย ส่วนตัวขวาเกี่ยวปลายเท้าจนต้องสะบัดสองครั้งมันพลิกไปคว่ำอยู่ใต้เตียง เจ้าของไม่คิดก้มเก็บ

    เสิ่นโม่จิ่นขยับขึ้นไปบนฟูกทั้งชุดเดิมดึงหมอนมาไว้ใต้ศีรษะ ทว่าเพิ่งเอนหลังได้ไม่นาน โทรศัพท์บนตู้ก็สั่นอีก

    ครืด..ครืด..

    เธอลืมตา มองไปทางประตูห้อง

    เสียงหยุด แล้วกลับมาใหม่เป็นชุดสั้น ๆข้อความคงกำลังเข้าอย่างต่อเนื่อง ถึงปิดเสียงไว้แรงสั่นบนเนื้อไม้ก็ยังดังพอให้คนพลังใกล้หมดรำคาญ

    หญิงสาวฝืนลุกไปหยิบโทรศัพท์หน้าจอสว่างขึ้นตรงฝ่ามือ ข้อความยังไม่ถูกเปิดอ่านสักรายการเธอตรวจเพียงว่าระบบสั่นของประกาศสำคัญยังทำงาน

    จากนั้นตั้งเครื่องคว่ำไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง

    คราวนี้ไม่ต้องเดินไกล

    ขณะหันกลับสายตาเหลือบเห็นย่ามดำซึ่งล้มอยู่กับพื้น

    ปากย่ามยังปิดสนิท ไม่มีรอยนูนแปลกปลอมบนผ้าอักขระเดิมไม่เปลี่ยนสี ทุกอย่างดูเหมือนตอนเธอวางมันลงเว้นแต่เสียงกระทบเมื่อครู่ติดอยู่ในความคิด

    เสิ่นโม่จิ่นควรหลับ

    ร่างกายก็เรียกร้องให้หลับจนเปลือกตาหนักแต่ของซึ่งไม่รู้จักถูกกระแทก หากเกิดรอยแตกเพิ่มขึ้นภายในแล้วปล่อยทิ้งไว้ความโง่นั้นจะต่างจากการหยิบออกมาวางบนโต๊ะไม่มาก

    เธอจึงนั่งลงข้างเตียงเอื้อมมือดึงย่ามเข้ามาใกล้โดยไม่สอดมือเข้าไป

    ปลายนิ้วแตะอักขระตรงปากถุง ช่องมิติคลายออกช้าๆ กลิ่นเย็นลอดขึ้นมาบางเบา

    ของขลังจากโลกเดิมยังลอยอยู่ตามตำแหน่งที่เธอคุ้นเคยไม่มีขวดแตก สายสิญจน์ขาด ส่วนอิฐดำอยู่ลึกเข้าไปด้านใน แยกจากของชิ้นอื่น

    เส้นสีแดงตรงรอยแตกยังฝังอยู่ในเนื้ออิฐ

    หญิงสาวเพ่งดูโดยไม่โน้มหน้าเข้าใกล้ช่วงแรกไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ก้อนอิฐนอนนิ่งสีดำด้านกลืนกับด้านในของย่ามจนแทบมองไม่เห็นขอบ

    แล้วเส้นแดงเส้นหนึ่งก็นูนขึ้น

    มันดันผ่านเนื้ออิฐจากด้านล่าง เคลื่อนไปตามรอยแตกสั้นๆ ก่อนยุบกลับ จังหวะต่อมาอีกเส้นกระตุกตามเหมือนเลือดบางอย่างกำลังถูกส่งผ่านท่อซึ่งฝังอยู่ในก้อนปูน

    ตุบ

    “......”

    เมื่อกี้หากเธอตาไม่ฝาดคงเป็นตีนพี่ทองมีใช่ไหมที่เตะมัน

    เสิ่นโม่จิ่นจึงไม่รอดูเป็นครั้งที่สองปลายนิ้วรูดปากย่ามปิดในทันที ช่องมิติหายไปพร้อมกลิ่นเย็นเธอผูกปากถุงกลับตามเดิมแล้ววางไว้ข้างดิ้วเหล็ก

    'ปล่อยพี่ทองมีเล่นไปก่อน อย่าเพิ่งชวนมันคุยกูง่วง'

    ผีในโลกนี้จะนิยมฝังหัวใจไว้ในอิฐหรือไม่แม่มณีไม่มีความรู้พอจะตัดสิน ของจากดันเจี้ยนก็ไม่เหมือนวัตถุอาถรรพ์ที่เธอเคยจัดการในโลกเก่า

    ตอนนี้พลังวิญญาณของเธอต่ำจนแม้แต่ยืนอาบน้ำยังทำไม่ได้การลองของกับก้อนอิฐซึ่งเคยทำให้ผีช่างก่อกำแพงคลุ้มคลั่ง จึงไม่เรียกว่ากล้ามีแต่รนหาที่ตายรอบสอง

    ถ้ามันคิดออกมา อย่างน้อยก็ปล่อยให้พี่ทองมีเล่นกับมันไปก่อน

    เสิ่นโม่จิ่นขยับย่ามให้ห่างจากฟูกเล็กน้อยแต่ยังเอื้อมถึงแล้วกลับขึ้นเตียง เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาได้เพียงครึ่งตัวก็หมดแรงปล่อยแขนลงข้างลำตัวโดยไม่สนใจว่าชายเสื้อยับหรือเส้นผมกองอยู่ใต้ไหล่

    โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง

    หน้าจอซึ่งคว่ำอยู่แนบโต๊ะส่งแสงลอดออกมาตามขอบเสิ่นโม่จิ่นเหลือบมอง แต่ไม่พลิกดู

    ข้อความยังรอได้

    คนก็สมควรรอ

    สิ่งเดียวที่รอไม่ได้คือร่างนี้หากฝืนต่ออีกหน่อย พรุ่งนี้อาจต้องให้เจ้าหน้าที่มางัดประตูเก็บคนหมดสติแทน

    เธอหลับตา ปล่อยจังหวะหายใจให้ช้าลงความปวดเมื่อยยังเกาะอยู่ตามหัวไหล่ ข้อมือ และต้นขา ทว่าหลังไม่ต้องฝืนยืนอาการเหล่านั้นค่อยถอยห่างไปพร้อมสติ

    ห้องกว้างร้อยแปดสิบตารางเมตรไม่ได้ทำให้หลับสบายกว่าเรือนหลังเล็กในโลกเดิมเตียงราคาเท่าไรก็ช่วยเติมพลังวิญญาณไม่ได้และของตกแต่งทั้งหมดไม่มีชิ้นไหนลุกขึ้นมาหาน้ำให้ดื่ม

    แต่ประตูล็อกแล้ว

    ไม่มีครอบครัวเสิ่นนั่งรอให้ตอบคำถามพื้นที่ปลอดคนเช่นนี้หายากกว่าห้องหรูเสียอีก

    แม่มณีจึงยอมรับมันไว้โดยไม่ติราคา

    ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมาลมหายใจของหญิงสาวก็ยาวสม่ำเสมอ โทรศัพท์สั่นอีกสองครั้งแล้วหยุด

    เสิ่นโม่จิ่นหลับทั้งชุดที่ใส่ออกจากดันเจี้ยนไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อ และไม่ได้อ่านข้อความแม้แต่บรรทัดเดียว

    หลังจากนั้นเธอไม่รับรู้อีกว่าโทรศัพท์สั่นไปกี่ครั้ง

    เมื่อเปลือกตาเปิดขึ้นอีกหน แสงของเช้าวันถัดมาก็ลอดผ่านช่องม่านมาแตะปลายเตียงความเจ็บตามกล้ามเนื้อลดลงบ้าง แต่ในท้องกลับบีบรัดจนตัวงอ

    เสิ่นโม่จิ่นยกมือกดหน้าท้องความหิวแล่นขึ้นมาจนปากขม ร่างนี้ไม่ได้ต้องการพลังวิญญาณอย่างเดียวมันต้องการข้าว ต้องการน้ำ และดูจะไม่สนด้วยว่าเจ้าของคนใหม่เพิ่งผ่านอะไรมา

    เธอเพิ่งยันตัวลุกโทรศัพท์ข้างหัวเตียงก็สั่นแรงขึ้น

    ครืด..ครืด..ครืด..

    ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นสายเรียกเข้า

    เสิ่นโม่จิ่นปล่อยให้มันสั่นจนหยุดทว่าไม่ถึงสามวินาที เครื่องก็เริ่มใหม่ ราวกับคนโทรรู้ว่าเธอตื่นแล้วและตั้งใจแข่งความอดทนกันตั้งแต่เช้า

    หญิงสาวเอื้อมมือไปพลิกโทรศัพท์

    ชื่อบนหน้าจอมีเพียงคำเดียว

    แม่

    แรงบีบจากกระเพาะเกิดขึ้นพร้อมกับสายเรียกเข้ารอบใหม่

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยนผีๆ ต้องเจอแม่หมอตัวร้าย ที่คุณอ่าน