ณ ศิลาผู้กล้า ที่ตั้งตระหง่านกลางเมืองใกล้หอสุรางค์สวรรค์ บัดนี้ฝูงชนต่างมารอชมบุรุษหนุ่มทดสอบศิลาผู้กล้าจนเต็มพื้นที่จนเดินแทบไม่ได้ ในจำนวนนั้นมีหยางเสี่ยวเอ๋อร์สตรีคลุมหน้า ชายกลางคนชุดทองพร้อมด้วยบุรุษหนุ่มร่างไหญ่หยางเช็งซี ซึ่งตอนนี้ร่างกายได้กลับฟื้นฟูเป็นปกติแล้ว แต่ในที่นี้กลับมิเห็นนงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะ
กังหลงมุ่งตรงไปที่ศิลาผู้กล้า แหงนมองดูรายชื่อที่จัดเรียงอยู่ด้านบนตามลำดับ
อันดับหนึ่ง "จ้าวหลงซาน"
อันดับสอง "เยิ่นมู่หลง"
อันดับสาม "หม่าเฉิน"
อันดับสี่ "เซียวหลิงฟาน"
"....................................."
ทำเนียบศิลาผู้กล้า..อันดับหนึ่งยังคงเป็นของจ้าวหลงซานแสดงว่าศิลาผู้กล้ามีมานานหลายร้อยปีแล้วอย่างมิต้องสงสัยเพราะจ้าวหลงซานนั้นเป็นยอดฝีมือเมื่อหลายร้อยปีก่อน
จ้าวหลงซานผู้นี้กาลก่อนมิทราบมีฝีมือยอดเยี่ยมปานใดหรือว่าหลังจากนั้นกลับมิมีใครที่เก่งกาจกว่าเขาแล้วหรือ กังหลงดูรายชื่อเหล่านั้นที่ถัดลงมา รายชื่อเหล่านี้มิเคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงเลยนอกจากจ้าวหลงซานเท่านั้นที่ก่อนหน้านี้พ่อค้าข้างถนนได้บอกกล่าวแก่เขา
กำหนดจิตรวบรวมพลังปราณหกส่วนเนื่องจากมิทราบว่าต้องใช้กำลังขนาดไหนถึงจะทดสอบให้อยู่ในอันดับหนึ่งถึงสิบได้หากใช้เต็มกำลังกลัวจะเป็นการเปิดเผยพลังที่แท้จริงของตน แต่ถ้าหากน้อยกว่าห้าส่วนก็กลัวจะมิอาจติดอันดับหนึ่งในสิบได้
เมื่อฝ่ามือประกบสนิทกับแท่นศิลาเคล็ดลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติก็เริ่มทำงานกระแสปราณรอบกายล้วนถูกดูดเข้ามามองเห็นเป็นเส้นสายของกระแสลมชัดเจนเหมือนเครื่องดูดกำลังสูงกังหลงคิดจะดึงมือกลับ แต่แท่นศิลากลับคล้ายมีแรงดูดมหาศาลไม่สามารถดึงมือกลับได้ แท่นศิลาดูดพลังปราณของตนไปอย่างรวดเร็วจนแทบหมดสิ้น
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้แก่กังหลงยิ่งนัก จึงรีบโคจรพลังต่อต้านอย่างเต็มกำลัง กระแสพลังไหลวนเวียนไปตามจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นจุดจักรทั้งเจ็ดก็ได้เปิดออกอย่างพร้อมกันดึงดูดพลังของแท่นศิลามาทั้งหมดจนกังหลงสามารถถอนมือกลับออกมาได้ จากนั้นจึงยกมือขึ้นพร้อมกู่ร้องแล้วฟาดพลังกลับไปยังแท่นศิลาทดสอบในทันที
"บึ้ม..!!"
เสียงสนั่นหวั่นไหวฟ้าเกือบถล่มดินทลายแท่นศิลาผู้กล้าสั่นสะเทือนอย่างน่ากลัวแต่มิมีรอยขีดข่วนใด ๆ
"ช่างเป็นศิลาประหลาดที่แข็งแกร่งนัก มิทราบทำจากวัตถุพิเศษใดจึงสามารถดูดกลืนพลังปราณของข้าไปแทบหมดสิ้นจนทำให้ข้าต้องใช้พลังทั้งหมดต่อต้านและฟาดออกไป และยังรับพลังทั้งหมดของข้าโดยมิมีรอยขีดข่วนใดๆ อีกด้วย !!"
กังหลงคำนึงขึ้นหลังจากฟาดพลังไปมองเห็นแถบพลังทดสอบกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากด้านล่างสูงขึ้นเรื่อย ๆจวบจนผ่านอันดับที่สิบ..เก้า..เสียงผู้ชมที่เฝ้าดูเริ่มดังกระหึ่มขึ้น
"นั่น..พลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านไปแทนที่อันดับที่สิบแล้ว...เขามีสิทธเข้าทดสอบหอสุรางค์สวรรค์แล้วมิน่าเชื่อ... โอ๊ะ..อันดับเก้า....อันดับแปด..นั่นยังสูงขึ้นไปอีก"
ผู้คนต่างจ้องดูแถบพลังว่าจะไปหยุดอยู่ณ ตำแหน่งใด แถบพลังยังคงพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆทุกคนต่างต้องการดูว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้จะทำลายสถิติไปถึงอันดับใด
"อันดับเจ็ด"
"อันดับหก"
"อันดับห้า"
"โอ้...ขึ้นไปถึงอันดับห้าแล้ว..นะ..นะ..นั่นยังคงพุ่งขึ้นไปอีก..หรือว่าเจ้าหนุ่มนี่จะทำลายสถิติที่มีมานานเป็นร้อยปีนี้ได้อีก !!"
"ไม่น่าเขื่อ..ว่าท่าทางบอบบางเช่นนั้นจะมีพลังที่รุนแรงเช่นนี้ได้ ตั้งแต่อันดับห้าขึ้นไปมิเคยมีคนทำลายสถิติได้มานานมากแล้วโอ..เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นคนจากที่ไหนกัน"
"ท่านพ่อ..นั่นเป็นพลังที่แท้จริงของเขาใช่รึไม่ ..มิทราบจะสามารถไปแทนที่อันดับหนึ่งได้รึไม่"
หยางเสี่ยวเอ๋อร์สตรีคลุมหน้ากล่าวกับชายกลางคนชุดทองแต่สำหรับหยางเช็งซีตอนนี้บุรุษหนุ่มได้ยืนปากอ้าตาค้างไปแล้วเพราะไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มที่เป็นพี่น้องร่วมสาบานจะกลับมีพลังโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ได้
"อา..อันดับสี่..."
"อันดับสาม...โอ้..."
แถบพลังยังพุ่งขึ้นไปไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ผ่านไปอันดับสอง เริ่มเชื่องช้าลงเล็กน้อย แต่ยังคงวิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ
"อันดับสองแล้ว แถบพลังยังไม่หมดจะผ่านไปแทนที่อันดับหนึ่งได้รึไม่..!!"
"หรือเขาจะทำลายสถิติอีกแล้วพลังระดับนี้คงมิใช่พลังของปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุดแล้ว หรือแท่นทดสอบพลังจะผิดพลาดไป"
อันดับและแถบพลังยังไม่นิ่งยังคงพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ จนผ่านอันดับหนึ่งและเลยขึ้นไปจนสุดแถบ และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องปานฟ้าถล่มเกิดแสงสว่างเป็นลำยาวขนาดหนึ่งจั๋งพุ่งขึ้นสูฟากฟ้าแล้วแตกกระจายดุจดังพลุแตก
"บึ้ม..!!"
"โฮกกกกก.."
"เกิดอะไรขึ้นผ่านอันดับหนึ่งไปแล้วยังเกิดการระเบิดขึ้นอีก แล้วแสงและเสียงนั่นหมายถึงอะไรกัน นั่นมัน..!!"
"...มัง...มัง...มังกรสีครามที่ใหญ่โตนัก..!! "
"โอ..พระเจ้า..!!"
เกิดภาพมังโบราณสีครามขนาดใหญ่ราวหนึ่งร้อยจั๋งบนฟากฟ้าพร้อมสุรเสียงคำรามอันทรงอำนาจจนสะกดผู้คนในเมืองเหอหนานให้ใจสั่นสะท้านไปทั่ว
"ลิขิตสวรรค์...มังกรบรรพกาล...โอ..ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นและทรงพลังถึงเพียงนี้ "
ชายชราชุดทองถึงกับตื่นตะลึงรำพึงรำพันออกมาเบาๆ จนหยางเสี่ยวเอ๋อร์และหยางเช็งซีสอบถามขึ้น
"ลิขิตสวรรค์ ...มังกรบรรพกาลคืออะไรกันรึท่านพ่อข้ามิเคยได้ยินใครเอ่ยถึงหรือมิเคยเห็นปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน"
"ก่อนหน้านี้มันเป็นเพียงคำร่ำลือเท่านั้นข้าเองก็มินึกว่าจะมีขึ้นมาได้ในชั่วชีวิตนี้ มันเป็นคำกล่าวจากโบราณกาลที่กล่าวว่าคราใดที่โลกนี้เกิดกลียุคถึงกาลจะล่มสลาย ผู้ที่สามารถสำแดง ลิขิตสวรรค์...มังกรบรรพกาลคือสำแดงพลังจนบังเกิดแสงที่พุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้าจนเกิดภาพมังกรบรรพกาลสีครามกู่ร้องคำรามก้องฟ้า ผู้นจะเป็นผู้มากอบกู้มหันตภัยนั้น ตอนนี้ยุทธภพยังมิมีเรื่องราวเหตุร้ายใดเ้กิดขึ้น หรือว่าเหตุการณ์ครานี้จะเป็นการบ่งบอกว่าจะเกิดมหันตภัยใด ๆ ขึ้นมาในภายหน้าอันใกล้นี้ แต่ก็จะมีผู้มากอบกู้อย่างแน่นอนแล้ว มิทราบจะเกิดมหันตภัยใดแล้วเจ้าหนุ่มผู้นี้จะสามารถเป็นผู้กอบกู้ที่แท้จริงคนนั้นรึไม่ !!"
สิ้นเสียงกล่าวของชายชราชุดทองทั้งสองถึงกับอึ้งไป เหม่อมองไปที่กังหลงอย่างตะลึงงัน กังหลงก็ตกตะลึงกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกันมิทราบแสงประหลาดและภาพมังกรขนาดใหญ่พร้อมเสียงคำรามอันทรงพลังที่เกิดขึ้นคืออันใดทันใดบันศิลาผู้กล้าปรากฎชื่อ "กังหลง" ขึ้นด้านบนสุดของศิลาผู้กล้าพร้อมกันนั้นได้มีวัตถุสองอย่างตกลงมาใส่มือของกังหลง
"ปิ๊ง..ปิ๊ง..!!"
มองสิ่งของในมือเป็นเม็ดพลังสีครามหนึ่งเม็ดพร้อมม้วนคำภีร์โบราณเก่าแก่ที่ทรงพลังอีกม้วนหนึ่ง กังหลงรีบเก็บของทั้งสองเข้าไว้ในแหวนมิติในทันที พร้อมกล่าวขึ้น
"ข้าทดสอบศิลาผู้กล้าผ่านแล้ว คงจะสามารถไปทดสอบบนหอสุรางค์สวรรค์ได้แล้วกระมัง"
"โอ..เจ้าหนุ่มนั่นถึงกับทดสอบศิลาผู้กล้าขึ้นไปแทนที่อันดับหนึ่ง แถมยังได้รางวัลถึงสองอย่าง มิทราบว่าเป็นของล้ำค่าใดถึงได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดน่ากล้วเช่นนี้ได้"