มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

ตอนที่ 217 คำชวนกินข้าว

อย่างน้อยที่สุด เวลาที่ไปพบกับว่าที่พ่อตาในอนาคตของเขา เขาก็แต่งตัวพอได้ ชุดที่มีก็คือโค้ตยาวสีดำที่ราคาก็โอเค มันมากกว่า 2,000 หยวน ยังไงก็ตาม การไปพบคนอื่นด้วยการใส่โค้ตยาว มันจะดูไม่ค่อยเป็นทางการเท่าไหร่


ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น ลุงมันเถอะ การที่จะต้องไปเจอกับพ่อตามันทำให้ฉันรู้สึกราวกับกำลังอยู่มัธยมที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาลัย


ตาแก่นั่นก็ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย เขามันใจดำ ถ้าฉันอ่อนแอกว่าหน่อย ฉันกลัวว่าฉันคงถูกตาแก่นั่นฆ่าตายไปนานแล้ว


ใช่แล้ว เมื่อฉันไปเจอเขา ฉันต้องระวังตัว มีโอกาสที่หนึ่งในบอดี้การ์ดของเขา จะหยิบปืนออกมายิงเขาเอาดื้อๆ


กับจิ้งจอกเฒ่าที่สร้างอาณาจักรธุรกิจขึ้นมาแบบนี้ มีอะไรที่เขาทำไม่ได้? ฉินเฉาพูดกับตัวเอง ใช่แล้ว ฉันต้องสนใจทุกสิ่ง ฉันต้องไม่ลดการระวังตัว


และที่สำคัญที่สุด ตาแก่นั่นจะต้องเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง พลังของเขาจะต้องอยู่ระดับเดียวกับซูจี ขั้นสร้างรากฐาน (ระดับ 4) ตามกฎของพวกเขา วัดเป่าไต้จะไม่ให้เขามีการฝึกตนที่สูงกว่าขั้นสร้างรากฐาน แต่ถ้าฉันต้องสู้กับผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานอย่างเขา ในความแข็งแกร่งปัจจุบันของฉัน มันไม่เป็นปัญหา


ถึงยังไง แค่วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ ด้วยตัวมันเองก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว


โชคไม่ดีที่ครั้งล่าสุดในคุก ฉันไม่สามารถพิชิตปีศาจของฉันได้ ถ้าฉันทำได้ ฉันคงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน และคงเริ่มฝึกคาถาที่โคตรจะแข็งแกร่งพวกนี้ไปแล้ว


หลังจากที่เขาเรียนคาถาที่ทรงพลังพวกนี้ อย่าว่าแต่ขั้นสร้างรากฐาน ฉินเฉาไม่กลัวแม้กระทั่งฝ่าเซียงหลวงจีน ที่อยู่ขั้นความสามารถเทวะด้วยซ้ำ


กับตาแก่ซูเซียงปิง แม้ว่าฉันจะใช้แค่หมาปีศาจแค่ตัวเดียว ฉันก็ยังสามารถทำให้เขาราบกับพื้นได้!


แต่ ถ้าฉันทำให้ตาแก่นั่นแบนราบไปกับพื้น ซูจีจะต้องออกมาจัดการฉันแน่นอน....


เวรเอ๊ย ยุ่งยากจริง....


“เฮ้ เฮ้ เฮ้ ดูทางด้วย!” เมื่อเห็นฉินเฉาท่าทางใจลอย ซ่างกวนก็ไม่อยากจะรบกวนเขา แต่เมื่อเห็นเขาขับรถออกนอกถนน และแทบจะชนเข้ากับทางเท้า หญิงสาวในที่สุดก็ตะโกนออกมา


“อะไรนะ?” ฉินเฉาในที่สุดก็ตื่น เมื่อเห็นล้อรถเล็กซัสขึ้นไปอยู่บนขอบถนนเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบหักพวงมาลัยหันล้อออกมา และขับรถกลับถนน


“นายเป็นอะไร? ทำไมท่าทางดูเศร้าๆ?” หลิวจางผู้ที่สังเกตดูเขาอยู่ตลอด เห็นว่าฉินเฉากำลังคิดบางอย่างในใจ ดังนั้น เธอจึงถามออกไป


“คนสวย พวกเธอเป็นพนักงานต้อนรับสายการบินใช่มั้ย พวกเธอจะต้องเคยเห็นคนมาทุกประเภทแล้ว ถูกมั้ย?”


แทนที่จะตอบ ฉินเฉากลับถามแทน


“แน่นอน ฉัน คุณหนูคนนี้ เป็นพนักงานต้อนรับมามากกว่า 2 ปี จางจางก็เหมือนกัน!” ซ่างกวนหยานตบหน้าอกตัวเอง และพูดพร้อมเชิดหน้าสูง


“ดีมาก ฉันมีเรื่องอยากจะถามพวกเธอ คิดซะว่าฉันถามเพื่อขอคำแนะนำ”


ฉินเฉานวดขมับ “พวกเธอคิดว่าไง ถ้าลูกเขยผู้ยากจนจะต้องไปพบกับพ่อตาผู้ร่ำรวย เขาจะต้องแต่งตัวแบบไหน และเตรียมตัวยังไง?”


“โอ้? ปัญหานี้?” ซ่างกวนหยานพูดด้วยรอยยิ้ม “ลูกเขยผู้ยากจน นั่นเป็นนาย ใช่มั้ย?”


“แฮ่ม อย่าเดาเปะปะน่า แค่ตอบมาก็พอ”


“สมมติฐานแรกของปัญหานี้” หลิวจางมองไปที่ฉินเฉา และพูดอย่างนุ่มนวล “ของนาย...เอิ่ม พ่อตาในเรื่องนี้น่ะ เขาเป็นคนที่จัดการด้วยยากเหรอ?”


“โคตรของโคตรยาก ที่จะจัดการด้วยเลย” ฉินเฉาพูดพร้อมกับความกลัวแฝงอยู่ “ยิ่งกว่านั้น เขายังโคตรจะไม่ชอบลูกเขยของเขาด้วย!”


“ถ้าเป็นอย่างนั้น...” หลิวจางคิดสักครู่ และจากนั้นก็พูด “งั้นนายก็ไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นของขวัญ เพราะว่า เขาจะต้องดูถูกอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นอะไร ดังนั้น นายก็ไม่ต้องแต่งตัวมากเกิน กลับกัน นายจะต้องหาส่วนดีเพื่อที่จะไล่ตาม!”


“ส่วนดีเหรอ?” ฉินเฉาขับรถต่อด้วยมือเดียว และอีกมือลูบคาง “ฉันไม่รู้ว่าความหล่อจะนับเป็นส่วนดีมั้ย ถ้าใช่ล่ะก็ ฉันก็ค่อนข้างมั่นใจว่าฉันมีส่วนดีแน่นอน”


“เหอะ!” ซ่างกวนหยานรีบตะโกน “นาย คนหน้าไม่อาย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นายหล่อ! นายดูตัวเองบ้างมั้ย นาย....”


ซ่างกวนหยานพยายามหาคำที่เหมาะสมเพื่ออธิบายตัวเขา แต่หลังจากสักพัก เธอก็ไม่สามารถหาสิ่งผิดพลางบนหน้าฉินเฉาได้ ลุงมันเถอะ ทำไมฉันถึงไม่สามารถหาสิ่งที่น่าเกลียดแม้แต่สิ่งเดียวเกี่ยวกับเขาได้!


จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่ความผิดของฉินเฉา ท่าทางแต่เดิมของเขาก็อยู่ในค่าเฉลี่ยอยู่แล้ว และออกจะเตี้ยไปหน่อย แต่หลังจากที่เขาเริ่มฝึกตน ร่างกายของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ความบกพร่องบางอย่างของเขาก็ถูกขจัดออกไปพร้อมกับตอนนั้น


ดังนั้น จึงไม่มีใครสามารถจับผิดเกี่ยวกับใบหน้าของฉินเฉาได้ แม้ว่าถ้าดูเป็นส่วนๆ จะธรรมดาไปบ้าง แต่เมื่อรวมกับความอ่อนเยาว์ และดวงตาที่มีชีวิตชีวาอย่างมากเข้าไป โดยเฉพาะ เมื่อเขามีความป่าเถื่อนเฉพาะตัว ซึ่งเหมือนกับเป็นยาเสพย์ติดสำหรับผู้หญิง พวกเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากจะต้องตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น


“นายมีส่วนดีนี้” หลิวจางไม่ง่ายที่ยั่วเหมือนซ่างกวนหยาน เธอพูด “ยังไงก็ตาม นายก็สามารถใช้ส่วนดีนี้ได้เพียงแค่ปราบผู้หญิง ถ้านายจะใช้ส่วนดีนี้เพื่อปราบพ่อตา งั้น ฉันก็กลัวว่ามันคงจะไม่เป็นผล กลับกัน มีแต่จะทำให้เขายิ่งรำคาญ”


“งั้น ฉันจะต้องแต่งตัวยังไง เพื่อทำให้เขามีความสุขเมื่อเจอฉัน?” เมื่อได้ยินคำพูดที่มีเหตุผลของหลิวจาง ฉินเฉาจึงได้ถามออกมา


“จริงๆ แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยาก” หลิวจางพลันหัวเราะ รอยยิ้มที่งดงามของเธอทำให้ฉินเฉาต้องจ้องมองอย่างหลงใหล


“นายมีเงินสัก 2 - 3 พันมั้ย?” หลิวจางถาม “หรือว่าเครดิตการ์ดก็ได้?”


“ไม่มีเครดิตการ์ด แต่ฉันมีเงินสดอยู่เยอะ” ฉินเฉาพูด และแสดงแบงก์สีแดงเป็นตั้งบนฝ่ามือ ท่าทางจะมีราวๆ หมื่นหยวน


“นี่ก็มายากลเหรอ?” ซ่างกวนหยานถามด้วยความประหลาดใจ “หรือว่านายพกเงินเยอะอย่างนี้ทุกวันเหรอ?”


“แฮ่ม เป็นนิสัยน่ะ แค่นิสัย” ฉินเฉาพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเขามีของดีอย่างแหวนเก็บของ ถ้าไม่ใช่เพื่อเก็บเงิน แล้วจะมีไว้ทำอะไร?


“พระเจ้า นายก็รวยเหมือนกันนี่!” ซ่างกวนหยานยกยิ้ม “ด้วยเจ้านี่ ส่วนดีของนายก็สูงขึ้นแล้ว”


“มันเกี่ยวอะไรกับส่วนดีของฉันกัน...” ฉินเฉารู้สึกหดหู่


“พอแล้ว ทั้งสองคนหยุดทะเลาะกันได้แล้ว” หลิวจางพบว่าพวกเขาทั้งสองคนเหมือนจะเป็นศัตรูกันเล็กน้อย และได้แต่ร้องออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเหยเก


“หาห้างสักแห่ง ฉันและหยานหยาน จะช่วยเลือกชุดให้นายสักชุด”


หลิวจางพูด และจากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างเจาะจง “นี่ถือว่าเป็นการใช้หนี้ ที่นายช่วยเราออกมาจากบาร์นั่น”


“จางจางใจดีไปแล้ว!” ซ่างกวนหยานดึงเธอเข้ามากอด ลูบใบหน้าเนียนสวยของเธอ และหัวเราะคิกคัก “แต่ ฉัน คุณหนูคนนี้ มักจะคิดว่าเขาพาเราสองมาด้วยเจตนาไม่ดี”


“ปล่อยฉัน เธอ ซ่างกวน ยัยปากเสีย” หลิวจางปัดมือมารของซ่างกวนหยานออก และต่อว่า “ความจริงคือ เขาช่วยเราไว้ ถ้าเราไม่จ่ายคืน คนเขาจะตำหนิเราได้”


“แฮ่ม จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง” ฉินเฉาลูบจมูก “ฮีโร่ช่วยสาวงาม มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว! ฉันจะปล่อยให้สาวงามสองคนต้องไปเอาใจหลงเบลล์ยัยแม่มดหิวโหยนั่นได้ยังไง? นั่นถือว่าเป็นอาชญากรรมเลยนะที่ต้องเสียทรัพยากรธรรมชาติโดยเสียเปล่าน่ะ!”


“เหอะ นายนั่นแหละที่ต้องเป็นคนเอาใจเธอ” เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ซ่างกวนหยานรู้สึกไม่พอใจ และจ้องไปที่ฉินเฉา


“พอได้แล้ว ทำไมพวกเธอสองคนทะเลาะกันอีกแล้ว” หลิวจางกลายเป็นคนห้ามทัพ “ฉินเฉา มันมีห้างดีๆ อยู่ใกล้ๆ ไปที่นั่นกัน ฉันจะบอกทางให้”


พร้อมกันนั้น หลิวจางก็บอกทางเขา ด้วยความช่วยเหลือของสองพนักงานต้อนรับสาว ฉินเฉาก็เริ่มมีความมั่นใจ ก็แค่ซูเซียงปิง ลุงมันเถอะ! ฉันจะปราบนายด้วยส่วนดีของฉัน!


ไม่นานเล็กซัสก็มาถึงทางเข้าห้าง และเข้าจอดที่ลานจอดรถ


ทั้งสามคนออกมาจากรถ หนึ่งหนุ่มหล่อ และสองสาวสวย เมื่อทั้งสามคนเรียงหน้ากัน ก็ดึงดูดการพูดคุยของผู้คนรอบๆ ตัว


“โอ้ ฉันคิดอะไรดีๆ ออก” เมื่อเห็นสองสาวงามที่เขากำลังเดินตามหลัง ฉินเฉาพลันพูดขึ้น


“ให้ฉันเดานะ นั่นต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน!” ซ่างกวนหยานหรี่ตาไปทางเขา และพูดอย่างไม่มีความสุข


“เหลวไหล มันจะไม่ดีได้ยังไง? นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกแล้ว” ฉินเฉายิ้มอย่างลึกลับ และพูดกับซ่างกวนหยาน


“โอ้?” ความอยากรู้อยากเห็นของซ่างกวนหยานแข็งแกร่งเสมอ เป็นธรรมดาที่เธอจะถูกฉินเฉาดูดเข้าไป “บอกฉัน มันคืออะไร?”


“ฉันคิดนะ” ฉินเฉาพูด และกางปีกแขนกว้าง “ถ้าแขนซ้ายของฉันมีหลิวจางคล้องอยู่ และแขนขวาเป็นเธอ มันจะต้องดูยิ่งใหญ่แน่นอนเมื่อเดินเข้าไปในห้าง ฮ่าๆ ๆ!”


“ดีมาก ดีจริงๆ ...” ซ่างกวนหยานชอบใจ เธอหัวเราะและพูด “นี่แน่นอนว่าเป็นไปได้”


“จริงเหรอ?” ฉินเฉาท่าทางตื่นเต้น “มันเป็นไปได้จริงเหรอ?”


“แน่นอน” ซ่างกวนหยานพยักหน้า หลิวจางที่อยู่ใกล้ๆ รีบผลักเธอ


“หยานหยาน เธอพูดอะไร!”


“ผ่อนคลาย” ซ่างกวนหยานลูบมือเพื่อนสาวของเธอ และจากนั้นก็พูดอย่างตื่นเต้นกับฉินเฉา “ยังไงก็ตาม นายต้องพาพวกเราไปแผนกอุปกรณ์ก่อน”


“แผนกอุปกรณ์? ไปทำไม?” ฉินเฉาถาม


“ไม่มีอะไร ก็แค่อยากจะซื้อกรรไกรซักคู่ ฮิฮิ....”


ฉินเฉาสาบานได้ว่ารอยยิ้มของซ่างกวนหยานเมื่อกี้ มันเหมือนกับรอยยิ้มของโรซี่เลย!


เขาตัวสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “เอาล่ะ ก็แค่คิดล่ะนะ เราไปหาเสื้อผ้ากันดีกว่า”


“รอเดี๋ยว!” ซ่างกวนหยานวางท่าและตะโกนออกมา ในเวลานี้ พวกเขาทั้งสามได้เดินเข้ามาในห้างแล้ว และกำลังยืนอยู่ตรงหน้าลิฟต์แก้ว


“อะไรอีก คุณหนูใหญ่ซ่างกวน?” ฉินเฉาสะดุ้ง และแอบกลัว


“นายเป็นผู้ชายใช่มั้ย!” ซ่างกวนหยานเหล่ตาไปทางเขา ตาของเธอเต็มไปด้วยการดูถูก “นายไม่รู้หลักสากลหรือไง ว่าต้องให้ผู้หญิงก่อน เข้าใจ๋? ไปกัน?”


“ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ...” ฉินเฉาพยักหน้าซ้ำๆ “แต่ว่า มันหมายความว่ายังไง...”


“ก็หมายความว่า นายต้องไปซื้อของเป็นเพื่อนเราก่อน” ใบหน้าปีศาจสาวของซ่างกวนหยานโผล่ออกมา เธอพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้านายเป็นผู้ชาย เป็นธรรมดาที่นายจะต้องช่วยเราถือของ”


“เอิ่ม...” ฉินเฉามองอย่างเซ่อๆ พระเจ้า เธอเพิ่งจะบอกให้ฉันเป็นผู้ช่วยเปล่าของเธอ


“ใช่ อันนี้ดี” หลิวจางพยักหน้า “ยิ่งกว่านั้น ที่บาร์ เรายังไม่ได้กินอะไรเลย ดังนั้น ฉันจึงหิวนิดหน่อย ห้างนี้มีร้านอาหารบุฟเฟ่ต์อยู่ หลังจากที่เราซื้อเสื้อผ้าแล้ว เราจะไปกินข้าวด้วยกัน”


“ตกลง...” ฉินเฉาพยักหน้า “งั้น ฉันจะเลี้ยงสองสาวเอง”


ฉินเฉาแอบคิด นี่เป็นร้านอาหารที่เพอร์เฟคที่สุดสำหรับฉัน ฉันสามารถกินได้จนจุใจ


“ไม่ พวกเราเลี้ยงเอง” หลิวจางพูดด้วยรอยยิ้ม


จบตอน